ฉันมักเริ่มพูดถึงชื่อที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง 'Mary Is Happy, Mary Is Happy' เพราะนี่เป็นหนึ่งในผลงานที่ช่วยผลักดันชื่อเสียงของนวพลให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หนังเรื่องนี้มีวิธีเล่าเรื่องที่ไม่ธรรมดา มันสร้างจากทวีตของใครสักคนแล้วนำมาต่อเป็นเรื่องราว เหมือนเป็นบททดลองเชิงวรรณกรรมที่กลายเป็นภาพยนตร์ แล้วก็มีจังหวะความเป็นชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายแต่จับใจ คนดูจะได้เห็นการเล่นกับสื่อสังคม การสื่อสาร และความไม่แน่นอนของตัวละครแบบที่นวพลถนัด
เครดิตท้ายเรื่องของ 'Thor' นี่แหละที่ทำให้รู้สึกว่าโลกของหนังเชื่อมกันอย่างจริงจังและตื่นเต้นมากขึ้น
ฉากคาเมโอที่เด่นที่สุดใน 'Thor' คือการปรากฏตัวของ Nick Fury ซึ่งแสดงโดย Samuel L. Jackson — เขาโผล่มาในซีนหลังเครดิตเพื่อชวน Dr. Erik Selvig ให้มาทำงานกับองค์กรที่ใหญ่กว่า สิ่งนี้ให้ความรู้สึกว่าเหตุการณ์ในหนังเรื่องนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่า และเป็นจุดเชื่อมตรงไปยังภาพยนตร์อื่น ๆ
ผมชอบวิธีที่ซีนเดียวสามารถเปลี่ยนระดับการเล่าเรื่องได้ ทั้งในเชิงแฟนเซอร์วิสและการวางพื้นฐานสำหรับเรื่องราวต่อไป การที่ Samuel L. Jackson โผล่มาแบบไม่คาดคิดยังช่วยกระตุ้นความอยากดูเครดิตจนครบอีกด้วย — เป็นคาเมโอที่ทำงานได้ดีทั้งเชิงเนื้อหาและอารมณ์