LOGIN“อ๊ะ… อ๊อย… ” อัยยาสะดุ้ง กับความรู้สึกที่ว่ากลีบก้นของหล่อนกำลังโดนมือใหญ่บีบขยำ ทำเอาขนลุกซู่ชูชันไปทั้งร่าง รู้สึกถึงความเสียวปลาบวาบแล่นเข้ามาที่ของรักตรงง่ามขา ก่อนที่ความวาบหวามจะหลั่งไหลเข้ามาปั่นป่วนในช่องท้อง “ลุงขออนุญาตล้างตรงนี้ให้นะจ๊ะ… ของผู้หญิงนี่มันซับซ้อนเสียจริง… เดี๋ยวลุงต้องล้างให้สะอาด” เขากล่าวขณะเทสบู่เหลวใส่มืออีกรอบ… จากนั้นก็หงายฝ่ามือสอดเข้ามาใต้ง่ามขา โอบรับพูสาวที่โค้งนูนลงมาเหมือนหลังเต่าคว่ำประกบกับอุ้งมือพอดิบพอดี “อ๊ะ… ” อัยยาสะดุ้ง เมื่อความเป็นสาวที่ไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน กำลังโดนมือของภูผาสัมผัส หล่อนถึงกับหนีบขาด้วยความลืมตัว
View Moreเพื่อนพ่อขอจัดหนัก
นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น
ผู้เขียน กาสะลอง
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว
…ปฐมบทของความมันส์…
เมื่อถึงเวลาต้องแยกย้ายกันขึ้นมายังห้องนอนที่อยู่บนชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ ถึงเวลาที่อัยยาต้องอาบน้ำ
สาวน้อยถอดเสื้อผ้าพาดไว้กับราวแขวนสีเงินริมผนัง หลังจากหาถุงพลาสติกมาสวมมือทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้บาดแผลโดนน้ำ จึงเป็นเหตุให้เกิดความทุลักทุเลเล็กน้อย บังเอิญมือข้างหนึ่งพลาดไปโดนถ้วยวางสบู่ใต้ฝักบัว
“ว้าย… ”
เพล้ง…
เสียงถ้วยเซรามิกแตกกระทบพื้นเสียงดังไปถึงห้องนอนของภูผา
“หนูอัยย์… ”
คนที่กำลังนั่งจิบเบียร์ดูทีวีอยู่อีกห้อง ผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนในสภาพที่สวมเสื้อคลุมอาบน้ำ รีบออกมาเคาะประตูห้อง ร้องถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
“หนูอัยย์… เสียงอะไร… เกิดอะไรขึ้น… ”
ภูผาทั้งเคาะทั้งเรียก
“หนูซุ่มซ่ามค่ะคุณลุง กำลังจะอาบน้ำ บังเอิญทำที่วางสบู่ตกแตกค่ะ”
อัยยาบอกถึงที่มาของเสียงเมื่อครู่ เปิดประตูออกมาในสภาพนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวกระโจมอก
“โถ… แม่คุณ ก็มือเจ็บอย่างนี้… คงอาบน้ำไม่ถนัดสินะ… เอางี้ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ลุงคิดว่าคงต้องช่วยอาบน้ำให้หนูจะดีกว่า”
ภูผาใจรีบสรุป สายตาแทบไม่ละจากเรือนร่างสุดเย้ายวนของอัยยา หล่อนสวยมาก ผิวพรรณขาวผ่องทำเอาคนมองใจเต้นระส่ำ
“ห๊ะ… อะไรนะคะ”
จะอาบน้ำให้? อัยยาตกใจ นึกว่าตัวเองหูฝาด
“เดี๋ยวลุงอาบน้ำให้นะจ๊ะ… แผลที่มือสองข้างจะได้ไม่โดนน้ำ”
โดยไม่รอฟังคำตอบ…
ภูผาจูงมือสาวน้อยเข้ามาในห้องน้ำทั้งที่สีหน้าของหล่อนยังตะลึงกับคำพูดที่ได้ยิน
“ถอดผ้าขนหนูออก… ไม่ต้องอายลุงนะจ๊ะ… หนูหันหน้าเข้าหาผนัง หันหลังออกมาหาลุง… ”
ภูผาเอ่ยประโยคที่ทำเอาสาวน้อยตกใจเป็นครั้งที่สอง
“เอิ่มมม… จะดีหรือคะ… ”
อัยยาไม่คิดว่าลุงภูผาจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้เพื่อให้หล่อนได้อาบน้ำ
แม้จะรู้สึกตกใจ…
แต่ลึกๆ ในใจก็ยอมรับว่าตื่นเต้นและเขินอาย ความรู้สึกทั้งอยากทั้งกลัวระคนกันอยู่ในอารมณ์อย่างสับสนที่จะต้องเปลื้องผ้าอวดเรือนร่างเปล่าเปลือยต่อหน้าผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต
“ไม่ต้องอายนะจ๊ะ… ยกมือให้สูงเข้าไว้ เอามือเกาะราวแขวนผ้าไว้นะจ๊ะจะได้ไม่โดนน้ำ… ลุงเห็นแค่ข้างหลังเท่านั้น ไม่ต้องอายนะคะคนดี”
ภูผากล่าว แนะนำราวกับว่าอัยยาเป็นเด็ก ซึ่งหญิงสาวรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่เขาจะต้องอาบน้ำให้ เพราะทุกส่วนสัดสรีระสาวของหล่อนตอนนี้กำลังเติบใหญ่เต็มที่ วันนี้หล่อนก้าวข้ามคำว่า ‘เด็ก’ มาสู่ ‘สาวน้อย’ ที่อะไรๆ ไม่น้อยเหมือนอย่างคำเรียก
“ก็ได้ค่ะ… ”
ราวกับต้องมันต์สะกดของภูผา…
อัยยาตัดสินใจกระตุกปมผ้าขนหนูสีขาว ขัดกันไว้เพียงหลวมๆ ที่ร่องอกเบียดชิด เปลื้องออกมาแขวนไว้ที่ราวแขวน เผยให้เห็นผิวสาวขาวผ่องนวลเนียนลออตา เปล่งปลั่งไปด้วยเลือดเนื้อของวัยสาวสะพรั่ง
‘โอ้ว… ’
ภูผาอุทานอยู่ในใจ หัวใจกระตุกวูบหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม หากแต่บางอย่างกลับแข็งตั้งเหยียดขยายเป็นลำยาวใหญ่ตุงแน่นอยู่ภายใต้เสื้อคลุมของเขา
“งั้น… เอ่อ… งั้นลุงไม่เกรงใจแล้วนะ… ”
ภูผาเงอะงะไปชั่วขณะ พยายามบอกกับตัวเองไม่ให้ตื่นเต้น เอื้อมหยิบสบู่เหลวเทใส่ฝ่ามือ มืออีกข้างคว้าฝักบัวสีเงินมาพรมน้ำลงบนแผ่นหลังเปล่าเปลือย
“อ๊ะ… ”
สาวน้อยสะดุ้งกับสายน้ำเย็นเยียบ ทว่าสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกร้อนผ่าววูบวาบ ก็คือมือใหญ่ของลุงภูผาที่ไล้ลูบฟองสบู่กับแผ่นหลังของหล่อน ยิ่งในตอนที่เขาลูบไล้ลงมาใกล้ก้น
“อ๊ะ… อ๊อย… ”
อัยยาสะดุ้ง กับความรู้สึกที่ว่ากลีบก้นของหล่อนกำลังโดนมือใหญ่บีบขยำ ทำเอาขนลุกซู่ชูชันไปทั้งร่าง รู้สึกถึงความเสียวปลาบวาบแล่นเข้ามาที่ของรักตรงง่ามขา ก่อนที่ความวาบหวามจะหลั่งไหลเข้ามาปั่นป่วนในช่องท้อง
“ลุงขออนุญาตล้างตรงนี้ให้นะจ๊ะ… ของผู้หญิงนี่มันซับซ้อนเสียจริง… เดี๋ยวลุงต้องล้างให้สะอาด”
เขากล่าวขณะเทสบู่เหลวใส่มืออีกรอบ…
จากนั้นก็หงายฝ่ามือสอดเข้ามาใต้ง่ามขา โอบรับพูสาวที่โค้งนูนลงมาเหมือนหลังเต่าคว่ำประกบกับอุ้งมือพอดิบพอดี
“อ๊ะ… ”
อัยยาสะดุ้ง เมื่อความเป็นสาวที่ไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน กำลังโดนมือของภูผาสัมผัส หล่อนถึงกับหนีบขาด้วยความลืมตัว
“ถ่างให้ลุงนะคะ… หนีนแน่นแบบนี้ลุงจะล้างยังไงล่ะจ๊ะ”
เสียงของภูผา ทำให้สาวน้อยต้องถ่างขา ยอมให้เขาขยับฝ่ามือเบาๆ ใช้นิ้วกลางไถถูอยู่กลางร่องพูที่โดนแบะบีบแบ่งเป็นสองกลีบ
ซ่วบๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
นิ้วกลางของภูผาเริ่มเคลื่อนไหว จากที่ถูกลางร่องเบาๆ ก็เร่งจังหวะ สุดท้ายก็ตวัดรัว
เพื่อนพ่อขอจัดหนัก
พฤศจิกายน พุทธศักราช 2562
กรุงเทพมหานคร ที่สระว่ายน้ำภายในอาณาบริเวณของบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรของคนรวยย่านบางนา
บนบันไดสเตนเลสสีเงินพาดอยู่กับขอบสระว่ายน้ำ ร่างเอิบอิ่มของ ‘อัยยา’ นั่งอยู่บนบันไดขั้นที่สอง ทิ้งปลายเท้าน้อยๆ ห้อยลงน้ำ ใช้เท้าตีน้ำเล่นอย่างผ่อนคลายอารมณ์ ในสภาพร่างกายเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ก่อนจะโดดลงไปแหวกว่ายกลางน้ำในอ่างสีครามราวกับเงือกน้อยที่แอบมาเล่นน้ำในคืนจันทร์เต็มดวง
แม้ว่าที่ผ่านๆ มาอรอนงค์ก็เคยพาเพื่อนสาวหลายคนมาเที่ยวที่ไร่กาแฟแห่งนี้บ่อยๆ แต่ราชิดก็ยังไม่เคยสะดุดตากับผู้หญิงคนไหนเหมือนอย่างที่ได้เจอกับเอื้องผึ้ง“อุ๊ย… ตะลึงเชียวหรือยัยผึ้ง นี่ขนาดพ่อฉันแก่แล้วนะ นี่ถ้าแกเห็นรูปพ่อฉันตอนหนุ่มๆ แล้วละก็… เชื่อเลยว่าแกจะต้องละลายเพราะความหล่อของพ่อฉัน ตอนหนุ่มๆ อ่ะนะ… พ่อฉันหล่อวัวตายความล้มเชียวแหละแก”อรอนงค์รีบอวดพ่อ “เชื่อจ้ะ… ”เอื้องผึ้งกล่าว ก็จะไม่เชื่อได้ยังไง เพราะว่าเท่าที่เห็นตัวจริงอยู่ต่อหน้าตรงนี้ ราชิดก็ดูหล่อมาก ออร่ายังกับดารา หล่อเหลาชนิดที่ว่าวันเวลาไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย แม้ว่าอายุใกล้แตะเลขห้าแล้วก็ตาม“แหม… สาวๆ เล่นชมกันต่อหน้าแบบนี้เดี๋ยวพ่อก็ตัวลอย”ราชิดกล่าวอย่างมีอารมณ์ขัน จากนั้นลูกสาวก็ถือโอกาสปรึกษาบิดาเกี่ยวกับเรื่องที่หล่อนตัดสินใจว่าจะไปฝึกงานในกรุงเทพฯ ด้วยอีกเพียงสัปดาห์ก็จะถึงช่วงเวลาฝึกงานที่จะเริ่มขึ้นในช่วงเทอมแรกของปีสี่“ก็ตามใจหนู… ถ้าหนูอยากจะไปฝึกงานในกรุงเทพฯ พ่ออนุญาต”ราชิดไม่ขัด ด้วยเขาเชื่อมั่นในการตัดสินใจของลูกสาวที่ตั้งใจจะไปฝึกงานกับบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังแห่งหนึ่
“ทำอะไรกันอยู่จ๊ะเด็กๆ… ”เสียงทักทายที่ดังมาจากสนามหน้าด้านหลัง ทำให้หญิงสาวสองคนที่กำลังนั่งปรึกษากันเรื่องฝึกงาน ต้องเหลียวมองกลับมายังเจ้าของเสียงก่อนที่สายตาของ ‘เอื้องผึ้ง’ จะปะทะเข้าร่างสูงใหญ่ของ ‘ราชิด’ หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบห้าปีมีเชื้อลูกครึ่งแขกขาวผู้เป็นเจ้าของไร่กาแฟและบ้านหลังนี้“เอื้องผึ้ง… นี่คุณพ่อฉัน”‘อรอนงค์’ ลูกสาวของราชิดแนะนำเพื่อนสาวที่แวะมาเที่ยวบ้านเป็นครั้งแรก บ้านที่เอื้องผึ้งอาศัยอยู่ทุกวันนี้อยู่ในจังหวัดลำปาง อันที่จริงเอื้องผึ้งเดินทางมาถึงเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อวาน แต่สาเหตุที่เพิ่งได้เจอหน้าเจ้าของไร่กาแฟสุดหล่อก็เพราะว่าเมื่อคืนราชิดไปงานเลี้ยง และต้องอยู่ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนๆ จนดึกดื่น กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เที่ยงคืนกว่า เช้ามาจึงได้เจอกัน“สวัสดีค่ะคุณลุง… ”เอื้องผึ้งยกมือไหว้ชายร่างสูงใหญ่ด้วยอาการใจเต้นแรง แม้ว่าแพหนวดสีดำหนาเหนือริมฝีปากหยักจะทำให้ชายผู้นี้ดูดุ แต่เวลาเขายิ้มเท่านั้นแหละคุณพระ! ริมฝีปากสวยที่ขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มของเขาราวจะลบล้างสีหม่นเทาเศร้าซึมของโลกใบนี้ได้ในพริบตายิ้มของราชิดมีเสน่ห์เหลือเกิน มันช่างดูอบอุ่น อ่อนหวาน และใ
ปุยฝ้ายอยู่ในชุดไทยประยุกต์เกาะอกสีชมพูหวาน โชว์ลูกไม้ระบายระย้าระหว่างทรวงอกอิ่มเย้ายวนตา ดูงดงามมีสง่าราศีเหมาะสมกับเจ้าของฟาร์มที่ยืนโอบเอวหล่อนไม่ห่าง“ใครอยากเห็นเจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวขอเสียงหน่อย”โฆษกบนเวทีถามผ่านไมโครโฟน เรียกเสียงปรบมือเชียร์ดังลั่น จากนั้นเรวัฒน์ที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าไหมแขนกระบอกสีทองก็ค้อมใบหน้าบรรจงจูบลงที่แก้มนวลของว่าที่ภรรยาที่แสดงสีหน้าเขินอาย ท่ามกลางเสียงคะยั้นคะยอดังลั่นสนั่นงานว่าอยากเห็นเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาว ท่าจูบอันแสนรัญจวนใจที่เรวัฒน์มอบให้กับว่าที่ภรรยา อายุรุ่นราวคราวลูก เรียกเสียงฮือฮาจากเพื่อนสนิทที่นั่งเป็นแขกโต๊ะใหญ่อยู่บริเวณด้านหน้าและแขกผู้มาร่วมงานที่ทอดสายตาไปยังคู่บ่าวสาวบนเวทีด้วยแววตาชื่นชมยินดีกับทั้งสอง ซึ่งแม้จะต่างวัย แต่ความรักที่อายุเป็นเพียงตัวเลข ก็ทำให้หญิงชายต่างวัยคู่นี้ดูเหมาะสมกันเหลือเกิน………..จบบริบูรณ์……….. อีกเรื่องต่อจากนี้คือ หลงสวาทพ่อเพื่อน‘เอื้องผึ้ง’ หล่อนเป็นเพียงเด็ก ‘ฝึกงาน’ ที่เข้ามาฝึกงานเพราะอยากได้ประสบการณ์แต่กลับโดน ‘ราชิด’ ผู้ชายวัยคราวพ่อสอนงานให้อย่างละเอียดในทุกกระบวนท่าของกามกามาที่เขาช่ำชองแล
เรวัฒน์สงสัย หัวคิ้วชิดเข้าหากัน“ก็ตอนนี้กูได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายขายส่วนภูมิภาค”“งั้นก็ข่าวดีสิคะคุณพ่อ”ปุยฝ้ายรีบเสริม“ใช่… ข่าวดี แต่ข่าวร้ายก็คือเดือนหน้าพ่อจะต้องย้ายไปประจำอยู่ที่เวียดนามตลอดทั้งปี… และถ้าสามารถทำยอดขายได้ดีพ่อจะต้องอยู่ต่ออีกปี”เรวัฒน์แอบดีใจกับประโยคที่ได้ยิน ถ้าสวรรค์ลิขิตให้เป็นแบบนี้ หนทางรักของเขากับปุยฝ้ายสะดวกแน่ๆ“กูห่วงก็แต่ลูกสาว… เพราะว่าเดือนหน้ายัยฝ้ายก็ต้องสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย”ประโยคที่ได้ยินทำให้ความคิดบางอย่างผุดวาบเข้ามาในหัวของเรวัฒน์“เอางี้นะ… ถ้าเป็นแบบนี้ควรจะให้หนูฝ้ายเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยในภาคเหนือ แล้วให้หนูฝ้ายมาพักอยู่ที่ฟาร์มกับกู รับรองว่ากูจะช่วยดูแลเป็นอย่างดี… เรื่องนี้มึงไม่ต้องห่วง”เสียงของเรวัฒน์จริงจัง“นี่มึงพูดจริงหรือ?”เรืองฤทธิ์มองหน้าเพื่อนรักด้วยแววตาซาบซึ้ง“จริงสิวะ… หนูฝ้ายเรียนเก่งอยู่แล้ว ต้องสอบเข้ามหาลัยได้แน่ๆ”เรวัฒน์เชียร์อย่างออกนอกหน้า เรืองฤทธิ์หารู้ไม่ว่านี่แหละคือวิธีที่เรวัฒน์จะทำให้สาวน้อยคนนี้ไม่ต้องห่างไปจากสายตาของเขา “มึงไปทำงานที่เวียดนามเถอะ ไม่ต้องห่วงลูกสาว กูส






reviews