ลองจินตนาการว่าภาษาของนิยายแฟนตาซีคือเสื้อผ้าของตัวละคร ฉันมักเลือกสไตล์ที่สอดคล้องกับบรรยากาศเรื่อง เช่น ถ้าอยากให้บางฉากมีความลึกซึ้งและไพเราะ จะใช้ประโยคสั้น-ยาวผสมกัน และหยิบสำนวนหรือคำเปรียบเทียบที่มีความเป็นกวีนิพนธ์เล็กน้อย การใส่คำโต้แย้งหรือคำถามปลายเปิดในบทสนทนาช่วยให้ผู้อ่านคิดตาม อีกเทคนิคที่ชอบคือการวางเสียงพูดเฉพาะตัวให้ตัวละครสำคัญ เช่นคำลงท้ายหรือสรรพนามที่ต่างออกไป เพื่อเน้นบุคลิก ฉันเคยทำแบบนี้กับตัวละครหลักของเรื่องหนึ่ง และเห็นได้ชัดว่าผู้อ่านจดจำสำเนียงนั้นได้ง่ายขึ้น ถ้าต้องหาตัวอย่างการใช้ภาษาที่งดงามแต่ไม่เว่อร์ ให้ลองดูโทนการเล่าเรื่องใน 'The Name of the Wind' จะเห็นวิธีบาลานซ์ระหว่างบทบรรยายและบทสนทนาอย่างชัดเจน
อีกเรื่องที่ให้ความสำคัญคือระดับภาษาตามบริบท ฉากสนทนาทางการควรใช้ถ้อยคำเป็นทางการกว่าเบื้องหลังชีวิตประจำวันของตัวละคร การผสมคำโบราณกับคำร่วมสมัยต้องมีเหตุผลทางเนื้อเรื่อง มิฉะนั้นจะทำให้ผู้อ่านสะดุด นึกถึงตอนที่อ่าน 'The Lord of the Rings' จะเห็นว่าภาษาที่ต่างกันช่วยสร้างความรู้สึกของชั้นเชิงทางสังคมและประวัติศาสตร์ได้ดี ฉันมักจบฉากด้วยประโยคที่คงโทนเรื่องไว้ เพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกว่าทั้งภาษาและโลกยังคงสอดคล้องกัน