LOGIN
ผมทะลุมิติมาแหละ...
ถ้าถามว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ก็คงต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้
ผมหลงไปอ่านนิยายวายติดเรตที่เนื้อหามีแต่ฉาก 18+ เรื่องหนึ่งเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
แรกเริ่มเดิมทีก็แค่อ่านเพราะไม่รู้จะอ่านอะไรดี นิยายเรื่องนี้ทั้งน้ำเน่า ทั้งคลิเช่ แถมนายเอกยังนอนกับคนอื่นนอกจากพระเอก แต่ก็เพราะไอ้ความแซ่บเกินต้านที่นักเขียนใส่มาเพื่อสนองนี๊ดคนอ่านนี่แหละที่ทำให้ผมอ่านจนจบ แม้ว่าจะอ่านไปด่าไปก็เถอะ
กันต์ พระเอกของนิยายเป็นประธานของบริษัทวงการบันเทิงแห่งหนึ่ง รูปร่างดี หน้าตาหล่อเหลา นิสัยสุดแสนจะเย็นชาตามแบบฉบับนิยายทั่วไปเป๊ะ ๆ
ส่วนนายเอกคือดาราหน้าใหม่ใสกิ๊ง ฐานะยากจน ผลงานมีแค่เคยเป็นตัวประกอบในซีรีส์เรื่องหนึ่งเท่านั้น แล้วบังเอิญว่าซีรีส์เรื่องนั้นดันฮอตฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง นายเอกอย่าง คีย์ ที่มีหน้าตาน่ารักตามแบบฉบับไอดอลยุคปัจจุบัน เลยถูกแมวมองในบริษัทของพระเอกคว้าตัวมาเซ็นสัญญา
ในส่วนดีเทลการสู้ชีวิตของคีย์นั้นผมไม่กล่าวถึงแล้วกัน เพราะถ้าให้เล่าก็จะยาวซะเปล่า ๆ เอาเป็นว่า พอท่านประธานอย่างกันต์เห็นหน้านายเอกครั้งแรกก็ดันเกิดสนใจขึ้นมา
แต่ถ้าคุณคิดว่าท่านประธานสุดหล่อผู้นี้จะกรุยทางให้นายเอกได้เป็นซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งแบบติดจรวดนั้น ต้องขอบอกว่าคิดผิดเลยล่ะ!
เพราะอีตาพระเอกนี่มันดันเอาแต่กลั่นแกล้งนายเอกไม่เว้นวัน เวลามีบทแปลก ๆ ที่คนอื่นไม่อยากเล่นก็มักจะเอามายัดเยียดให้นายเอกเล่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบทผี คนบ้า ฆาตกร และอีกมากมาย จนบางทีผมก็สัมผัสไม่ได้เลยว่าพระเอกชอบนายเอก
ซึ่งมันขัดกับบุคลิกนุ่มนวลและใบหน้าน่ารักของอีกฝ่ายมาก นอกจากนี้เวลาที่นายเอกว่างจากงานก็มักจะเรียกใช้อีกฝ่ายให้มาเป็นเบ๊คอยชงกาแฟอีกด้วย
แต่ก็ต้องยอมรับว่าวิธีการนี้ของพระเอกมันทำให้นายเอกเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาไม่จับยัดเข้าบทเด่นตั้งแต่แรก แต่ใช้วิธีค่อย ๆ เก็บผลงานจากบทแปลก ๆ ไปเรื่อย ๆ
อ้อ แล้วถ้าถามว่าผมทะลุมิติมาเป็นใครน่ะเหรอ
ผมไม่ใช่ทั้งพระเอกและนายเอกหรอก แต่เป็นตัวร้ายที่คอยตามเขม่นกับพระเอกเพราะชอบนายเอกยังไงล่ะ!
ร่างนี้มีชื่อว่า เมล หรือเต็ม ๆ ก็คือคาราเมล
ตอนที่อ่านชื่อนี้ครั้งแรก ผมงี้ขนลุกซู่ซ่าเลย อยากถามคนเขียนเหลือเกินว่าทำไมต้องคาราเมลด้วยวะ เมลเฉย ๆ พอรับได้นะ แต่ผู้ชายอกสามศอกสูงร้อยแปดสิบกับชื่อคาราเมลมันเข้ากันตรงไหนวะพี่!
ตัวร้ายอย่างเมลเองก็เป็นนักแสดงภายใต้บริษัทของพระเอก เป็นชายหนุ่มหน้าตางดงาม ประเภทเคะราชินีที่จะทำให้รุกสยบแทบเท้า แต่แท้จริงแล้ว พี่ชายท่านนี้เป็นรุกที่ชอบเคะน้อยน่ารักอย่างนายเอกต่างหาก
เรื่องราวก็ตามพล็อตทั่ว ๆ ไป นายเอกโดนพระเอกดุด่า ตัวร้ายคอยช่วยเหลือประหนึ่งพี่สาวผู้แสนดีที่หวังเคลมเธอ พอคล้อยหลังนายเอก ตัวร้ายก็จะไปเขม่นกับพระเอกซึ่งเป็นคู่หมั้นของตัวเอง
ใช่แล้ว พระเอกกับตัวร้ายเป็นคู่หมั้นกัน!
ครอบครัวของทั้งคู่เป็นตระกูลผู้ดีที่รู้จักกันมาตั้งแต่รุ่นทวด ถูกจับหมั้นกันตั้งแต่ยังไม่ปฏิสนธิในรังไข่ของแม่ด้วยซ้ำ นี่จึงเป็นสาเหตุที่พระเอกไม่สามารถไล่ตัวร้ายออกจากบริษัทได้ง่าย ๆ นั่นเอง
ส่วนผมที่แม้จะอ่านไปด่าไป แต่ก็ดันตามอ่านจนจบพร้อมด้วยคอมเมนต์รีวิวสิบบรรทัดซึ่งทั้งหมดเป็นการด่าพระเอกของเรื่องก็ถูกนักเขียนสวนกลับมาว่า
‘แค่แซ่บก็พอแล้วปะ’
อันเป็นเหตุให้ผมโมโหจนความดันขึ้น ทะลุมิติมาในนิยายน้ำเน่าเรื่องนี้จนได้
เวรจริง ๆ ก็แค่นิยายที่เน้นเรื่องใต้สะดือ ไม่รู้ว่าผมจะจริงจังทำไมนักหนา
“คุณเมล อีกห้านาทีเข้าฉากนะคะ เตรียมพร้อมแล้วเนอะ”
“อ่า ครับ” ผมหันไปยิ้มหวานให้ทีมงาน แต่ในใจลอบสบถ
เข้าฉากอะไรวะ ตูเพิ่งทะลุมิติมาได้ไม่ถึงสิบนาทีเองนะ งานงอกแล้วไหมมึง ชีวิตก่อนเคยแสดงอะไรที่ไหน แค่พูดกับเพื่อนยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย!
“พี่เมล เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมเหงื่อออกเยอะขนาดนั้น”
ผมหันไปมองเจ้าของเสียงนุ่ม แล้วก็ถูกออร่าความน่ารักของอีกฝ่ายกระแทกหน้าจนตาเกือบบอด
คนบ้าอะไร น่ารักฉิบหายเลย!
ขนาดเล่นบทเป็นคนบ้าแต่งตัวมอซอหัวยุ่งเหยิงยังดูน่าเอ็นดูสุด ๆ
“พี่แค่ร้อนนิดหน่อยน่ะ” ผมยกมือโบกตรงหน้าตัวเอง
“อีกแค่ฉากเดียวแล้ว สู้ ๆ นะครับ” คีย์มองชุดเสื้อยืดผ้าเนื้อบางที่ผมใส่ พลางทำหน้าเห็นใจ
โอ๊ย พ่อคุณ แสนดีเกิ๊น ยังจะอุตส่าห์รับมุกอีก
ตอนนี้เป็นช่วงต้นปี ลมหนาวพัดตลอดเวลา อย่าว่าแต่ร้อนเลย อากาศมันเย็นจนตัวสั่นด้วยซ้ำ!
“ขอบใจนะคีย์” ผมส่งยิ้มหวานที่คิดว่าต้องหล่อแน่ ๆ โดยที่ลืมไปว่าเบ้าหน้าของตัวเองตอนนี้มันก็เป็นได้แค่พี่สาวเท่านั้น...
เมื่อห้านาทีผ่านพ้น ผมก็ถูกเรียกไปถ่ายฉากของตัวเอง ตอนนี้นอกจากเหงื่อไหลแล้ว หัวใจก็ยังเต้นกระหน่ำเหมือนเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาอีกด้วย
“ช่างแต่งหน้าอยู่ไหน! นักแสดงเหงื่อออกเยอะขนาดนี้ทำไมไม่มาดู!”
ผู้กำกับตะโกนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ทำเอาช่างแต่งหน้าต้องรีบวิ่งมาซับเหงื่อให้ผมด้วยสีหน้างุนงง
ไม่แปลกที่พี่แกจะงง อากาศเย็นขนาดนี้แต่กลับเหงื่อออกเต็มหน้า
“น้องเมลไม่สบายหรือเปล่าคะ” พี่ช่างถามขณะซับเหงื่อไปด้วย
“นิดหน่อยครับ” ผมหลบตาตอบอ้อมแอ้ม
“ยังพอไหวไหมคะ”
ก็ไม่ไหวหรอกพี่ แต่ดูจากสีหน้าผู้กำกับที่พร้อมงับหัวแล้ว ต่อให้เหลือแต่กายหยาบผมก็ต้องไหวนั่นแหละ
“ไหวครับ พี่ไม่ต้องห่วงนะ” ผมส่งยิ้มหวานเช็กเสน่ห์อีกหนึ่งกรุบ ทำเอาสาวเจ้าหน้าแดงก่ำ หลังเช็ดหน้าเติมแป้งเสร็จก็วิ่งปรู๊ดออกจากฉากไป
“พร้อมแล้วครับ ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะครับ” ผมหันไปพูดกับผู้กำกับ
ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กังวลว่าหลังจากนี้คงไม่พ้นต้องโดนด่าแน่ ๆ ทว่าทันทีที่สั่งแอ็กชัน จู่ ๆ ร่างกายของผมมันก็เคลื่อนไหวเองเสียอย่างงั้น!
บทพูดยาวเหยียดที่ตอนแรกนึกไม่ออก ไหลพรั่งพรูออกมาผ่านริมฝีปาก การเคลื่อนไหวรวมถึงสีหน้าท่าทางก็ล้วนแสดงออกไปโดยอัตโนมัติประหนึ่งเคยซ้อมมาแล้วเป็นร้อยครั้ง
นี่มันสุดยอดไปเลย!
ผมไม่สนหรอกว่าจะเพราะสาเหตุอะไร ขอแค่ไม่ทำให้โดนด่าต่อหน้าคนเยอะแยะก็พอแล้ว
หลังคำสั่งคัท สีหน้าของผู้กำกับก็ดีขึ้นมาก แถมยังเอ่ยชมอีกหลายประโยค
ผมเดินกลับไปที่ด้านข้าง จากนั้นก็ได้เจอชายหนุ่มตัวใหญ่หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ที่ส่วนสูงน่าจะร้อยเก้าสิบขึ้น กำลังยืนอยู่ตรงหน้าคีย์ด้วยสีหน้าถมึงทึง
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร
ปิ๊งป่อง พระเอกนั่นเอง
“ฉันได้ยินมาว่านายแสดงได้ไม่ดี เป็นเพราะอะไร”
“ผะ...ผม ตื่นเต้นนิดหน่อยครับ” หนุ่มน้อยหดคอลงด้วยท่าทางราวกับลูกนก
“แค่บทคนบ้ายังแสดงให้ดีไม่ได้เลย แล้วแบบนี้บทอื่นจะไปทำได้ไง”
“ผมจะพยายามให้มากกว่านี้ครับ” น้ำเสียงของคีย์สั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำจวนเจียนจะร้องไห้
ผมเดินไปยืนข้างคีย์ แล้วเงยหน้ามองไอ้คนตัวสูงด้วยสายตาเชือดเฉือน
“คนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันได้ ไม่มีใครเป็นตั้งแต่ครั้งแรกหรอก”
เขาเหลือบตามองมาทางผม “มาพูดแทรกตอนคนอื่นเขากำลังคุยกัน ลืมพกมารยาทก่อนออกจากบ้านมาหรือไง”
โอโหพี่ชาย ปากคอเราะรายมาก พูดขนาดนี้ก็มาต่อยกันดีกว่าไหม!
“นี่คุยกันอยู่เหรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย ผมเห็นมีแต่คุณที่ว่าคีย์อยู่ฝ่ายเดียว” ผมเบ้ปากใส่ นี่ถ้าไม่เกรงใจก็อยากจะยกนิ้วกลางให้ด้วยเลยเนี่ย “อ้อ ส่วนเรื่องมารยาทน่ะพกมา แต่เลือกคนใช้”
“พี่ว่าพักหลังมานี้พฤติกรรมของนายไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ คงต้องรายงานคุณน้าบ้างแล้ว” สีหน้าของคุณพระเอกบ่งบอกถึงความหงุดหงิด
“จะฟ้องก็ฟ้องไปดิ” ผมเชิดหน้าใส่ เรื่องอะไรจะต้องยอมแพ้
อีกฝ่ายถอนหายใจหนัก ๆ ทำท่าทางเหมือนรำคาญแล้วหมุนตัวเดินหนีไปทันที
คาดว่าวันนี้ผมคงจะโดนพ่อแม่ของร่างนี้บ่นจนหูชาเรื่องไม่เคารพคนที่อายุมากกว่าแน่ ๆ
แต่แล้วยังไงล่ะ ผมไม่กลัวหรอกนะ!
ตอนพิเศษ 3 ผมใช้เขาเพื่อทำให้ลืม (ตินxคีย์)คีย์ Talkนับจากวันนั้น ผมก็ไม่มีตัวตนในสายตาของคุณกันต์อีก แม้แต่พี่เมลก็ยังเลิกพยายามมาคุยด้วยคิด ๆ ดูแล้วผมนี่ช่างมั่นหน้าและไม่ประมาณตนเอาซะเลย ถึงขั้นไปชอบคนที่ฐานะสูงกว่าตัวเองแถมมีเจ้าของอยู่แล้ว มิหนำซ้ำยังกล้าทำเมินรุ่นพี่ในบริษัทที่ฐานะและชาติตระกูลดีกว่าตัวเองหลายขุมทั้งบริษัท คงมีแต่ผมนี่แหละที่กล้าขนาดนี้ ทว่าผมไม่ได้รู้สึกภูมิใจเลยสักนิด ซ้ำในใจยังเต็มไปด้วยความหดหู่ รู้สึกผิด และเสียใจอีกนับไม่ถ้วนตอนนี้ผมกำลังอยู่ในงานเลี้ยงปิดกล้องของละคร เนื่องจากผมไม่ได้เป็นตัวเอกของละครเรื่องนี้ หลังจากทักทายผู้กำกับและรุ่นพี่นักแสดงเสร็จเรียบร้อย ก็ไม่มีใครมาให้ความสนใจผมอีก ผมจึงมานั่งจิบไวน์ที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคุณกันต์มากนักใช่แล้ว ถึงผมจะโดนปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย แต่ผมก็ยังไม่สามารถตัดใจได้ในทันที ทุกครั้งจึงมักจะ ‘เผลอ’ ม
คีย์ Talkเดิมทีผมเป็นแค่เด็กจน ๆ ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แม้จะเรียนจบปริญญาตรีมาได้ แต่ก็จบแบบคาบเส้นเพราะต้องทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียนไปด้วย ความรู้อะไรก็ไม่มี แน่นอนว่าจะไปทำงานออฟฟิศก็ไม่รอดผมทำได้เพียงไปเป็นนักแสดงเอ็กซ์ตร้าตามกองถ่าย แต่แล้วโชคก็เข้าข้างเมื่อผมดันบังเอิญได้รับบทตัวประกอบในละครเรื่องหนึ่ง แล้วละครเรื่องนั้นก็แมสไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนทำให้แม้แต่ตัวประกอบก็ยังมีคนรู้จักจากนั้นผมก็ได้รับโอกาสเซ็นสัญญากับบริษัทบันเทิงอันดับหนึ่งของประเทศเนื่องจากเป็นเพียงนักแสดงหน้าใหม่ งานที่ทางบริษัทมอบให้จึงไม่ได้มีเยอะ ทั้งยังเป็นแค่งานเล็ก ๆ ที่ไม่สลักสำคัญอะไร ซึ่งผมเองก็ไม่ได้รู้สึกแย่ แต่กลับขอบคุณบริษัทที่ให้โอกาสด้วยซ้ำ เพราะไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมก็ยังคงเป็นเพียงแค่นักแสดงเดินผ่านกล้องธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นผมพอใจกับชีวิตในตอนนี้มาก นอกจากมีงานและเงินใช้แล้ว ทั้งเพื่อนและรุ่นพี่นักแสดงในบริษัทก็ดีกับผมมาก โดยเฉพาะพี่เมล นักแสดงรุ่นพี่ผู้มีใบหน้างดงามคนนั้น อีกฝ่ายมักจะคอยมาถามไถ่และเอาขนมมาฝากผมเ
ใครจะไปคิดว่าพอลืมตาตื่นหลังวันแต่งงาน ผมจะไม่ได้อยู่ที่ห้องนอนในโรงแรม แต่ดันมาโผล่กลางทะเลซะงั้น!สถานที่ที่ผมอยู่คือบ้านพักที่ตั้งอยู่ในทะเล มองออกไปรอบด้านจะเห็นแต่ท้องทะเลสีฟ้าอมเขียวสดใส ผืนน้ำสะอาดจนสามารถมองเห็นทรายและปลาที่กำลังแหวกว่ายได้อย่างชัดเจนผมยืนเกาหัวมองสภาพแวดล้อมด้วยความงุนงง โอเค สถานที่นี้มันก็สวยแหละ...แต่ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย“ตื่นแล้วเหรอ”เสียงที่คุ้นจนไม่รู้จะคุ้นยังไงดังขึ้นด้านหลัง ผมรีบหันไปมอง จากนั้นก็ต้องอ้าปากค้างกับสภาพของคนตรงหน้านี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นพี่กันต์ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้นลายดอก!ความหล่อเหลาเย็นชาที่สั่งสมมานาน ถูกชุดนี้ละลายหายไปจนหมดสิ้นแล้วแต่เรื่องชุดน่ะช่างมันก่อนเถอะ“ที่นี่ที่ไหนครับ”“มัลดีฟส์” พี่กันต์เดินเข้ามาโอบบ่าผม พาไปเดินชมวิวทะเลอีกรอบ “สถานที่ฮันนีมูนแรกของเรา เป็นไงชอบไหม”“ชอบ” ใครไม่ชอบก็บ้าแล้ว “ว่าแต่พี่พาผมมายังไงเนี่ย”
“มาที่คำถามต่อไปนะครับ” พิธีกรยิ้มกว้าง แล้วถามต่อ “ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าคุณกันต์กับคุณคีย์กุ๊กกิ๊กกัน เรื่องนี้เป็นความจริงไหมครับ”คำถามนี้ก็ผ่านการบรีฟมาแล้วเช่นกัน พวกผมจึงไม่ได้ตกใจแต่อย่างใด ทว่าบรรดาแขกและนักข่าวกลับซู้ดปากจนสีหน้าออกกันเลยทีเดียว ผมได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางของพวกเขาให้ตายสิ นี่มันงานแต่งนะ ใครจะยอมโดนตบหน้ากลางงานกัน คำถามพวกนี้เป็นแค่ตัวเรียกสีสันของงานก็เท่านั้นแหละ“ไม่จริงครับ” คีย์เป็นคนรับไมค์ไปตอบ “ในสายตาของคุณกันต์มีแต่พี่เมล ส่วนคนอื่นก็เป็นแค่อากาศเท่านั้น ไม่เชื่อทุกคนลองหันไปดูสิครับ”ผมหันไปมองพี่กันต์ตามคำพูดของคีย์ แล้วก็ได้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องตัวเองอยู่เงียบ ๆ ผมเลยกระทุ้งแขนใส่ท้องเขา พลางกระซิบ“มองอะไร”“มองที่รัก” พี่กันต์พูดเสียงไม่เบาเลย ทำให้เสียงเข้าไปในไมค์จนคนได้ยินกันทั้งงาน หลังจากทุกคนอึ้งกันอยู่สักพักก็หัวเราะกันเสียงดังลั่น“...” นี่ไม่ได้บรีฟไว้สักหน่อย!“ผมชัก
หลังจากกิจกรรมเข้าจังหวะของเราสองคนสิ้นสุดลง พี่กันต์ก็อุ้มผมไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย แถมยังรักษาสัญญาว่าจะทำแค่รอบเดียวได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งตอนอาบน้ำก็ยังไม่ทำตัวรุ่มร่ามเกินเลยเหมือนเมื่อก่อน ผมเลยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเขาทำจนลุกไม่ไหว“ถ้าเมื่อก่อนพี่พูดง่ายแบบวันนี้ก็ดีสิ” ผมพูดขณะที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของคนรัก“แล้วเมื่อก่อนพี่พูดไม่ง่ายตรงไหนกัน”“ทุกตรงนั่นแหละ ผมบอกให้ทำแค่วันละรอบ พี่ก็ไม่เคยฟัง”“ก็เมลยั่วนี่นา”“อ๋อ นี่โทษผมเหรอ” ผมยกมือขึ้นหยิกหน้าอกเขาอย่างแรง“โอ๊ย ๆ พี่ไม่ได้โทษเมล พี่ผิดเอง พี่มันหื่น ปล่อยเร็วครับ เจ็บจะตายแล้ว”“หนังหนาขนาดนี้รู้จักเจ็บเป็นด้วยหรือไง” ผมออกแรงบิดมากขึ้นพี่กันต์ร้องโอดโอยอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาขยำบั้นท้ายผมเป็นการเอาคืน สุดท้ายกว่าเราสองคนจะได้นอนก็ปาเกือบเที่ยงคืน เพราะเอาแต่ทะเลาะตบตีกันอย่างไม่มีใครยอมใครเช้าวันต่อมา แม่ ๆ ก็มาขุดผมกับพี่กันต์ออกจากเตียงแต่เช้า จากนั้
พอเดินวนดูสถานที่จัดงานจนครบแล้ว เหล่าแม่ ๆ ก็จับพวกผมไปขังในโรงแรม และถูกบังคับให้เข้าคอร์สอาบน้ำใหญ่ต่อผมยืนเอามือปิดหน้าอกตัวเองพลางกระโดดไปทั่วห้อง นั่นก็เพราะตอนนี้ผมโดนกลุ่มหญิงวัยกลางคนจับถลกหนังจนเกือบล่อนจ้อนเหลือแต่กางเกงในแล้วนั่นเอง“ที่ตัวไม่ต้องก็ได้ครับ! ถึงยังไงก็ต้องใส่ชุดสูท นอกจากหน้ากับคอ ผิวส่วนอื่นก็อยู่ใต้ร่มผ้าหมด ไม่ต้องขัดหรอก!” ผมหลับหูหลับตาตะโกน“ไม่ได้ค่ะ คุณหญิงสั่งให้พวกเราดูแลคุณตั้งแต่หัวจรดเท้า ต่อให้เป็นจุดซ่อนเร้นก็ต้องได้รับการดูแลค่ะ” หญิงวัยกลางคนที่มีผมสีดอกเลาแซมครึ่งศีรษะพูดด้วยรอยยิ้มหวานหยด “มาเถอะค่ะ ไม่ต้องอายหรอก ฉันเห็นมาบ่อยแล้ว”จากนั้นพนักงานคนอื่นที่อายุพอ ๆ กัน ก็พุ่งเข้ามาล็อกแขนล็อกขาแล้วลากผมเข้าห้องน้ำไป“เฮ้ย! ปล่อยนะโว้ยยยย” ผมกรีดร้องประหนึ่งคนโดนเชือดก็ไม่ปานเกิดมายี่สิบกว่าปี อยู่มาสองโลก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกอับอายขนาดนี้!สุดท้ายผมก็ถูกทารุณกรรม (ทางจิตใจ) จนใบหน้าและลำตัวแดงก่ำอย่างกับกุ้งต้ม




![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![[Mpreg] เร้นรักพันธนาการหัวใจ](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

