นักเต้นควรฝึกสเต็ปไหนให้เข้ากับจังหวะหมอลำซิ่ง?

2026-04-18 07:02:46
63
Partager
Quiz sur ton caractère ABO
Fais ce test rapide pour savoir si tu es Alpha, Bêta ou Oméga.
Odorat
Personnalité
Mode d’amour idéal
Désir secret
Ton côté obscur
Commencer le test

4 Réponses

Isla
Isla
คนรู้ ชาวประมง
สุดท้ายอยากบอกว่ามีสเต็ปหลัก ๆ ประมาณห้าที่ฉันแนะนำให้ฝึกเพื่อเข้ากับบีต 'งานวัด/คอนเสิร์ตหมอลำ' จริง ๆ: 1) Step-Touch พร้อมเด้งตัวเล็ก ๆ เพื่อจับพัลส์พื้นฐาน 2) Triple-step/cha-cha สำหรับท่อนเร็ว 3) Hip-sway กับ off-beat accent เพื่อได้กลิ่นลำ 4) Knee-bend และตัวโน้มเพื่อเปลี่ยนน้ำหนัก 5) ท่าแขนสั้น ๆ และการชี้นิ้วหรือโบกมือเพื่อคอนเน็กกับคนดู
ในการฝึก ให้ทำเป็นรอบ ๆ ใส่เมโทรนอม ตั้งเป้าวันละ 10–15 นาทีต่อสเต็ป แล้วรวมเป็น 1 นาทีต่อชุดเมื่อรู้สึกมั่น ไว้โชว์ให้กล้าใช้ฟันฝ่าเสียงดนตรีและสายตาคนดู ฉันว่าแค่คุมจังหวะกับพลังการแสดงก็พอจะทำให้สเต็ปดูอร่อยขึ้นทันที
2026-04-21 20:00:40
6
Andrea
Andrea
เพื่อนอ่าน นักศึกษา
เริ่มจากการจับจังหวะให้แน่นก่อนแล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้น — การเต้นหมอลำซิ่งต้องมีฐานจังหวะที่ชัดเจนที่สุดสำหรับฉัน เพราะพลังของเพลงอยู่ที่ซาวด์กลอง เบส และแคนที่ผสานกัน ฉันมักเริ่มด้วยการฝึกก้าวพื้นฐานแบบ Step-Touch กับการโยกตัวเล็กน้อยบนจังหวะหนึ่ง-สอง จากนั้นเพิ่มการเขย่งส้นเท้าเล็กน้อยเพื่อให้เกิดการเด้งของร่างกาย

วิธีฝึกที่ใช้ได้ผลคือแบ่งจังหวะเป็น 8 จังหวะ แล้วแยกออกเป็น 1-&-2-& แบบละเอียด ให้ฝึกก้าวล้อ (shuffle) สลับกับการย่อตัว (knee bend) เพื่อจับอัตราเร่งและดีดสะโพกในตำแหน่ง off-beat เมื่อเริ่มมั่นใจ ค่อยใส่การเกริ่นมือแบบหมอลำ เช่น การโบกแขนเป็นจังหวะสั้นๆ หรือการยกมือเป็นกราฟิกตามท่อนคอรัส จุดสำคัญคือต้องรักษา ‘ความซิ่ง’ ด้วยพลังและสไตล์ ไม่ใช่แค่วิชวลของก้าวเท่านั้น ฉันมักจะซ้อมหน้ากระจก ฝึกคอนเน็กชันระหว่างเท้า สะโพก ไหล่ และสายตา เพื่อให้เวลาแสดงรู้สึกสมบูรณ์และดึงคนดูได้จริง
2026-04-22 13:17:45
2
Flynn
Flynn
นักแชร์ หมอ
สมัยเริ่มเต้น ฉันชอบผสมก้าวพื้นฐานจากแนวอื่นเข้ากับจังหวะ 'หมอลำดั้งเดิม' แล้วพบว่าการใช้ Isolation เล็กๆ บนสะโพกกับไหล่ทำให้การเคลื่อนไหวดูเป็นอีสานทันที เทคนิคที่ฉันมักสอนให้เพื่อนคือ การแบ่งจังหวะเป็น 4/4 แล้วเน้น Off-beat ด้วยสะโพก: 1 (ก้าว) 2 (&สะโพก) 3 (ก้าว) 4 (&สะโพก) ทำซ้ำจนกลายเป็นออโตเมติก
ในการซ้อม ให้เริ่มช้า ๆ ใช้เมโทรนอม และค่อยๆ เพิ่มสปีด พอมั่นใจแล้วเติมท่าแขนสั้น ๆ เช่นการสะบัดแขนไปด้านข้างหรือการชูมือแบบเรียกคนดู อีกเรื่องที่สำคัญคือการอ่านฟีลเพลง ถ้าเจอท่อนซิงค์ที่เครื่องเป่าเด่น ๆ ให้หยุดสั้น ๆ แล้วใส่ฟลาวตัวเล็กๆ เพื่อไฮไลต์ ฉันว่าการเต้นหมอลำซิ่งไม่ได้อยู่แค่ท่า แต่คือการเล่นกับคนดูและเครื่องดนตรีด้วย
2026-04-22 17:53:15
2
Riley
Riley
สายอ่าน ไกด์
ไม่มีอะไรเด็ดกว่าการฝึกความเป็นดนตรีควบคู่ไปกับสเต็ป — ฉันมองการเต้นหมอลำซิ่งเป็น 3 ชั้น: จังหวะพื้นฐาน, การขยับสะโพก/ลำตัว และการแสดงอารมณ์บนใบหน้าและมือ การฝึกของฉันมักเริ่มจากการฟังส่วนถ่วงของเพลง เช่น เบสกลองกับแคน แล้วพยายามเลียนแบบพาร์ตแคนด้วยไหล่หรือหัวไหล่ เช่น ถ้าแคนเล่นเมโลดี้กระชับ ให้ใช้ไหล่ทำ Accent สั้น ๆ ตามจังหวะ
นอกเหนือจากนั้น ฉันยังใช้วิธีแบ่งบทเพลงเป็นเฟรมสั้น ๆ ประมาณ 4–8 จังหวะ แล้วทดลองใส่สเต็ปต่าง ๆ เข้าไป เช่น triple-step หรือ cha-cha เล็ก ๆ เพื่อให้เห็นว่าท่าไหนเข้าคู่กับท่อนใส่คำร้อง เมื่อซ้อมจนครบทั้งเพลง จะรวมเป็นซีเควนซ์ที่ยืดหยุ่นสำหรับการแสดงจริงได้ง่ายขึ้น เทคนิคการหยุดและเริ่มใหม่ (break) ช่วยสร้างความตื่นเต้นในโชว์ และฉันเชื่อว่าการมีช่องว่างให้โชว์มีค่าเท่ากับการขยับที่มากเกินไป
2026-04-23 16:48:21
3
Toutes les réponses
Scanner le code pour télécharger l'application

Livres associés

Autres questions liées

นักเต้นควรเลือกเพลงจังหวะใดเมื่อนำท่าหกกบไปโชว์สด?

3 Réponses2026-04-19 11:29:05
เพลงจังหวะสามารถเปลี่ยนโทนและพลังของท่า 'หกกบ' ได้ทันที — ถ้าเลือกตรง จะทำให้ท่าเด้งๆ นั้นดูทรงพลังหรือก็ดูเล่นสนุกได้ง่ายมาก ผมชอบใช้จังหวะที่มีเบสหนักและสแนร์ชัดเจนประมาณ 100–115 BPM สำหรับโชว์กลางเวที เพราะช่วงจังหวะนี้ช่วยให้การกระโดดและการลงน้ำหนักของท่า 'หกกบ' ดูชัดเจนขึ้น คลิกของสแนร์บนจังหวะที่ 2 และ 4 ทำให้การเคลื่อนไหวเหมือนมีเครื่องหมายวรรคตอน และถ้าต้องการเพิ่มสีสัน ให้หาช่วงเบรกสั้นๆ ในเพลงสำหรับแทรกท่าไฮไลต์ เช่น การทำท่าแช่หรือชักศอกช้าๆ เพื่อให้คนดูได้โฟกัส เพลงตัวอย่างที่ผมมักหยิบมาใช้ได้แก่ 'Uptown Funk' ถ้าต้องการฟีลสนุกสนานและเต้นได้เป็นกลุ่ม หรือถ้าอยากได้โทนซูลูกเล่นไฟฟ้า 'Get Lucky' จะให้ความรู้สึกลื่นไหลและเฟลร์หยอกล้อกับท่า เหล่านี้ทำให้การแสดงมีทั้งจังหวะเด้งและช่องว่างสำหรับท่าเซ็ตชัดเจน — โดยรวมแล้วเลือกเพลงที่มีจังหวะชัด เส้นเบสชัด และมีช่วงเปลี่ยนจังหวะให้เราใส่ท่า 'หกกบ' เป็นพอยต์ แล้วปรับสีสันจากการจัดไฟและพลังการแสดงของตัวเองให้เข้ากัน

นักออกแบบท่าเต้นสร้างจังหวะแหกขาให้เข้ากับเพลงอย่างไร?

5 Réponses2025-12-02 14:04:42
เกริ่นก่อนว่าฉันชอบเริ่มจากการฟังเพลงวนซ้ำหลายรอบก่อน แล้วค่อยนึกภาพท่าแหกขาเป็นช็อต ๆ ที่ตอบโจทย์บีทและโวหารของเพลงนั้น เมื่อได้จังหวะหลักแล้ว ฉันจะแยกจังหวะย่อยเป็น 8-count และมองหาจุดที่อยากให้สายตาคนดูหยุดอยู่ เช่น เวลาพักเสียงหรือสแนร์หนัก ๆ นั่นแหละเป็นโอกาสดีสำหรับท่าแสดงพลังอย่างการแหกขา ฉันมักใช้การต่อจังหวะแบบผสมระหว่างฮิตหลักกับฮิตซิงโคเพชันเพื่อให้ท่าไม่ดูตรงไปตรงมาเกินไป บางทีก็วางท่าแหกขาบน & ของบีทเพื่อให้รู้สึกกระชับและทันสมัย ตัวอย่างที่ฉันชอบหยิบมาคิดคือ 'Single Ladies' เพราะการใช้พอสและเบรกทำให้ท่าเดียวกันมีน้ำหนักเปลี่ยนได้หลายแบบ นอกจากจังหวะ ยังต้องคิดเรื่องไลน์ร่างกายกับเสื้อผ้าและมุมกล้องด้วย ท่าเดียวกันถ้าใส่รองเท้าส้นสูงหรือยืนบนสเตจลื่น พลังก็เปลี่ยน ฉันจึงออกแบบท่าให้มีทางเลือก — แบบเต็มพลังกับแบบเซฟ — เพื่อให้เต้นได้จริงบนเวที การฝึกร่วมกับนักร้องและไฟจะทำให้จังหวะพอดีกับเพลงจริง และผลลัพธ์คือท่าแหกขาที่ถูกอ่านเป็นจังหวะไม่ใช่แค่ท่าตื่นตา

คนที่อยากเต้นคัฟเวอร์ สเต็ปโดนใจ หัวใจโดนเธอ 3 ต้องฝึกท่าไหนบ้าง?

5 Réponses2026-04-02 17:02:19
จังหวะเป็นจุดเริ่มที่สำคัญที่สุดเมื่อจะคัฟเวอร์ 'หัวใจโดนเธอ 3' และผมคิดว่าถ้าต้องเลือกท่าให้โดนใจคนดู ต้องเริ่มจากพื้นฐานให้แน่นก่อน พื้นฐานแรกคือสเต็ปฟุตเวิร์กแบบง่าย ๆ ที่ใช้เดินขึ้น-ลงจังหวะ (step-touch, kick-ball-change แบบเบา) เพราะท่าเหล่านี้เป็นกรอบที่ทำให้ท่อนฮุกไหลลื่นได้ ถ้าฟุตเวิร์กเป๊ะ ท่าอื่นจะดูเป็นชิ้นเป็นอันกว่าเดิม พื้นฐานที่สองเป็นเรื่องของไหล่กับลำตัว ความแม่นยำของการไอโซเลชัน (isolation) จะช่วยให้สเต็ปเล็ก ๆ ที่แทรกในพาร์ตเวิร์สมีมิติ ไม่ว่าจะเป็นบอดี้โรลหรือการโยกสะโพกสั้น ๆ สุดท้ายอย่าลืมท่าเซ็นเตอร์หรือ hook move ของ 'หัวใจโดนเธอ 3' — จุดนี้คือสิ่งที่จะฝังในหัวคนดู ให้ฝึกทั้งเวอร์ชันช้ากับเวอร์ชันสปีด เพื่อสร้างความคมและไดนามิก เวลาเล่นกับกล้องหรือบนเวทีจะได้ดูปังกว่าแค่ทำตามจังหวะเท่านั้น

นักเต้นควรฝึกท่า21 แบบไหนเพื่อเพิ่มความแม่นยำ?

3 Réponses2026-07-08 13:49:24
พูดถึงการฝึกท่า 21 แบบเพื่อเพิ่มความแม่นยำแล้ว ผมมักแบ่งท่าเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้โฟกัสจุดที่ต้องแก้จริงๆ ก่อนจะต่อเป็นคอมโบยาว ๆ กลุ่มแรกคือพื้นฐานของร่างกายและการวางตำแหน่ง: ฝึก 'พื้นฐานการวางเท้าแบบนิ่ง' (ชัดเจนที่ส้น-ปลายเท้า), การยืนเก็บแกนกลางลำตัวแบบ 'hold core', การทำบาลานซ์บนขาข้างเดียว, การเก็บหัวไหล่และคอให้นิ่ง, กับการย่อเข่าแบบควบคุมช้า ๆ เพื่อฝึกการลงน้ำหนักที่เท้าอย่างแม่นยำ กลุ่มที่สองเน้นการแยกส่วนของร่างกาย: ฝึกไหล่แยกอิสระ (shoulder isolation), ช่วงอกและซี่โครงแยก (ribcage isolations), การกวาดแขนเป็นเส้นตรง, การขยับข้อมือและนิ้วเพื่อจังหวะเล็ก ๆ, และการแยกสะโพกให้ชัดเจน กลุ่มสุดท้ายเป็นท่าเคลื่อนไหวที่ต้อง 'เก็บจุด' ให้แม่น: หมุนตัวแบบ spot turn สั้น ๆ, พุ่งตัว (sharp step) แล้วถือจุด, สไลด์สั้น ๆ 1-2 ก้าว, กระโดดลงแล้วดูดตัวให้แน่น, ปล่อย-เก็บ (release and snap) ในจังหวะเดียว, กับการฝึกรูปแบบฟุตเวิร์ค 8-16 จังหวะที่แบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วซ้อนเป็น 21 ท่าโดยรวมทั้งหมดจะช่วยให้ผมจับจังหวะ การวางร่างกาย และการไหลของพลังงานได้ชัดขึ้น เมื่อฝึกจนแม่นแล้วจะรู้สึกว่าการเต้นเร็วขึ้นไม่ทำให้รูปทรงเสียและการแสดงออกก็ดูน่าเชื่อถือขึ้น

ลิเกหมอลำใช้ดนตรีและจังหวะแบบไหนในการแสดง?

4 Réponses2026-07-15 12:14:10
ดนตรีของหมอลำมักจะเดินทางระหว่างความยืดหยุ่นของการร้องเล่าเรื่องกับจังหวะเต้นรำที่ชัดเจน ฉันชอบฟังช่วงเล่าเรื่องที่นักร้องล้ำลำจะดึงเมโลดี้แบบร้องคุยให้คล้ายบทกลอนแล้วปล่อยให้เครื่องเป่ารับช่วงชักนำจังหวะ ทำให้เสียงพูดกลายเป็นดนตรีได้อย่างนุ่มนวล ในส่วนของเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิม เสียงพยักหน้าจะมาจากเครื่องเป่าที่ให้โทนต่อเนื่องกับเส้นเมโลดี้ ส่วนเครื่องกลองและฉิ่งจะคอยกำหนดจังหวะตัด-ต่อ ทำให้บางท่อนเป็นจังหวะชัดเจนสำหรับการรำหรือเต้น ส่วนท่อนที่เป็นการบรรยายจะมีการยืดจังหวะและใส่การด้นสด (improvisation) ของนักร้อง ทำให้การแสดงมีชีวิตชีวาและตอบสนองกับคนดูได้ทันที เมื่อรวมกันแล้วระบบจังหวะของหมอลำไม่ยึดติดกับมาตรวัดเดียวเสมอไป จึงเกิดการเปลี่ยนจังหวะภายในเพลง เดินจากท่อนเล่าเรื่องช้า ๆ ไปสู่ท่อนเต้นเร็ว ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ชมลุ้นและร่วมจังหวะไปกับนักแสดงได้ง่าย ๆ

นักเต้นแมสญี่ปุ่น ฝึกท่าเริ่มต้นได้ด้วยวิธีใด

4 Réponses2026-07-31 21:25:58
การเริ่มฝึกท่าเต้นแมสที่ดีต้องเริ่มจากการแยกท่าออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนแล้วค่อยประกอบกลับเข้าด้วยกัน ฉันมักจะแนะนำให้โฟกัสที่จังหวะพื้นฐานก่อน เสียงดนตรีมักมี 4/4 จึงแบ่งท่าเป็น 8 หรือ 16 ช่วงเพื่อจับจังหวะง่ายขึ้น ฝึกแยกแขน ขา และคอเป็นส่วน ๆ ก่อน แล้วค่อยเอามารวม เมื่อรวมแล้วให้ลดความเร็วเพลงครึ่งหนึ่งหรือใช้เมโทรโนมาช่วย เพื่อให้กล้ามเนื้อจดจำจังหวะอย่างชัดเจน อีกเทคนิคที่ฉันชอบคือฝึกหน้ากระจกถ่ายคลิปแล้วดูซ้ำ จะเห็นจุดที่โค้งเกินไป มือหาย หรือระยะห่างจากเพื่อนในแถวไม่เท่ากัน ในการฝึกทีม ให้ซ้อมยืนเป็นไลน์ สลับตำแหน่งเล็ก ๆ เพื่อซึมซับการเคลื่อนที่เป็นกลุ่ม อย่างตอนที่ฉันฝึกท่า 'ParaPara' การแยกท่าเป็นชิ้น ๆ แล้วซ้อมแบบช้า ๆ ทำให้เก็บรายละเอียดได้ไวกว่าเน้นซ้อมเต็มรอบอย่างเดียว

ฉันควรทำตาม 7สเต็ป เพื่อเต้นคัฟเวอร์ K-POP ให้เหมือนต้นฉบับได้อย่างไร?

5 Réponses2026-02-26 00:23:03
การจะทำคัฟเวอร์ให้ใกล้เคียงต้นฉบับไม่ใช่แค่เลียนแบบท่า แต่เป็นการจับอารมณ์กับรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนดูรู้สึกได้ทันที ฉันมักเริ่มจากฟังเพลงวนหลายรอบ แล้วคัดเฉพาะพาร์ทที่เป็นคีย์ของคอรัสหรือบริดจ์ มุมมองแบบนี้ช่วยให้จับพลังของท่าได้เร็วขึ้น เพราะบางจังหวะใน 'Kill This Love' จะใส่อิมแพคหนัก ๆ ในบีทที่ไม่ซ้ำกัน ถัดมาฉันจะแบ่งท่าเป็นชอตสั้น ๆ ฝึกกับเมโทรโนมช้า ๆ เพื่อให้การเคลื่อนที่สะอาดและแม่นยำ จากนั้นเพิ่มสปีดเป็นขั้น ๆ จนถึงความเร็วต้นฉบับ อีกเรื่องที่คนมักมองข้ามคือหน้าตา การใช้สายตา การเดินเวทีกับมุมกล้อง ถ้าอยากให้คนคิดว่าเหมือนต้นฉบับ ต้องคิดเป็นเซ็ตทั้งท่า ทั้งสไตล์การแต่งตัว และการจัดมุมกล้องด้วย ฉันจะทดลองถ่ายหลายมุม แล้วดูเฟรมที่ให้ฟีลใกล้เคียงที่สุด ปรับท่าเล็กน้อยให้เข้ากับร่างกายของตัวเองแทนการคัดลอกเป๊ะ ๆ ผลลัพธ์ที่ได้มักสมจริงกว่าและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

นักร้องควรเตรียมอะไรบ้างก่อนร้องหมอลำซิ่ง?

4 Réponses2026-04-18 15:20:03
ก่อนขึ้นเวทีหมอลำซิ่ง ฉันมีเช็คลิสต์ชัดเจนที่ต้องทำเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดทั้งด้านเสียงและการสื่อสารกับคนดู เริ่มจากการวอร์มเสียงแบบเป็นขั้นตอน — หายใจ ท้องแข็ง เสียงกระพือ ยืดกล้ามเนื้อคอเล็กน้อย แล้วเปลี่ยนไปทำสเกลที่ใกล้เคียงกับช่วงเสียงที่ต้องร้องจริง อย่าลืมฝึกสรรพเสียงแบบอีสานให้คมชัด เพราะการออกสำเนียงส่งให้คนดูเข้าอารมณ์ได้เร็วกว่าการร้องเพียงอย่างเดียว หลังจากวอร์มแล้วจะเป็นเรื่องอุปกรณ์และทีมงาน: เช็กไมโครโฟน อินเอียร์หรือมอนิเตอร์ ตรวจระดับเสียงกับช่าง และเตรียมชุดหรือเครื่องประดับที่เคลื่อนตัวได้สะดวก ส่วนบทเพลงต้องแบ่งจังหวะให้มีทั้งช้าบ้างเร็วบ้าง สลับลำยาวกับลำสนุก เพื่อรักษาพลังของตัวเองตลอดโชว์ สุดท้ายคือวางแผนการทักทายคนดูและจังหวะขยับร่างกายเล็กน้อยให้เวทีมีชีวิต ไม่ใช่แค่ยืนร้อง แต่เป็นการเล่าเรื่องผ่านการเคลื่อนไหวด้วยสไตล์หมอลำที่เป็นเอกลักษณ์

นักเต้นเชิดมังกรต้องฝึกท่าไหนเพื่อความปลอดภัย?

5 Réponses2026-02-23 07:44:38
การฝึกร่างกายพื้นฐานเป็นสิ่งที่ผมมองว่าไม่ควรมองข้ามเลยเมื่อพูดถึงความปลอดภัยของนักเต้นเชิดมังกร การสร้างความแข็งแรงของขา สะโพก และแกนกลางลำตัวเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมให้ความสำคัญมาก ฝึกสควอท สตาร์จัป ลันจ์ และท่า deadlift แบบน้ำหนักเบาเพื่อให้รองรับน้ำหนักมังกรได้ดีขึ้น พร้อมกับโปรแกรมคอร์ เช่นแพลงก์แบบหมุนและ Russian twists เพื่อช่วยการทรงตัวเวลาหมุนตัวหรือถ่ายน้ำหนัก สลับวันฝึกความแข็งแรงกับวันฝึกความยืดหยุ่นเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อตึงเกินไป ผมจะใส่ใจเรื่องการฝึกความคล่องตัวด้วยบทฝึกเปลี่ยนทิศทางเร็ว วอร์มอัพที่เน้นข้อเท้า ข้อมือ และไหล่ รวมถึงฝึกการเกาะจับเสาและสายมังกรอย่างปลอดภัย โดยให้โค้ชคอยแก้ท่าและค่อยๆเพิ่มน้ำหนักของมังกรแบบก้าวเล็กก้าวน้อย การพักฟื้น การยืดเหยียดหลังการฝึก รวมทั้งการใช้เทปพันข้อมือหรือสนับเข่าเมื่อจำเป็น ก็ช่วยลดการบาดเจ็บได้เยอะ สรุปคือการฝึกพื้นฐานยอดเยี่ยมจะทำให้การเคลื่อนไหวบนเวทีมั่นคงกว่าเดิม และผมมักจะบอกกับเพื่อนร่วมทีมเสมอว่าการลงทุนลงแรงกับพื้นฐานคือการป้องกันตัวเองที่คุ้มค่าที่สุด
Questions fréquentes
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status