นักเรียนควรดูหนังดังสอนภาษาอังกฤษเรื่องไหนบ้าง

2025-12-30 13:49:51
122
Partager
Quiz sur ton caractère ABO
Fais ce test rapide pour savoir si tu es Alpha, Bêta ou Oméga.
Odorat
Personnalité
Mode d’amour idéal
Désir secret
Ton côté obscur
Commencer le test

3 Réponses

Finn
Finn
คนวิเคราะห์ พนักงาน
ฉันมองว่าถ้าต้องการฝึกสำเนียงและการออกเสียงแบบเป็นทางการ หนังเรื่อง 'The King's Speech' เหมาะมาก เพราะเป็นหนังที่โฟกัสเรื่องการพูดและเทคนิคการออกเสียง รวมถึงการฝึกกับครูสอนพูด ซึ่งเห็นได้ชัดในฉากฝึกพูดที่ต้องใช้การออกเสียงช้า ๆ และการควบคุมลมหายใจ

สิ่งที่ฉันได้จากการดูเรื่องนี้คือการสังเกตวิธีการฝึกออกเสียงทีละคำ ลองจดวิธีที่ตัวละครครูฝึกให้พูดซ้ำ ๆ แล้วนำมาลองออกเสียงเอง เช่น การฝึกทำเสียงพยางค์ยาว การเว้นวรรคระหว่างคำ และการใช้จังหวะให้อ่อน-หนักตามอารมณ์ อีกอย่างที่ชอบคือฉากสุดท้ายในการกล่าวสุนทรพจน์ซึ่งเป็นตัวอย่างดีของการฝึกมาอย่างเป็นระบบ การจำลองซีนสั้น ๆ แล้วฝึกพูดตามแบบเดียวกันช่วยให้ฉันเข้าใจความแตกต่างระหว่างสำเนียงธรรมดาและการพูดอย่างเป็นทางการได้ดีขึ้น
2025-12-31 18:36:15
9
Graham
Graham
ผู้รู้ ชาวนา
ฉันมักแนะนำหนังแอนิเมชันสำหรับผู้เริ่มต้นเพราะคำพูดชัดและประโยคไม่ซับซ้อน หนึ่งในเรื่องโปรดคือ 'Finding Nemo' ซึ่งมีบทสนทนาที่ใส่จังหวะและคำพูดซ้ำ ๆ ทำให้ง่ายต่อการจดจำ

ประโยชน์ที่ฉันเห็นเมื่อใช้หนังเรื่องนี้เรียนคือ:
- ประโยคสั้น ๆ และคำศัพท์ระดับพื้นฐาน เหมาะกับผู้เริ่มต้นจริง ๆ
- มีบทพูดที่เป็นมิตร เช่นวลีจากตัวละครที่ติดปาก ทำให้จำได้เร็วขึ้น
- น้ำเสียงและอารมณ์ของตัวละครช่วยให้เข้าใจกริยาท่าทางทางภาษา (intonation) ได้ดีขึ้น

เทคนิคง่าย ๆ ที่ฉันใช้เมื่อดู 'Finding Nemo' คือ ดูแบบมีซับภาษาอังกฤษตามก่อนหนึ่งรอบ แล้วปิดซับและพยายามจับคำสำคัญ ถ้ามีประโยคที่ชอบก็หยุดแล้วพูดตาม ทำซ้ำบ่อย ๆ การทำแบบนี้ช่วยให้การฟังค่อย ๆ ดีขึ้นโดยที่ไม่เบื่อ และยังรู้สึกมีแรงจูงใจเพราะหนังน่าดูอยู่แล้ว นี่คือวิธีที่ทำให้ฉันพัฒนาได้เร็วกว่าแค่ท่องศัพท์อย่างเดียว
2026-01-03 12:13:02
11
Hannah
Hannah
สายรีวิว ตำรวจ
ฉันเชื่อว่าหนังที่มีการเล่าเรื่องแบบเล่าเป็นคำพูด (narration) ชัดเจนและมีจังหวะการพูดไม่เร็วเกินไปจะช่วยพัฒนาการฟังได้ดี ดังนั้นฉันมักแนะนำ 'Forrest Gump' ให้เพื่อน ๆ นักเรียนภาษาอังกฤษหลายคน

หนังเรื่องนี้มีคนเล่าเรื่องตลอดเวลา ทำให้ได้ฝึกจับ tense, idiom และสำนวนที่ใช้บ่อย ๆ พร้อมกัน โดยเฉพาะบทพูดสั้นๆ และประโยคที่เรียบง่ายในฉากบนม้านั่ง เช่น ประโยคที่มีโครงสร้างซ้ำ ๆ ช่วยให้จำแกรมมาร์พื้นฐานได้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังท่องหนังสือ นอกจากนี้สำเนียงของตัวเอกค่อนข้างชัดเจนและไม่เร็วมาก เหมาะกับการฝึก shadowing — ฟังแล้วพูดตามทันที

วิธีที่ฉันใช้อย่างได้ผลคือเลือกฉากสั้นๆ มาซ้ำ ๆ สองถึงสามรอบ รอบแรกดูพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ รอบสองปิดซับไตเติ้ล พยายามจับคำศัพท์และโครงประโยคที่ซ้ำ และรอบสุดท้ายลองพูดตามแบบเดียวกับตัวละคร การจดสำนวนสั้น ๆ เช่นสำนวนเกี่ยวกับความทรงจำหรือคำคมในหนังแล้วนำไปใช้เองจะทำให้ภาษามีชีวิตและจดจำได้ดีขึ้น เรื่องนี้สอนให้ฉันเพลิดเพลินกับการเรียนภาษาโดยไม่เครียด ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ยังคงสนุกสำหรับฉันจนถึงวันนี้
2026-01-04 10:40:12
5
Toutes les réponses
Scanner le code pour télécharger l'application

Livres associés

Autres questions liées

นักเรียนจะดูหนังดังเพื่อฝึกภาษาอังกฤษได้อย่างไร

3 Réponses2026-01-03 08:40:22
การฝึกภาษาอังกฤษผ่านการดูหนังทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อและเต็มไปด้วยบริบทที่จับต้องได้จริง ผมเริ่มด้วยการเลือกหนังที่มีบทสนทนาเรียบง่ายและมีซับไตเติ้ลสองภาษา เช่น 'Forrest Gump' เพราะบทพูดชัดเจน ไม่เร็วเกินไป และเต็มไปด้วยประโยคสั้น ๆ ที่จำได้ง่าย ดูรอบแรกโดยเปิดซับไทยเพื่อเข้าใจเรื่องราวโดยรวม แล้วดูรอบที่สองโดยเปิดซับอังกฤษเพื่อจับโครงประโยคและคำศัพท์ จากนั้นก็หยิบฉากสั้น ๆ ที่ชอบมาเล่นซ้ำ ๆ เพื่อฝึกการออกเสียงและสำเนียงแบบ shadowing การทำแบบนี้ช่วยให้คำศัพท์ติดหูและประโยคธรรมชาติค่อย ๆ ซึมเข้าไป การจดโน้ตแบบเรียบง่ายช่วยได้มาก บันทึกประโยคที่ใช้บ่อย แยกคำศัพท์ตามหัวข้อ เช่น คำที่เกี่ยวกับอารมณ์ คำที่ใช้ในบทสนทนา และสำนวนที่พบบ่อย แล้วเอาไปใช้พูดหรือเขียนสั้น ๆ วันละนิด ผมมักจะแท็กเวลาของฉากที่อยากจดไว้เพื่อกลับมาดูซ้ำ และพยายามเลียนสำเนียงของตัวละครที่ชอบบ้าง แม้จะไม่เป๊ะก็ช่วยให้การพูดไหลขึ้นกว่าการท่องศัพท์เฉย ๆ ในท้ายที่สุด การดูหนังเพื่อฝึกภาษาเป็นการผสมระหว่างความสนุกและการฝึกจริงจัง ถ้าแบ่งเวลาให้เป็นระบบ ดูซ้ำ โดยมีเป้าหมายชัดเจน เช่น เพิ่มคำศัพท์ 10 คำต่อหนัง หรือฝึก shadowing ฉากละ 5 นาที ผลลัพธ์จะมาช้าแต่คงทน และสนุกกว่าการนั่งท่องทุกวันเยอะ

นักเรียนจะหาหนังดี netflix สอนประวัติศาสตร์เรื่องไหนได้บ้าง

5 Réponses2026-05-13 08:07:59
อยากแนะนำเรื่อง 'The Trial of the Chicago 7' เป็นอันดับแรก เพราะหนังให้บทเรียนสองชั้นที่นักเรียนจับต้องได้ ทั้งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ปี 1968 และการตั้งคำถามต่อระบบยุติธรรม ผมมองว่าเนื้อเรื่องที่วนอยู่ระหว่างการประท้วง การจับกุม และการพิจารณาคดี เป็นตัวอย่างชั้นดีสำหรับการสอนเรื่องสิทธิพลเมือง การชุมนุมอย่างสันติ และการเมืองอเมริกันช่วงสงครามเวียดนาม ภาพการประท้วงบนถนนกับบรรยากาศห้องพิจารณาคดีเชื่อมให้เห็นว่าเหตุการณ์สังคมสามารถสะท้อนมาในระบบกฎหมายได้อย่างไร การใช้หนังชิ้นนี้ในห้องเรียนช่วยให้ตั้งคำถามกับแหล่งข้อมูลได้ง่าย เช่น แยกแยะข้อเท็จจริงกับการตีความของผู้สร้าง เพิ่มกิจกรรมให้เด็กๆ เปรียบเทียบบันทึกประวัติศาสตร์กับบทภาพยนตร์ แล้วคุยกันเรื่องจริยธรรมของการตัดต่อหรือดัดแปลงประวัติศาสตร์ ผมชอบตอนที่ศาลกลายเป็นเวทีทางการเมือง เพราะมันกระตุ้นการอภิปรายได้ตรงจุดและจบด้วยความรู้สึกว่าการเรียนประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นแค่การท่องวันที่ผ่านมาเท่านั้น

นักเรียนควรดูหนังภาษาอังกฤษ แบบไหนเพื่อเพิ่มคำศัพท์?

5 Réponses2026-07-02 20:59:53
พูดถึงการเลือกหนังเพื่อฝึกศัพท์แล้ว ผมมองว่าควรเริ่มจากงานที่มีบทสนทนาชัดเจนและมีระดับภาษาให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะหนังที่ผสมทั้งบทพูดเป็นทางการและไม่เป็นทางการอย่าง 'The King's Speech' กับ 'Good Will Hunting' จะช่วยให้เห็นความต่างของโทนภาษาได้ดี ฉันเคยใช้วิธีดูหนังรอบแรกแบบมีซับไทยเพื่อเข้าใจพล็อต แล้วมาดูรอบสองแบบมีซับอังกฤษเพื่อจับคำศัพท์ที่ใช้บ่อย ๆ จากนั้นจะจดคำ-วลีที่มักโผล่ซ้ำ ๆ แล้วเอาไปฝึกพูดตาม (shadowing) กับฉากสั้น ๆ การแบ่งตอนดูแบบนี้ทำให้คำศัพท์คงทนกว่าการดูรวดเดียวจบ นอกจากนี้หนังที่ใช้คำศัพท์เชิงวรรณกรรมหรือประโยคยาว ๆ เช่น 'Dead Poets Society' จะดีสำหรับคนอยากขยายคำศัพท์ระดับสูง แต่ถ้าอยากฝึกประโยคธรรมดา ๆ ให้ชีวิตประจำวัน งานที่มีบทสนทนาแบบเรียล ๆ จะช่วยได้มากกว่าพล็อตที่เน้นภาพเพียงอย่างเดียว

นักศึกษาที่อยากดูหนังออน เพื่อฝึกภาษาอังกฤษควรเลือกเรื่องใด?

4 Réponses2026-05-16 17:13:26
เริ่มจากหนังที่มีบทสนทนาเป็นภาษาพูดชัดเจนและคำศัพท์ไม่ซับซ้อนจะช่วยให้การฝึกภาษาอังกฤษสนุกขึ้นมาก ผมมักแนะนำให้เริ่มที่หนังแบบเล่าเรื่องเรียบง่ายและอารมณ์อบอุ่นอย่าง 'Forrest Gump' เพราะบทพูดตรงไปตรงมา มีคำศัพท์พื้นฐานและสำนวนที่ใช้บ่อย ฉากพูดคุยแบบวันต่อวันทำให้จับจังหวะการออกเสียงและโครงสร้างไวยากรณ์ได้ง่ายขึ้น อีกเรื่องที่ผมชอบใช้เป็นตัวอย่างสำหรับผู้เริ่มต้นคือ 'Toy Story' ซึ่งเป็นแอนิเมชันที่ภาษาเป็นมิตรต่อผู้เรียนและมีบทสนทนาแบบ informal ที่พบในชีวิตจริง เทคนิคที่ผมใช้ด้วยตัวเองคือ เริ่มจากซับไตเติลภาษาอังกฤษแล้วดูซ้ำอีกครั้งโดยปิดซับ จากนั้นเลือกฉากสั้น ๆ มาซ้อมพูดตาม (shadowing) และจดศัพท์หรือสำนวนที่ยังไม่รู้ วิธีนี้ช่วยให้ไม่รู้สึกท่วมและยังพัฒนาการฟังกับการออกเสียงควบคู่กันได้ ตรงท้ายที่สุดแล้ว การดูแบบสบาย ๆ ที่ไม่เครียด ทำให้ทักษะค่อย ๆ ดีขึ้นโดยไม่เบื่อ

วัยรุ่นควรดูหนัง x สาวนักเรียน เรื่องไหนบ้าง?

5 Réponses2026-04-29 03:33:51
นี่คือเรื่องที่ฉันคิดว่าน่าดูสำหรับวัยรุ่นที่กำลังมึนกับการเลือกทางเดินชีวิตและอยากได้มุมมองโรแมนติกผสมแฟนตาซี: 'The Girl Who Leapt Through Time' เป็นหนังที่ใช้ไทม์ทราเวลเป็นกรอบเพื่อเล่าเรื่องการเป็นวัยรุ่นอย่างตรงไปตรงมา ฉันชอบว่าหนังไม่ยึดติดแค่ความว้าวของการย้อนเวลา แต่เอาเวลานั้นมาเป็นกระจกให้ตัวละครเห็นผลของการตัดสินใจเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งมิตรภาพ ความรัก และความรับผิดชอบ ทำให้ฉันรู้สึกว่าการเติบโตไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ มีพลาดก็แก้ไขได้ บทส่งท้ายของหนังทิ้งร่องรอยอบอุ่นแบบจางๆ ที่ทำให้คิดถึงช่วงเวลาที่อยากหยุดเอาไว้ แต่ก็รู้ว่าต้องเดินต่อไป เหมาะกับวัยรุ่นที่อยากมองอนาคตด้วยสายตาที่อ่อนโยนและจริงใจ

คนไทยควรดูหนังดังปี 2025 เรื่องไหนบ้าง

3 Réponses2026-01-03 10:06:14
ปี 2025 นี่มีหนังที่ควรจับตามองหลายแนว ทำให้ผมตื่นเต้นกับจอใหญ่และการเล่าเรื่องที่หลากหลายมากกว่าปีก่อนๆ ผมอยากเริ่มจากหนังบล็อกบัสเตอร์ที่มักจะเป็นเหตุผลให้คนรวมตัวไปดูพร้อมกันในโรง ตัวอย่างที่ผมชอบคิดถึงเมื่อพูดถึงปัจจัยแบบนี้คือความรู้สึกตื่นเต้นแบบเดียวกับที่เคยได้จาก 'Top Gun: Maverick' — ถ้าปีนี้มีงานภาพและซีนแอ็กชันยิ่งใหญ่ที่ทำเทคนิคมาเต็ม คนไทยหลายคนยังคงชอบไปชมในโรงที่เสียงกระหึ่มและจอสว่าง อีกกลุ่มที่ผมให้ความสำคัญคือหนังรางวัลหรือหนังเทศกาลแบบเนื้อหาเข้มข้น เหมือนกับการดู 'Parasite' ที่พลิกมุมมองสังคมให้เราได้คุยกันยาวๆ เรื่องแบบนี้มักถูกพูดถึงหลังฉายและกลายเป็นบทสนทนาในสังคม ถ้าอยากได้ประสบการณ์หลังดูที่มีเรื่องให้คิด หนังอิสระจากเทศกาลล่ะเป็นตัวเลือกที่ดีสุดท้าย ผมมักชอบผสมระหว่างดูหนังใหญ่เพื่อความสนุก และหนังเล็กเพื่อความคิด แล้วออกจากโรงด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ไม่เหมือนกัน

นักเรียนจะ ดูหนังmovie เพื่อฝึกภาษาอังกฤษได้อย่างไร

5 Réponses2026-03-03 17:26:54
เริ่มจากการเลือกหนังที่ตรงระดับภาษาก่อนแล้วกัน — นี่คือกุญแจที่ทำให้การดูหนังเพื่อฝึกภาษามีประสิทธิภาพมากขึ้น。 เมื่อเริ่ม ฉันมักเลือกหนังที่บทสนทนาไม่ซับซ้อน เช่น 'The Lion King' เพราะคำศัพท์ซ้ำ ๆ และจังหวะการพูดชัดเจน เหมาะกับการจับโครงสร้างประโยคพื้นฐาน จากนั้นค่อยไต่ระดับไปดูหนังที่มีการเล่าเรื่องโดยบรรยายอย่าง 'Forrest Gump' ซึ่งจะช่วยให้คุ้นกับเล่านิทานและสำนวนที่เป็นธรรมชาติ เทคนิคนึงที่ฉันใช้คือดูแบบแบ่งขั้นตอน: ดูครั้งแรกแบบไม่เปิดซับ รับฟังเพื่อจับน้ำเสียงและสำเนียง ดูครั้งที่สองเปิดซับภาษาแม่เพื่อเข้าใจบริบท แล้วดูครั้งที่สามเปิดซับภาษาอังกฤษพร้อมหยุด-ทวนประโยคที่ยาก นอกจากนี้ยังชอบฝึก 'shadowing' ทำซ้ำประโยคตามตัวละครทันทีที่ได้ยิน เพื่อปรับจังหวะการหายใจและสำเนียง การจดคำศัพท์ใหม่พร้อมตัวอย่างประโยคเล็ก ๆ และทบทวนเป็นประจำก็ช่วยมาก สุดท้ายแนะนำบันทึกเสียงตัวเองพูดประโยคจากหนังแล้วเทียบกับต้นฉบับ วิธีนี้เจ็บปวดแต่วัดความก้าวหน้าได้ชัดเจน และจะเห็นว่าความเข้าใจภาษาพัฒนาไปทีละนิดอย่างคุ้มค่า

คนอยากเรียนภาษาอังกฤษควรเริ่มดูหนังการ์ตูนภาษาอังกฤษเรื่องไหน

4 Réponses2025-11-08 11:27:27
ลองเริ่มจากซีรีส์สั้น ๆ อย่าง 'Peppa Pig' ถ้าต้องการทางเข้าที่เบา หวาน และไม่ซับซ้อน ฉันมักจะแนะนำให้คนเริ่มต้นดูเรื่องนี้ก่อน เพราะประโยคสั้น ๆ วลีซ้ำ ๆ และคำศัพท์พื้นฐานที่ใช้บ่อย ทำให้สมองคุ้นกับจังหวะภาษาโดยไม่ต้องเครียด อีกเรื่องที่ฉันชอบแนะนำคือ 'Bluey' ซึ่งเป็นแบบออสเตรเลีย น้ำเสียงเป็นมิตรและแสดงบทสนทนาในครอบครัวจริงจังน้อยกว่าแต่เต็มไปด้วยสำนวนง่าย ๆ ดูแล้วได้ทั้งคำศัพท์เกี่ยวกับกิจกรรมประจำวันและวิธีการใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ ทั้งสองเรื่องเหมาะกับการเปิดซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษแล้วค่อย ๆ ปิดเมื่อเริ่มฟังรู้เรื่องมากขึ้น ข้อดีของการเริ่มจากงานประเภทนี้คือได้เรียนรู้คำที่ใช้จริงในชีวิตประจำวันโดยไม่ถูกถาโถมด้วยบทพูดยาว ๆ ความต่อเนื่องของตอนสั้น ๆ ยังสร้างโมเมนตัมให้กลับมาดูทุกวันจนเกิดนิสัยฝึกฟังแบบไม่รู้ตัว

พ่อแม่ควรพาเด็กดูหนัง hollywood ดังๆ เรื่องไหนได้บ้าง

3 Réponses2026-06-04 15:21:51
ทุกครั้งที่มีเวลาว่างกับลูก ฉันมักจะเลือกหนังที่เล่าเรื่องง่ายแต่มีหัวข้อให้คุยกันหลังดู การเริ่มด้วยหนังที่อบอุ่นอย่าง 'Finding Nemo' เหมาะกับเด็กเล็กเพราะภาพสวยและมุกตลกเยอะ แต่ต้องเตือนเรื่องฉากแยกจากพ่อแม่และตัวละครที่หายไป ซึ่งอาจทำให้เด็กบางคนกลัวได้ ฉันมักหยุดหนังชั่วคราวเพื่ออธิบายว่าตัวละครกำลังรู้สึกยังไง แล้วค่อยต่อ จังหวะนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจความสัมพันธ์และความกล้าหาญโดยไม่ต้องตกใจ เมื่อเด็กโตขึ้นอีกนิด หนังอย่าง 'Toy Story' กับ 'The Incredibles' ให้บทเรียนเรื่องมิตรภาพ ความรับผิดชอบ และการยอมรับความแตกต่าง ฉันชอบใช้ฉากที่ตัวละครต้องตัดสินใจสำคัญเป็นจุดเริ่มคุยถึงค่านิยม และคัดฉากที่รุนแรงออกหรืออธิบายก่อนฉาย ส่วนวัยรุ่นที่อยากได้งานภาพทันสมัยกับเนื้อหาเข้มข้นกว่าเล็กน้อย 'Spider-Man: Into the Spider-Verse' ให้ทั้งสไตล์และเรื่องราวการเติบโตที่ดูได้ตั้งแต่อายุราว 10 ปีขึ้นไป โดยสรุปคือเลือกตามระดับความกลัว ความเข้าใจ และสิ่งที่อยากสอนเป็นหลัก แล้วอย่าลืมคุยกับเด็กหลังดูจะได้เข้าใจกันมากขึ้น

มีภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องไหนเหมาะสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ?

4 Réponses2026-06-12 11:48:44
อยากแนะนำหนังที่ดีสำหรับฝึกภาษาอังกฤษซึ่งเน้นการออกเสียงชัดและคำศัพท์ทางการ: 'The King's Speech' เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของฉัน ฉากการฝึกร่วมกับนักบำบัดคำพูด การเตรียมสุนทรพจน์ และฉากสุดท้ายที่เขาพูดออกอากาศ ให้มุมมองเชิงเทคนิคว่าเสียง พยางค์ และจังหวะการพูดมีความสำคัญอย่างไร ฉันมักจะหยุดฉากสั้น ๆ แล้วเลียนแบบจังหวะกับเน้นสระหรือพยัญชนะที่ต่างจากภาษาไทย ซึ่งช่วยเรื่องการออกเสียงและความมั่นใจในการพูดอย่างมาก การใช้วิธี shadowing กับบทพูดของพระราชาในฉากที่เป็นสุนทรพจน์จะฝึกทั้งจังหวะและการไต่ระดับน้ำเสียง อีกเทคนิคที่ฉันใช้คืออ่านทรานสคริปต์ตามไปพร้อมฟัง เพื่อจับศัพท์ฟอร์มทางการในบริบท เช่นคำว่า 'address' ในความหมายเชิงสุนทรพจน์ หรือสำนวนที่ใช้ในเหตุการณ์สำคัญ สรุปคือถ้าต้องการฝึกภาษาแบบเป็นทางการและการออกเสียงที่ชัดเจน 'The King's Speech' เหมาะสุด ๆ
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status