ต่อมาจะพิจารณาการถ่ายทอดสำนวนของตัวละครแต่ละคนอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่คำที่พูดแต่รวมถึงระดับการใช้ภาษาที่สะท้อนวัย สถานะ และที่มาทางวัฒนธรรม บางตัวละครอาจพูดสำนวนโบราณหรือใช้สำนวนเปรียบเปรยแบบจีนโบราณ ฉันมักเลือกเส้นกลางระหว่างความคงเดิมและการอ่านลื่นในภาษาไทย โดยยืมเทคนิคจากการแปลนิยายสายแฟนตาซีอย่าง 'The Name of the Wind' ที่ต้องรักษาจังหวะบทกวีพร้อมกับการเล่าเชิงนิยม
โทนภาษาของ 'ธี่หยด' มักท้าทายเพราะผสมบทกวีเข้ากับบทสนทนาธรรมดา การตัดสินใจว่าจะรักษาคำคล้องจองหรือปล่อยให้เป็นประโยคธรรมดาจึงขึ้นกับฉากและความสำคัญของบรรทัดนั้นๆ โดยส่วนตัวฉันคิดว่าควรรักษาโครงสร้างเชิงเสียงเมื่อมันทำหน้าที่เชิงอารมณ์อย่างชัดเจน แต่ถ้าการบังคับให้คล้องจองทำให้เนื้อหาสับสน ก็ควรเลือกความชัดเจน ตัวอย่างการตัดสินใจลักษณะนี้มักพบได้เมื่อเปรียบเทียบกับงานแปลคลาสสิกอื่นๆ อย่าง 'The Lord of the Rings' ที่บางครั้งเลือกแปลบทกวีแบบย่อเพื่อรักษาความรู้สึกโดยรวม แนะนำให้ทำร่างหลายเวอร์ชันและอ่านออกเสียงเพื่อดูว่าความรู้สึกมันยังทำงานในภาษาไทยไหม จบด้วยความคิดว่างานแปลที่ดีคือการรักษาจิตวิญญาณของต้นฉบับไว้ในขณะที่ให้ผู้ชมไทยอ่านได้อย่างสบายใจ
One night stand ที่ตามหากันแทบตาย สุดท้ายก็อยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง...
"นี่! ปล่อยได้แล้ว"
“โอ๊ย... ไอ้บ้า ต้องการอะไรอีกฮะ ได้ไปทั้งตัวแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ”
ทรงโปรดเงยหน้าจากซอกคอขาวผ่อง นัยน์ตาเขาส่งประกายกรุ่นโกรธขณะที่สบดวงตาที่มีแววดื้อรั้นของคนในอ้อมกอด
“ผมบอกไปแล้วใช่ไหม ว่าผมไม่วันไนท์กับคุณ”