Share

ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ
ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ
Author: กระดิ่งจันทร์

บทนำ

last update Last Updated: 2026-02-01 08:00:59

“กรี๊ด!!!”

ตูม!!

เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของแข็งตกกระแทกลงไปในสระบัวขนาดใหญ่กลางจวนเหรินอี้โหว ปลุกให้ทุกคนในจวนต้องเร่งเดินออกมาสังเกตการณ์ตามต้นเสียงว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

ร่างดรุณีน้อยนางหนึ่งในชุดอุยกูร์ทะมัดทะแมงด้วยนางสวมกางเกงขายาวทรงหลวมเอาไว้ภายใต้เสื้อคลุมตัวยาว สองเท้าก้าววิ่งยาว ๆ ตรงไปที่เกิดเหตุในทันใด

ผมสีน้ำตาลเข้มถักเปียสองข้างประดับด้วยลูกปัดอยู่ภายใต้ดอปป้าสีสันสดใส ซึ่งเป็นเครื่องสวมศีรษะติดกายของชาวอุยกูร์สะบัดพลิ้วไหวไปตามแรงวิ่ง ใบหน้าเรียวยาว โดดเด่นด้วยจมูกที่โด่งเป็นสันแตกต่างจากแม่นางในเมืองหลวง ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างคนสุขภาพดีกำลังเม้มแน่น

ยา อัลลอฮ์! ขอให้ข้าไปทันด้วยเถิด!!

“ตี๋ลี่เสวี่ย! เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด? คุณหนูใหญ่สั่งให้เจ้าไปเอารังนกมาให้คุณหนูรองมิใช่รึ?” เสียงสาวใช้ที่ยืนอยู่ริมสระบัวเอ่ยถามขึ้นเสียงดัง พร้อมทั้งกางแขนกันมิให้ตี๋ลี่เสวี่ยเข้าไปถึงสระน้ำนั้นได้ “แล้วไหนรังนกที่คุณหนูใหญ่สั่งเล่า?”

“ซิ่วหรง! เจ้าถอยไปนะ” ตี๋ลี่เสวี่ยตะโกนตอบกลับมา ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มีไฝใต้ตาขวาจะเหลือบเห็นร่างคุณหนูรองของตนในชุดที่เปียกชุ่มจนแนบเนื้อกำลังตะเกียกตะกายอยู่กลางสระบัว

เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง พยายามตะเกียกตะกายอยู่กลางสระบัว สองเท้าถีบมวลน้ำ เพื่อผลักดันตัวเองให้ขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำที่เย็นยะเยือก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวจ้องมองไปยังขอบสระที่ดูห่างไกลเหลือเกิน

กอปรกับเสื้อผ้าอาภรณ์ของคุณหนูในเมืองหลวงที่รุ่มร่ามและซับน้ำ ยิ่งตกน้ำเช่นนี้ก็ยิ่งพันแข้งพันขานางราวกับเป็นพันธนาการที่ฉุดรั้งให้นางจมดิ่งสู่ก้นสระบัว

ริมสระบัวนั้น มี เจิ่งหย่าหลิน คุณหนูใหญ่ของจวนเหรินอี้โหว ที่กำลังยืนมองด้วยแววตาเย็นชา ในมือถือท่อนไม้ไผ่ยาวเรียว นางไม่ได้ลงมือสั่งการเอง หากแต่กลับชี้นิ้วสั่งเสี่ยวผิง สาวใช้อีกนางที่ยืนข้างกายให้จัดการมิให้คุณหนูรองว่ายเข้ามาถึงฝั่งได้

เมื่อใดที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพยายามจะโผล่หน้าขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำอย่างยากลำบาก ท่อนไม้ไผ่ก็จะจิ้มลงมา เขี่ยศีรษะที่ชุ่มน้ำของนางให้จมดิ่งลงไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า จนนางเริ่มหายใจไม่ออก ปอดแสบร้อนด้วยน้ำที่สำลักเข้าไป ความมืดมิดเริ่มกลืนกินสติสัมปชัญญะ

ลี่ลี่! ช่วยข้าด้วย!!

ซิ่วหรง สาวใช้ประจำตัวของคุณหนูใหญ่กางแขนกว้าง พร้อมเยาะยิ้มอย่างท้าทาย “ข้าไม่ถอย! แล้วเจ้าจะทำสิ่งใดข้าได้!?”

ตี๋ลี่เสวี่ยเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงอย่างขุ่นเคือง นางมิใช่แม่นางในห้องหอที่ต้องระมัดระวังวาจาและการกระทำ ด้วยแรงกายที่นางวิ่งมาแต่ไกลก็พร้อมที่จะส่งให้นางเข้าปะทะอีกฝ่ายได้เต็มแรง

“ตี๋ลี่เสวี่ย! เจ้าจะทำสิ่งใดน่ะ? กรี๊ด!!”

ตูม!! ตูม!!

ตี๋ลี่เสวี่ยไม่ผ่อนแรงวิ่งเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังง้างฝ่าเท้ามาแต่ไกล เมื่อใกล้ถึงสระบัว นางก็ถีบซิ่วหรงที่ขวางนางอยู่ให้ตกน้ำไปด้วยกัน พร้อมทั้งกระโดดลงน้ำ เพื่อไปช่วยคุณหนูรองของตนอย่างทุลักทุเล

“ลี่ลี่! อึก! ลี่ลี่! แค่ก ชะ... ช่วยด้วย!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งตะโกนด้วยเสียงสำลักน้ำดังแผ่วเบา เมื่อใบหน้าของนางโผล่พ้นน้ำ ก่อนที่จะจมลงไปอีกครั้ง

ตี๋ลี่เสวี่ยใช้พละกำลังทั้งหมดว่ายเข้าไปหาร่างที่อ่อนปวกเปียก นางสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกของน้ำและร่างที่ไร้เรี่ยวแรง นางคว้าแขนของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้แน่น ก่อนจะออกแรงพยุงศีรษะให้พ้นผิวน้ำอย่างทุลักทุเล

เสื้อผ้าที่เปียกปอนทำให้ร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งหนักอึ้งราวกับก้อนหิน ตี๋ลี่เสวี่ยต้องออกแรงว่ายน้ำด้วยขาและแขนอีกข้างหนึ่ง พลางลากร่างที่แทบหมดสติของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเข้าหาฝั่งช้า ๆ

“ฮึบไว้! อย่าหมดสติไปนะ!” ตี๋ลี่เสวี่ยพยายามตะโกนปลุกอีกฝ่ายให้รู้สึกตัว สายตาดุดันของนางกวาดมองไปทางเจิ่งหย่าหลินที่ยืนตะลึงงันไปแล้ว ในขณะที่เสี่ยวผิงพยายามช่วยซิ่วหรงที่ถูกตี๋ลี่เสวี่ยถีบตกน้ำให้กลับขึ้นมา

“เอะอะสิ่งใดกัน!” เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังมาจากทางเดินที่มืดสลัวเบื้องหลังต้นหลิว เจิ่งเหยียนป๋อ หรือ เหรินอี้โหว เดินเข้ามาพร้อมฮูหยินเอกอย่างฉินหรูเยว่ หรือ ฉินซื่อ “หลินเอ๋อร์! เกิดสิ่งใดขึ้น?”

เจิ่งหย่าหลินรีบเอ่ย พร้อมบีบน้ำตา “ท่านพ่อ! เป็นข้ามิดีเอง แต่เดิม อิ๋งเอ๋อร์ก็มีร่างกายไม่แข็งแรง ข้าเพียงแต่หวังดีว่าคืนนี้ ดวงจันทร์ช่างงามนัก จึงได้ชวนอิ๋งเอ๋อร์มาชมจันทร์ด้วยกัน หากแต่อิ๋งเอ๋อร์ไม่ระวังจึงได้พลัดตกน้ำไปเจ้าค่ะ”

เจิ่งหย่าหลินตอบได้อย่างลื่นไหล โดยไม่รู้สึกผิด เพราะนางรู้ดีว่าอย่างไรในใจของบิดา บุตรสาวคนโตจากฮูหยินเอกเช่นนางย่อมมีความสำคัญมากกว่าบุตรีจากอนุทั้งหลายในจวนของบิดาอยู่แล้ว

อีกทั้งฉินซื่อ มารดาของนางก็อยู่ตรงนี้ด้วย บิดาจะกล้าหักหาญน้ำใจของมารดาได้เชียวหรือ?

เหรินอี้โหวได้แต่เม้มริมฝีปากอย่างจนใจ แม้ว่าเขาจะรู้ความจริงทุกอย่างเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งได้ ก็ผู้ใดปล่อยให้เขายอมตกลงกับฉินซื่อแต่แรกเล่า

ในการแต่งงานระหว่างเจิ่งเหยียนป๋อและฉินหรูเยว่นั้น หาได้มีความรักลึกซึ้งแม้แต่น้อย มีเพียงสถานะทางสังคมเท่านั้น จวนเหรินอี้โหวของเขาต้องการทรัพย์สินของตระกูลฉิน เพื่อประคับประคองหน้าตา ขณะที่ตระกูลฉินก็ต้องการเกี่ยวดองกับตระกูลขุนนาง เพื่อสร้างหน้าตาด้วยเช่นกัน

ฉินซื่อจึงได้เสนอข้อตกลงที่จะให้เขามีอนุมากมายเท่าใดก็ได้ แต่จะต้องให้เป็นเพียงอนุเท่านั้น ไม่อาจยกให้เป็นชายารองได้โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ บุตรของอนุทุกคน ฉินซื่อก็สัญญาว่าจะเลี้ยงดูให้เป็นอย่างดี มิให้ขาดตกบกพร่องประการใด

ด้วยจวนเหรินอี้โหวนั้น มีแต่บุตรสาว ไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวสายตรงคนโตจากฮูหยินเอกอย่างเจิ่งหย่าหลิน หรือบุตรีจากอนุอย่างเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง เจิ่งซูเหยา เจิ่งเหม่ยอี้ และเจิ่งเมี่ยวหลิง จึงกลายเป็นปัญหาหนักใจของเหรินอี้โหวมาโดยตลอด

“ฮูหยิน...” เหรินอี้โหวเอ่ยได้เพียงเท่านั้น

ฉินซื่อก็รีบตอบกลับในทันใด “เรื่องนี้มิใช่ความผิดของหลินเอ๋อร์นะเจ้าคะ อิ๋งเอ๋อร์ไม่ระวังเอง แต่ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะตามหมอมาดูแลอาการของอิ๋งเอ๋อร์นะเจ้าคะ”

ในระหว่างที่ครอบครัวจวนเหรินอี้โหวกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น สองร่างของบุรุษและสตรีก็วิ่งตามมาจากด้านหลังด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกไม่แพ้กัน

“ดิลลี่!!” ดวงตาของกู่ลี่น่าเบิกกว้าง เมื่อเห็นบุตรสาวของตนอยู่ในสภาพปางตายริมสระบัวที่เย็นเฉียบ

หนู่เอ๋อร์เจียง ผู้เป็นบิดาของตี๋ลี่เสวี่ยรีบเข้าไปช่วยพยุงร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่อยู่ในอ้อมแขนของบุตรสาวให้ขึ้นฝั่งอย่างยากลำบาก โดยมีกู่ลี่น่าเข้าไปช่วยประคองร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งให้นอนราบอยู่ข้างสระบัว

จากนั้น สองสามีภรรยาชาวอุยกูร์ก็รีบส่งมือไปรั้งร่างบุตรสาวขึ้นจากน้ำ โดยที่ไม่สนความเย็นเยียบและเปียกชื้นนั้นเลยแม้แต่น้อย

“ดิลลี่! ลูกแม่เป็นอย่างไรบ้าง?” กู่ลี่น่าร้องถามด้วยความเป็นห่วง พลางลูบมือไปตามเนื้อตัวของบุตรสาว

ในขณะที่หนู่เอ๋อร์เจียงโอบกอดนางไว้แน่นราวกับต้องการมอบความอบอุ่นทั้งมวลให้ “เจ้าอุ่นขึ้นบ้างหรือไม่?”

ตี๋ลี่เสวี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนแรง สองคนจึงได้เบาใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำของพวกเขาทั้งหมดนั้น ตกอยู่ในสายตาอ่อนแสงของใครบางคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเหลือบสายตาไปมองบิดาบังเกิดเกล้าที่ยังสนทนาอยู่กับท่านแม่ใหญ่ โดยที่ไม่สนใจว่านางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะเบนสายตากลับมาเห็นความรักและความห่วงใยของครอบครัวชาวอุยกูร์เล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ นี้

อิจฉาจัง... อิจฉาเหลือเกิน...

ข้าเองก็ปรารถนาที่จะได้รับความรักเช่นนี้บ้างเหมือนกัน...

ความรู้สึกสุดท้ายดังก้องขึ้นในจิตใจ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดับมืดลง ในขณะที่จี้หยกที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อของนางจะเปล่งแสงขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 15

    วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งมาถึงวันแต่งงานของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งและอาซือหลัน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมาถึงเมืองหนิงเปียน นางยังไม่เคยได้พบหน้าอาซือหลัน คู่หมั้นของตนเลยแม้แต่ครั้งเดียวหากแต่มีหีบของขวัญ เครื่องประดับ และเสื้อผ้าอาภรณ์มาส่งที่จวนอันจวี๋มิได้ขาดในนามว่าที่สามีของนาง ด้วยข้ออ้างที่ว่าแม่ทัพอาซือหลันติดภารกิจทางการทหารเร่งด่วนจึงไม่อาจปลีกตัวมาได้ และต้องเร่งภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนวันวิวาห์ดังนั้น ต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่าจึงเข้ามาเป็นเจ้าภาพคอยจัดแจงงานทุกอย่างอย่างเต็มตัว โดยพวกเขาตกลงกันว่าจะจัดงานเป็นสามช่วงหลัก คือ พิธีต้อนรับเจ้าสาวแบบจงหยวน พิธีนิกะห์ตามศาสนาของอุยกูร์ และพิธีทางการและงานเลี้ยงตอนค่ำแม้ว่าทั้งสองครอบครัวจะเป็นชาวอุยกูร์ หากแต่สถานะทางสังคมทางฝ่ายเจ้าบ่าวที่กึ่งรับราชการกับทางแคว้นต้าจิ้ง และมีผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีในงานหลากหลายชนเผ่า ดังนั้น งานแต่งงานของอาซือหลันจึงจำเป็นต้องจัดแบบครบทุกพิธีการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับแขกผู้มาเยือนทุกคนชุดเจ้าสาวของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้รับการสั่งทำข

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 14

    ขบวนรถม้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านซุ้มประตูเมืองหนิงเปียน ทิ้งความอึกทึกครึกโครมของการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลังเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเลื่อนม่านหน้าต่างออกมามองสองข้างทางอย่างตื่นเต้นนี่คือชีวิตที่นางได้เลือกไว้แล้ว โดยแลกกับการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นใหม่ และนี่คือดินแดนแห่งใหม่ที่นางใฝ่ฝัน!เมืองหนิงเปียนไม่ได้เป็นเมืองที่มีบรรยากาศเคร่งขรึมหรือต้องระมัดระวังสงวนวาจาท่าทางให้อยู่ในกรอบคุณธรรมอันดีเฉกเช่นที่เมืองหลวง แต่ที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวเสียงตะโกนห้าว ๆ เพื่อขายเนื้อแกะย่างของพ่อค้าชาวอุยกูร์ดังสลับกับสำเนียงจงหยวนที่กำลังต่อรองราคาผ้าไหมอย่างสนุกสนาน สองข้างทางเต็มไปด้วยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจผ้าไหมหรูหราจากเมืองหลวงถูกวางเคียงคู่กับเครื่องเทศสีสันสดใสจากดินแดนตะวันตก และพรมทอขนสัตว์หนานุ่มจากชนเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง แล้วนำมาวางขายแลกเปลี่ยนกันชาวเมืองสวมเสื้อผ้าที่ผสมผสานกันอย่างอิสระ ทั้งชุดยาวแบบจงหยวนและเสื้อคลุมขนสั

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 13

    เสียงของจาฟฟาร์ร้องบอกขึ้นนอกรถม้า เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจรีบเลิกม่านขึ้นมาทันใด ในขณะที่กู่ลี่น่าตรวจสอบความเรียบร้อยของผ้าคลุมผมอีกครั้ง “ดิลลี่ เจ้าติดดอปป้าดีแล้วรึ?”“ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองบรรยากาศที่นอกรถม้าต่ออย่างสนอกสนใจขบวนคุ้มกันเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ จนมาหยุดที่หน้ากำแพงเมืองหนิงเปียน ทันทีที่ล้อเกวียนหยุดลง กลองศึกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนป้อมปราการก็ถูกตีขึ้นมาสามครั้งตึง! ตึง! ตึง!เบื้องหน้าประตูเมืองหนิงเปียน ปรากฏขบวนทหารม้าและหน่วยองครักษ์ในชุดเกราะที่สะอาดตาและเครื่องแบบแบบอุยกูร์ผสมจงหยวนอย่างสง่างามแม่ทัพต้าปาถู ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่และมีเคราดกดำแบบชายชาวอุยกูร์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เขาสวมชุดแม่ทัพที่เต็มยศ แสดงถึงอำนาจและเกียรติยศที่สั่งสมมาจากสงครามอย่างช้านานเขาก้าวออกมาจากแถวทหารด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างจริงใจ เขาเดินตรงไปยังรถม้าที่หนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวกำลังก้าวลงมา“หนู่เอ๋อร์เจียง! ในที่สุด ข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอเสี

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 12

    จากเดิมที่อัยย์จามัล ภรรยาของต้าปาถูมีแผนการที่จะขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอออกไปตามจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหมที่เชื่อมระหว่างชายแดนกับเมืองหลวง เพื่อสร้างศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารและจุดพักของกองทัพเหยี่ยวเพลิงของสามีต้าปาถูจึงได้อาศัยแผนการขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอนี้ในการตามหาครอบครัวของสหายไปในตัว ด้วยโรงเตี๊ยมหงเหอมีความหมายถึงหงส์นกกระเรียนดังนั้น สำหรับโรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยต่าง ๆ อัยย์จามัลจึงให้เพิ่มสีสันต่อท้ายชื่อของโรงเตี๊ยมหงเหอ จึงเกิดขึ้นเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอชิง โรงเตี๊ยมหงเหอหลัน โรงเตี๊ยมหงเหอไป๋ และโรงเตี๊ยมหงเหอหลากหลายสีสันตามเมืองต่าง ๆในเมืองต่าง ๆ โรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยจะกลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารทางการทหาร อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการตามหาครอบครัวของหนู่เอ๋อร์เจียงในพื้นที่ใกล้เคียงนั้นอีกด้วยก่อนที่จะขยายพื้นที่ออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอจินที่เป็นสาขาย่อยสาขาสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด คนของต้าปาถูก็สามารถตามหาหนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวจนพบ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาถึงสิบปีก็ตามนับได้ว

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 11

    รถม้าของหนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนออกมาได้ไม่นาน ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมหงเหอจิน จุดนัดพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถูบุรุษร่างกายกำยำหลายนายในชุดทะมัดทะแมงอย่างเช่นชาวอุยกูร์ต่างยืนรออยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม ใบหน้าดุดัน ต่างมีอาวุธครบมือหนู่เอ๋อร์เจียงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะเห็นบุรุษหน้าบากก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรก“อัสสาลามู อะลัยคุม ท่านหนู่เอ๋อร์เจียง”หนู่เอ๋อร์เจียงตอบกลับ “วะอะลัยคุม อัสสาลาม”“ข้าชื่อจาฟฟาร์ เป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่ต้าปาถู ซึ่งท่านแม่ทัพได้มอบหมายให้ข้ามารับพวกท่านกลับเมืองหนิงเปียนขอรับ”แม้ว่าเขาจะมีใบหน้าที่ดุดัน หากแต่กลับมีมารยาททางสังคมที่ดีมาก“เช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนท่านจาฟฟาร์คอยดูแลพวกเราตลอดการเดินทางเสียแล้ว”จาฟฟาร์ไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่ก้มศีรษะรับ จากนั้นจึงหันไปตะโกนร้องสั่ง “ออกเดินทางได้!!”เพราะหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าได้บอกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เมื่อมาพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถู พวกเขาจะเร่งออกเดินทางในทันที เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 10

    หนู่เอ๋อร์เจียงส่งยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่กู่ลี่น่าปราดเข้ามาจับมือของนางอย่างปลอบประโลม “คุณหนู... ขอบคุณที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่นะเจ้าคะ”ตี๋ลี่เสวี่ยจับมือกู่ลี่น่าไว้แน่นราวกับต้องการยื้อเวลาในตอนนี้ให้ได้นานที่สุด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมะ… ป้า นี่เป็นหน้าที่ที่ข้าควรทำ... พวกท่านเองก็... ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”นางเงยหน้าไปมองหนู่เอ๋อร์เจียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับพยายามจดจำทุกรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดนางมาให้ได้มากที่สุด “ท่านลุง… ท่านจะเดินทางไกล โปรดรักษาสุขภาพให้ดี... ลูก... ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ความรู้สึกที่ตระหนักได้ว่านี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายของชีวิตที่มีต่อบิดามารดาที่นางรัก ทำให้นางตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของบุตรสาวนางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างกะทันหันบนพื้นหญ้าข้างประตูวัดหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะคุกเข่าให้พวกเขา ซึ่งเป็นเพียงบ่าวใช้แรงงานในจวนหนู่เอ๋อร์เจียงรีบก้าวเข้ามาพยายามพยุง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status