Share

ฮูหยินผู้นี้ไม่ขอเศษความรัก
ฮูหยินผู้นี้ไม่ขอเศษความรัก
Penulis: วอลจู

๑ เจ้าสาวที่ถูกส่งมาแทน

Penulis: วอลจู
last update Tanggal publikasi: 2026-06-29 01:10:58

ภายในจวนสกุลซ่งยามค่ำคืนนี้สมควรอบอวลไปด้วยความครึกครื้นยินดี ด้วยเมื่อรุ่งเช้าของวันนี้จะเป็นพิธีมงคลสมรสระหว่างคุณหนูใหญ่ตระกูลซ่งกับแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรของแคว้น

ทว่ายามนี้…กลับมีเพียงความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทั้งจวน

“หาไม่พบงั้นหรือ”

น้ำเสียงตวาดลั่นของฮูหยินหลินดังลั่นสะท้อนห้องโถงใหญ่ นางกำชายเสื้อไหมอย่างแรงจนปลายนิ้วดูซีดขาว ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยเครื่องประทินผิวอย่างงดงามยามนี้กลับดูบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนกและโทสะที่ไม่อาจระงับ

สาวใช้ทั่วทั้งจวนต่างตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกต้องลมหนาว แทบทรุดลงไปกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

“ฮูหยิน…พวกบ่าวแทบจะพลิกแผ่นดินหาจนทั่วแล้วเจ้าค่ะ แต่คุณหนูใหญ่ไม่อยู่ในจวนแล้วเจ้าค่ะ”

เพล้ง!

จอกชาเครื่องปั้นดินเผาเคลือบชั้นดีก็ถูกปาลงพื้นอย่างแรงจนแตกกระจายกลายเป็นเศษกระเบื้องแหลมคม

“นังเด็กสารเลว!”

หลินฮูหยินขบกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธอย่างยากจะอดกลั้น อกเสื้อกระเพื่อมไหวตามแรงหอบ

“มันกล้าหนีงานแต่งจริงๆ หรือ!”

ซ่งชิงเยว่ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงมุมมืดของห้องโถง นางก็ค่อยๆ ลดสายตาลงมองเศษชาที่นองอยู่บนพื้นพลางลอบยิ้มหยันในใจ แม้ไม่ต้องฟังคำรายงานของสาวใช้จนจบ นางก็คาดเดาเรื่องราวทั้งหมดได้ไม่ยากนัก

ซ่งอวี่เหยา…ผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาผู้สูงส่งของนาง ยามนี้ดูท่าคงกำลังหนีตามบุรุษไปในคืนก่อนวันวิวาห์เสียแล้ว

“ฮูหยินจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ” สาวใช้คนสนิทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สีหน้าเคร่งเครียดไม่น้อน “อีกไม่นานขบวนเจ้าสาวจากจวนแม่ทัพก็จะมาถึงประตูหน้าแล้ว ถ้าหากท่านแม่ทัพเซียวรู้ว่าเจ้าสาวหายตัวไป…”

“หุบปาก!”

หลินฮูหยินตวาดลั่นอีกครั้ง วาจานั้นสั่งให้ทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับเนินเขาที่สุสาน นางพยายามสูดหายใจเข้าข่มโทสะลึกเพื่อตั้งสติ สายตาตวัดมองทุกอย่างผ่านความมืดก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างของซ่งชิงเยว่แทน

ชั่วขณะนั้น…หัวใจของหญิงสาวพลันดิ่งวูบและเย็นวาบ

“ซ่งชิงเยว่” น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกนั้ดูนนุ่มนวลผิดปกติ แต่มันกลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกดำ

“มารดาใหญ่มีเรื่องสำคัญ…อยากให้เจ้าช่วย”

ซ่งชิงเยว่เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง นัยน์ตาของนางพลางกระตุกริกๆ คล้ายเป็นลางบอกเหตุ คล้ายกับล่วงรู้ถึงถ้อนคำที่กำลังจะหลุดออกจากปากของมารดาเลี้ยงตรงหน้า

สุดท้าย…บ่วงกรรมนี้ก็เหวี่ยงมาถึงตัวนางจนได้

“ข้าหรือเจ้าคะ” นางถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้แววตื่นตระหนก “คนไร้ค่าเช่นข้า…จะช่วยสิ่งใดมารดาใหญ่ได้กัน”

หลินฮูหยินน้องเขม็งมองลูกเลี้ยงอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วพลันย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบางเบาอย่างอ่อนโยนที่ดูเสแสร้งปรากฏบนใบหน้า

“พรุ่งนี้…เจ้าต้องสวมชุดมงคล ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแต่งเข้าจวนแม่ทัพแทนอวี่เหยาเสีย”

พอสิ้นคำสั่งนั้น เหล่าสาวใช้รอบด้านต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ แทน เพราะในจวนแห่งนี้มีผู้ใดจะบ้างไม่รู้ว่าหลินฮูหยินเกลียดชังคุณหนูเล็กเข้ากระดูกดำ

ของดีมีหน้ามีตาย่อมหยิบยื่นให้บุตรสาวตนเอง ส่วนสิ่งใดที่เป็นกากเดนความอับอายกลับโยนมาให้ลูกเลี้ยงแบกรับแทน

แม้แต่ซ่งเหวินชางผู้เป็นบิดาซึ่งนั่งเงียบมาตลอด ก็ยังผุดลุกขึ้นยืนทันที หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นจนใบหน้าเหี่ยวย่นดูย่ำแย่

“เรื่องเหลวไหลเช่นนี้จะทำได้อย่างไร!” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนไม่เห็นด้วย ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อผุดพราย

“หากแม่ทัพเซียวรู้ว่าสกุลซ่งบังอาจสับเปลี่ยนตัวเจ้าสาว มีหวังได้หัวชาด…”

“แล้วท่านพี่จะให้ทำอย่างไร!” ไม่รอให้สิ้นคำ หลินฮูหยินก็ตวาดสวนกลับทันที นางก็ละสายตาจากลูกเลี้ยงหันขวับไปมองสามีด้วยแววตาเกรี้ยวกราดแทน ริมฝีปากที่เคลือบสีแดงชาดนั้น โค้งยก ขึ้นยิ้มเย้ยหยัน “หรือว่าท่านพี่ต้องการจะให้คนทั้งเมืองหลวงหัวร่อหรือให้ฮ่องเต้ทรงทราบว่าบุตรสาวคนโตของสกุลซ่งหนีตามชายชู้ไปก่อนวันแต่งงานหนึ่งคืนอย่างนั้นหรือ!”

ถ้อยคำพูดหนักแน่นและมีเหตุผลนั้นพลันทำให้ใบหน้าของ ซ่งเหวินชางซีดเผือดราวกับคนตายขึ้นมาแทบจะทันที

หากเรื่องอื้อฉาวนี้แพร่งพรายออกไป ไม่ใช่เพียงแต่ชื่อเสียงนับร้อยปีของสกุลซ่งจะย่อยยับป่นปี้ไม่เหลือหน้าให้รักษา ทว่าพวกตนอาจถูกจวนแม่ทัพบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่ซาก!

ไม่ว่าผู้ใดต่างก็รู้ซึ้งถึงชื่อเสียงของเซียวจิ้งเฉิน…แม่ทัพหนุ่มผู้กรำศึกในสมรภูมิเลือดมาตั้งแต่วัยเยาว์ คนผู้นั้นกล่าวได้เป็นบุรุษที่เย็นชาไร้หัวใจ เด็ดขาดและเกลียดชังการทรยศหักหลังเป็นที่สุด

หากอีกฝ่ายรู้ว่าสกุลซ่งกล้าเล่นลวดลายตบตา…เขาเกรงว่าหัวของคนทั้งจวนคงได้หลุดจากบ่าก่อนตะวันตกดินแน่

“แต่เหตุใด ต้องเป็นข้า” น้ำเสียงราบเรียบของซ่งชิงเยว่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียด นัยน์ตาเมล็ดซิางสั่นระริกราวกับจะหลั่งน้ำตาออกมา มองดูแล้วนางสงสารไม่น้อย

ที่ผ่านมาแม้บิดาไม่เคยมองเห็นนางในสายตาก็แล้วไปเถอะ อย่างน้อยก็ยังเหลือพื้นที่เล็กๆ ในจวนให้ซุกหัวนอนหรือผู้เป็นพี่สาวจะรังเกียจนางมิต่างจากเศษขยะก็แค่ต่างคนต่างอยู่และหากมารดาเลี้ยงจะมองข้ามหัวนางไปก็หาได้สำคัญอะไร

ในเมื่อที่ผ่านมานางยอมลดตัวตนจนแทบกลายเป็นอากาศธาตุ แสร้งทำเป็นหูหนวกตาบอดเพื่อไม่ให้เป็นที่ระคายตาผู้ใด…ทว่าเหตุใดในยามที่เกิดปัญหาคอขาดบาดตายขึ้นมา คนเหล่านั้นถึงกล้าซัดทอดความวิบัติทั้งหมดมาที่นาง!

ฮูหยินหลินชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเหยียดยิ้มเย็นเยียบขึ้นมา “เหอะ! ลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าก็เป็นบุตรสาวของสกุลซ่งและมีสายเลือดตระกูลซ่งไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่งอย่างไรเล่า ซ่งชิงเยว่”

“หรือเป็นเพราะ…ข้าเป็นเพียงบุตรอนุที่ไร้ค่าและเป็นหมา กที่พวกท่านสละทิ้งได้ง่ายที่สุดกันแน่เจ้าคะ”

คิดจะผลักนางตกหน้าผาเพื่อเป็นแพะรับบาปงั้นหรือ?

ฝันไปเถอะ! ซ่งชิงเยว่ไหนเลยจะยอมถูกผลักตกหน้าผาชันเช่นนั้นไปง่ายๆ แม้ว่านางดูสงบเสงี่ยมแต่ไม่ได้แปลว่ายินยอมคนให้ผู้ใดรังแกได้ตามใจชอบ ฝ่ามือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนดูเล็บจิกเข้าเนื้อ พลางข่มก้อนความรู้สึกอดกลั้นความอดสูไว้ใต้สีหน้าเย็นชา

หากการแต่งงานออกเรือนครานี้คือการหลุดพ้นจากตระกูลซ่งจริงๆ แน่นอนนางคงยินดีไม่น้อย แต่นี่ไม่ต่างจากกระโจนลงหน้าผาสูงชันเพื่อไปเผชิญหน้ากับแม่ทัพใหญ่โหดเหี้ยม…

ที่สังหารผู้คนโดยไม่กระพริบตาผู้นั้น!

ดังนั้น ก้าวเท้าขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวในวันพรุ่งนี้จึงมิต่างจากการจับนางโยนเข้าถ้ำเสือที่พร้อมจะขย้ำนางให้แหลกเป็นผุยผง!

บรรยากาศในห้องโถงพลันเย็นเยียบลง ทั้งยังดูหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินนับร้อนชั่งกดทับเอาไว้จนลมหายใจติดขัด

เหล่าสาวใช้ไหนเลยจะกล้าแม้แต่หายใจยามนี้

ผู้ใดต่างก็รู้ว่า แม้หญิงสาวตรงหน้าจะมีฐานะเป็นถึงคุณหนูรองจวนสกุลซ่งแล้วอย่างไร ทั้งที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หรูหราหลังนี้ก็ไม่เคยมีตัวตน…มารดาแท้ๆ ของอีกฝ่ายด่วนจากไปตั้งแต่อยู่ในห่อผ้าจำความไม่ได้ จึงทิ้งให้สาวใช้ในจวนเลี้ยงดูและให้มารดาเลี้ยงโขกสับโดยที่ผู้เป็นบิดาแท้ๆ ก็หาได้สนใจเหลียวแลไม่

แม้แต่เสื้อผ้าดีๆ ต้องรอให้ผู้เป็นพี่สาวเลือกจนเบื่อ ของล้ำค่าหรืออาหารรสเลิศก็ต้องตกเป็นของคุณหนูใหญ่ก่อนเสมอ

“ชิงเยว่…” ซ่งเหวินชางทอดถอนใจ หลบสายตาที่ดูตัดพ้อของบุตรสาวคนรอง ทว่าน้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหนักแน่นแฝงสั่งการ

“ถือว่าบิดา…ขอร้องเจ้าเถอะนะ”

หญิงสาวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ราวกับได้ฟังเรื่องขบขัน รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปาก

ซ่งชิงเยว่ค่อยๆ หันสายตาปรายไปมองทางบิดา หัวคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อยเชิงเอ่ยถามอีกครั้ง…ขอร้องอย่างงั้นหรือ?

ช่างเป็นคำที่ฟังดูศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน

หากค่ำคืนนี้คนที่หายตัวไปเป็นนาง…พวกคนเหล่านี้ก็คงไม่แม้แต่จะสั่งให้บ่าวไพร่จุดไฟออกตามหาด้วยซ้ำ ดีไม่ดีก็คงปล่อยเลยตามเลยเสแสร้งทำเป็นหลงลืมราวกับว่านางไสหัวไปพ้นๆ ได้ก็ดี จะได้ไม่สิ้นเปลืองข้าวสุกในจวนอีกต่อไป

หลินฮูหยินพอเห็นท่าทีของลูกเลี้ยงแข็งขืนไม่เต็มใจเช่นนั้น นางจึงก้าวเข้ามาประชิดตัว ดวงตาฉายแววข่มขู่กระซิบเสียงต่ำ

“หากเจ้าไม่ยอมแต่ง…ซ่งอวี้หาน น้องชายของเจ้า จะถูกข้าจับตัวส่งเข้าวังหลวงเพื่อเป็นขันทีรับใช้และตัวประกันแทน”

พอได้ยินประโยคนั้น ดวงตาของซ่งชิงเยว่ก็พลันดูเบิกกว้างขึ้นทันที ร่างบางเริ่มสั่นสะท้านด้วยความโกรธ ลมหายใจหอบถี่ด้วยความขุ่นมัว “ท่าน!”

“เจ้ารู้ดีว่าฮ่องเต้กำลังเพ่งเล็งสกุลซ่ง และต้องการเด็กหนุ่มหน้าตาดีเข้าไปรับใช้ในวังหลัง หากว่าสกุลซ่งต้องโทษทัณฑ์จากจวนแม่ทัพ คิดหรือว่าน้องชายผู้เดียวของเจ้า…จะมีชีวิตรอดอยู่ข้างนอกได้ คงไม่ต้องให้ข้าบรรยายกระมังว่าชะตากรรมจะเป็นอย่างไร”

ฝ่ามือของหญิงสาวที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อยาวกำแน่นจนเล็บจิกลึกเข้าไปในเนื้ออย่างอดกลั้น ทว่าความเจ็บปวดนั้น ก็หาได้เทียบ เท่ากับความเกลียดชังที่ปะทุขึ้นในอก

นางเกลียดจวนสกุลซ่งที่โสมมแห่งนี้!

เกลียดทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้!

ตั้งแต่แรกเริ่มก็ต่างคนต่างอยู่…เหตุใดที่ข้องเกี่ยวไม่จบสิ้น

ทว่าซ่งอวี้หานคือน้องชายเพียงผู้เดียวที่คอยแบ่งปันอาหาร และมอบรอยยิ้มให้นางในยามที่มืดมนที่สุด

เขาคือจุดอ่อนเดียว และเป็นสายใยสุดท้ายที่นางเหลืออยู่

ใบหน้าของหลินฮูหยินยังคงฉาบด้วยรอยยิ้มกว้างจนถึงดวง ตาอย่างรู้ดีและหยิ่งทะนง เมื่อเห็นท่าทางจนตรอกของเด็กสาว

“ดี…” ซ่งชิงเยว่เค้นเสียงเอ่ยออกมา แผ่วเบาทว่าหนักแน่น

“หากอยากให้ข้าแต่งแทนซิ่งอวี่เหยานัก ข้าจะแต่ง!”

พอสิ้นคำนั้นทั้งห้องโถงก็พลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกราวกับว่ารอดพ้นจากคมดาบเย็นเยียบที่พาดอยู่ลำคอถูกเก็บเข้าฝักไปแล้ว แต่กลับไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเลยว่า...แววตาของสตรีในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีเรียบได้แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

หาใช่ความยอมจำนนแต่เป็นความเย็นชาและไร้ความรู้สึก

ซ่งชิงเยว่ยังคงยื่นนิ่งงัน ฝ่ามือเรียวกำเข้าหากันแน่น

ในเมื่อทุกคนพร้อมใจกันผลักนางขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเพราะคิดว่านางเป็นเพียงหมากไร้ค่าที่ไร้ทางสู้เช่นนั้นนับจากนี้ไป นางก็จะทำให้คนพวกนี้ได้รู้ซึ้ง ว่าบุตรสาวอนุที่ถูกเคยเหยียบย่ำผู้นี้…

มิใช่สิ่งของที่จะบงการได้ง่ายๆ อีกต่อไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินผู้นี้ไม่ขอเศษความรัก   ๒๕ ฮูหยินเอกเพียงผู้เดียว

    หนึ่งเดือนต่อมา...บรรยากาศทั่วทั้งเมืองหลวงพลันกลับมาคึกคักดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครากลบเสียงกระซิบกระซาบไปจนหมดสิ้น เมื่อแม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรได้ส่งเทียบเชิญจัดงานเลี้ยงไปจวนขุนนางแทบทั้งหมดจนได้กลายเป็นความสงสัยที่ผู้คนคาดเดาไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าท่านแม่ทัพใหญ่คิดจะเปิดจวนรับอนุภรรยา บ้างก็ว่าเขาเตรียมจะประกาศแต่งตั้งสตรีในดวงใจที่แท้จริงขึ้นเป็นฮูหยิน เอกคนใหม่แทนสตรีสกุลซ่งผู้นั้นที่ตัดขาดจากกันไปโดยเฉพาะคุณหนูเสิ่นหรูเยียน…นางถึงกับตื่นขึ้นมาแต่งตัวสวมใส่ด้วยอาภรณ์หรูหราดูงดงามปานบุปผาแย้มบานตั้งแต่ยามเช้าใบหน้าคนงามแต่งแต้มเครื่องประทินผิวอย่างประณีต แววตาเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจอย่างถึงที่สุดดูไร้เค้าโครงอาการเจ็บ ป่วยที่เคยเป็นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา นางหลงปักใจเชื่อมาโดยตลอดว่าเซียวจิ้งเฉินก็เพียงแค่ตามืดบอดหลงใหลในตัวซ่งชิงเยว่ชั่วคราวด้วยความรู้สึกผิดเท่านั้น...สุดท้ายแล้วสตรีที่เหมาะสมที่จะเคียงข้างกายแม่ทัพหนุ่มผู้นี้ ก็ย่อมต้องตกเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียววันยังค่ำจวนสกุลเซียววันนี้ถูกตกแต่งประดับด้วยผ้าแพรพรรณเนื้อดีและโคมไฟน้อยใหญ่อย่างโอ่อ่าสมเกียรติ ทั่วทั้งจวนข

  • ฮูหยินผู้นี้ไม่ขอเศษความรัก   ๒๔ ครั้งนี้…ข้าจะเลือกเอง

    นับหลังจากวันคุกเข่ากลางสายฝนผ่านพ้นไป เซียวจิ้งเฉินก็ยังคงแวะเวียนมาที่เรือนหลังเล็กแห่งนี้อยู่ทุกวัน ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือเขาไม่เคยเอ่ยปากพูดคำว่ากลับจวนออกมาอีกเลยแม้แต่คำเดียวสำหรับเขาแล้ว…หากที่ใดมีนาง ที่นั่นนับว่าเป็นบ้านบางวันเขาก็นำอาหารที่นางชอบมาให้ บางวันก็ช่วยปีนขึ้นไปซ่อมแซมแผ่นกระเบื้องหลังคาที่ทรุดโทรม หรือบางวัน…เขาก็ทำเพียงแค่ยืนสงบอยู่ห่างๆ ทอดสายตามองดูนางรดน้ำพรวนดินให้แก่แปลงผักอย่างเงียบเชียบ ก่อนหันหลังกลับออกไปโดยไม่คิดส่งเสียงรบกวนเวลาส่วนตัวของนางเลยแม้แต่น้อยราวกับท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร…กำลังเริ่มต้นเรียนรู้บทเรียนบทใหม่ในชีวิต บทเรียนที่ว่า การจะอยู่เคียงข้างใครสักคนด้วยความจริงใจนั้น หาจำเป็นต้องใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญไม่ช่วงบ่ายของวันนี้…บรรยากาศภายในห้องโถงเล็ก ซ่งชิงเยว่กำลังนั่งฝนหมึก คิดคำนวณบัญชีรายรับรายจ่ายให้แก่ร้านขายผ้าในตลาดเพื่อแลกกับค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆทว่าทันใดนั้น เสียงเอะอะโวยวายและถ้อยคำทะเลาะเบาะแว้งจากภายนอกประตูเรือนก็ดังแทรกเข้ามา“ข้าไม่ขายเรือนหลังนี้ให้แก่สตรีตัวคนเดียวเช่นเจ้าหรอก!”น้ำเสียงดุดันของบุรุษวัยกลางคนซึ่งเป็นเจ้า

  • ฮูหยินผู้นี้ไม่ขอเศษความรัก   ๒๓ ยอมคุกเข่าต่อผู้เดียว

    หากยามนี้นางไม่อยากจะกลับไป…เขาก็จะไม่บังคับในใจให้นางต้องอึดอัดหรือลำบากใจ แม้ลึกๆ ภายในใจเซียวจิ้งเฉินจะรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อยกลัวว่านางจะหนีหายไป เรือนหลังเล็กริมชายแดนทิศตะวันออกยังคงตกอยู่ในความเงียบสงบเฉกเช่นเดิมซ่งชิงเยว่ยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย นางลืมตาตื่นแต่เช้าตรู่ล้างหน้าบ้วนปากและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ จากนั้นจึงรดน้ำพรวนดินให้แก่ต้นไม้ ใบหญ้า คัดลอกตำรา และแบ่งเวลาไปช่วยคนในละแวกนั้นคิดบัญชีร้านค้าเพื่อแลกพืชผักกับค่าอาหารเล็กๆ น้อยๆ ราวกับว่านางไม่เคยมีฐานะเป็นถึงฮูหยินผู้สูงศักดิ์ของจวนแม่ทัพมาก่อนกล่าวได้ว่าชีวิตในหนึ่งวันของซ่งชิงเยว่ดูวุ่นวายยิ่งกว่าตอนที่ยังอยู่จวนสกุลเซียวเสียอีกทว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว นางจะได้ไม่มีเวลาไปนึกถึงสิ่งใดส่วนเซียวจิ้งเฉิน…แม้ว่าวันนั้นเขาจะกลับไปมือเปล่าพร้อมกับความขมขื่น ทว่าเขากลับกลายเป็นแขกประจำผู้ที่มาเยือนโดยไม่เคยได้รับเชิญและแม้ว่าจะโดนหมางเมินเขาก็หาได้สนใจวันแรกที่เซียวจิ้งเฉินกลับมาอีกครั้ง เขาก็ถูกปล่อยให้ยืนรออยู่เพียงลำพังหน้าประตูรั้วโดยไม่มีผู้ใดเปิดต้อนรับ พอวันที่สองเขานำขนมที่นางชอบจากโรงเตี๊ยมชื่อดังมามอบให้ แ

  • ฮูหยินผู้นี้ไม่ขอเศษความรัก   ๒๒ ข้าขอเพียงอิสระ

    หลายวันผ่านไป… สุดท้ายแล้วความลับที่จวนสกุลซ่งคิดจะขุดหลุมกลบฝังดินเอาไว้ก็ถูกขุดกระชากขึ้นมาเปิดโปงจนหมดเปลือกทั้งข่าวลือเรื่องคุณหนูใหญ่ซ่งอวี่เหยาหนีตามบุรุษ…หรือจะเป็นนายท่านซ่งและหลินฮูหยินบังคับฝืนใจลูกเลี้ยงข่มขู่ที่จะพังป้ายวิญญาณของมารดาเพื่อลากคุณหนูรองขึ้นเกี้ยวแต่งแทน กลายเป็นงิ้วฉากใหญ่ที่ผู้คนต่างด่าทอไม่ไว้หน้าด้วยความรังเกียจหน้าประตูจวนสกุลซ่งที่เคยมีขุนนางแวะเวียนมาหมายจะผูกมิตร บัดนี้กลับแห้งแล้งฝุ่นตลบไม่มีใครอยากเอาตัวเข้าไปเกลือกกลั้วกับตระกูลหน้าหนาคดโกงได้แม้กระทั่งกับสมรสพระราชทานนายท่านซ่งถึงกับล้มป่วยไข้ขึ้นสูงด้วยความอับอายและอดสู ทว่าความทุกข์ทนของเขายังไม่อาจจบลงเพียงเท่านี้ เมื่อทัพทหารของเซียวจิ้งเฉินยื่นฎีกาตรงต่อราชสำนัก รายงานเรื่องการทรยศหักหน้าและลบหลู่เกียรติของกองทัพและเมื่อเรื่องอื้อฉาวนี้ล่วงรู้ไปถึงหูของมังกรผู้นั่งบนบัลลังก์ทองคำ ยามเมื่อโอรสสวรรค์ได้ฟังรายละเอียดทุกถ้อยคำแล้วก็พลันเกิดโทสะขึ้นมาจนสั่นสะท้าน!เหตุใดสกุลซ่งถึงกล้าปั่นหัวราชสำนักและกล้าลบหลู่เกียรติ ทำให้แม่ทัพผู้เกรียงไกรคู่บัลลังก์ของเขาอารมณ์ขุ่นมัว!ฮ่องเต้หนุ่มจึงได้

  • ฮูหยินผู้นี้ไม่ขอเศษความรัก   ๒๑ ความจริงในวันนั้น

    หลังจากที่เซียวจิ้งเฉินสั่งการทหารเกือบทั้งค่ายออกตามหาตัวซ่งชิงเยว่จนพลิกเมืองหลวง กระแสข่าวลือที่เคยเป็นเพียงคลื่นใต้น้ำก็ยิ่งโหมกระพือรุนแรงราวกับพายุจากเดิมที่ผู้คนในเมืองหลวงเคยพากันหัวเราะเยาะหยันว่าฮูหยินเอกไร้ค่าถูกหย่าทิ้งขว้าง ยามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นคำถามว่าเหตุใดมหาแม่ทัพผู้เกรียงไกรและแสนเย็นชาปานนั้น ถึงได้ดูร้อนรนลนลาน ออกตามหาสตรีที่เคยทอดทิ้งไม่ไยดีถึงเพียงนี้?และในขณะที่สายตาทุกคู่ในเมืองหลวงกำลังจับจ้องมองไปยังจวนแม่ทัพ...อีกด้านหนึ่งจวนสกุลซ่ง บรรยากาศกลับดูคุกรุ่นและไม่ได้สงบสุขเลยแม้แต่น้อยภายในห้องโถง...นายท่านซ่งนั่งหน้าดำคร่ำเครียด สีหน้าดูตึงเครียดจนน่ากลัว ข้างๆ กันนั้นมีมารดาเลี้ยงของซ่งชิงเยว่ที่นั่งกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นจนนิ้วซีดขาวนับตั้งแต่มีข่าวแว่วมาว่าซ่งชิงเยว่หายตัวไปจากจวนแม่ทัพ หัวใจของคนทั้งสองก็แทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว…ทว่าหาใช่เพราะมีความกังวลหรือห่วงใยในความปลอดภัยของบุตรสาวเลยแม้แต่น้อยทว่าสิ่งที่พวกเขากำลังหวาดกลัวจนหัวหด...คือความลับในวันแต่งงานจะถูกเปิดเผยออกสู่ภายนอก!ทันใดนั้น สาวใช้ผู้หนึ่งก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยท่าทางลนลาน ส

  • ฮูหยินผู้นี้ไม่ขอเศษความรัก   ๒๐ คนที่ตามหาทั่วเมือง

    ยามสายของวันเดียวกัน...บรรยากาศของเมืองวันนี้ดูกลับคล้ายมีคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวและกระเพื่อมไหวอย่างเงียบเชียบ เหล่าทหารต่างพากันกระจายกำลังออกไปสืบข่าวไม่ว่าจะเป็นโรงเตี๊ยม โรงน้ำชา ประตูเมืองหลวงทั้งสี่ทิศ ร้านเช่ารถม้า หรือแม้กระทั่งท่าเรือข้ามฟากริมแม่น้ำก็ล้วนไม่ถูกละเว้น พอมีผู้คนภายนอกที่พบเห็นต่างอดแปลกใจไม่ได้ ว่าเหตุใดแม่ทัพเซียวผู้แสนเย็นชาและสุขุมลุ่มลึกปานนั้น ยามนี้กลับดูร้อนรนคล้ายกำลังพลิกแผ่นดินเพื่อตามหาผู้ใดอยู่กันแน่หรือแท้จริงแล้วเรื่องที่พูดในยามนี้หาใช่เพียงแค่ข่าวลือ?ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำชาและขนมหวาน เสียงของผู้คนซุบซิบกระซิบกระซาบวันนี้กลับคึกคักเผ็ดร้อนจนแทบทำให้น้ำชาในถ้วยเดือดพล่าน“พวกเจ้าเห็นเหล่าทหารกองทัพที่วิ่งกันวุ่นอยู่ข้างนอกนั่นหรือไม่? ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าผู้ใดช่างกล้าไม่กลัวตาย…ถึงขั้นทำให้ท่านแม่ทัพเซียวสติหลุด สั่งเคลื่อนกำลังพลพลิกเมืองหลวงหาตัวได้ถึงเพียงนี้!”คุณชายผู้หนึ่งที่สวมใส่อาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีราคาแพงลิบลิ่วเอ่ยขึ้นทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง พลางยกพัดขึ้นโบกด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น“หึ! ไม่รู้จริงๆ รึ…แอบไปมุดหัวอยู่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status