ยกตัวอย่างจากงานแปลอื่นๆ เช่น 'Lament of the Fallen' ที่ผสมคำโบราณกับสำนวนร่วมสมัย การเลือกว่าจะรักษาคำโบราณไว้หรือเปลี่ยนเป็นคำร่วมสมัยต้องคำนึงถึงผู้อ่านเป้าหมายและความสวยงามของภาษา ในหลายครั้งผมยังใช้หมายเหตุสั้นๆ เฉพาะจุดเพื่ออธิบายคำหรือสำนวนที่แปลไปแล้วอาจทำให้ความหมายบางส่วนหายไป แต่พยายามไม่ใส่ไว้เยอะเกินจนรบกวนการอ่าน ผลลัพธ์ที่อยากได้คือบทแปลที่อ่านลื่น มีอารมณ์ครบ และยังคงคาแรคเตอร์เฉพาะตัวของ 'ธารไทป์'
Delilah
2025-12-13 08:01:33
พอจะพูดถึงการแปล 'ธารไทป์' ในมุมของคนรุ่นใหม่ ผมมองว่าความเป็นธรรมชาติของบทสนทนาคือหัวใจ การถ่ายทอดสำนวนสไตล์กึ่งกวีต้องไม่ทำให้บทสนทนาฟังเหมือนคำบรรยายเชิงวรรณกรรมล้วนๆ เพราะผู้อ่านสมัยนี้ชอบความกระชับแต่ยังคงความอิ่มในประโยคเดียว ผมมักเลือกคำที่คนทั่วไปใช้จริงในชีวิตประจำวันมาแทนศัพท์หรู แต่ยังคงโครงสร้างประโยคให้ใกล้เคียงต้นฉบับ เมื่อมีมุกเล่นคำหรือคำพ้องความหมายที่สำคัญ ก็พยายามหาวิธีเล่นคำในภาษาไทยที่ให้ผลสะเทือนทางอารมณ์ใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่นการยกสำนวนเปรียบเทียบกับฉากใน 'The Name of the Wind' เพื่อจับจังหวะการเล่าเรื่องและน้ำเสียงของตัวเอก แต่จะไม่ใช้คำทับศัพท์จนเกินพอดี เพราะจะทำให้ผู้อ่านหลุดจากโลกของเรื่อง สรุปคือบาลานซ์ระหว่างการเป็นมิตรกับผู้อ่านและความจงรักภักดีต่อต้นฉบับเป็นเรื่องสำคัญ
ตัวอย่างที่ผมใช้เป็นเกณฑ์คือการเปรียบเทียบกับฉากเชิงสัญลักษณ์ใน 'the little prince' ที่แม้จะเป็นงานต่างสไตล์ แต่แนวคิดเรื่องการถ่ายทอดความหมายลึกซึ้งผ่านภาษาง่ายๆ ยังนำมาใช้ได้ การเลือกว่าจะให้บทแปลอ่านเหมือนงานวรรณกรรมร่วมสมัยหรือเป็นงานประพันธ์แปลขึ้นกับผู้อ่านเป้าหมาย แต่จุดสำคัญคืออย่าเสียสัญชาตญาณของงานต้นฉบับไปเลย