Andy Serkis สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการแสดงด้วยเทคนิคม็อกชัน (motion-capture) ในบทผู้นำลิงที่มีความเป็นมนุษย์สูงสุด เขาปรากฏในบทนี้ติดต่อกันใน 'Rise of the Planet of the Apes', 'Dawn of the Planet of the Apes' และ 'War for the Planet of the Apes' ซึ่งแต่ละภาคให้มุมมองทางอารมณ์และเชิงการเมืองที่ต่างกันไป ความต่อเนื่องของการรับบทเดิมและการพัฒนาอารมณ์ของตัวละครจากภาคหนึ่งไปยังอีกภาคหนึ่ง ทำให้ผลงานของเขากลายเป็นตัวอย่างของการสวมบทบาทที่ไม่ใช่แค่การพากย์เสียงธรรมดา แต่เป็นการสร้างตัวละครอย่างเต็มรูปแบบ
เครดิตท้ายเรื่องของ 'Thor' นี่แหละที่ทำให้รู้สึกว่าโลกของหนังเชื่อมกันอย่างจริงจังและตื่นเต้นมากขึ้น
ฉากคาเมโอที่เด่นที่สุดใน 'Thor' คือการปรากฏตัวของ Nick Fury ซึ่งแสดงโดย Samuel L. Jackson — เขาโผล่มาในซีนหลังเครดิตเพื่อชวน Dr. Erik Selvig ให้มาทำงานกับองค์กรที่ใหญ่กว่า สิ่งนี้ให้ความรู้สึกว่าเหตุการณ์ในหนังเรื่องนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่า และเป็นจุดเชื่อมตรงไปยังภาพยนตร์อื่น ๆ
ผมชอบวิธีที่ซีนเดียวสามารถเปลี่ยนระดับการเล่าเรื่องได้ ทั้งในเชิงแฟนเซอร์วิสและการวางพื้นฐานสำหรับเรื่องราวต่อไป การที่ Samuel L. Jackson โผล่มาแบบไม่คาดคิดยังช่วยกระตุ้นความอยากดูเครดิตจนครบอีกด้วย — เป็นคาเมโอที่ทำงานได้ดีทั้งเชิงเนื้อหาและอารมณ์