Share

เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง
เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง
Penulis: น้องเหม่ยเหมย

บทนำ

last update Tanggal publikasi: 2026-04-10 16:47:42

บทนำ

เย่วชิง วัยย่าง 27 ปี เลขานุการคนเก่งประจำบริษัทใหญ่ ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเธอคือมือขวาของผู้บริหารที่ไม่มีวันลาป่วยหรือมาสายแม้แต่ครั้งเดียว

เธอเติบโตมาอย่างเด็กกำพร้า พ่อแม่จากไปตั้งแต่ยังเล็ก ต้องอยู่กับญาติที่ไม่อยากรบกวนเกินจำเป็น ทำให้เย่วชิงคุ้นชินกับการสู้ชีวิตด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเรียน ทุนการศึกษาในทุกช่วงชีวิตคือสิ่งเดียวที่เธอยึดมั่นว่าจะต้องคว้ามาให้ได้ เพื่อไม่เป็นภาระของใคร แน่นอนว่าเธอทำสำเร็จ พอเรียนจบปริญญามาหญิงสาวได้รับการทาบทามให้มาทำงานที่บริษัทชั้นนำ

ชีวิตประจำวันของเธอถูกขีดเส้นด้วยงานเอกสาร การประชุม และการแก้ปัญหาวันละร้อยอย่างในบริษัทและคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ความเหนื่อยล้าถาโถมมากกว่าทุกวัน

บนเตียงนอนในคอนโดขนาดกลาง เย่วชิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนผ่านหน้าจออย่างไร้จุดหมาย จนโฆษณาหนังสือเล่มหนึ่งเด้งขึ้นมา

‘ท่านแม่ทัพไร้รักกับคุณหนูใหญ่เอาแต่ใจ’

นิยายรักจีนโบราณที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของเธอมาก่อน

เย่วชิงไม่ค่อยมีเวลาอ่านนิยายสักเท่าไหร่ในชีวิต แต่ด้วยความอยากลองและสมองที่อ่อนล้าจากงาน วันนี้เธอจึงกดเข้าไปอ่านด้วยความคิดว่า สักหน่อยจะเป็นไรไป

ทว่าไม่คาดคิดว่ามันจะดึงความสนใจจากเธอเข้าไปในโลกอีกใบได้เร็วขนาดนี้

ตัวหนังสือถูกเลื่อนอ่านผ่านสายตาอย่างเพลิดเพลิน เนื้อเรื่องพาเธอไหลไปในโลกของแม่ทัพหนุ่มเย็นชาและคุณหนูใหญ่จอมเอาแต่ใจ จนกระทั่งเหลือเพียงบทส่งท้ายให้ตอนปิดเรื่องที่เป็นฉากนางร้ายของเรื่องกำลังถูกลงทัณฑ์จากผลของการกระทำของตน

ทว่าความล้าก็ชนะเย่วชิงเผลอหลับไปทั้งที่โทรศัพท์ยังวางบนอกในที่สุด

เมื่อเปลือกตาคู่สวยเปิดขึ้นอีกครั้งเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวตื่นแต่แทนที่จะเจอเพดานคอนโดกลับเป็นเพดานไม้แกะสลัก กลิ่นกำยานลอยอวล และเสียงฝีเท้าของบ่าวสาวในชุดโบราณรอบกายนางสร้างความงุนงงให้เลขาสาวอย่างยิ่ง

ความรู้สึกต่อมาที่แล่นเข้าสู่สติ คือความเย็นของน้ำที่โอบล้อมกาย ร่างกายเหมือนกำลังลอยอยู่แต่ไม่ใช่ความฝันแน่ เพราะเสียงกระฉอกของน้ำและแรงมือที่ถูลงมาบนผิวมันชัดเกินไป

กลิ่นกำยานผสมกลิ่นหอมหวานของน้ำชุ่มดอกไม้ลอยอบอวลในอากาศ เมื่อสายตาเริ่มปรับรับแสงได้ดีขึ้น กวาดมองรอบกาย ภาพที่เห็นคือขอบอ่างไม้ขนาดใหญ่และแสงตะเกียงน้ำมันที่ส่องลอดม่านบาง น้ำกระเพื่อมดังประสานกับเสียงพูดคุยของสาวใช้รอบกายที่ยังไม่สังเกตว่าคนที่พวกนางกำลังนินทาอยู่นั้นตื่นแล้ว

“เห็นไหมล่ะ สุดท้ายก็สมใจนางแล้ว”

“ก็แหงสิ ลูกสาวหัวหน้าสาวใช้ประจบฮูหยินใหญ่ได้สำเร็จ จะมีอะไรยากเล่า”

“ฮึ…ได้ปีนเตียงไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของคุณชาย คอยสอนบทเรียนรักให้ท่านก่อนแต่งกับคุณหนูใหญ่ในอนาคต เหอะ สมใจนางแล้วกระมัง”

“แต่อย่างไรก็ยังเป็นได้แค่สาวใช้อุ่นเตียงอยู่ดี นึกว่าคุณชายจะหลงรักแล้วรับเป็นอนุอย่างนั้นหรือ ฮ่า ๆ ฝันไปเถอะ”

“จริงเชียว ข้ายังจำน้ำเสียงนางเมื่อเช้าได้ชัดเจน ทำเหมือนตัวเองเป็นนายหญิงคอยสั่งให้พวกเรามาขัดเนื้อถูตัวให้อย่างนี้”

แรงมือยังคงขัดผิวของเย่วชิงในร่างใครก็ไม่รู้ไม่หยุด ขณะที่เสียงหัวเราะเบา ๆ สลับคำประชดประชันแทงเข้าหูทุกคำ

เย่วชิงแกล้งหลับตาอีกรอบและนิ่ง ไม่ใช่เพราะโกรธจนพูดไม่ออกแต่เพราะประโยคเหล่านี้มันคุ้นเสียจนขนลุก

นี่มัน… บทสนทนาเดียวกับในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านเมื่อคืนก่อนเผลอหลับคาโทรศัพท์นี่!

หัวใจเย่วชิงเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับใกล้จะทะลุออกมานอกอก

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ

อ่างไม้…น้ำหอม…สาวใช้กำลังขัดตัว…

และคนที่พวกนางนินทาว่าเป็น “สาวใช้อุ่นเตียง” นั่นคือเธอที่กำลังอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ?

นี่มันบทของเย่วชิง นางร้ายชื่อเดียวกันกับเธอโดยบังเอิญที่เป็นลูกสาวหัวหน้าสาวใช้ซึ่งคิดว่าตัวเองสถานะพิเศษกว่าสาวใช้คนอื่นเพราะได้ขึ้นเตียงคุณชายเจ้าของจวน แต่จุดจบนั้นแสนอนาถ ถูกเฆี่ยนแล้วขายเข้าซ่องไม่ใช่หรือ

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!

อย่าบอกนะว่าเธอทะลุมิติเข้ามาในนิยาย แล้วดันมาอยู่ในร่างนางร้ายสาวใช้อุ่นเตียงของพระเอก

แม้เหตุการณ์ตรงหน้าจะชวนให้ผู้คนตกใจลนลานเพียงใด แต่หญิงสาวกลับมิได้ปล่อยให้ความตื่นตระหนกครอบงำได้เนิ่นนาน ด้วยนิสัยปรับตัวเก่งมาตั้งแต่เยาว์วัย เพียงชั่วอึดใจนางก็ตั้งสติได้ แล้วเริ่มคิดหาคำตอบแก่ความวิปริตที่เกิดขึ้นนี้

หากข้ามาอยู่ในร่างนี้จริง ก็ต้องหาทางพิสูจน์ให้มั่นใจก่อน คิดได้ดังนั้นจบหญิงสาวจึงลืมขึ้นเต็มตา เหลือบมองสาวใช้สามนางที่นั่งล้อมอ่างไม้ไว้รอบด้าน มือหนึ่งขัดถูผิวกายของนาง อีกมือคอยชโลมน้ำหอมชุ่มไปทั่วลำตัว ท่าทีของแต่ละนางเต็มไปด้วยความฝืนใจ ใบหน้าขุ่นมัวราวมิอาจซ่อนความรังเกียจ

เธอเอียงคอน้อย ๆ สายตาคมคายกวาดมองแต่ละคน ก่อนเอ่ยด้วยเสียงสงบ “พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดให้ข้าอยู่หรือ เหตุใดต้องขัดตัวและชโลมน้ำหอมแก่ข้าด้วย”

ภาษาที่ปรับให้เข้ากับสิ่งที่เพิ่งได้ยินทำให้เธอนั้นไม่ถูกสงสัยใดใด

สาวใช้ทั้งสามชะงักมือลง พลันสบตากันด้วยความงุนงง ราวกับได้ยินถ้อยคำพิสดารนัก คนหนึ่งหัวเราะหยันในลำคอ ก่อนกล่าวตอบ

“แม่นางเย่วชิง หรือว่าเจ้าลืมไปแล้ว ฮูหยินใหญ่ได้มอบหมายให้เจ้าเข้าไปอุ่นเตียงถวายคุณชายน่ะ”

อีกนางหนึ่งเสริม น้ำเสียงเจือเยาะ “เจ้าเองเป็นผู้ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่นี้แท้ ๆ ไยกลับทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องราว ต้องการเยาะเย้ยพวกข้าเสียอย่างนั้น”

คำกล่าวนั้นทำให้หัวใจของเลขาสาวเต้นแรงขึ้น ความทรงจำในเนื้อเรื่องที่อ่านเมื่อคราวยังอยู่ในโลกเดิมพลันแจ่มชัดยิ่งนัก

ต้องใช่แน่ ๆ

หากไม่อยากหลอกตนเองอีกต่อไป เห็นทีเลขาสาวคงต้องยอมรับให้ได้ว่าตนเองมีชะตากรรมที่หนีไม่พ้นการเข้ามาอยู่ในนิยายที่เพิ่งอ่านแถมยังเป็นบทนางร้ายไม่ผิดแน่!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายหนึ่งเดือนผ่านไปเสียงกลองแต่งงานดังสะท้อนไปทั่วเมืองเลี่ยงหลินในเช้าวันนั้น ขบวนขันหมากอลังการแห่มาจนถึงที่ว่าการเมืองที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าแดงผืนยาว โคมมงคลห้อยระย้ารับลม ดอกไม้สดแต่งแต้มไปทั่ว ท้องถนนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะยินดีจากชาวเมืองที่มาเป็นสักขีพยานในงานแต่งอันยิ่งใหญ่ของเจ้าเมืองผู้ทรงอำนาจกับหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มประดับใจผู้คนแต่ในยามเช้าตรู่ในช่วงเวลาที่เจ้าสาวควรนั่งนิ่งรอแต่งหน้าอยู่หลังฉากผ้าอย่างเคร่งครัด กลับมีสิ่งผิดแผกเกิดขึ้นห้องแต่งตัวด้านในอาคารใหญ่ถูกปิดลงกลอนจากภายในบ่าวสาวใช้ที่เตรียมจะเข้ามาแต่งหน้าให้เจ้าสาวถูกชายหนุ่มในชุดคลุมแดงสั่งให้ออกไปรอเสียก่อน เสียงฝีเท้าของพวกนางค่อย ๆ ห่างออกไป พร้อมเสียงหัวใจที่ยังสั่นจากแววตาของเขาภายในห้องมีชุดเจ้าสาวสีแดงเข้มถูกแขวนไว้เรียบร้อยทว่าเจ้าสาวกลับยังมิได้มีโอกาสสวมมันสักทีเพราะ...หลิวซือเย่ถูกอุ้มมานั่งอยู่ริมเตียง ผิวขาวจัดของนางแดงระเรื่อ เสื้อคลุมบางถูกปลดหลุดจากไหล่ ผมยาวสยาย ดวงตาฉ่ำวาวมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างอ่อนแรงอ๋องหวังเต๋อหมิงยืนประจันอยู่ตรงหน้า ร่างสูงใหญ่โน้มเข้าหา มือข้างหนึ่งเชยคางนางขึ้น

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง    แทบเท้า

    บทที่ยี่สิบสอง แทบเท้าเช้าวันถัดมาแสงแดดแรกสาดทาบหน้าหอคณิกาเจียวหั่ว แต่ครั้งนี้มิใช่เพียงแสงอาทิตย์ที่ปลุกผู้คนให้ลืมตา หากเป็นเสียงเอะอะโกลาหลหน้าหอที่ทำให้ชาวบ้านและผู้คนในละแวกต่างพากันเดินมามุงดูกลางลานหน้าหอ มีชายสองคนถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น คนหนึ่งในนั้นคือผู้ดูแลร้านสุราที่เคยกระซิบข่าวลือเรื่องหอคณิกาฆาตกรรม ส่วนอีกคนคือบ่าวในจวนตระกูลหวังที่เคยแฝงตัวมาสืบข่าวในหอหลายครั้งและที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทหารที่ควบคุมสถานการณ์คือบุรุษในชุดอาภรณ์เจ้าหน้าที่ราชสำนักผู้หนึ่ง แผ่นป้ายบ่งบอกตำแหน่งสูงส่งจากทางการบนอกเด่นชัดมิอาจปฏิเสธได้ว่าเป็นผู้ใดอื่นนอกจากเจ้าเมืองคนใหม่ เฉินเต๋อหมิง“ประชาชนแห่งเมืองเลี่ยงหลินทุกคน โปรดสดับรับฟัง” เสียงทรงอำนาจของอ๋องหนุ่มเอ่ยขึ้นดังก้อง“บุคคลเหล่านี้ได้กระทำการใส่ร้ายป้ายสีหอคณิกาเจียวหั่วโดยไม่มีหลักฐาน ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หอเสียหาย ผู้คนต้องตกงานและสูญเสียรายได้ ข้าในฐานะผู้ปกครองเมืองนี้ จะไม่ปล่อยให้ความอยุติธรรมดำรงอยู่”เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นจากฝูงชน“และข้าจะเปิดเผยตรงนี้ว่า...ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด คือลูกช

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   นางเป็นของเขา

    บทที่ยี่สิบเอ็ด นางเป็นของเขา“ท่านจะทำอะไร…” หลิวซือเย่ร้องเบา ๆ พยายามดึงมือกลับ แต่แรงของนางสู้เขาไม่ได้เลยเขาลากนางมาจนถึงอีกฝั่งหนึ่งของห้องซึ่งกว้างขวางอย่างยิ่ง เพราะห้องแห่งนี้เป็นห้องพิเศษสำหรับแขกสำคัญ ภายในจึงมีทั้งโต๊ะรับแขกใหญ่ ม่านกั้น และเตียงรับรองบุนวมขนาดใหญ่ประดับผ้าม่านโปร่งลายดอกไม้เย็บด้วยด้ายเนื้อดีเขาหยุดยืนที่ข้างเตียง มองหน้านางโดยยังไม่ปล่อยมือ“ท่านจะทำอะไร หม่อมฉันบอกแล้วว่าปล่อย...”ม่านบางของเตียงชั้นในไหวเบา ๆ ราวกับกำลังรับรู้ถึงบรรยากาศร้อนแรงที่ปะทุขึ้นดวงตาคมของอ๋องหนุ่มจับจ้องใบหน้างามที่บัดนี้แดงระเรื่อ ดวงใจของเขาเหมือนถูกฉีกเมื่อเห็นความลังเลในแววตานั้น ก่อนเอ่ยเสียงต่ำอย่างเจ็บลึก“เจ้าคิดว่าจะหลอกใช้ประโยชน์จากข้าแล้วไล่แล้วข้าจะไปหรือ เย่เอ๋อร์...ข้าไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้นนะ”หลิวซือเย่สะดุ้งเล็กน้อย น้ำเสียงนั้นทั้งกรุ่นโกรธและเว้าวอน เธอเบือนหน้าหนี แต่เขาใช้มืออุ่นรั้งปลายคางของนางไว้ บังคับให้หันมาสบตา“ท่านอ๋อง...ท่านโกรธที่ข้าหลอกใช้ท่านหรือ เหอะ ในอดีตข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกับท่านในเวลานี้กระมัง ข้าเจ็บไม่แพ้ท่านหรอกเพคะ”คำถามนั้นแผ่ว

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   ผัวที่ไหน

    บทที่ยี่สิบ ผัวที่ไหนความรู้สึกเย็นเยียบในใจหลิวซือเย่กลับร้อนผ่าวขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุรุษที่เริ่มเผยความอันตรายออกมาชัดเจน นางไม่อาจเปิดประตูหนีได้คงต้องหาทางถ่วงเวลาเพื่อทำให้สหายร่วมงานที่หอรู้สึกเอะใจจนมาเคาะห้องนี้ช่วยนางหลิวซือเย่สูดหายใจเข้าลึก ๆ สลัดความกลัวทิ้งแล้วพลันหันกลับไปส่งยิ้มหวาน“โถ่ ข้าอุตส่าห์อยากเล่นตัวสักหน่อยเจ้าค่ะคุณชาย” น้ำเสียงนางออดอ้อนขึ้นทันตา “ท่านทำลายมารยาหญิงพังหมดเลยนะเจ้าคะ ทำเช่นนี้ข้าก็แย่สิเจ้าคะ ถ้าคุณชายไม่ปล่อยให้ข้าเล่นตัวเสียบ้าง อีกหน่อยคุณชายอย่าเบื่อตัวข้าก็แล้วกันนะเจ้าคะ”นางก้าวกลับไปหาเขาด้วยท่าทีอ่อนช้อย ก่อนจะค่อย ๆ ทรุดนั่งลงบนตักของชายหนุ่มอย่างแนบเนียน ลมหายใจหอมกรุ่นเฉียดใกล้ใบหูของอีกฝ่ายขณะมือบางแตะแก้มเขาเบา ๆหวังเจียเล่อดูจะตกตะลึงไปชั่วครู่ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความพึงใจอย่างเห็นได้ชัด “ข้ารู้ว่าเจ้ามีใจให้ข้าเย่เอ๋อร์...”“มีใจหรือไม่มี เอาไว้ข้าตอบตอนหมดจอกนี้ก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ” หลิวซือเย่ยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางยกจอกเหล้าขึ้นแนบปากของเขา “วันนี้เราดื่มฉลองกันเถิดเจ้าค่ะ”นางรินเหล้าให้เขาด้วยจังหวะชำนาญ ป้อนจอกแล้วจอก

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   เผยธาตุแท้

    บทที่สิบเก้า เผยธาตุแท้เฉินเต๋อหมิงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น ใบหน้าคมสลักเคร่งเครียด ดวงตาคมดุยังจับจ้องเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวตรงหน้าท่อนเอ็นร้อนที่แข็งขึงอยู่ภายในยังคงเต้นตุบ ๆ อย่างรุนแรงจนแนบแน่นดันผ้าคลุมยาวของตนออกมาอย่างชัดเจนแต่แทนที่เขาจะตอบโต้คำยั่วเย้าอันถือดีของหลิวซือเย่ด้วยการลงมือ เขากลับ...ถอนหายใจแผ่ว ราวกับคนแพ้ในสงครามอารมณ์ที่ตนก่อขึ้นเอง เขาก้าวถอยช้า ๆ แล้วหมุนกายเดินไปยังขอบฉากกั้น หยิบผ้าคลุมบางและชุดนอนที่ตนจัดวางไว้ก่อนหน้านั้นขึ้นมาแม้ปลายนิ้วยังสั่น และลมหายใจยังไม่คลายจากแรงปรารถนา แต่เขากลับเดินกลับมาหานางอย่างสงบ แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาวเงยหน้ามองหล่อนด้วยดวงตาเคร่งขรึม ทว่าอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“ยกแขนขึ้นหน่อย ข้าจะสวมอาภรณ์ให้”หลิวซือเย่มองเขาด้วยดวงตาที่แฝงทั้งความตกตะลึง ส่วนร่างกายนางทำตามอย่างเงียบงันเขาค่อย ๆ คลี่ผ้าคลุมลงบนไหล่นางอย่างเบามือ จัดตำแหน่งอย่างระวังไม่ให้ปลายผ้าเปียกน้ำมือหนาขยับเก็บเส้นผมเปียกที่แนบแก้มอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวมันจะบาดผิวอันบอบบางของนางปลายนิ้วลากผ่านผิวเนื้อขาวนวลที่ยังชื้นไออุ่นผ้าคลุมที่เขาสว

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   ข้าเมื่อยแล้ว

    บทที่สิบแปด ข้าเมื่อยแล้ว“ยืนขึ้นหน่อยเย่เอ๋อร์” เขากระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจแนบซอกคอชื้นไอน้ำ “นั่งที่ขอบอ่างแล้วแยกขาออกให้กว้าง”หลิวซือเย่หอบหายใจ สั่นสะท้านทั่วร่าง ใบหน้าแดงจัดทั้งจากอารมณ์และคำสั่งที่ช่างอุกอาจจนเกินจะทัดทาน“อามู่ เจ้า...”“ข้าจะปรนนิบัติเจ้าเอง” เขาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ มือใหญ่ตวัดช้อนร่างนางขึ้นจากน้ำอย่างรวดเร็ว จนร่างเปลือยเปล่าเปียกชื้นนั่งพาดอยู่บนขอบอ่างไม้ตามที่ใจของชายหนุ่มต้องการเขาแยกเรียวขางามออก ไม่เปิดโอกาสให้นางห้ามได้แม้แต่ครึ่งคำ“ตรงนี้...คือของข้า” เขาพึมพำขณะก้มลงไปด้านหน้า จับสะโพกกลมกลึงไว้มั่น จากนั้นปลายลิ้นร้อนก็แตะลงบนปุ่มเนื้อเล็กกลางกลีบบุปผาหลิวซือเย่สะดุ้งทั้งตัว “อ๊า... อย่า...” เสียงร้องของนางแผ่วสั่น ไม่แน่ชัดว่าเป็นเสียงต้านหรือเชิญชวนแต่เขาไม่หยุดเรียวลิ้นของเฉินเต๋อหมิงลากเลียแนบแน่นอย่างเชื่องช้า วนแตะยอดเม็ดเนื้อกลางกลีบบุปผานุ่มที่ชื้นฉ่ำราวกับกลีบดอกไม้ยามเช้าเสียงครางสะท้านของนางดังขึ้นในลำคอพร้อมกับร่างที่กระตุกวูบเขาสลับจังหวะอย่างช่ำชอง จากการแตะเบาเป็นดูดเม้มแรง จากวนเป็นจี้ลงเฉพาะจุด กดเน้นจนเม็ดเนื้อที่เคยซ่อนอยู่

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   30 บนรถม้า

    บทที่ยี่สิบเอ็ด บนรถม้าแววตาคมฉายชัดด้วยแรงปรารถนาลุกโชน จับจ้องร่างเล็กที่หอบหายใจพร่าอยู่ใต้ร่าง ริมฝีปากนางสั่นระริก แก้มแดงซ่านด้วยความร้อนแรงที่เขาป้อนให้อย่างต่อเนื่อง สายตาที่เว้าวอนยิ่งเหมือนยั่วยุเพลิงในอกให้โหมกระพือ“เจ้าหนีข้าไม่ได้แล้วเย่วชิง ร่างกายนี้คือของข้าเพียงผู้เดียว” เสียงแหบ

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   8เกี่ยวก้อยเป็นสหาย

    บทที่ห้า เกี่ยวก้อยเป็นสหาย เซี่ยเจ๋อรุ่ยโน้มตัวลงคร่อมเย่วชิง มือใหญ่วางบนต้นขาเนียนราวกำลังสัมผัสสมบัติอันล้ำค่า ดวงตาคมกวาดมองบุปผาที่เบ่งบานอยู่ตรงหน้า เสียงลมหายใจของเขาหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัวเย่วชิงชี้นิ้วลงเบา ๆ “ตรงนี้…คุณชายต้องให้ความสำคัญ”เขาพยักหน้าช้า ๆ ก่อนโน้มศีรษะลง ปลายลิ้นร้อนแตะส

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   7ไม่ไหวแล้ว

    “อืม… อ่า…” เสียงทุ้มสั่นระรัว ผสานกับลมหายใจหนักที่แทบจะกลายเป็นเสียงกระเส่า ทำให้บรรยากาศในห้องข้นคลั่กไปด้วยความร้อนแรงเย่วชิงเพิ่มแรงบีบเล็กน้อยแล้วเร่งจังหวะ รูดขึ้นลงต่อเนื่องทให้ได้ยินเสียงครางของแม่ทัพหนุ่มดังชัดขึ้น “อืมม… เย่วชิง…อา…” กล้ามเนื้อหน้าท้องกระตุกตามแรงมือทุกครั้ง ดวงตาคมห

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   6ขาที่สาม(1)

    บทที่สี่ ขาที่สามยามวิกาลมาถึงในที่สุด แสงตะเกียงน้ำมันในเรือนนอนของแม่ทัพหนุ่มส่องละมุนทั่วห้อง เย่วชิงวางห่อผ้าสีหม่นบนโต๊ะเตี้ย คลี่ออกเผยให้เห็นตำราข้างหมอนสามเล่มที่เพิ่งได้มาจากร้านหนังสือมือสองเซี่ยเจ๋อรุ่ยนั่งพิงหมอนบนเตียง มองนางด้วยสายตาผสมระหว่างความสงสัยและระวัง “นี่คือหนังสือที่เจ้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status