เข้าสู่ระบบ
"อืมมม มาแล้วเหรอเธอ เหนื่อยไหม"
เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆบนมุมปาก เมื่อสัมผัสได้ถึงอ้อมกอดนุ่มนวลที่โถมเข้ามาหาตัวขณะที่เขากำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่บนโซฟาตัวกว้าง
ซีนยกมือขึ้นลูบแก้มเนียนของคนที่ซุกอยู่กับอกเขาอย่างแสนรัก วันนี้เป็นวันครบรอบของเรา เขาเตรียมของขวัญและจัดห้องรอเธออยู่นาน นานจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
แกร็บ ตุ๊บ!
เสียงของหล่นกระแทกพื้นดังมาจากหน้าประตูห้อง ทำให้สติที่ยังเลือนรางของซีนตื่นตัวเต็มที่ เขาลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ ก่อนที่นัยน์ตาคมจะเบิกกว้างเมื่อเห็นชัดเจนว่าคนที่กำลังกอดเขาอยู่ไม่ใช่แฟนของเขา
"พาย! ทำบ้าอะไรวะ!"
ซีนผลักร่างบางของเพื่อนสนิทในกลุ่มออกอย่างแรงจนพะพายเซไปชนขอบโต๊ะ
ทว่าเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะหันไปมองว่าเธอจะเป็นอย่างไร เพราะสายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างของใครอีกคนที่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงหน้าประตูห้อง
มีนา...
ดวงตากลมโตที่เขาหลงรักกำลังเบิกกว้าง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนสั่นระริก ที่ปลายเท้าของเธอมีถุงกระดาษใบสวยหล่นอยู่
ข้าวของข้างในที่ดูเหมือนจะเป็นของขวัญทำมือกำลังเทกระจาดออกมาปนเปื้อนกับฝุ่นบนพื้น หยาดน้ำตาใสๆไหลลงมาอาบแก้มเนียน ก่อนที่เจ้าตัวจะหันหลังแล้ววิ่งหนีออกไปทันที
"มีนา! เดี๋ยว! ฟังซีนก่อน!"
ซีนสบถลั่นห้อง เขาดันตัวลุกจากโซฟา วิ่งตามร่างเล็กออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ขาหยาวก้าวฉับๆเพียงไม่กี่ก้าวก็คว้าข้อมือเล็กเอาไว้ได้ทันก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง
"ปล่อย!" มีนาสะบัดแขนอย่างแรง แต่แรงผู้หญิงตัวเล็กๆหรือจะสู้แรงของเขาได้
"ไม่ปล่อย! เธอกำลังเข้าใจผิด มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน!"
ซีนไม่ยอมแพ้ เขาออกแรงรั้งดึงกึ่งลากแฟนสาวให้กลับมาที่ห้อง แม้มีนาจะทุบตีและขัดขืนตลอดทาง เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือ
ทันทีที่เหวี่ยงประตูห้องปิดลง ซีนก็หันขวับไปหาพะพายที่ยังคงยืนทำหน้าตื่นตระหนกอยู่ในห้อง
"กลับไปพาย! ออกไปเดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มตวาดอย่างที่แทบจะไม่เคยทำกับเพื่อนผู้หญิงคนไหนมาก่อน
"ซะ ซีน คือกูแค่..." พะพายทำเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าเหมือนคนถูกรังแก
"กูบอกให้ออกไปไงวะ!"
ความอดทนของซีนขาดผึง เขาชี้มือไปที่ประตู พะพายสะดุ้งเฮือกก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าแล้วเดินก้มหน้าออกไปจากห้อง ทิ้งความเงียบและบรรยากาศที่หนักอึ้งเอาไว้
ภายในห้องที่ถูกตกแต่งด้วยลูกโป่งและป้ายตัวอักษรคำว่า 'Happy Anniversary' ตอนนี้กลับดูน่าสมเพชในสายตาของมีนา
เธอแค่นยิ้มทั้งน้ำตา มองหน้าผู้ชายที่เป็นรักแรกและรักเดียวของเธอมาตั้งแต่มัธยม ผู้ชายที่เธอเลือกตามมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเขาเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นภาพบาดตาบาดใจที่ทำลายความเชื่อใจจนไม่เหลือชิ้นดี
"จะให้อธิบายอะไรอีก ภาพมันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ" มีนาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่แฝงไปด้วยความประชดประชัน
"ภาพบ้าอะไร! ซีนหลับอยู่ ซีนคิดว่าเป็นเธอ ซีนถึงได้กอดตอบไง!"
ซีนพยายามก้าวเข้าไปหา เอื้อมมือจะจับไหล่บาง แต่มีนาก้าวถอยหลังพร้อมกับปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี
"คิดว่าเป็นเค้า? ตลกไปหน่อยมั้งซีน! พายเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงถ้าพี่ไม่เปิดประตูให้"
"ก็พายมันทักมาบอกว่าจะเอาของที่โซ่ยืมไปมาคืนให้ ซีนก็เปิดประตูรับของ แล้วซีนก็มานอนรอเธอที่โซฟาต่อจนเผลอหลับไป ใครจะไปรู้ว่ามันยังไม่กลับแล้วมาทำบ้าๆแบบนี้!"
ซีนอธิบายรวดเดียวจบด้วยความหงุดหงิด เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยโกหก และเกลียดที่สุดคือการถูกยัดเยียดความผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ แต่ดูเหมือนความจริงของเขา จะส่งไม่ถึงใจของคนที่กำลังถูกอารมณ์โกรธและภาพบาดตาครอบงำ
"อ๋อ เหรอ! งั้นก็คงเป็นความบังเอิญที่บ่อยมากๆเลยเนอะ!" มีนาขึ้นเสียง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและผิดหวัง
"เหมือนที่มันบังเอิญส่งข้อความมาหาพี่ตอนดึกๆ แล้วอ้างว่าส่งผิด เหมือนที่มันบังเอิญถ่ายรูปใส่ชุดนอนบางๆส่งมาให้ดู แล้วทุกครั้งพี่ก็เอาแต่บอกว่าไม่มีอะไร พี่คิดว่าเค้าโง่มากเหรอ ที่ดูไม่ออกว่าเพื่อนสนิทของพี่มันคิดยังไงกับแฟนน่ะ!"
"ก็ซีนบอกแล้วไงว่าซีนไม่ได้คิดอะไรกับพาย! มันก็แค่เพื่อน! ทำไมเธอถึงไม่ฟังกันบ้างวะมีนา!"
อีโก้ในตัวซีนเริ่มพุ่งสูงขึ้นตามแรงอารมณ์ เขาพยายามใจเย็นมาตลอด พยายามอธิบายดีๆ
แต่พอถูกต้อนและถูกมองว่าผิดทั้งที่เขาบริสุทธิ์ใจ ความหัวร้อนที่เคยพยายามกดทับไว้ก็เริ่มปะทุ เขาไม่ชอบการถูกไม่ไว้ใจ โดยเฉพาะจากคนที่เขารักที่สุด
"ใช่! เค้ามันเป็นคนไม่ยอมฟังอะไรไง เค้ามันงี่เง่า!" มีนาตะโกนสวนกลับ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"ถ้าการที่มีนาเชื่อในสิ่งที่ตาตัวเองเห็น เชื่อในเซนส์ของตัวเอง มันเรียกว่างี่เง่า งั้นเราก็ไม่ต้องทนกันอีกต่อไปแล้ว!"
สรรพนามที่เคยใช้เรียกกันอย่างน่ารักหายไปหมดสิ้น ซีนชะงักไปชั่วครู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น ความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆตีตื้นขึ้นมาในอก
"เธอหมายความว่าไง?" ซีนถามเสียงต่ำ ท่าทีแข็งกร้าวเมื่อครู่เริ่มสั่นไหว
"เราเลิกกันเถอะ"
คำพูดสั้นๆแต่เหมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางความรู้สึก ซีนยืนนิ่งงันไปหลายวินาที ก่อนที่ความตกใจจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัด
เขาอุตส่าห์เตรียมทุกอย่างเพื่อเซอร์ไพรส์เธอในวันครบรอบ เขาไม่เคยมองใครนอกจากเธอ แต่เธอแค่มองเห็นภาพบ้าๆนั่นแค่ไม่กี่วินาที ก็ตัดสินเขาและพร้อมจะโยนความสัมพันธ์ของเราทิ้งอย่างง่ายดายขนาดนี้เลยหรือ?
"เธอจะเอางี้ใช่ป่ะ" ซีนกัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนน้ำตาด้วยความผิดหวังไม่แพ้กัน
"พูดคำว่าเลิกออกมาง่ายๆแบบนี้เลยดิมีนา"
"แล้วจะให้ทำยังไง! ให้มีนาทนหลับหูหลับตาดูแฟนตัวเองกอดกับเพื่อนผู้หญิงบนโซฟาในวันครบรอบของเรางั้นเหรอ!"
"ก็กูบอกว่าไม่ได้ตั้งใจกอดเว้ย! จะให้พูดอีกกี่รอบวะ!" ซีนตวาดลั่นจนเผลอหลุดคำหยาบ เขาเตะโต๊ะหน้าโซฟาอย่างแรงจนเค้กปอนด์เล็กที่เตรียมไว้สั่นสะเทือน
"ถ้าอธิบายขนาดนี้แล้วยังไม่คิดจะฟังกันเลย งั้นก็เอาดิ!"
มีนามองภาพผู้ชายตรงหน้าด้วยหัวใจที่แตกสลาย นี่ไม่ใช่ซีนคนที่แสนอ่อนโยนและใจเย็นกับเธอเสมอในวันแรกๆที่คบกันอีกแล้ว
"เออ! เลิกก็เลิก! อยากเลิกนักก็เอาเลย!"
สิ้นคำประชดประชันที่หลุดออกมาจากปากของคนอีโก้สูง ความเงียบก็โรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งห้อง ซีนหอบหายใจแรง เขามองสบตาคนตรงหน้าด้วยความทิฐิ
ในหัวคิดแค่ว่า 'เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน' เขาเชื่อว่าคนอย่างมีนา ถ้ารอให้อารมณ์เย็นลง เธอจะต้องยอมฟังเขา และเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เขาจะไม่ยอมก้มหัวง้อในตอนที่ตัวเองไม่ได้ทำผิดเด็ดขาด
มีนายกมือขึ้นปาดน้ำตาบนลวกๆ อย่างคนเด็ดขาด เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆมองหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย
"ขอบคุณนะ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา"
ร่างเล็กหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ไม่มีอาการลังเลหรือหันหลังกลับมามองอีกเลย เสียงประตูห้องปิดลงเบาๆ แต่มันกลับดังก้องอยู่ในความรู้สึกของซีน
"แม่งเอ๊ย!"
ซีนสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างแรง ยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองจนฟูฟ่อง เขามองไปที่ลูกโป่งสีสวยและเค้กที่ยังไม่ได้จุดเทียนด้วยสายตาหงุดหงิด
ช่างเถอะ... ปล่อยให้ไปสงบสติอารมณ์ก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยไปง้อที่คณะ
ผู้ชายอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจอย่างเขาคิดแค่นั้นจริงๆ เขาคิดว่าความสัมพันธ์ที่คบกันมาตั้งแต่เธอมัธยม มันแน่นแฟ้นพอที่จะก้าวผ่านเรื่องงี่เง่าพวกนี้ไปได้ เขาคิดว่าวันพรุ่งนี้ของเธอกับเขาจะยังมีอยู่เสมอ
แต่ซีนไม่เคยรู้เลยว่า... คำว่าพรุ่งนี้สำหรับการแก้ตัวของเขา มันจะไม่มีวันมาถึงอีกแล้ว
"ฟอดดด! แอบคิดอะไรอยู่ครับคนเก่ง เหม่อจนโดนขโมยหอมแก้มยังไม่รู้ตัวอีก"เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนพวงแก้มใสอย่างหมั่นเขี้ยว ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นของสวนหย่อมหลังมหาวิทยาลัย เสียงน้ำพุที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางดังกระทบผิวน้ำเบาๆ สร้างบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลายและโรแมนติก"โอ๊ย! พี่ซีน! เล่นอะไรเนี่ย ตกใจหมดเลย!"มีนาสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นฟาดลงบนท่อนแขนแกร่งของคนที่ฉวยโอกาสขโมยหอมแก้มเธอไปหนึ่งทีด้วยความตกใจปนเขินอาย ใบหน้าหวานหันไปค้อนขวับใส่ผู้ชายตัวโตที่กำลังยืนฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด"ก็ใครใช้ให้เธอยืนเหม่อล่ะครับ ซีนเรียกตั้งสองรอบก็ไม่ได้ยิน มัวแต่คิดอะไรอยู่ หืม?" ซีนไม่สะทกสะท้าน แถมยังรวบมือเล็กของเธอมากุมไว้หลวมๆแล้วแกว่งไปมาเบาๆ มีนาถอนหายใจออกมาบางๆ รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อช่วงเช้าของวัน"มีนาแค่... กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อเช้านี้น่ะค่ะ""เรื่องเมื่อเช้า?" ซีนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เรื่องที่พายมาหาเราน่ะเหรอ""ใช่ค่ะ..." มีนาพยักหน้ารับ แววตาของเธอทอประกายอ่อนโยนลง "มีนา
"พี่ซีน! ถอยไปเลยนะ มาวอแวแบบนี้เดี๋ยวเค้าก็หั่นผักพลาดโดนนิ้วตัวเองหรอก ไปนั่งรอที่โต๊ะดีๆเลยไป"เสียงหวานใสเอ็ดขึ้นเบาๆพร้อมกับศอกเล็กที่กระทุ้งเข้าที่สีข้างของคนตัวโตเบาๆเป็นการประท้วง แต่ถึงอย่างนั้น คนที่ถูกไล่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมขยับถอยห่างออกไปเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังกระชับท่อนแขนแกร่งที่สวมกอดเอวบางจากทางด้านหลังให้แน่นขึ้นไปอีก"ก็คนมันอยากช่วยนี่นา หอมจัง ทำอะไรกินครับเนี่ย หอมไปถึงข้างนอกเลย"ซีนกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ก่อนจะฉวยโอกาสกดปลายจมูกโด่งฝังลงบนพวงแก้มใสของแม่ครัวคนเก่งไปหนึ่งฟอดใหญ่เวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่วันที่มีนายอมย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดของเขา ชีวิตของซีนก็เหมือนได้เติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป ทุกๆวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ การได้ยืนกอดเธอจากด้านหลัง มองดูเธอทำอาหารให้กิน มันกลายเป็นความสุขที่เรียบง่ายแต่มีค่าที่สุดสำหรับเขาไปแล้ว"ไม่ต้องมาทำเนียนเลยนะ อยากช่วยหรืออยากป่วนกันแน่คะ ถอยไปเลย มีนาจะผัดข้าวแล้วเนี่ย" เธอหันมาทำตาดุใส่ แต่รอยยิ้มบางๆบนมุมปากก็ทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้โกรธเคืองอะไรนักติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวด
"มึงทำเหี้ยอะไรของมึงเนี่ยไอ้ซีน คุกนะมึง บุกรุกบ้านคนอื่นแถมพากันมาเป็นแก๊งแบบนี้เนี่ย"เสียงกระซิบกระซาบของโซ่ดังขึ้นที่ข้างหู ขณะที่เขาก้มตัวลงมาหาเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆกลางห้องโถงของบ้านเช่าหลังเล็ก ซีนสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำทับเสื้อนักศึกษา ปากคาบมวนบุหรี่ที่เพิ่งจุดไฟติด ควันสีเทาหม่นลอยคลุ้งขึ้นสู่อากาศสร้างบรรยากาศที่ดูอันตรายและกดดันอย่างบอกไม่ถูกด้านซ้ายและขวามีโซ่กับเกียร์ยืนขนาบข้างด้วยใบหน้าตึงเครียด ส่วนด้านหลังของพวกเขายังมีกลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์นับสิบคนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อช็อปสีเลือดหมูมายืนกอดอกทำหน้าเหี้ยมเป็นแบ็คอัพให้ลูกพี่ของพวกเขา"จริงของไอ้โซ่มัน" เกียร์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งโน้มตัวลงมากระซิบสมทบอีกคน "ละมึงจะเก๊กทำเหี้ยอะไรนักหนาวะ หล่อมากมั้งไอ้สัส ควันบุหรี่เข้าตากูหมดแล้วเนี่ย จะทำอะไรก็รีบๆทำ"ซีนที่กำลังสวมบทบาทเป็นมาเฟียหนุ่มถึงกับหลุดมาด เขาจิ๊ปากอย่างขัดใจที่เพื่อนรักทั้งสองคนเอาแต่ขัดจังหวะการสร้างบรรยากาศของเขา"จิ๊ พวกมึงนี่ ขัดมู้ดกูหมด" ซีนกระซิบตอบลอดไรฟัน "ก็ต้องวางมาดหน่อยสิวะ ไม่งั้นเขาจะกลัวกู
"ไหนบอกว่าเจ็บแผลไงคะ แล้วมาซนอะไรตรงนี้เนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยประท้วงอย่างไม่จริงจังนัก เมื่อร่างบางที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่สีเข้มกลางห้องนั่งเล่น ถูกวงแขนแกร่งของเจ้าของห้องดึงรั้งเข้าไปหาจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้าง มีนาพยายามจะขืนตัวออกเพราะกลัวจะไปกระทบกระเทือนบาดแผลที่แผ่นหลังและศีรษะของเขา แต่คนป่วยจอมเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังรัดเอวคอดของเธอแน่นขึ้นไปอีก"แผลที่หัวน่ะเจ็บครับ แต่ตรงอื่นมันคิดถึงเธอมากกว่านี่นา"เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างเอาแต่ใจ ซีนสูดดมกลิ่นหอมสบู่เด็กที่คุ้นเคยจากตัวเธอเข้าปอดลึกๆ ความเหนื่อยล้าจากการนอนโรงพยาบาลหลายวันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อมีผู้หญิงคนนี้อยู่ในอ้อมกอด"พี่ซีน... เพิ่งออกจากโรงพยาบาลแท้ๆ ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง พักก่อนดีไหม" มีนาเอียงคอหลบสัมผัสร้อนผ่าว มือเล็กวางแหมะลงบนท่อนแขนแกร่งที่กอดรัดเธออยู่ พยายามใช้เหตุผลเข้าสู้"บอกแล้วไงว่าเรื่องอื่นน่ะเหนื่อย" ซีนพลิกตัวร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า จับเธอให้นั่งคร่อมลงบนตักแกร่งของเขา นัยน์ตาคมพราวระยับทอดม
"นี่มันไม่ใช่ทางกลับหอพักของมีนานี่คะพี่ซีน เรากำลังจะไปไหนกันเนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยท้วงขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบภายในห้องโดยสารของรถยนต์คันหรู มีนาละสายตาจากวิวทิวทัศน์สองข้างทาง หันมามองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่กำลังทิ้งน้ำหนักศีรษะพิงซบลงบนลาดไหล่เล็กของเธออย่างออดอ้อนวันนี้เป็นวันที่ซีนได้รับอนุญาตจากคุณหมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้ โดยมีโซ่รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้ และมีเกียร์นั่งประจำที่อยู่เบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนคนป่วยที่แผลยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างซีน ก็ฉวยโอกาสยึดเบาะหลังเป็นพื้นที่สวีท จับมือเล็กของมีนามากุมไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมาตลอดทาง"ใช่ครับ" ซีนตอบรับเสียงนุ่มนวล ทั้งที่ตายังหลับพริ้มรับสัมผัสอบอุ่นจากเธอ "เรากำลังจะไปคอนโดของซีนกัน ต่อไปนี้เธอต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น ที่นั่นระบบรักษาความปลอดภัยดีกว่าหอพักของเธอตั้งเยอะ"มีนาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยินคำตอบเอาแต่ใจนั้น "จะบ้าเหรอคะพี่ซีน ไปอยู่ได้ยังไง ข้าวของที่ห้องของมีนาก็ยังไม่ได้เก็บเลยนะ ทั้งเสื้อผ้า ชุดนักศึกษา หนังสือเรียนอีก""ไม่ต้องห่วงหรอก ซีนให้คนไปจัดการแพ็คของทุกอย่าง แล้วก็ขนมาจัดไว้ที่ห้องของซีนเรียบร้อยหม
"เงินมีแค่นี้เองเหรอวะมีนา แล้วพ่อจะเอาอะไรไปจ่ายดอกพวกมัน"เสียงตะคอกเกรี้ยวกราดของผู้เป็นพ่อดังก้องไปทั่วบ้านเช่าหลังเล็กซอมซ่อ มีนายืนก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด สภาพของเธอตอนนี้ทั้งเหนื่อยล้าและบอบช้ำไปทั้งกายและใจ ทั้งรอยแดงช้ำบนแก้มที่เพิ่งโดนแม่ของซีนตบมาเมื่อตอนบ่าย และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอก"มีนาทำทุกทางแล้วค่ะพ่อ" เธอตอบกลับเสียงสั่นเครือ "มีนาหามาได้เท่านี้จริงๆ เมื่อคืน... เมื่อคืนมันเกิดเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย มีนาก็เลยได้เงินมาไม่ครบ""เรื่องวุ่นวายอะไรของแก! พ่อบอกแล้วไงว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เงิน พวกมันเอาพ่อตายแน่!" พ่อของเธอโวยวายอย่างคนเสียสติ เดินวนไปวนมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะชะงักแล้วหันมามองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังอันเห็นแก่ตัว "เออใช่! แกก็ไปขอเงินไอ้แฟนแกสิ! ไอ้หนุ่มนั่นมันลูกคนรวยไม่ใช่หรือไง เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก ไปขอมันมาเดี๋ยวนี้เลย!""ไม่! พ่ออย่ายุ่งกับพี่ซีนนะ!"มีนาเงยหน้าขึ้นตวาดเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นัยน์ตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธและปกป้อง "พี่ซีนไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้! ที่เขาต้องไปนอนเจ็บปางต







