Song Kang รับบทเป็น ชา ฮยอนซู (Cha Hyun-su) — ตัวเอกของเรื่องที่จากคนธรรมดากลายเป็นคนต้องเผชิญกับความโหดร้ายของโลกใหม่ การแสดงของเขาแสดงให้เห็นการต่อสู้ภายในจิตใจได้ชัดเจนและทำให้ผมเอาใจช่วยตลอด
ยอมรับเลยว่าตอนดู 'Sweet Home' ครั้งแรก ความรู้สึกกว่ามาจากการเห็นหน้า Song Kang ที่คุ้นเคยอยู่แล้วจากผลงานก่อนหน้า เขาเป็นคนที่มีเส้นทางขึ้นมาอย่างรวดเร็วและงานก่อนหน้าที่คนมักพูดถึงคือ 'Love Alarm' กับ 'The Liar and His Lover' ซึ่งทำให้คนจดจำสไตล์การแสดงของเขาได้ง่าย พอมารับบท Cha Hyun-su ใน 'Sweet Home' มันเลยรู้สึกเหมือนเห็นนักแสดงที่เติบโตขึ้นทั้งด้านโทนและการควบคุมอารมณ์ ฉากที่ต้องถ่ายทอดความกลัว ผสมกับความอึดอัดภายในตัวละคร ในมุมของฉันเขาทำได้ดีจนบทไม่ถูกกลบด้วยเอฟเฟกต์มอนสเตอร์
นอกจากนี้ยังมีนักแสดงรุ่นใหญ่ที่เข้ามาเติมมิติให้เรื่อง เช่น Lee Jin-wook และ Lee Si-young ซึ่งสร้างบาลานซ์ให้กับนักแสดงรุ่นใหม่ การมีนักแสดงที่มีประสบการณ์มาร่วมทีมทำให้บรรยากาศการแสดงเป็นไปอย่างมืออาชีพ บทบาทของพวกเขาถูกวางให้เป็นเสาหลักที่ช่วยให้ตัวละครของ Song Kang และคนอื่น ๆ มีน้ำหนักมากขึ้น สรุปคือก่อน 'Sweet Home' มีผลงานเด่นเป็นแรงผลักดันให้คนจับตามอง แถมยังเป็นเหตุผลว่าทำไมซีรีส์ชุดนี้ถึงได้เสียงตอบรับล้นหลามจากผู้ชมหน้าใหม่และแฟนเดิมของแต่ละคน ยังคงชอบวิธีที่นักแสดงผสมผสานกันจนเกิดเคมีแบบที่ไม่ได้มาง่ายๆ
รายชื่อตัวละครหลักในซีซันแรกของ 'Sweet Home' ที่แฟนๆ มักจะพูดถึงกันบ่อย ๆ มีทั้งนักแสดงหน้าใหม่และชั้นครูผสมกัน ทำให้บรรยากาศของเรื่องเข้มข้นมากขึ้น: Song Kang, Lee Jin-wook, Lee Do-hyun, Go Min-si, Park Gyu-young, Kim Nam-hee รวมถึงนักแสดงสมทบอีกหลายคนที่ช่วยเติมมิติให้กับคอนโด Green Home
ในมุมมองของคนที่ชอบสังเกตรายละเอียดของการแสดง ผมชอบวิธีที่แต่ละคนถ่ายทอดความหวาดกลัวและความสูญเสียออกมาไม่เหมือนกัน—Song Kang นำความเปราะบางมาสู่ตัวเอกอย่างชัดเจน ขณะที่ Lee Jin-wook ให้ความรู้สึกแข็งกร้าวและซับซ้อน ส่วน Lee Do-hyun กับ Go Min-si ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหญิง-ชาย บางฉากที่เพลงประกอบเบาลงแล้วตัวนักแสดงต้องแบกรับอารมณ์คือฉากที่ยังติดตาอย่างแรง
สรุปสั้นๆ ว่าเสน่ห์ของซีซันแรกอยู่ที่การคัดนักแสดงที่ลงตัวและกลุ่มตัวละครที่ทำให้เราอยากติดตามต่อ ไม่เพียงแค่สัตว์ประหลาด แต่เป็นความเปราะบางของคนในคอนโดที่ทำให้เรื่องนี้มีพลัง จำได้ว่าหลังดูจบแล้วยังคุยกับเพื่อนถึงการเลือกนักแสดงอยู่นานเลย