3 Answers2026-04-10 21:03:26
หลายคนคงรู้จักหนัง 'I Care a Lot' เพราะนักแสดงนำของเรื่องล้วนเป็นชื่อที่คุ้นหูในวงการภาพยนตร์สากล และผมมักชอบชี้ให้เพื่อนดูผลงานเก่าของพวกเขาเพื่อเข้าใจไดนามิกบนจอมากขึ้น
Rosamund Pike ในบท Marla เป็นเหตุผลหลักที่คนพูดถึงหนังนี้ — ก่อนหน้านั้นเธอมีผลงานที่ทำให้คนจดจำอย่าง 'Gone Girl' ซึ่งโชว์เทคนิคการแสดงเชิงจิตวิทยาที่เฉียบคม แล้วก็ยังมีบทคลาสสิกใน 'Pride & Prejudice' ที่ต่างแนวแต่ก็แสดงความยืดหยุ่นของเธอได้ดี ฉันชอบวิธีที่เธอใช้ความนิ่งและรอยยิ้มเย็นๆ มาสร้างคาแรกเตอร์ที่น่ากลัวแต่มีเสน่ห์
Peter Dinklage เป็นอีกคนที่ฉีกบรรยากาศของหนังด้วยการเล่นใหญ่แบบมีชั้นเชิง คนที่ติดตาม 'Game of Thrones' คงไม่ลืมบท Tyrion ที่ทำให้เขาโดดเด่นมากก่อนหน้านี้ อีกตัวอย่างที่เห็นความสามารถของเขาคือผลงานในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อย่าง 'X-Men: Days of Future Past' ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตัวเขาสามารถสลับระหว่างบทหนักและบทสมทบได้อย่างน่าทึ่ง — นี่คือเหตุผลที่ตอนดู 'I Care a Lot' ฉันรู้สึกว่าเคมีระหว่างนักแสดงเป็นหัวใจสำคัญของความตึงเครียดในเรื่อง
1 Answers2026-01-16 21:10:23
นี่คือภาพรวมสั้น ๆ ของนักแสดงจาก 'London Has Fallen' ที่ผมติดตามต่อหลังหนังจบ แล้วรู้สึกว่ามีแววหรือมีผลงานเด่น ๆ ที่น่าจับตา
ผมต้องพูดถึง Gerard Butler ก่อนเลย เพราะเขากลับมาเป็นจุดเด่นอย่างชัดเจนหลังจาก 'London Has Fallen' — เขากลับมารับบทเดิมใน 'Angel Has Fallen' (2019) ที่ขยายจักรวาลของตัวละครไมค์ แบนนิ่ง อีกทั้งยังเลือกเล่นหนังแอ็กชัน-เอาต์ดอร์ที่เน้นคาแรกเตอร์แมน ๆ ของเขา เช่น 'Den of Thieves' (2018) ที่ฉากบู๊กับบรรยากาศอาชญากรรมเข้มข้นทำให้เห็นมุมดุดันของเขาในแบบที่ต่างจากหนังการเมือง และต่อด้วยผลงานที่สอดรับกับกระแสหนังภัยพิบัติ/เอาต์เตอร์เรียลอย่าง 'Geostorm' (2017) ก่อนจะยกระดับไปสู่หนังเอาต์ดอร์-เอาต์ลาสต์อย่าง 'Greenland' (2020) และผลงานแอ็กชันในช่วงหลัง ๆ อย่าง 'Plane' (2023) กับ 'Kandahar' (2023) ที่ยังคงรักษาเสน่ห์ฮีโร่แบบคนธรรมดาต้องเอาตัวรอดไว้ได้ดี นี่แหละเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่า Butler ยังคงเป็นชื่อที่ดึงคนดูเข้ามาได้เสมอ
Angela Bassett เป็นอีกคนที่เด่นหลังจาก 'London Has Fallen' — เส้นทางของเธอข้ามไปสู่บทบาทที่มีน้ำหนักในจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ด้วยการรับบทเป็น Queen Ramonda ใน 'Black Panther' (2018) และกลับมาอีกครั้งใน 'Black Panther: Wakanda Forever' (2022) ซึ่งทำให้คนเห็นมิติแม่ผู้นำที่เข้มแข็งของเธอ นอกจากนี้ Bassett ยังทุ่มเทในซีรีส์ทีวีอย่าง '9-1-1' (เริ่ม 2018) ที่เธอสวมบท Athena Grant อย่างหนักแน่นและเป็นหนึ่งในตัวอย่างของนักแสดงที่เล่นได้ทั้งหนังบล็อกบัสเตอร์และงานทีวีที่ต้องพะวงอารมณ์ตัวละครต่อเนื่อง
Morgan Freeman เป็นอีกชื่อที่ไม่ควรเลี่ยง — หลังจาก 'London Has Fallen' เขายังมีบทบาทที่น่าจดจำในหนังแนวฮิวแมน-คอมเมดี้อย่าง 'Going in Style' (2017) ที่ร่วมกับ Michael Caine และ Alan Arkin และยังคงเป็นเสียงและภาพจำที่แข็งแรงในงานภาพยนตร์หลายแนว แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีบทนำติดต่อกันทุกปี แต่ความสงบนิ่งและน้ำเสียงของเขายังทำให้ผลงานแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ สำหรับนักแสดงคนอื่น ๆ ใน 'London Has Fallen' อย่าง Aaron Eckhart, Melissa Leo, Radha Mitchell และนักแสดงสมทบอีกหลายคน พวกเขายังคงทำงานต่อทั้งในหนังอิสระ โปรเจกต์ทีวี และบทบาทสมทบที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เห็นได้บ่อยกับนักแสดงวัยกลางคนที่เลือกบทที่ท้าทายหรือมีมิติ
โดยรวมแล้วการติดตามนักแสดงจาก 'London Has Fallen' ให้ความเพลิดเพลินตรงที่เห็นการเลือกงานที่หลากหลาย — บางคนขยายเป็นแฟรนไชส์หรือหนังบล็อกบัสเตอร์ต่อ บางคนกลับมุ่งงานทีวีหรืออินดี้เพื่อบทที่ลึกขึ้น ผมเองชอบเวลาที่เห็นดาราคนโปรดย้ายมุมทำงานและยังคงรักษาเสน่ห์แบบเดิมไว้ได้ มันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กับเพื่อนรุ่นเก่า ๆ ที่ยังโตขึ้นและยังมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่เสมอ
3 Answers2026-03-01 12:15:02
ชื่อ 'ไอริส' ในภาพยนตร์เรื่อง 'Iris' ถูกเล่าเรื่องผ่านสองนักแสดงที่ให้มิติแตกต่างกันของตัวละครเดียวกัน และฉันมักจะสะดุดกับงานที่ทั้งคู่นำเสนอ
นักแสดงรุ่นใหญ่ที่รับบทไอริสในช่วงวัยผู้ใหญ่คือ Judi Dench — งานเด่นของเธอที่คนรู้จักกันแพร่หลายมีทั้งรางวัลออสการ์จาก 'Shakespeare in Love' และบทบาทเป็น M ในแฟรนไชส์สายลับอย่าง 'Skyfall' ที่ทำให้เธอกลายเป็นไอคอนในวงการหนังบล็อกบัสเตอร์ นอกจากนั้นยังมีผลงานที่แสดงพลังอารมณ์ลึก ๆ อย่าง 'Philomena' และ 'Notes on a Scandal' ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝีมือการแสดงของเธอครอบคลุมทั้งบทหนักและบทที่ต้องการความละเอียดอ่อน
ฉันประทับใจในวิธีที่เธอใช้ประสบการณ์บนเวทีมาเติมน้ำหนักให้ตัวละคร ไอริสในภาพยนตร์ไม่ใช่แค่ใบหน้า แต่เป็นคนที่มีอดีต ความเจ็บปวด และความรักที่ยังคงผลักดันให้เรื่องเดินไปข้างหน้า การได้เห็นชื่อเธอปรากฏบนเครดิตทำให้ฉากเงียบ ๆ มีความหมายเพิ่มขึ้น และทำให้การย้อนอดีตของตัวละครรู้สึกทั้งจริงจังและซับซ้อน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฉันชอบดูผลงานของเธอต่อเรื่อย ๆ
3 Answers2026-06-10 13:14:01
รายชื่อคนดังจาก 'Jumanji' ที่มีผลงานเด่นหลังหนังออกฉายมีหลายคนที่ทำสเต็ปต่อยอดได้ดี
พูดถึงเวอร์ชันดั้งเดิมของ 'Jumanji' (1995) คนที่โดดเด่นสุดคงหนีไม่พ้น Robin Williams — เขาได้รับการยกย่องและยังมีผลงานสำคัญหลังจากนั้น เช่นรางวัลออสการ์จาก 'Good Will Hunting' ที่ทำให้ตำแหน่งในวงการยิ่งแน่นขึ้น แม้บทบาทใน 'Jumanji' จะเป็นหนึ่งในภาพจำ แต่ผลงานอื่น ๆ ของเขาหลากหลายทั้งคอมเมดี้และดราม่า ทำให้ชื่อของเขาขึ้นหิ้งตลอด
Kirsten Dunst เป็นอีกคนที่เติบโตอย่างชัดเจนหลังจาก 'Jumanji' เธอก้าวจากนักแสดงเด็กสู่บทบาทนำในโปรเจกต์ใหญ่ ๆ อย่าง 'Spider-Man' (2002) และมีผลงานอาร์ตเฮาส์ที่ได้รับการยอมรับ เช่น 'Melancholia' ที่ทำให้ได้รับคำชมในระดับเทศกาล ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์เด็กน่ารักใน 'Jumanji'
คนอื่นที่น่าสนใจคือ Bonnie Hunt กับเส้นทางในโทรทัศน์และงานพากย์ รวมถึง Jonathan Hyde ที่ไปมีบทบาทสำคัญในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์เรื่องอื่น ๆ การได้เห็นนักแสดงกลุ่มนี้แยกย้ายไปสร้างผลงานหลากหลายแนว ทำให้รู้สึกว่างานที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นกลับกลายเป็นบันไดสู่ความหลากหลายทางอาชีพ — นี่แหละเสน่ห์ของวงการบันเทิงบ้านเราและต่างประเทศที่ผมติดตามมาเสมอ
3 Answers2026-02-01 02:32:54
นานแล้วที่หนังเรื่องนี้ยังคงนึกถึงอยู่เสมอ และสิ่งที่ชัดเจนสุดคือความโดดเด่นของนักแสดงนำที่เติบโตขึ้นมากหลังจากนั้น
เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางอาชีพของทั้งสองคนหลักอย่างชัดเจน เริ่มจากมาริโอ้ที่กลายเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักมากขึ้น เขาไม่เพียงแต่รับบทนำในภาพยนตร์เชิงพาณิชย์อีกหลายเรื่อง แต่ยังขึ้นแท่นเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ใหญ่ และมีบทบาทที่ทำให้คนจดจำ เช่นการรับบทในหนังสไตล์ตลกผสมสยองขวัญที่ทำรายได้ถล่มทลายอย่าง 'พี่มาก..พระโขนง' ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้ภาพจำของเขาแข็งแรงยิ่งขึ้น
นอกจากมาริโอ้ นักแสดงสมทบและนักแสดงสาวที่เล่นคู่กันก็มีเส้นทางที่หลากหลาย บางคนย้ายไปเล่นละครโทรทัศน์ที่เรียกเรตติ้งสูง บางคนหันไปลองบทบาทที่จริงจังขึ้นหรือรับงานเบื้องหลังอย่างการผลิต ทำให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ชื่อเสียงชั่วคราว แต่หลายคนสามารถใช้หนังเรื่องนี้เป็นบันไดสู่ผลงานที่หลากหลายและยั่งยืนในวงการได้
โดยส่วนตัวแล้วผมชอบมองว่าหนังโรแมนติกวัยรุ่นแบบนี้เป็นจุดเริ่มที่ดีของคนหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถทางการแสดง การได้ขยับสู่บทบาทที่ท้าทายขึ้น หรือการสร้างแบรนด์ส่วนตัวที่แข็งแรงกว่าเดิม
2 Answers2026-04-29 08:52:20
การแสดงของนักแสดงนำชายใน 'ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู' โดดเด่นจนฉันต้องพูดถึงเป็นคนแรก เพราะเขาเอาความไม่มั่นคงทางภาษาและความเขินอายมาแปลงเป็นมุกตลกที่อบอุ่น แทนที่จะทำให้ตัวละครดูน่าเกลียดหรือเกินจริง เขาเลือกใช้ภาษากายเล็กๆ น้อยๆ แววตา และจังหวะพักคำให้เกิดอารมณ์ตลกร่วมกับความจริงใจ ทำให้หลายฉากที่ควรจะเป็นแค่กิมมิคกลายเป็นช่วงที่คนดูเชื่อในความสัมพันธ์ของตัวละครได้จริง
มุมหนึ่งที่ทำให้การแสดงของเขาจับใจคือการบาลานซ์ระหว่างคอมเมดี้และซีนที่ต้องมีน้ำหนักทางอารมณ์: ตัวอย่างเช่นฉากที่ต้องสารภาพความรู้สึกกับอีกฝ่าย ฉากนั้นไม่ได้ใช้บทพูดยาวเหยียด แต่การแสดงออกทางสีหน้าและท่าทางเรียบง่ายกลับสื่อสารได้ชัดจนคนดูรู้สึกเจ็บจี๊ดในอกไปกับเขา อีกจุดที่ฉันชอบคือการร่วมงานกับนักแสดงหญิงนำ—เคมีของทั้งคู่ทำให้ฉากเรียนภาษาอังกฤษที่อาจจะเป็นแค่การฝึกประโยคธรรมดา กลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยขันและความอ่อนโยน
นอกจากนั้น ยังมีนักแสดงสมทบที่ฉันคิดว่าเป็นตัวช่วยระดับฉากเด่น—เขาไม่ใช่แค่ตัวตลกประจำเรื่อง แต่มีช่วงสั้นๆ ที่ดึงอารมณ์คนดูกลับมาสะท้อนความจริงจังของเรื่องได้ดี การแสดงรวมๆ ของทั้งทีมทำให้หนังรู้สึกบาลานซ์ทั้งหัวเราะและยิ้มเศร้าได้ในเวลาเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่การแสดงใน 'ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู' ถึงถูกพูดถึงบ่อยและยังคงทำให้ฉันยิ้มเมื่อคิดถึงฉากโปรดอยู่เรื่อยๆ
1 Answers2026-04-21 21:24:26
บอกเลยว่า 'ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ' เป็นซีรีส์ที่เปิดประตูให้คนดูรู้จักนักแสดงหลายคนอย่างจริงจัง และหลายคนก็มีผลงานเด่นตามมาหลังซีรีส์นั้นจนกลายเป็นชื่อคุ้นหูของแฟนซีรีส์ทั่วเอเชีย
รายชื่อของนักแสดงหลักที่มีผลงานโดดเด่นหลังจากซีรีส์ได้แก่ Gong Yoo (กงยู) — เจ้าของบท Kim Shin ยังคงเป็นหนึ่งในนักแสดงชายยอดนิยมของเกาหลีหลังจาก 'ก็อบลิน' เขามีผลงานภาพยนตร์สำคัญอย่าง 'Seobok' (2021) ที่กลับมารับบทนำในแนวไซไฟดราม่า และยังคงมีชื่อเสียงในฐานะนักแสดงระดับท็อปที่ถูกจองตัวทั้งภาพยนตร์และโฆษณาอย่างต่อเนื่อง; Kim Go-eun (คิมโกอึน) — ผู้รับบท Ji Eun-tak ผลงานหลังจากนั้นรวมถึงภาพยนตร์รักอบอุ่นจิตใจอย่าง 'Tune in for Love' (2019) และผลงานซีรีส์ที่เป็นบทนำอย่าง 'Yumi's Cells' (2021–2022) ที่แสดงให้เห็นความสามารถในการเล่นบทโรแมนติกและคอมเมดี้ได้อย่างน่าประทับใจ; Lee Dong-wook (อีดงอุก) — เจ้าของบท Grim Reaper โดดเด่นต่อด้วยงานนำในซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้อย่าง 'Touch Your Heart' (2019) และผลงานแฟนตาซีแอ็กชัน 'Tale of the Nine Tailed' (2020) ที่ทำให้เขากลับมาเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการอีกครั้ง.
นอกจากนี้ Yoo In-na (ยูอินนา) — จากบท Sunny ที่มีเสน่ห์ เธอกลับมาร่วมงานกับ Lee Dong-wook อีกครั้งใน 'Touch Your Heart' (2019) และยังมีงานหลากหลายทั้งละครเวที รายการวาไรตี้ และงานพากย์เสียงที่เสริมภาพลักษณ์ความเป็นนักแสดงอเนกประสงค์; Yook Sung-jae (ยุกซองแจ) — แม้จะเป็นหนึ่งในสมาชิกวง BTOB แต่ผลงานการแสดงหลัง 'ก็อบลิน' ก็ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะซีรีส์แฟนตาซีคอมเมดี้ 'Mystic Pop-up Bar' (2020) ที่เขาโชว์ทั้งเสน่ห์ทางการแสดงและการเต้นร้องเพลงควบคู่ไปกับกิจกรรมในวงการเพลง; Shin Hye-sun (ชินฮเยซอน) — แม้จะเป็นนักแสดงสมทบเล็กๆ ในซีรีส์นี้ แต่หลังจากนั้นเธอมีบทบาทนำในซีรีส์ยอดฮิตอย่าง 'My Golden Life' (2017) ที่ช่วยยกระดับชื่อเสียง และตามมาด้วย 'Angel's Last Mission: Love' (2019) และบทเด่นใน 'Mr. Queen' (2020–2021) ที่ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงหญิงที่ถูกจับตาอย่างมาก.
ส่วนทีมนักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็เติบโตตามเส้นทางของตัวเองด้วย — หลายคนกลายเป็นพาร์ตเนอร์ในละครเรื่องใหม่ๆ นักแสดงวัยเด็กก็ขึ้นมามีบทบาทใหญ่ขึ้นในซีรีส์วัยรุ่นและหนัง ขณะที่บางคนก็ขยับไปงานภาพยนตร์และวาไรตี้จนมีแฟนคลับของตัวเอง ผลรวมแล้วการที่ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ช่วยเปิดโอกาสและสร้างแรงผลักดันให้ทั้งตัวนักแสดงหลักและสมทบได้ทดลองบทบาทใหม่ๆ และบางครั้งได้ลองแนวที่แตกต่างจากที่เคยเล่นมาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชมเห็นพัฒนาการได้ชัดเจน สุดท้ายแล้วรู้สึกภูมิใจที่ได้ตามดูเส้นทางของคนเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ และชอบที่หลายคนยังคงรักษาคุณภาพงานไว้ได้จนยังคงเป็นที่พูดถึงเสมอ
3 Answers2026-05-05 09:09:30
ชื่อของนักแสดงนำใน 'ไอฟายแต้งกิ้ว' ตอนนี้ฉันจำไม่ได้ชัดเจน แต่ยังพอเล่าได้ว่าคนที่เล่นบทหลักทั้งสองคนมีเคมีที่ทำให้หนังขายมุกภาษาและฉากโรแมนติกได้ดี
มุมมองของคนดูที่ผ่านหนังโรแมนติกมายาวนานคือจะโฟกัสที่การแสดงสีหน้าและจังหวะคอมเมดี้มากกว่าชื่อเสียงของนักแสดง ในเรื่องนี้ตัวละครชายเป็นคนสุภาพ พยายามเรียนภาษาเพื่อจีบสาว ส่วนตัวละครหญิงฉลาด ใจแข็งนิด ๆ และมีมุกตอบโต้ที่เฉียบขาด บทพูดภาษาอังกฤษ-ไทยถูกใช้เป็นเครื่องมือทำมุก ทำให้ทั้งคู่ต้องมีความเข้าฟอร์มในการสื่อสารที่ดูเป็นธรรมชาติ
ถ้าวัดกันที่ผลกระทบหลังหนังออกฉาย ก็เห็นได้ชัดว่านักแสดงนำทั้งสองกลายเป็นหน้าที่คนจดจำของเรื่อง ไม่ใช่แค่เพราะลุค แต่เพราะการแสดงที่ทำให้คนหัวเราะและเอาใจช่วย ฉันว่าถ้าคุณอยากรู้ชื่อแบบแน่นอน ลองดูเครดิตตอนแรกหรือโปสเตอร์จะชัด แต่สิ่งที่ติดตาฉันไม่ใช่ชื่อ แต่เป็นความอบอุ่นและมุกกุ๊กกิ๊กของทั้งคู่ที่ทำให้หนังยังพูดถึงได้จนถึงวันนี้
4 Answers2026-01-16 16:55:44
อันดับแรกที่นึกถึงคือนักแสดงที่กลายเป็นหน้าหลักในจักรวาลหนังซูเปอร์ฮีโร่ต่อไป—พอล รัดด์เป็นตัวอย่างชัดเจนของคนที่มีผลงานเดี่ยวหลัง 'Ghostbusters: Afterlife' มากที่สุดในกลุ่มนี้ ซึ่งเขากลับมาในบทบาทที่คนจดจำได้ใน 'Ant-Man and the Wasp: Quantumania' นั่นทำให้ภาพลักษณ์ของเขาในฐานะคนตลกแต่มีมิติของบทบาทซูเปอร์ฮีโร่แข็งแรงขึ้น ผมรู้สึกว่าการที่เขาได้บทนำเดี่ยวอีกครั้งทำให้ผู้ชมที่ดู 'Afterlife' รู้สึกว่าเห็นเส้นทางต่อของตัวละครและนักแสดงเป็นวงกว้างขึ้น
นอกจากหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่องใหม่แล้ว พอลยังทำงานโปรโมชัน สัมภาษณ์ และโปรเจกต์ย่อยๆ ที่เน้นคาแรคเตอร์ตลกแนวสบาย ๆ ซึ่งในมุมมองของฉันนั้นเป็นการต่อยอดภาพลักษณ์ที่เขาสร้างมานาน ทำให้คนที่ชอบเขาใน 'Afterlife' มีโอกาสตามผลงานเดี่ยวของเขาได้ต่อเนื่องและเห็นว่าศักยภาพในการแบกหนังยาวของเขาไม่ได้หายไปไหน
3 Answers2025-11-11 18:50:51
พูดถึงไอเดนท์ (IVE) ต้องบอกว่าพวกเธอไม่ได้มีผลงานแสดงซีรีส์มากนัก แต่ก็มีบางคนที่เคยลงสนามการแสดงก่อนเดบิวต์หรือระหว่างกิจกรรมกลุ่ม ลิซ (Liz) เคยปรากฏตัวในซีรีส์วัยรุ่นเรื่อง 'School 2021' แสดงเป็นนักเรียนที่ชื่อ จi-woo ส่วนจang Won-young ก็มีงานแสดงในซีรีส์สั้น 'Going to the Blue House' ตอนเด็กๆ แต่ส่วนใหญ่สมาชิกจะเน้นที่กิจกรรมกลุ่มมากกว่า
ความน่าสนใจคือ แม้งานแสดงของพวกเธอจะไม่มาก แต่การปรากฏตัวแต่ละครั้งก็สร้างความประทับใจให้แฟนๆ ไม่น้อย ลิซแสดงนักเรียนที่เรียบร้อยแต่แฝงไปด้วยความซับซ้อนใน 'School 2021' ได้อย่างน่าประทับใจ ส่วนจang Won-young แสดงเด็กน้อยน่ารักที่เต็มไปด้วยพลังงานบวกได้อย่างเหมาะเจาะ งานแสดงของพวกเธออาจไม่เยอะ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งด้านที่ทำให้เห็นศักยภาพนอกจากการเป็น idol