Share

ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ
ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ
Penulis: กะหล่ำหมี

บทที่ 1

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-03 18:45:46

1

รอยยิ้มของตัวประกอบ

(กองถ่ายละคร)

ฉันเดินทางมาก่อนเวลาตามนัดของกองถ่าย เข้ามานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ในห้องพักส่วนตัวริมห้องมุมเดิม ข้างตัวฉันยังคงมีบทละครที่ถูกยัดใส่มือไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนตอนถ่ายบทคนใช้ของนางเอก

พี่กรีนผู้จัดการส่วนตัวของฉัน อยากให้รับบทนี้มาก ๆ แต่ฉันยังไม่รับปากหรอก ถึงจะเป็นพี่แทนก็เถอะ เพราะคำปฏิญาณในใจฉันมันยังหนักแน่น ตอนนี้แค่เห็นมันฉันก็รู้สึกตื่นกลัวอยู่เลย

“น้องมิ้น พี่อยากถามตั้งนานแล้ว ผู้ชายคนนั้นที่ยื่นบทให้น้องมิ้นวันก่อน เขาเป็นใครเหรอคะ?” เสียงพี่เนย เมคอัพอาร์ติสประจำตัว เอ่ยถามอย่างไม่อ้อมค้อมระหว่างทาแป้งพัฟที่แก้มฉันเบา ๆ

“เขาเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมหาลัยค่ะ” ฉันตอบเรียบ ๆ “ไม่เจอกันนานมากแล้วค่ะ จนเกือบจะลืมชื่อเขาไปแล้วด้วยซ้ำ” ฉันยิ้มตอบ

“แต่เขาทักน้องมิ้นทันทีเลยนะ เหมือนไม่เคยลืมน้องมิ้นเลย ฮ่า...” พี่เนยหัวเราะเบา ๆ แซวฉันก่อนพูดเสริม “เดินเข้ามาปุ๊บ ยื่นบทให้ปั๊บ แถมยังเรียกชื่อจริง ไม่ธรรมดาเลยนา...” สิ่งที่พี่เนยพูด ทำเอาฉันเงียบ ไม่ใช่เพราะฉันเขินหรอก แต่ฉันไม่แน่ใจต่างหากว่าเขาเข้ามายื่นบทนี้ให้ฉันเพราะบังเอิญหรือว่าจงใจกันแน่ เป็นใครก็ต้องงงไหมล่ะ

ฉันรู้ดีว่า...ชื่อของเขาคือ ‘แทนคุณ ณรงค์วิทย์’ เป็นถึงลูกชายเจ้าของเครือสื่อระดับประเทศ ช่องโทรทัศน์ นิตยสาร เว็บไซต์ และอีกมากมายเกี่ยวกับโซเชียล ที่ใหญ่พอจะล้มดาราดังให้กลายเป็นดาราดับได้ภายในวันเดียว

แต่หลังจากเขาเรียนจบ ฉันก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย แม้แต่ในข่าววงการสื่อบันเทิงที่เป็นธุรกิจของบ้านเขา ก็ไร้เงาข่าวของเขาเช่นกัน

ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน และไม่มีใครคิดว่าเขาจะกลับมาในฐานะคนเขียนบทแบบนี้ แม้แต่ฉันเองด้วย

ความทรงจำของฉันที่มีต่อเขา ค่อนข้างน้อยมากเพราะไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น เราได้เจอกันเฉพาะกิจกรรมของคณะ เนื่องจากเรียนคณะเดียวกัน

ฉันเคยนั่งหลังเขาในคลาสสื่อสารมวลชนที่เป็นวิชาเลือก แอบมองหลังคอเขาบ่อย ๆ และไม่เคยคิดว่าเขาจะจำฉันได้ด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะเสื้อแจ็คเกตที่ฉันให้เขายืมไปรึเปล่านะ เขาเลยยังจำฉันได้ดี

“ว่าแต่บทที่จะเล่นวันนี้มันเป็นบทแม่ของนางเอกไม่ใช่เหรอคะ แล้วที่ถืออยู่นั่นมัน…บทนำวันก่อนนินา หรือว่าน้องมิ้นจะ...” พี่เนยถามอีกครั้ง

“บทที่จะเล่นวันนี้ มิ้นจำได้ขึ้นใจแล้วค่ะ ส่วนบทที่ถืออยู่ มิ้นไม่ได้ตอบตกลงหรอก แค่อยากลองอ่านสักหน่อย อย่างน้อยก็เป็นบทที่คนรู้จักเขียนน่ะพี่” ฉันยิ้มให้พี่เนยแล้วเปิดบทเล่มนั้น...หน้าที่หนึ่ง

‘คนคนหนึ่ง...เดินผ่านเข้ามาในชีวิตของทุกคนเหมือนเงา แต่กลับส่องสว่างขึ้นทุกครั้ง...ที่ถูกมองเห็น’

ฉันอ่านในใจแล้วชะงัก นี่มันไม่ใช่บทเปิดละครรึเปล่ามันน่าจะเป็นถ้อยคำของใครบางคน

ฉันยังคงไม่เข้าใจแต่ก็พลิกไปอีกหน้า พบว่าเนื้อหาทั้งหมดไม่ใช่บทละครฉบับเต็ม แต่เป็นเพียง ‘บทร่าง’ ที่เขียนขึ้นด้วยภาษาเหมือนกำลังพูดกับฉัน

บทนำที่ไม่มีคำว่า ‘นางเอก’ หรือ ‘ตัวประกอบ’

มีแค่บทของ ‘ผู้หญิงคนหนึ่งที่หายไปจากแสงไฟ ทั้งที่เธอคือคนเดียวที่เคยสว่างโดยไม่ต้องมีไฟส่องแสง’

“ประโยคนี้มัน...”

ฉันอ่านจบในสิบห้านาที และในขณะนั้นเอง...มือของฉันก็วางบทลงช้า ๆ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ อยู่ในภวังค์แห่งความคิดไปต่าง ๆ นานา

“คุณมิ้นคะ กองพร้อมแล้วค่ะ” เสียงของคนในกองถ่ายเรียกฉัน และนั่นก็ทำให้ฉันต้องสลัดความคิดทุกอย่างที่ฟุ้งซ่านออกจากสมองไปให้หมด

“แอคชั่น!” เสียงตะโกนจากผู้กำกับในกองถ่ายดังกึกก้องกลางสตูดิโอ ฉันนั่งยอง ๆ ข้างเตียงไม้เก่า มือเล็ก ๆ สั่นระริกถือถ้วยข้าวต้มที่พร็อพจัดไว้ให้ ริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ราวกับคนผ่านโลกมามากกว่าห้าสิบปี แม้อายุจริงของฉันจะเพิ่งยี่สิบปลาย ๆ ไม่กี่เดือนก่อนนี้เอง

“ลูก...กินข้าวเถอะนะลูก เดี๋ยวไม่มีแรงนะจ๊ะ” เสียงฉันเอื้อนเอ่ยอย่างระมัดระวัง จังหวะเนิบช้า และอ่อนโยนแบบแม่ในละครน้ำเน่าเป๊ะ!

กล้องซูมเข้าไปที่หน้านางเอกของเรื่อง ซึ่งกำลังแกล้งหายใจรัวระรินเหมือนจะตายรอมร่อ ส่วนฉันอยู่ในเฟรมมุมล่างสุดของภาพ เห็นหน้าแค่ครึ่งเท่านั้นแหละ

แต่นะ...ฉันเต็มที่กับบทของฉันเสมอ ต่อให้จะไม่ใช่นางเอก ต่อให้ไม่มีใครพูดถึง ฉันก็ไม่แคร์หรอก ฉันมีความสุขจะตาย เมื่อได้แสดงบทเล็ก ๆ แต่ท้าทายแบบนี้ ยังไงก็ได้เงินอยู่ดี

“แม่จะอยู่กับลูก...จนถึงลมหายใจสุดท้ายนะ”

“คัต!”

เสียงสั่งคัตดังขึ้นในจังหวะที่พอดีเป๊ะ ทำเอาฉันถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนจะลุกขึ้นช้า ๆ แล้วยิ้มให้กับทีมงาน

‘แต่ว่านั่งนานไปหน่อยปวดเข่าชะมัด’

“ดีมากเลยค่ะพี่มิ้น ฉากนี้อินมากเลยค่ะ หนูร้องไห้ตามเลย” ผู้ช่วยผู้กำกับยื่นทิชชูให้ฉันซับหน้า

“ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบเสียงหวานก่อนจะเช็ดน้ำตาเล็ก ๆ ของตัวเองเบา ๆ

“แม่เล่นดีมากเลยค่ะ” เสียงนางเอกหน้าใหม่มาแรงที่รับบทลูกสาวดังแทรกขึ้นมา พร้อมรอยยิ้มกว้างที่สดใส

“ไม่ใช่แม่จริง ๆ ก็ต้องให้เหมือนแม่จริง ๆ ล่ะเนอะ” ฉันแซวขำ ๆ “น้องฟ้าเองก็เล่นได้สบายขึ้นเยอะเลยนะ”

แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งประกาศกลางกอง

“เทคนี้ผ่านครับ! พี่แทนบอกให้ข้ามเข้าฉากสามต่อได้เลย” ฉันชะงักเล็กน้อย กับคำว่า ‘พี่แทนบอกว่า’ ก็เขานั่นแหละคนเขียนบท คนที่เข้ามาช่วยผู้กำกับ คนที่อนุมัติทุกซีน และเป็นคนที่เขียนบทแม่นี้ขึ้นกะทันหัน จนผู้กำกับยังต้องเรียกฉันมาอย่างชุลหุก นี่สินะผู้กำกับเงาที่ไม่เคยเห็นและเพิ่งได้รู้จัก

มาตอนนี้ ก็โดนดึงมาแสดงตัวประกอบอย่างแม่ที่โผล่หน้ามาในตอนสุดท้ายเนี่ยแหละ ไม่รู้ฉันคิดไปเองรึเปล่า ว่าเขาเหมือนกำลังกดดันให้ฉันรับ ‘บทนำ’ เรื่องนั้นอยู่

การถ่ายทำฉากสามเริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีพัก ฉันเองอารมณ์ก็กำลังมาเต็มที่ ในขณะที่ต้องนั่งยอง ๆ ถ่ายกับนางเอกที่ป่วยบนเตียง น้องนางเอกคงยังใหม่มาก พานทำให้ต้องถ่ายไปหลายเทคพอสมควร

“มุมกล้องปรับให้มิ้นอีกนิดนะ ซีนเมื่อกี้สื่ออารมณ์ได้ดีเลย” เสียงทุ้ม นุ่มละมุนนั้น ดังขึ้นจากด้านหลังฉัน ไม่ใช่ใครอื่นหรอก ก็พี่แทนนั่นแหละ ฉันหันไปยิ้มตามมารยาทเอ่ยกับเขา “ขอบคุณค่ะ ผอ.”

พี่แทนยิ้มบาง ดวงตาเหมือนจ้องสำรวจอะไรบางอย่าง พานทำให้ฉันต้องกลับมามองรอบ ๆ ตัวเองว่ามีอะไรผิดปกติไปรึเปล่า

“ถ้ามีอะไรไม่สะดวก บอกได้เลยนะ พี่ตั้งใจเขียนบทนี้ไว้ให้จริง ๆ” พี่แทนย้ำกับฉันเรื่องเขียนบทแม่ให้ฉัน แต่ทำไมฉันกลับนึกไปถึงบทนั้นซะมากกว่า

“พี่แทนคาดหวังมิ้นขนาดนี้ก็แย่สิคะ” ฉันเท้าสะเอวเลิกคิ้วตอบเสียงเรียบ ๆ แต่ก็แฝงด้วยแววขำ

“ก็หนูเก่ง พี่ชมจริง ๆ” เขาพูดพลางหันไปส่งแผ่นคิวซีนให้ผู้ช่วยข้างตัวเอง

“หนูขอรับคำชมไว้แล้วกันค่ะ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ได้คะแนนพิเศษจากมิ้นหรอกนะคะ” ฉันยกยิ้มมุมปาก ภายในใจก็ยังคงสงสัย ถ้าเขาเป็นผู้ชายทั่วไปฉันคงคิดว่าเขาจีบฉันรึเปล่า แต่นี่...เขาเป็นเกย์ แล้วจะเขียนบทแม่ลูกซึ้ง ๆ ให้ฉันทำไม หรือว่าจู่ ๆ ก็คิดถึงมิตรภาพสมัยเรียนขึ้นมา เอาจริงก็ไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้นซะหน่อย

“คุณแทนครับ คิวซีนห้า เดี๋ยวต้องรันก่อนบ่ายสองนะครับ แต่วันนี้ถ่ายไปหลายเทคแล้ว ไม่รู้ว่า คุณมิ้นยังไหวอยู่ไหม” เสียงผู้ช่วยวิ่งเข้ามาสะกิดเขา

“ไหวสิ...” พี่แทนตอบก่อนที่ฉันจะเปิดปากเสียอีก “ฉากห้า ถ้ามิ้นไม่อยู่ ผมก็ไม่ถ่ายให้” คำพูดนั่นทำเอาผู้ช่วยเลิ่กลั่ก ส่วนฉันเองก็ต้องหรี่ตามองเขา

“ผอ. อยากชมฉันแบบตรง ๆ ก็ชมเลยค่ะ ไม่ต้องพูดอ้อมค้อมก็ได้ ฉันไม่เขินหรอก ฉันชิน...คำชมฉันได้รับมันมาบ่อยแล้ว ทำมาเป็นบอกไม่มีมิ้นจะไม่อยู่ถ่ายขนาดนี้ เดี๋ยวคนก็เต้าข่าวเสีย ๆ หาย ๆ หรอกค่ะ” ฉันพูดแบบประชดปนขำ เขาเองก็หัวเราะเบา ๆ

“งั้นพี่จะชมเธอตรง ๆ ก็ได้” เขาเว้นจังหวะนิดหน่อย พานดึงสายตาให้ฉันหันไปสบตาอีกครั้ง “หนูเก่งกว่าที่พี่คาดไว้เยอะ จนอยากถ่ายทุกฉากที่มีหนูเลย” สิ้นคำ ฉันเงียบไปสักพัก แต่ก็แกล้งแซวกลับ

“แหม...ชมแบบนี้ระวังนะคะ คนจะหาว่าจีบตัวประกอบแบบหนู” พี่แทนไม่พูดอะไร เขาเพียงยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับไปยังมุมจอมอนิเตอร์ โดยมีผู้ช่วยเดินตามหลัง

แต่จะว่าไป เกย์หล่อเรียกฉันว่า ‘หนู’ นี่ทำเอาใจสั่นเหมือนกันนะเนี่ย ฮี่ฮี่...

[TAN PART]

“คุณแทนครับ ถามจริง...จีบน้องมิ้นรึเปล่าเนี่ย ไม่ได้นะครับผมชอบก่อน” ผู้ช่วยกล่าวแบบนั้น ผมเพียงแต่ยื่นแฟ้มบทให้ผู้ช่วยพลางพูดเรียบ ๆ ว่า

“เรื่องหน้าขอเพิ่มฉากแม่ลูกร้องไห้เป็นพิเศษหน่อยนะ ผมเชื่อว่าตัวประกอบคนนี้...จะขโมยซีนได้แน่”

[END TAN PART]
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 49

    “ผมเองก็ขอบคุณที่ทุกคนเข้าใจความรักของเรามากครับ พวกเราแค่อยากออกมาพูดให้ทุกคนเห็นว่า นี่คือความรักที่ไม่มีบทใด ๆ เราแค่อยากจริงใจ ซื่อสัตย์ต่อแฟนคลับและตัวเองเท่านั้น หวังว่าทุกคนจะมอบความรักให้พวกเราอย่างเคยนะครับ”“ยิ่งฟังยิ่งรับรู้ถึงความจริงใจที่คุณแทนและคุณมิ้นพูดออกมาเลยนะคะเนี่ย ฉันเชื่อว่าท

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 48

    ห้องรับรองหลังฉากในสตูดิโอรายการ ‘4 แซ่บบันเทิง’ แม้จะเย็นฉ่ำจากแอร์ แต่มันก็ไม่สามารถดับความประหม่าในใจฉันได้เลยสักนิด“พี่...แน่ใจเหรอ ว่าเราควรมานั่งให้สัมภาษณ์แบบนี้ มันจะไม่โหนกระแสไปหน่อยเหรอคะ” ฉันหันไปกระซิบถามพี่แทนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พลางจับมือเขาแน่นจนชื้นเหงื่อ“แน่ใจสิครับ ไหน ๆ ก็เปิดตั

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 47

    “เริ่ม...อะไรคะ”“ดูในโซเชียลสิ”ฉันมองเขาตากะพริบ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิด ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้นัยน์ตาฉันถึงกับค้างไปแล้วล่ะเทรนด์ในโซเชียลตอนนี้กำลังร้อนระอุเป็นไฟ#คู่จิ้น(ไม่)คู่จริง(ใช่)#แทนมิ้นคู่จริง#รอยยิ้มของตัวจริงแถมคอมเมนต์ก็ไปทางเดียวกันอย่างเอกฉันท์‘ว่าแล้วแทนมิ้นต้องมีซั

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 46

    นาฬิกาชีวิตปลุกให้ฉันตื่นขึ้นอัตโนมัติ กิจกรรมร่วมรักบนเตียงเมื่อคืนส่งผลให้ความปวดร้าว หนักหน่วงคืบคลานไปทั่วร่างแม้จะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ฉันก็ยังขยับตัวลำบาก เนื่องจากสองแขนแกร่งของคนนอนข้างกายยังคงรัดแน่นไม่ยอมปล่อยราวกับกลัวว่าฉันจะหนีหายไปพี่แทนยังคงหลับสนิท ฉันหันไปจ้องหน้าเขาชัด ๆ ยิ่งมองยิ่ง

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 45

    พี่แทนกางเรียวขาทั้งสองข้างฉันออก พลางหลุบตาลงมองกึ่งกายฉันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยกามารมณ์เต็มที่ เขาเลียริมฝีปากของเขาให้ฉันเห็น ก่อนจะฝังใบหน้าลงไปตำแหน่งนั้น ปลายลิ้นร้อนลากผ่านกลีบอวบฉ่ำของฉันไปมา เน้นย้ำเม็ดทับทิมจนทำให้ร่างกายฉันกระตุกยกสะโพกตอบรับทุกสัมผัสของเขา สองมือฉันกอบกุมหัวเขาไว้กดมันแ

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 44

    ฉันยังชันเข่าอยู่ตรงหน้าเขาแบบนั้น แต่อารมณ์ในตอนนี้ไม่ใช่แค่นั่งเฉย ๆ อีกต่อไป สองเราลูบไล้และทอดนัยน์ตายั่วยวนกันและกัน โดยไม่มีใครยอมใครมือฉันแนบอยู่บนอกแกร่ง มือเขาแนบอยู่ที่แผ่นหลังฉัน พลางไล้นิ้วไปตามสันหลังก่อนจะหยุดตรงกลางหลังแล้วพยายามเร่งโน้มตัวฉันลงไปอีก แต่ฉันไม่ยอมหรอก“จะรีบร้อนทำไมคะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status