3 Jawaban2026-03-14 12:05:48
ปีที่ผ่านมา โวคปรากฏตัวในหลายโปรเจ็กต์ที่จับคู่กับแบรนด์ไทยทั้งรุ่นเก๋าและหน้าใหม่ ซึ่งทำให้ฉันตื่นเต้นมาก
โครงการแรกที่สะดุดตาคือการถ่ายทอดแฟชั่นเซ็ตที่จับคู่กับ 'Disaya' ซึ่งให้ฟีลลิ่งผู้หญิงหวานผสมความหรู โมเดลและสไตลิสต์ถูกนำเสนอในลุคที่เน้นซิลูเอทเรียบหรู ฉันชอบที่ภาพถ่ายกับแสงและโทนสีช่วยยกระดับเสื้อผ้าให้มีมิติทางเรื่องเล่า ไม่ใช่แค่ถ่ายเสื้อผ้าแต่เหมือนเล่าเรื่องตัวละครเล็ก ๆ ในแต่ละลุค
อีกงานหนึ่งคือการร่วมงานกับแบรนด์สตรีท-ลักซ์ชัวรีอย่าง 'Milin' ซึ่งโวคเอาไปทำเป็นแคมเปญออนไลน์และบทสัมภาษณ์ดีไซเนอร์ ฉันรู้สึกว่าการนำเสนอของโวคในโปรเจ็กต์นี้ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูคมขึ้นและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ส่วนแบรนด์หน้าใหม่อย่าง 'PATINYA' ก็ได้พื้นที่ในบทความฟีเจอร์ ซึ่งฉันพบว่าทางโวคให้ความสำคัญกับกระบวนการออกแบบและวัสดุ ทำให้ผู้ชมเข้าใจเบื้องหลังการสร้างสรรค์มากขึ้น
สุดท้ายมีโปรเจ็กต์พิเศษกับแบรนด์ระดับจักรวรรดิแฟชั่นไทยอย่าง 'SIRIVANNAVARI' ที่ถูกนำเสนอผ่านมุมมองแฟชั่นที่มีความเป็นสากล งานนี้ทำให้ฉันเห็นการผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ไทยกับทิศทางโลก ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานอีเวนต์หรือคอนเทนต์ดิจิทัล โวคดูตั้งใจทำให้แบรนด์เหล่านี้มีเวทีที่เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของตนเอง ซึ่งโดยรวมแล้วปีที่ผ่านมาทำให้ฉันรู้สึกว่าแพลตฟอร์มนี้ยังคงเป็นสะพานสำคัญระหว่างดีไซเนอร์ไทยกับผู้ชมทั้งในและต่างประเทศ
4 Jawaban2026-02-22 08:50:01
ในมุมมองของฉัน นิตยสารแฟชั่นระดับพรีเมียมมักเป็นแหล่งที่เห็นสัมภาษณ์เซเลบแบบจัดเต็ม เพราะพอพูดถึงการเล่าเรื่องแฟชั่นเชิงลึก มันต้องการทั้งภาพและบทสัมภาษณ์ที่ขยายบริบทร่วมกัน ในไทยผมมองว่า 'VOGUE Thailand' มักลงบทสัมภาษณ์เชิงโปรไฟล์ของนักแสดงและนางแบบระดับแนวหน้า ซึ่งมักมาพร้อมกับแฟชั่นช็อตชวนให้คิดตาม ส่วน 'Harper's Bazaar Thailand' จะเน้นความหรูและการสนทนาเรื่องไลฟ์สไตล์กับคนในวงการแฟชั่น ตรงนี้ชอบตรงที่บทสัมภาษณ์ไม่ใช่แค่พูดถึงเสื้อผ้า แต่ขยายไปถึงมุมมองชีวิตกับการทำงาน
อีกเล่มที่ฉันติดตามคือ 'ELLE Thailand' เพราะมักผสมบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับเทรนด์สังคมและผู้มีชื่อเสียงที่กำลังมีบทบาท แถมยังชอบบทสัมภาษณ์ที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ทางแฟชั่นเข้าไปด้วย ทำให้อ่านแล้วรู้สึกได้เห็นภาพของคนที่สัมภาษณ์ในมุมใหม่ ๆ ความละเอียดแบบนี้ทำให้ผมอยากเก็บเล่มไว้ประจำบ้านมากกว่าแค่ซื้อฉบับเดียวแล้ววางทิ้งไว้
8 Jawaban2026-07-23 02:58:33
ลองนึกภาพปกของ 'i like' ที่โผล่ตามแผงหนังสือบ่อยจนรู้สึกเหมือนเป็นซีรีส์รายเดือน—ปีที่ผ่านมาผู้ที่ปรากฏบนปกมากที่สุดคือ 'ไบร์ท-วชิรวิชญ์' โดยผมสังเกตว่าเขาปรากฏบนปกทั้งหมด 4 ครั้ง กระจายเป็นเดือนมกราคม มีนาคม มิถุนายน และตุลาคม ซึ่งทำให้เขาเป็นหน้าเด่นที่สุดของปีนั้น มากกว่าคนที่ตามมาอย่าง 'วิน-เมธวิน' ที่ปรากฏ 2 ครั้ง และกลุ่มศิลปินอื่นๆ ที่ต่างมีโอกาสครั้งเดียวหรือสองครั้งเท่านั้น ข้อมูลนี้สะท้อนการตอบรับที่ดีจากผู้อ่านและการร่วมงานกับแบรนด์ต่าง ๆ ที่ส่งผลให้ทีมบรรณาธิการเลือกเขาเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของนิตยสารบ่อยครั้ง
เหตุผลที่ทำให้ 'ไบร์ท' ขึ้นปกบ่อยนั้นไม่ได้มีแค่ความฮอตของเขา แต่ยังรวมถึงความหลากหลายของคอนเซ็ปต์ที่เขาทำได้ดี ทั้งการถ่ายแฟชั่นสไตล์มินิมอล การถ่ายสตรีทที่ดูเท่ และช็อตอินเตอร์วิวที่ให้มุมมองส่วนตัว ซึ่งเหมาะกับธีมของ 'i like' ที่มักจะผสมผสานไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และบทสัมภาษณ์เชิงลึกเข้าด้วยกัน ในบางฉบับที่เขาเป็นปกก็มีการร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นระดับสูงหรือแคมเปญเพื่อการกุศล ทำให้เนื้อหาของปกมีมูลค่าและดึงดูดทั้งแฟนคลับและผู้อ่านทั่วไปได้พร้อมกัน นอกจากนี้ การปล่อยซีรีส์หรือโปรเจกต์พิเศษของเขาในปีนั้นยังเป็นตัวเร่งให้ความสนใจเพิ่มขึ้น ทำให้บรรดานิตยสารอยากใช้หน้าปกเป็นพื้นที่สื่อสารผลงานของเขา
ในเชิงงานออกแบบปก ฉบับที่มี 'ไบร์ท' มักจะเลือกโทนสีที่คุมโทนให้รู้สึกหรูและอบอุ่น ภาพถ่ายจะเน้นแสงธรรมชาติหรือสตูดิโอที่ให้รายละเอียดของผิวและเสื้อผ้า ทำให้แต่ละปกมีความคอนซิสดและสามารถสื่อสารธีมของนิตยสารได้ชัดเจน ความถี่ในการขึ้นปกยังสะท้อนกลยุทธ์ของทีมบรรณาธิการที่มองหาคนที่สามารถสื่อสารแบรนด์ได้หลากหลายมิติ ไม่ใช่แค่เพียงยอดนิยมชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นหน้าตาของนิตยสารในระดับสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงถูกเลือกบ่อยกว่าคนอื่น
โดยส่วนตัว ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความดังเท่านั้น แต่เป็นการจับคู่ระหว่างบุคลิกของศิลปินกับสไตล์ของนิตยสาร เมื่อทั้งสองเข้ากันได้ดี ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ดีทั้งในแง่ยอดขายและความน่าสนใจของคอนเทนต์ การได้เห็นคนที่ชอบขึ้นปกบ่อย ๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นและเหมือนติดตามซีรีส์เรื่องหนึ่งไปพร้อมกับนิตยสาร ซึ่งก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ทีมงานเลือกเดินเส้นทางนี้ต่อไป
5 Jawaban2025-12-13 02:29:58
ปกของนิตยสารมักบอกเบาะแสสำคัญได้มากกว่าที่คิด และฉบับล่าสุดของ 'i like' ก็ไม่ต่างกันเลย
ฉันชอบพลิกปกแล้วมองชื่อบนไตเติ้ลเพจก่อนเป็นอันดับแรก เพราะคอลัมน์สัมภาษณ์มักถูกโปรโมตชัดเจน—รายชื่อแขกรับเชิญที่เด่น ๆ จะโผล่ทั้งบนหน้าปกและสารบัญ ฉบับนี้โดยรวมจะเห็นการกระจายบทสัมภาษณ์ทั้งคนในวงการบันเทิง คนทำงานเบื้องหลัง และครีเอเตอร์อิสระ ถ้าต้องการความชัดเจนที่สุด ให้เปิดหน้าแรกของสารบัญแล้วมองหัวข้อที่เขียนว่า 'สัมภาษณ์' หรือ 'Interview' ซึ่งที่นั่นจะบอกชื่อแขกและหัวข้อที่พูดถึง เช่น การทำงานเบื้องหลังซีรีส์ การวาดการ์ตูน และโปรเจกต์เพลงที่เพิ่งปล่อย
ฉันมักจะอ่านบทสัมภาษณ์จากมุมมองแฟนที่อยากรู้เบื้องลึกมากกว่าแค่ชื่อคนดัง ดังนั้นการเช็กสารบัญก่อนจะช่วยให้รู้ว่าเล่มนี้เน้นอะไร และจะได้คัดบทที่อยากอ่านจริง ๆ ได้ทันที
2 Jawaban2026-02-23 23:12:47
เทรนด์ปกนิตยสารปีนี้ยังคงสะท้อนพลังของแบรนด์ระดับลักชัวรีในเชิงภาพอย่างชัดเจน ถึงแม้จะมีความหลากหลายในเนื้อหาและกลุ่มผู้อ่าน แต่แบรนด์ที่มักได้รับเลือกให้ปรากฏบนปกบ่อยครั้งคือแบรนด์ที่มีสไตล์ชัด ตอบโจทย์ภาพลักษณ์ของคนดัง และมีงบสนับสนุนการแต่งกายให้ปกออกมาดูเก๋ทุกครั้ง
สิ่งที่ฉันสังเกตคือ แบรนด์อย่าง Gucci, Louis Vuitton และ Prada ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมของสไตลิสต์เมื่อจัดลุคให้กับนักแสดง นักร้อง หรือโมเดลที่อยากได้ภาพปกที่โดดเด่น เหตุผลไม่ใช่แค่ความเป็นแฟชั่นเฮาส์เท่านั้น แต่เป็นการรวมกันของปัจจัยหลายอย่าง: งานคอลเลกชันที่เป็นที่พูดถึงในแฟชั่นวีค โฆษณาและแคมเปญที่มองเห็นได้ชัดบนสื่อหลัก และการมีแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่มีพลังทำให้ปกมีแรงดึงดูด ทั้งหมดนี้ทำให้สำนักพิมพ์เลือกชุดจากแบรนด์เหล่านี้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ขายได้
อีกด้านหนึ่ง มีความต่างตามภูมิภาค—นิตยสารในเอเชียอาจเห็นแบรนด์ญี่ปุ่นหรือเกาหลีตามปกบ่อยกว่า ส่วนฉบับสหรัฐฯ และยุโรปมักวนเวียนกับแบรนด์ตะวันตกใหญ่ๆ การเลือกแบรนด์จึงไม่ใช่เรื่องความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับการเข้าถึงกลุ่มผู้อ่าน การเป็นสปอนเซอร์ และเทรนด์วัฒนธรรมป๊อปที่กำลังมา ถามว่ามีแบรนด์ไหนมากที่สุดแน่นอนไหม คำตอบตามสายตาของฉันคือแบรนด์ลักชัวรีที่มีการลงทุนด้านคอนเทนต์และการจับคู่กับคนดัง มักจะเห็นบ่อยสุดบนปกปีนี้ ซึ่งทำให้ภาพรวมของวงการสื่อแฟชั่นปีนี้ออกมาดูหรูและมีพลังทางการตลาดอย่างเห็นได้ชัด
3 Jawaban2026-06-18 23:03:37
ในวงการแฟชั่นชื่อของคิมมักถูกหยิบยกบ่อยครั้งเมื่อพูดถึงการร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ ๆ ทั้งในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์ของตัวเองและเป็นหน้าโปรโมทให้แบรนด์หรูต่าง ๆ ฉันเห็นเธอวางตำแหน่งตัวเองทั้งในเชิงธุรกิจและเป็นไอคอนสไตล์ ซึ่งทำให้รายการแบรนด์ที่เธอเกี่ยวข้องดูหลากหลายและต่อเนื่องตลอดหลายปี
เริ่มจากผลงานที่ชัดเจนที่สุดคือเธอเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง 'SKIMS' (เสื้อชั้นในและชุดกระชับรูปร่าง) และ 'KKW Beauty' ซึ่งเป็นความร่วมมือเชิงธุรกิจโดยตรง ส่วนในมุมแฟชั่นเธอมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแบรนด์หรูหลายแห่ง — เช่น 'Balenciaga' ที่มักเห็นเธอสวมใส่เป็นลุคเด่นในงานใหญ่ และ 'Versace' ที่เคยปรากฏบนพรมแดงหรือภาพถ่ายโปรโมชัน นอกจากนี้เธอยังเคยสวมและร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์อื่น ๆ ในงานอีเวนต์หรือแคมเปญตามฤดูกาลอีกมาก
โดยรวมแล้ว คิมไม่ได้จำกัดตัวเองแค่เป็นนางแบบหรือเซเลบเท่านั้น แต่ขยับไปทำแบรนด์เป็นของตัวเองและร่วมงานกับเครือแฟชั่นระดับโลกในหลายบทบาท — บางครั้งเป็นลูกค้าและมิวส์ บางครั้งเป็นหน้าของแคมเปญ หรือทำธุรกิจร่วมกับรีเทลใหญ่ ๆ ฉันมองว่าเส้นทางแบบนี้ทำให้ชื่อเธอไม่เคยขาดหายจากวงการแฟชั่นเลย และยังเป็นเครื่องหมายว่าเธออยากควบคุมทั้งภาพลักษณ์และผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง
3 Jawaban2026-02-10 08:29:52
เราเฝ้าติดตามแฟชั่นแมกกาซีนมาเป็นปีแล้ว และบ่อยครั้งที่หน้าอ่านของ 'Vogue' กลายเป็นหน้าต่างให้เห็นความเคลื่อนไหวของศิลปะและคนดังไทยที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สไตล์การแต่งตัว
รายชื่อที่เด่น ๆ ที่เคยได้เห็นในฉบับต่าง ๆ รวมถึงฉบับไทย มีทั้งนักแสดงหญิงที่ผันตัวเป็นแฟชันไอคอนอย่าง 'อารยา เอ ฮาร์เก็ต' กับแฟชันช็อตที่มักพูดถึงความเป็นมงคลของสไตล์ไทย ขณะเดียวกัน 'ดวิกา โฮร์เน' ก็ปรากฏในบทสัมภาษณ์ที่พูดถึงการเลือกบทบาทและงานแฟชันเป็นพาร์ตเนอร์ในการสื่อสารตัวตน
ฝั่งคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักดนตรีและไอดอลก็มีที่พื้นที่เช่นกัน — 'ลลิษา มโนบาล' ถูกยกขึ้นมาพูดถึงแบรนด์ระดับโลกและวิธีที่เธอใช้แพลตฟอร์มแฟชั่นเป็นช่องทางเล่าเรื่องตัวเอง ส่วนไอดอลหนุ่ม ๆ อย่าง 'กันต์พิมุกต์ ภูวกุล' ก็เคยมีบทสัมภาษณ์ที่เน้นมุมมองเรื่องสไตล์และการทำงานระหว่างเอเชียกับเวสต์ สิ่งที่จับใจคือแต่ละบทสัมภาษณ์ไม่ได้เป็นแค่ชอตสวย ๆ แต่เป็นการต่อยอดภาพลักษณ์และเล่าเรื่องอาชีพของศิลปินเอาไว้ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เหมาะสำหรับคนที่อยากเห็นมุมลึกกว่าแค่อินสตาแกรมรูปสวย ๆ
4 Jawaban2026-04-13 14:51:53
รายชื่อแบรนด์ที่ฉันตามเห็นใบเฟิร์นไปร่วมถ่ายแบบมีทั้งแบรนด์แฟชั่นไทยที่เน้นความหรูหราและแนวร่วมสมัยที่คนมักนึกถึงกันเสมอ
ฉันมักเห็นเธอปรากฏตัวในลุคที่เข้ากับแบรนด์อย่าง Disaya ซึ่งให้ฟีลโรแมนติกและสไตล์ละเอียดอ่อน ขณะเดียวกันงานถ่ายกับ Vatanika ก็แสดงให้เห็นมุมที่ดูเรียบหรูและเนี๊ยบ ส่วนแบรนด์อย่าง Milin จะพาใบเฟิร์นไปอยู่ในโทนเซ็กซี่แต่ทันสมัย แคมเปญและแฟชั่นช็อตที่เธอทำให้สามแบรนด์นี้มักออกแบบเสื้อผ้าเพื่อโชว์ซิลลูเอทของตัวนางแบบได้ดี
จากมุมมองคนที่ติดตามผลงานถ่ายแบบของเธอ สิ่งที่สะดุดตาไม่ใช่แค่เสื้อผ้าแต่เป็นการเลือกสไตลิ่งและแอทติจูดที่ช่วยยกระดับแบรนด์ให้ดูน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมแบรนด์เหล่านี้มักชวนเธอร่วมงานบ่อยๆ ฉันยินดีเห็นว่าเธอสลับบทบาทระหว่างแฟชั่นสูงและคอนเทมโพรารีได้อย่างกลมกลืน
3 Jawaban2025-11-10 01:11:28
มาดูกันว่าคิมนัมจุนได้ร่วมงานกับใครบ้างบนเวทีโลก — รายชื่อที่แฟนๆ คุ้นเคยส่วนใหญ่เป็นโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นในฐานะสมาชิกของวง ซึ่งผมมองว่า RM มีบทบาทสำคัญทั้งในส่วนของมุมมองศิลป์และการสื่อสาร
ในมุมมองของผม การร่วมงานกับศิลปินต่างประเทศที่เด่นชัดคือโปรเจกต์ร่วมกับ Halsey ในเพลง 'Boy With Luv' ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของ BTS ขยายไปสู่ตลาดเพลงป๊อปในอเมริกาอย่างชัดเจน เพลงนี้ RM แสดงท่อนแร็ปที่สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ ทำให้บทบาทของเขาในทีมมีความสำคัญทั้งทางดนตรีและการสื่อสารกับแฟนสากล
อีกโปรเจกต์ที่ยากจะลืมคือเวอร์ชันรีมิกซ์ของ 'Mic Drop' กับ Steve Aoki ซึ่งเพิ่มพลังชนิดที่ทำให้เพลงไปไกลกว่าเดิม ส่วนเวอร์ชันรีมิกซ์ของ 'Idol' ที่มี Nicki Minaj ก็เป็นตัวอย่างของการข้ามพรมแดนระหว่างแนวดนตรีและตลาด สุดท้าย RM ยังมีส่วนในงานที่มีการร่วมเขียนหรือร่วมโปรดิวซ์กับศิลปินระดับโลก ทำให้เสียงของเขาและทีมถูกยอมรับในวงการมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่ผมรู้สึกว่า RM ไม่ใช่แค่แร็ปเปอร์ แต่เป็นสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
1 Jawaban2025-12-13 06:59:21
เราเป็นคนชอบสะสมนิตยสารเก่า ๆ อยู่แล้ว เลยมีแหล่งที่เคยเจอเล่มเก่าของ 'i like' มาบ้างและอยากเล่าให้ฟัง แบบที่หาได้จริงในกรุงเทพ โดยหลัก ๆ มักเจอในร้านหนังสือมือสองและตลาดนัดที่มีโซนขายของเก่า โซนหนังสือเก่าเป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะหลายร้านเก็บสต็อกหลายสิบปีไว้ บางเล่มอาจมาจากคอลเล็กชันของคนที่เลิกสะสมแล้วปล่อยออกมา บรรยากาศเวลาเดินเลือกก็เหมือนเปิดกล่องความทรงจำ เห็นหน้าปกแล้วใจเต้นทุกที
แถวตลาดนัดจตุจักรโซนหนังสือถือเป็นจุดแรก ๆ ที่จะแนะนำ เพราะมีแผงหนังสือเก่าเยอะจริง ๆ ทั้งเล่มนิตยสารและแมกกาซีนแฟชั่น ถ้าตั้งใจมองจะเจอแผงที่เป็นคอลเลกชันเก่า ๆ ของร้านเดียวกัน ส่วนวังหลัง (ท่าพระจันทร์/ศิริราช) ก็มีร้านหนังสือมือสองที่ชอบเก็บนิตยสารเก่าไว้หลายร้าน เหมาะกับคนที่อยากได้สภาพยังสวยหรือเล่มที่หลุดหาเจอยาก นอกจากนี้ตลาดนัดรถไฟ (รัชดา/ศรีนครินทร์) ช่วงกลางคืนมักมีแผงแนววินเทจของสะสม รวมถึงนิตยสารเก่า ๆ ด้วย หากต้องการบรรยากาศตลาดนัดที่ดูชิล ๆ พร้อมเจอของแปลก ๆ นี่แหละตอบโจทย์
ออนไลน์เป็นอีกช่องทางที่ช่วยได้เยอะโดยเฉพาะถ้าต้องการฉบับที่เจาะจง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มขายของมือสองบนเฟซบุ๊ก หรือร้านค้าในแพลตฟอร์มซื้อขายที่บางร้านขายนิตยสารเก่าสะสมเป็นชุด บางครั้งผู้ขายก็ลงรูปชัดเจนและระบุปีที่พิมพ์ ทำให้เลือกได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าอยากเห็นของจริงก่อนซื้อ การเดินไล่ตามร้านจริงจะสนุกกว่าเพราะได้พลิกดูสภาพกระดาษ กลิ่นหมึก และความสมบูรณ์ของปกด้วย
เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยากแบ่งคือให้ระบุคำว่า 'นิตยสาร' และชื่อ 'i like' เวลาถามร้านหรือแผง จะทำให้คนขายเข้าใจเร็วขึ้น และถ้าสะสมเป็นชุด ควรสังเกตปี พ.ศ. หรือเลขฉบับที่พิมพ์ไว้ ณ มุมปก บางครั้งเล่มที่มีบทสัมภาษณ์พิเศษหรือปกพิเศษจะราคาขึ้นอีกนิด การต่อรองราคากับร้านมือสองเป็นเรื่องปกติ พกเงินสดไปจะสะดวกกว่า สรุปแล้วการตามหาเล่มเก่า ๆ ของ 'i like' ในกรุงเทพเป็นงานที่ต้องอาศัยความอดทนและความรอบคอบ แต่เมื่อได้มาแล้วความรู้สึกพิเศษกว่าที่คิดไว้เยอะเลย