ปาฏิหาริย์รัก ชายาข้ามภพ

ปาฏิหาริย์รัก ชายาข้ามภพ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-07-14
Oleh:  I-KYEOMTamat
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
83Bab
6.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

...นางก็เป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาที่โลกใบก่อนไม่ต้องการ ส่วนเขาถูกผู้คนกล่าวขานว่าเย็นชาเสมือนไร้ใจ ไม่สนสตรีนางใดเสมือนไร้รัก! แล้วไหงถึงได้...กับนางเล่า?

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

ค่ำคืนในวันมืดมิด มีสถานที่หนึ่งเปิดเพลงเสียงดังกระหึ่ม แสงสีสาดส่องไปทั่วทุกพื้นที่ ผู้คนมากมายเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกไปมา รายล้อมอยู่รอบตัวหญิงสาวผมเป็นลอนยาวสวยนัยน์ตาหวานเยิ้ม เธอมองดูความวุ่นวายและฟังเสียงบรรเลงเพลงร็อกพาให้ใจเธอเต้นตามจังหวะ มีผู้คนเต้นคลอเคลียกันไปมาในสถานบันเทิงที่เธอกำลังนั่งอยู่ ในมือถือไวน์ชั้นดีมีรสชาติหวานนุ่มลิ้นและรสขมเล็กน้อย เธอนั่งอยู่ตรงบาร์เหล้าที่มีบาร์เทนเดอร์วาดลวดลายในการชงเหล้าให้กับเหล่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในค่ำคืนนี้

หญิงสาวสวยหุ่นดีในชุดสีแดงเข้ารูป เธอเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงด้วยความเมามัน สายตากวาดมองไปทั่วรอบตัว เธอมองเห็นเพื่อนสาวคนสวยในชุดดำสั้นรัดรูปได้อย่างพอดีตัว นั่งโงนเงนไปมาด้วยความน่าเป็นห่วง

“ซินหลิน เธอไหวหรือเปล่าเนี่ย” เธอเดินเข้าไปถามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง

เสียงเรียกของใครบางคนที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวในชุดสีดำได้สติและเงยหน้ามอง สายตาของเธอปรับภาพซ้อนไปมาให้มันชัดเจนขึ้น จึงได้มองเห็นเป็นเพื่อสาวคนสวยในชุดสีแดงรัดรูปเช่นเดียวกันกับเธอ “ฉันยังไหว พวกเธอเต้นกันต่อเลย ฉันขอนั่งพักหน่อยก็แล้วกัน” เธอตอบเพื่อนสาวที่ดูท่าทางเป็นห่วงเธอออกไปด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย

หญิงสาวในชุดสีแดงมองดูท่าทางของหญิงสาวที่ตอบเธอว่าไหว มีสภาพที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่ “ถ้าเธอไม่ไหวก็บอกฉันนะ ฉันเต้นอยู่ไม่ไกล รู้ว่าตัวเองคออ่อนก็ยังจะกินเยอะอีก” เธอบ่นเพื่อนสาวที่นาน ๆ จะมีเวลาว่างมาเที่ยวกับพวกเธอ

“เธอบ่นฉันเป็นแม่อีกคนแล้วนะ ฉันโตแล้วย๊ะ! ฉันไม่กินมันเยอะหรอกนา” เธอตอบเพื่อนสาวในชุดสีแดง เพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศที่เพื่อนกำลังสนุก พร้อมกับทำท่าทางว่าสบายมาก

หญิงสาวชุดแดงมองดูความเรียบร้อยของเพื่อนอีกรอบ เธอเดินกลับไปเต้นกับเพื่อนคนอื่นต่อ เธอเป็นห่วงซินหลินที่ช่วงนี้เธอดูเครียดมากกว่าปกติมาก ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจอะไร?

ซินหลินเหลือบมองเพื่อนสาวแสนดีเดินจากไป เธอกลับมานั่งสนใจกับไวน์ตรงหน้าต่อ มีเรื่องที่ไม่สบายใจหลายอย่าง ตั้งแต่ที่เรียนจบมา ก็ยังไม่เคยได้ไปเที่ยวพักผ่อนอย่างจริงจังเลย มัวแต่ตั้งใจเรียนและหาเงิน ตอนนี้มีเงินแล้ว... แต่ไม่มีเวลา งานที่ทำก็แสนเหนื่อยแต่มีความสุขที่ได้ทำ เธอเป็นหมอกายภาพ ต้องใช้แรงกายในการช่วยผู้ป่วยจนรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ่อยครั้ง

หลายวันมานี้ ซินหลินรู้สึกปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง อาจจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อยก็ได้ ยิ่งปล่อยไว้ อาการปวดหัวก็เริ่มหนักขึ้น คิดแล้วก็รู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนขึ้นมา

‘หรืออาจจะเป็นเพราะไวน์ที่ฉันเพิ่งดื่มเข้าไปก็ได้’ ไม่ทันที่ซินหลินได้คิดทบทวนอะไรมากมาย อาการที่เป็นอยู่ก็ยิ่งแย่ลง ภาพทุกอย่างที่มองเห็นดูพร่ามัว เสียงที่ดังกึกก้องอยู่ในสถานบันเทิงเริ่มเบาลง... เธอมองทุกอย่างเป็นภาพซ้อนและอ้วกออกมา ทุกอย่างค่อย ๆ แย่ลง แขนขาที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนแรง เธอล้มลงไปพร้อมกับสติที่ดับวูบลงอย่างไม่ทันตั้งตัว…

“ซินหลิน!” เพื่อนสาวหันกลับมามองซินหลินอีกครั้ง เธอมองเห็นซินหลินอ้วกออกมาและล้มลงไป เธอร้องเรียกให้คนช่วยพร้อมทั้งเรียกรถพยาบาลมาอย่างเร่งด่วน พอมาถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลก็พากันวิ่งเข้ามาเข็นร่างของซินหลินเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เธอได้แต่ยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยใจที่เป็นกังวลและเป็นห่วง เธอร้องไห้ พร้อมทั้งโทรหาครอบครัวของซินหลิน เพื่อให้พวกเขารีบมาหาที่โรงพยาบาล แต่โทรเท่าไหร่ก็โทรไปไม่ติด…

ภายในห้องฉุกเฉินร่างของซินหลินนอนหายใจรวยริน เธอได้ยินเสียงเครื่องช่วยหายใจ เสียงผู้คนหลายคนที่พูดคุยอยู่รอบตัวด้วยความเคร่งเครียด เสียงสุดท้ายที่ได้ยินเป็นเสียงเครื่องปั๊มหัวใจและอาการชาตรงหน้าอกของเธอ…

ซินหลินได้สติอีกครั้ง เสียงเรียกของผู้คนที่ไม่คุ้นเคย แต่ชื่อที่พวกเขาใช้เรียกเป็นชื่อของคนอื่นที่ไม่ใช่ชื่อของเธอ?

“หยางฉิง! ตื่น ๆ อย่าหลับ…”

เสียงเรียกที่ดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ซินหลินค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวที่ไม่จางหายไป สายตาคู่งามมองไปรอบตัวที่ไม่คุ้นเคย ตรงหน้าของเธอมองเห็นชายคนหนึ่งที่มีผมสีดอก หนวดเครายาวเป็นสีขาว เสื้อผ้าของเขาดูเก่ามาก เธอไม่คุ้นเคยกับชายผู้นี้มาก่อนเลย

‘นี่ฉันเป็นอะไรกันแน่ ชาวบ้านพวกนี้เป็นใคร?’ เธอมองดูชาวบ้านที่แต่งตัวไม่คุ้นเคย ส่งเสียงเรียกยิ่งทำให้เธอมึนงง การปวดหัวก็ยิ่งเพิ่มความปวดหัวมากขึ้นไปอีก เธอเอามือกุมไปที่หัวพร้อมกับภาพหลายอย่างเกิดขึ้นมาในหัวไม่หยุด

“หยางฉิงตื่นแล้ว! ทุกคนอย่ามุง เดี๋ยวนางจะหายใจไม่ออก” หมอหลี่เทาร้องบอกชาวบ้านให้ถอยห่างออกไป

เธอเอามือทั้งสองข้างกุมไปที่หัว ภาพจำต่าง ๆ ก็ไหลเข้ามาในความทรงจำของเธอไม่หยุด เป็นภาพที่เธอไม่คุ้นเคย

‘ความทรงจำพวกนี้มันคืออะไร มันไม่ใช่ของฉันนิ’ เธอใช้เวลาเรียบเรียงภาพในความทรงจำ พร้อมกับเสียงของผู้คนที่อยู่รายล้อมรอบตัว ภาพเหล่านั้นที่อยู่ในหัวเป็นภาพของคนอื่นที่ไม่เหมือนเธอเลยสักอย่างเดียว ซินหลินยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาดู เป็นมือเรียวยาวขาวเนียนซึ่งไม่เหมือนกับมือของเธอเลย

‘หรือว่าตอนนี้ฉันได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของผู้หญิงที่ชื่อหยางฉิง? ฉันต้องรวบรวมสติและต้องพาตัวเองเดินออกไปจากตรงนี้ก่อน…’ ซินหลินคิดและหันมองไปรอบตัวอีกครั้ง มีชาวบ้านทั้งหญิงและชายมุงดูอยู่ด้วยสีหน้าหลากหลาย บางคนก็ดูอยากรู้ บางคนก็ดูเป็นห่วง และก็มีบางคนมองเธอด้วยสายตาแห่งความยินดี?

“หยางฉิงเป็นอย่างไรบ้าง!” หลี่เทาร้องเรียกหญิงสาวที่ลืมตาตื่นขึ้นมา สีหน้าของนางดูมึนงง

“ไม่เป็นอะไร” เธอตอบชายที่พบเห็นเป็นคนแรกเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา ชายคนนั้นดูสีหน้าเป็นกงวลมากกว่าคนอื่น ‘คนนี้คงเป็นหมอสินะ’

“เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ทำให้พวกข้าตกใจหมด อยู่ดี ๆ เจ้าก็เดินตกลงไปในหลุมและหัวกระแทกสลบไปตั้งหลายชั่วยาม ข้านึกว่าเจ้าตายไปเสียแล้ว เจ้าลุกไหวหรือไม่” หลี่เทามองท่าทีของหยางฉิง

“ลุกไหว ไม่เป็นไรมาก” ซินหลินตอบคนที่ชาวบ้านเรียกว่าหมอออกไปด้วยท่าทางไม่ชิน

“ดีแล้ว ถ้าเจ้าไปเป็นอะไรก็กลับไปบ้านเถอะ นี่เป็นยาแก้ปวด ข้าให้เจ้าเอาไว้ต้มกินหลังอาหารสามเวลา กินสักสองวันเจ้าก็จะดีขึ้น” หลี่เทาเอาห่อยาส่งให้หยางฉิงเอาไปต้มกินที่บ้าน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
ดีงาม จบสวยต้องลุ้นว่าจะจบแบบไหน
2025-10-16 04:59:32
0
0
83 Bab
บทนำ
บางทีการรักใครสักคน มันมักจะไม่เลือกช่วงเวลาชอบเข้ามาโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเสมอความรักนี่ความจริงแล้วมันเป็นตัวอะไรกันแน่ทำไมมันถึงได้ขี้โกงกับคนอ่อนแอเหลือเกิน...“หัวโผล่แล้วเจ้าค่ะ!” ใคร?“ออกแรงอีกนิดเจ้าค่ะ ฮูหยิน!” เสียงใครกันทำไมทุกอย่างถึงมืดไปหมด แต่อีกสักพักก็เห็นสายตาหลายคู่ที่มองมาด้วยความสงสาร สลับภาพกันไปมาอยู่อย่างนี้ เสียงไซเรนดังเข้าหูไม่ขาดสายและแสงของมันทำเอาแสบตาเหลือเกิน เสียงร่ำไห้ดังถี่อยู่รอบตัว แต่นั่น...ไม่ใช่สำหรับเธอละมั้งร่างบางของเธอที่นอนไม่ขยับมองไปยังร่างชายหนุ่มตรงข้ามที่นอนไม่มีแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วเหมือนกัน ดวงตาที่มองมานั้นสงสารเธอมากแค่ไหน เธอนั้นดูออกทุกอย่าง หญิงสาวทอดสายตามองเขาตรงๆ มองเช่นเดียวกับที่เขามองเธอ ด้วยความสงสารไม่แพ้กัน ร่างสูงตรงหน้านอนอาบไปด้วยเลือด เธอไม่รู้ว่าร่างของเธอก็เป็นแบบนี้ไหม ไม่มีแม้แต่แรงขยับเขยื้อน ไม่อยากคิดแม้แต่จะก้มมองดูร่างตัวเองแค่คิดก็เจ็บจนทรมาน...ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะมาถึงที่ประเทศจีนและเข้าไปเช็คอินห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งโดยมีเธอกับเพื่อนๆ ของเธออีกสามคน พวกเธอเป็นคนไทยสามคนแต่ก็พอได้เรี
Baca selengkapnya
1 คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ (1)
ที่นี่ที่ไหนกันนะ?ชาลิสาคิดและแหงนมองไปรอบๆ ห้อง แต่ทำไมทำได้แค่แหงนอย่างเดียวล่ะ เธอพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายราวกับเหมือนไม่มีแรง ชาลิสาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ห้องพร้อมกับความทรงจำต่างๆ เริ่มไหลเข้ามาในหัวหนักขึ้นเรื่อยๆ ความเจ็บปวดทรมานเธอล้วนจำได้ชัดเจน แต่ว่าตอนนี้ทำไมเหมือนไม่ได้เป็นอะไรเลยสักนิด ความเป็นจริงตอนนี้เธอควรอยู่โรงพยาบาลสิ แต่เพดานห้องนี้ดูยังไงก็ไม่เหมือนโรงพยาบาลเลยแม้แต่นิดเดียว หรืออาจจะเป็นโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนก็ได้ เพราะก่อนเกิดเหตุเธออยู่เมืองจีนนี่นาดังนั้นโรงพยาบาลนี้เขาน่าจะตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศแน่ๆ“คุณหนูใหญ่ น่าเอ็นดูเหลือเกิน จางจิ้งเจ้าดูสิ พอตื่นมาก็กลอกตาไปมาอยู่เช่นนั้นเป็นสิบๆ ครั้งแล้วกระมัง” ใครพูด? แล้วตัวคนอยู่ไหนทำไมเธอถึงมองไม่เห็นกันละ เสียงอยู่ใกล้ขนาดนี้แท้ๆ“นางหิวนมแล้วกระมัง พี่ป้อนนมคุณหนูเถอะ”“คงจะจริงอย่างที่เจ้าว่า ตั้งแต่คลอดมาก็ยังไม่ได้ดื่มนมเลย” อา... ตอนนี้เธอเห็นตัวคนพูดแล้ว หญิงคนนั้นเป็นหญิงวัยกลางคนที่ไม่ได้ดูมีอายุมากนักก้มมาหยุดมองหน้าเธอแล้วยิ้มกว้างก่อนจะเอื้อมมือมาหาจะทำอะไรฉันเนี่ย!?เมื่อจะเปล่งคำถามออกไปเธอก
Baca selengkapnya
2 คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ (2)
“เหมยเอ๋อร์ไม่ยอมดื่มนมรึ”“เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ บ่าวเห็นคุณหนูดิ้นรุนแรง และมีทีท่าว่าจะไม่ยอมดื่มท่าเดียว” จางจิ้งสาวใช้ที่อยู่ในเหตุการณ์อธิบายแก่แม่ทัพเสวี่ยตามที่นางเห็น“น่าแปลกจริง เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เด็กแรกเกิดไม่ต้องการน้ำนมได้อย่างไร” แม่ทัพเสวี่ยเกิดคำถามไม่ต่างไปจากแม่นมเสียงและจางจิ้ง“งั้นให้คุณหนูดื่มนมเสี่ยวซิงดีไหมเจ้าคะน้าจิ้ง ฮิๆ” เสียงทะเล้นของเด็กน้อยวัยห้าขวบลอยเข้ามาขัดบทสนทนาของทั้งสอง“ซิงซิง!” จางจิ้งหันมาดุซิงซิง ก่อนหันไปขอโทษขอโพยท่านแม่ทัพใหญ่ “ขออภัยเจ้าค่ะท่านแม่ทัพอาซิงยังเล็กโปรดอย่าถือโทษนางเลยนะเจ้าคะ”“ช่างเถอะ นางยังไม่รู้ความ” แม่ทัพเสวี่ยหันไปมองเจ้าหนูซิงซิง ซึ่งตอนนี้กำลังทำคอตก หน้ามุ่ย แต่แลดูแล้วน่ารักน่าชังตามประสาเด็ก “แต่แปลกนัก เหตุใดเหมยเอ๋อร์ไม่ยอมดื่มนมแม่นมกันนะ”“ท่านแม่ทัพเห็นควรว่าอย่างไรเจ้าคะ”“ในเมืองช่วงนี้มีข่าวคราวว่ามีหญิงสาวบ้านใดคลอดลูกอีกหรือไม่” แม่ทัพเสวี่ยลองคิดไตร่ตรองดูแล้ว เห็นว่าปัญหาอาจอยู่ที่แม่นม“แต่ว่าท่านแม่ทัพเจ้าคะ บ่าวมิขอปิดบังตามที่บ่าวได้เห็นปัญหานั้นไม่ได้อยู่ที่แม่นมเจ้าค่ะ คุณหนูพอเห็นพี่เสียงถ
Baca selengkapnya
3 คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ (3)
เสวี่ยเหมยนางรู้สึกว่าท้องน้อยๆ ของนางนั้นเหมือนมีกระแสอุ่นๆ ไหลเข้ามาเป็นสายไม่ขาด ไหลผ่านลำคอจนร้อนผ่าว แต่แล้วปากนางก็เผลอคายออกไปเสียนี่ไม่นะ! นางต้องการอีก ได้โปรดเถอะ“เหมยเอ๋อร์ นางชอบดื่มนมเจ้าถึงเพียงนี้” เสียงหัวเราะน้อยๆ ของบุรุษค่อยๆ ดังขึ้น เรียกสติสัมปชัญญะของเสวี่ยเหมยขึ้นมาอย่างแจ่มชัดฉับพลัน ดวงตานางเบิกโพล่งทันทีนี่นางถึงกับดื่มนม นางดื่มนม! เด็กทารกปกติคนอื่นจะมีใครที่มาคอยรับรู้ว่าตัวเองดื่มนมจากเต้ากัน มีแต่นางเท่านั้นหรือที่ได้สัมผัส สวรรค์ ท่านกำลังลงโทษหรือช่วยเหลือนางอยู่กันแน่ ให้นางไม่ต้องรับรู้เหมือนเด็กคนอื่นได้หรือไม่ แต่..นางกลับปฏิเสธไม่ได้ว่ารสน้ำนมที่กำลังอบอวลอยู่ในปากเล็กนั้น ช่างหอมหวานชวนให้คิดถึงยิ่งนักช่างเถอะ... ดื่มก็ดื่ม ไม่ใช่เรื่องยาก เด็กทารกอย่างนางจะกินอะไรได้เล่าตอนนี้“นางน่าชังนัก ลูกของข้า ‘เสวี่ยเหมย’ ” เสียงของสตรีที่นางจับจองไว้เป็นมารดาในชาตินี้ดังขึ้น ข้างๆ ของนางมีบุรุษอยู่ด้วยอีกคน เสวี่ยเหมยจึงนึกคิดสักครู่...งั้นท่านก็เป็นบิดาข้าก็แล้วกันเสวี่ยเหมยรึ... อา ชื่อนี้นับว่าไม่เลว คิดได้ดังนั้นเปลือกตาน้อยๆ ของทารกก็ค่อยๆ ป
Baca selengkapnya
4 โจรร้ายในหออิงถง (1)
ลมแดดร้อนกลางวสันต์มาเยือนแล้วยามเว่ย1เสวี่ยเหมยชวนพวกจางเหว่ยและจางเหล่ยพร้อมด้วยสาวใช้คนสนิทข้างกายไปหออิงถงที่กำลังเปิดใหม่ นางได้ยินมาว่าอาหารที่นั่นนั้นรสเลิศ แม้เพิ่งมาเปิดใหม่ได้ไม่กี่วันก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี ว่ากันว่าเถ้าแก่เนี้ยของร้านอาหารแห่งนี้มาไกลจากเมืองฟาไฉ่ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นฝูหยวนเลยทีเดียวบนถนนผู้คนเดินขวักไขว่กันไปมา หากใครก็ตามที่ตั้งใจมองดูให้ดีแล้วละก็จะเห็นดรุณีน้อยทั้งสองที่กำลังงดงามบานสะพรั่งเดินเคียงข้างกันอยู่ แต่ว่าเสวี่ยเหมยในตอนนี้นางกลับสวมชุดบุรุษเดินด้วยท่าทางห้าวหาญ นางอายุได้สิบสี่ปีแล้วใบหน้าจึงส่องประกายความงดงามชวนให้ผู้คนหลงใหลไม่น้อย ท่าทางร่าเริงแจ่มใสที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ หากนางมิได้สวมชุดเฉกเช่นชายออกมาจากจวน ในเมืองหมานตอนนี้คงได้มีข่าวประกาศก้องทั่วหล้าแล้วว่านางคือโฉมสะคราญอันดับหนึ่งในแคว้นฝูหยวนเป็นแน่!นางกลับใช้ความงามของตนเองไม่เป็น!ซิงซิงสาวใช้ข้างกายทำได้เพียงแต่ทอดถอนใจอยู่ข้างๆ ผู้เป็นนายเท่านั้น และตัวนางเองในตอนนี้อายุก็นับได้ว่าสิบเก้าปีแล้ว แต่กลับไร้วี่แววคนเคียงคู่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ซิงซิงสนอกสนใจสักนิด ที่
Baca selengkapnya
5 โจรร้ายในหออิงถง (2)
ณ หออิงถงสองบุรุษผู้เกรียงไกรเดินเข้ามาในร้านอาหารที่กำลังครึกครื้น แต่ความจริงแล้วหากเพ่งเล็งให้ดีแล้วละก็จะเห็นว่ามีบุรุษร่างเล็กอีกหนึ่ง ประกบไปด้วยแม่นางร่างน้อยอีกนาง เมื่อก้าวเข้ามาเหยียบในหออิงถงแล้วนั้นสายตาหลายคู่พลันจับจ้องสตรีจ้องบุรุษ บุรุษพากันจ้องสตรี ฉับพลันหนึ่งในสามชายหนุ่มหันกลับมาจ้องตาเขม็งให้เหล่าคุณชายเจ้าชู้ทั้งหลาย จากนั้นจึงได้พากันสะดุ้งแล้วรีบร้อนหันกลับไปสนใจอาหารที่โต๊ะตัวเองต่อเฮอะ! ทำเป็นหวงไปได้พวกเจ้าสามคนได้อยู่ท่ามกลางสตรีงามขนาดนี้แท้ๆ แบ่งพวกเขาดูให้ชื่นหัวใจที่แห้งเหี่ยวสักนิดไม่ได้หรืออย่างไรกัน“เดินดีๆ” จางเหว่ยตวัดสายตาหันกลับมามองซิงซิงอีกครั้ง พร้อมกล่าวน้ำเสียงดุขึ้นมา“ข้าเดินไม่ดีตรงไหนกัน” สาวงามทำปากมุ่ยไม่พอใจ นางทำเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ใจของเขาเต้นระรัวแล้ว“เดินอย่างคุณหนูใหญ่...”พอจางเหว่ยกล่าวขึ้นมา โฉมงามก็หันไปมองคุณหนูของนางอย่างว่าง่ายบ้าไปแล้ว! ให้นางเดินท่าทางเยี่ยงบุรุษเช่นนั้น นางไม่เอาด้วยหรอกได้ขายหน้ากันพอดี เจ้าบ้านี่จะให้นางทำท่าทางน่าอับอายต่อหน้าผู้คนจำนวนมากขนาดนี้เชียวหรือ คิดได้ดังนั้นแก้มน้อยๆ ของน
Baca selengkapnya
6 โจรร้ายในหออิงถง (3)
“ว่าอย่างไรพี่ชาย” เสียงของเสวี่ยเหมยเรียกสติชายหนุ่มที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ขึ้นมา“น้องชายเข้าใจผิดแล้ว พี่ชายเพียงเห็นว่าลูกแมวพวกนี้น่าสนใจนัก จึงอยากจะลองเข้ามาจับดูเท่านั้น ผู้ใดจะคิดว่าจะเจอหนุ่มน้อยมาชี้กล่าวหาว่าข้าเป็นโจรเสียได้” เขากล่าวเสร็จก็ปลดพันธนาการบนข้อมือนางออก ให้นางได้เป็นอิสระสักครู่“แมว?” นางก้มมองดูด้านล่าง ในส่วนลึกติดผนังของซอกบันไดมีลูกแมวอยู่ประมาณสามสี่ตัว ที่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสบายอารมณ์อยู่ฉับพลันนั้นนางก็ร้อง อ้อ ออกมาคำนึง“นับว่าเข้าใจพี่ชายผิดแล้ว ผู้น้อยขออภัย” นางยกมือคารวะเขาทำท่าทางเลียนแบบประสานมือเคารพเหมือนอย่างที่เคยเห็นบุรุษนอกบ้านทำกัน จนชายหนุ่มที่ได้เห็นเปลี่ยนสีหน้าเป็นแดงคล้ำเพราะจะกลั้นอารมณ์ขันออกมาไม่ไหวยามที่นางกล่าวเสร็จและจะสะบัดหน้าเดินออกมานั้น ‘พี่ชาย’ ตรงหน้ากลับดันนางเข้าไปข้างในจนลึกชิดตัวผนัง ข้างเท้าของนางมีลูกแมวสี่ตัวนอนเรียงกันอยู่ กลายเป็นว่านางต้องมาอยู่ใต้ร่างสูงอีกครั้ง มือน้อยๆ สองข้างถูกแขวนตรึงเหนือหัว และร่างใหญ่ค่อยๆ เขยิบหน้าเข้ามาใกล้ๆ นางเห็นท่าจะไม่ดีขึ้นมาแล้ว มิใช่ว่าบุรุษตรงหน้านี้ชอบตัดแขนเสื้อ
Baca selengkapnya
7 โจรร้ายในหออิงถง (4)
บุรุษหนุ่มค่อยๆ เยื้องเท้าเดินออกมาจากความมืด รูปร่างกำยำน่าเกรงขาม เนื้อผ้าที่สวมอยู่บนร่างเป็นเนื้อผ้าชั้นดี ตั้งแต่เขาย่างเข้ามาในหออิงถงแห่งนี้ บรรดาเสี่ยวเอ้อร์ต่างออกมาต้อนรับทักทายเอาใจใส่อย่างดี หน้าตาชายหนุ่มหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาเป็นประกาย เห็นชัดว่าดวงหน้านี้เพิ่งจะไปทำอะไรที่มีความสุขมา แม้แต่ริมฝีปากเรียวบางยังไม่หุบยิ้มขณะที่มือใหญ่ข้างหนึ่งกลับกุมข้างแก้มไว้“ได้ความหรือไม่น้องสาม”ทันทีที่ชายหนุ่มเดินขึ้นไปบนชั้นสามของยอดหออิงถงนั้น ก็พลันมีเสียงบุรุษเอ่ยถามขึ้นมาก่อน เขาเลยหันไปทางต้นเสียง“เป็นอย่างที่พวกเราคาดการณ์ไว้จริงๆ พี่ใหญ่ เป็นนางจริงๆ ไม่ผิดตัวแน่” ชายหนุ่มกล่าวตอบออกไป มือใหญ่ที่กุมแก้มไว้นั้นได้ปลดลงมา เผยให้เห็นแก้มแดงเด่นชัดไปด้วยรอยนิ้วมือน้อยทั้งห้า แต่ใบหน้ายิ้มที่มีสุขนั้นกลับสวนทางกันนัก“หรงจวิ้น เจ้าไปทำอันใดมา ใช่เรื่องที่ดีหรือไม่” พี่ใหญ่หรือฝูอี้เจิ้งถามอย่างอดไม่ได้ พร้อมเสียงหัวเราะน้อยๆ ของเขาดังตามมา“เรื่องนั้นช่างเถิดพี่ใหญ่ ข้าตามหาตัวนางแล้วแต่กลับหลบหน้า คงระแวงเราแล้วเป็นแน่”ชายทั้งสอง หนึ่งพี่ชาย หนึ่งน้องชายพากันครุ่นคิดปรึกษากันอย
Baca selengkapnya
8 พบพาน ณ วังหลวง (1)
เหมันตฤดูปีนี้ช่างเร็วนักณ จวนแม่ทัพเสวี่ย เมืองหมาน ทิศทักษิณในเรือนเยว่เหมย เสวี่ยเหมยกำลังดื่มซุบร้อนคลายหนาวที่มีส่วนผสมของเนื้อไก่ โสม และเห็ดสมุนไพรต่างๆ ยามนี้นางเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นเมื่อต้นฤดูเหมันต์ อายุสิบห้างดงามสะพรั่งเต็มตัว ท่าทางนางช่างดูเกียจคร้านเต็มทน สตรีร่างน้อยนอนเอนตะแคงอยู่บนตั่งไม้ แต่ท่าทีเช่นนี้ก็ยังทำให้นางดูสง่ายิ่งนัก ซิงซิงนั่งอยู่ข้างๆ อย่างสงบ หนึ่งนาย หนึ่งบ่าว ช่างมองดูแล้วดุจเซียนบนสวรรค์ชั้นฟ้าจริงๆ“คุณหนูเจ้าคะ คุณชายน้อยขอพบเจ้าค่ะ” บ่าวคนหนึ่งเข้ามารายงานบอกกล่าวให้นางรับรู้“ให้เข้ามา” นางหลุบตาตอบท่าทางเบื่อหน่าย แต่ใบหน้ายังฉายความงดงามมิแปรเปลี่ยนผ่านไปสักพักมีเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามา เสียงแผ่วเบาแต่ทว่าหนักแน่นแสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาเล็กๆ“พี่เหมย” เด็กหนุ่มที่เดินย่างเข้ามาตรงกลางห้อง เอ่ยเรียกหญิงสาวที่นั่งดื่มซุบอย่างอ้อยอิ่ง ทำอย่างกับว่าไม่มีอะไรน่าสนใจบนโลกใบนี้อยู่“วันนี้ไยกลับมาจากสำนักศึกษาเร็วนัก เสี่ยวเจี้ยน” เสวี่ยเหมยตอบน้องชายตรงหน้าแต่ดวงตากลับหลับพริ้ม มือที่แต่เดิมเกาะถ้วยซุบไว้นั้นก็ได้ปลดออกจากถ้วยแล้วน้อง
Baca selengkapnya
9 พบพาน ณ วังหลวง (2)
ยามเมื่อรถม้าทั้งสี่คันของจวนแม่ทัพเสวี่ยขับเคลื่อนเข้าเมืองหลวงก็กินเวลาไปถึงสิบสี่วันเลยทีเดียว เสวี่ยเหมยนั่งพิงรถม้า ในมือกอดเตาผิงเล็กเอาไว้ในอก เปลือกตาน้อยกะพริบขึ้นช้าๆ ก่อนจะลืมตาที่ฉายแววเหนื่อยล้าขึ้นมาอยากอ้วกเหลือเกิน!“ซิงซิง ตอนนี้ยามใดแล้ว” เสียงของดรุณีน้อยอ่อนล้าเต็มทน“ยามอู่2แล้วเจ้าค่ะ บ่าวบังคับม้าบอกว่าเราใกล้ถึงเรือนรับรองของเมืองหลวงแล้วเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกคลื่นเหียน” เสวี่ยเหมยพูดด้วยสีหน้าพะอืดพะอม ท่าทางนางตอนนี้จวนจะไม่ไหวอยู่รอมร่อ“อดทนอีกนิดนะเจ้าคะ อีกแค่หนึ่งเค่อ3ก็จะถึงแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”“ข้าอยากกินผลไม้รสเปรี้ยว”“ถ้าคุณหนูยอมอดทนจนกว่าจะถึง บ่าวจะหามาให้คุณหนูให้ได้เจ้าค่ะ”“ข้าไม่อยากไปงานเลี้ยงคืนนี้เลย เหตุใดพวกเราต้องมาทันด้วยนะ” เสวี่ยเหมยทอดถอนใจอย่างยอมแพ้ สวรรค์ท่านพอใจแล้วใช่หรือไม่ จะให้พวกเขามาถึงวันพรุ่งนี้แทนไม่ได้หรือ“นับว่าเป็นวาสนาของคุณหนูนะเจ้าคะ ที่ได้เข้าไปถึงวังหลวง บ่าวยังอยากจะไปด้วยเลย”“อ๊ะ! รู้แล้ว” ฉับพลันดรุณีน้อยก็เด้งตัวขึ้นมาพร้อมกับหน้าตาแจ่มใสไร้ซึ่งหน้าตาเจ็บปวดทรมานอย่างตอนแรก “เรามาสลับตัวกันดีกว่า ซิงซิง”“บ่าว
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status