ปาฏิหาริย์รัก ชายาข้ามภพ

ปาฏิหาริย์รัก ชายาข้ามภพ

last updateDernière mise à jour : 2025-07-14
Par:  I-KYEOMComplété
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
83Chapitres
6.5KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

...นางก็เป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาที่โลกใบก่อนไม่ต้องการ ส่วนเขาถูกผู้คนกล่าวขานว่าเย็นชาเสมือนไร้ใจ ไม่สนสตรีนางใดเสมือนไร้รัก! แล้วไหงถึงได้...กับนางเล่า?

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

บางทีการรักใครสักคน มันมักจะไม่เลือกช่วงเวลา

ชอบเข้ามาโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเสมอ

ความรักนี่ความจริงแล้วมันเป็นตัวอะไรกันแน่

ทำไมมันถึงได้ขี้โกงกับคนอ่อนแอเหลือเกิน...

“หัวโผล่แล้วเจ้าค่ะ!” ใคร?

“ออกแรงอีกนิดเจ้าค่ะ ฮูหยิน!” เสียงใครกัน

ทำไมทุกอย่างถึงมืดไปหมด แต่อีกสักพักก็เห็นสายตาหลายคู่ที่มองมาด้วยความสงสาร สลับภาพกันไปมาอยู่อย่างนี้ เสียงไซเรนดังเข้าหูไม่ขาดสายและแสงของมันทำเอาแสบตาเหลือเกิน เสียงร่ำไห้ดังถี่อยู่รอบตัว แต่นั่น...ไม่ใช่สำหรับเธอละมั้ง

ร่างบางของเธอที่นอนไม่ขยับมองไปยังร่างชายหนุ่มตรงข้ามที่นอนไม่มีแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วเหมือนกัน ดวงตาที่มองมานั้นสงสารเธอมากแค่ไหน เธอนั้นดูออกทุกอย่าง หญิงสาวทอดสายตามองเขาตรงๆ มองเช่นเดียวกับที่เขามองเธอ ด้วยความสงสารไม่แพ้กัน ร่างสูงตรงหน้านอนอาบไปด้วยเลือด เธอไม่รู้ว่าร่างของเธอก็เป็นแบบนี้ไหม ไม่มีแม้แต่แรงขยับเขยื้อน ไม่อยากคิดแม้แต่จะก้มมองดูร่างตัวเอง

แค่คิดก็เจ็บจนทรมาน...

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะมาถึงที่ประเทศจีนและเข้าไปเช็คอินห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งโดยมีเธอกับเพื่อนๆ ของเธออีกสามคน พวกเธอเป็นคนไทยสามคนแต่ก็พอได้เรียนรู้ภาษาจีนมาบ้าง ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งนั้นเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศจีน ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกันมานั้นก็ทำให้เกิดมิตรภาพดีๆ ต่อกัน จากนั้นจึงได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน พอครบกำหนดที่เรียนเสร็จก็ต้องกลับประเทศ พวกเธอทั้งสามจึงรับปากกับเพื่อนชาวจีนว่าจะมาส่งและถือโอกาสนี้เที่ยวเล่นไปด้วยอีกหลายวัน

เมื่อมาถึงพวกเธอว่าจะนอนพักกันสักงีบใหญ่ๆ ก่อน แล้วพูดคุยกันว่าพอตื่นขึ้นมาค่อยไปหาอะไรกิน บ้านของเพื่อนชาวจีนนั้นอยู่ไกลจากเมืองหลวงเลยว่าจะเล่นอยู่ในเมืองสักสองสามวันค่อยนั่งรถเข้าไปส่ง คุยกันไปมาทุกคนก็เผลอหลับกันไปทั้งที่คุยกันยังไม่จบ อาจเพราะเหนื่อยกับการเดินทางครั้งนี้มากเกินไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าค่ำแล้ว จากนั้นจึงได้พากันออกจากโรงแรมไปหาของกินใส่ท้อง

ระหว่างเดินหาของกินอยู่นั้น ‘ชาลิสา’ มองเห็นร้านไอศกรีมเคลื่อนที่อยู่ไม่ไกลเธอเลยขอแยกตัวออกไปซื้อ เพราะเพื่อนคนอื่นรออาหารจากร้านแห่งหนึ่งอยู่ ระหว่างที่เธอสั่งและรอไอศกรีมของเธอนั้น ได้เผอิญไปสบตากับ ‘เขา’ พอดี ชายที่จะประสบเหตุเคราะห์ร้ายกับเธอ เขาน่าจะสั่งก่อนหน้าเธอหนึ่งคิวและที่พ่อค้ากำลังทำอยู่น่าจะเป็นของเขา ชายหนุ่มปิดผ้าปิดปากสีดำ ดวงตาสีเมล็ดกาแฟที่มองมาด้วยความร่าเริง เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงดวงตาที่เป็นมิตรเช่นนี้จะกลายเป็นเศร้าสลดไป รอบกายเขาเริ่มเต็มไปด้วยหญิงสาวมากมายภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่แน่เขาอาจเป็นหนุ่มฮอตของเมืองจีนที่กำลังดังอยู่ตอนนี้ก็ได้

ชั่วขณะนั้น เธออยากย้อนเวลากลับไปเหลือเกิน ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง อยากย้อนเวลาเหลือเกิน...

โครม!

รถบรรทุกคันใหญ่ ไม่มีใครรู้ว่าเสียหลักมาจากที่ไหนเซถลาเข้ามาทางเธอ รถคันใหญ่เสียการควบคุมวิ่งขึ้นมาทางฟุตบาทชนข้าวของระหว่างทางกระจาดกระจาย เธอตกใจจนไม่มีสติว่าควรหลบไปทางไหน รถมันพุ่งมาเร็วมากจนเธอขาดสติในวินาทีนั้นเธอควรหลบไปทางซ้ายหรือทางขวาก็ไม่สามารถบังคับร่างกายนี้ได้ หญิงสาวหยุดนิ่งอยู่กับที่ลืมแม้แต่จะกรีดร้องออกมาให้ใครช่วย แต่เธอก็ไม่ทันได้เห็นว่าชายข้างๆ เธอเองก็มีอาการเช่นเดียวกัน

                และตอนนั้นเอง เธอจึงได้รู้สึกเหมือนว่าโลกใกล้จะแตกเข้ามาทุกที ทุกคนที่เธอรู้จักเริ่มหายไปจากความทรงจำ เธอไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก พวกเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอห้าขวบ ชาลิสาอาศัยอยู่กับป้าคนเดียวของเธอ แต่ว่าป้าของเธอก็มีลูกชายอีกสองคน ชาลิสาทำงานพิเศษค่อนข้างหนัก กว่าจะเก็บเงินมาประเทศจีนได้ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ เงินแต่ละบาทใช้เวลาเก็บอยู่นานพอควร ป้าของเธอก็ใช่ว่าจะตามใจทุกอย่าง วินาทีนั้นเกิดมีคำถามขึ้นมาในหัว....

เธอจะตายไหม?

ถ้าหากเธอตาย ป้าและน้องๆ จะร้องไห้ไหม?

เพื่อนๆ ที่รอกินข้าวล่ะ จะโกรธเธอไหม?

เธอรู้สึกเหมือนร่างกายจะปริแตกออกจากกัน ความรู้สึกนี้ใกล้เข้ามาทุกที จนเมื่อทุกอย่างใกล้จะเลือนหายไป เธอได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ยังไม่อยากตาย อยากจะมีชีวิตอยู่ เธอยังไม่เคยได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่ารักอย่างแท้จริงเลย ทุกวันนี้แค่รักจากมิตรภาพไม่เพียงพอสำหรับเธอ ไม่พอเลยสักนิด เธออยากสัมผัสกับความอบอุ่นเหลือเกิน...

เข้าใจแล้ว...ว่าความทรมานมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

จากนั้นทุกๆ อย่างก็เหมือนค่อยๆ ดับไป...

“ปลอดภัยดีทั้งคุณหนูและฮูหยินเจ้าค่ะ!” เสียงสตรีคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“ซิงซิง! ไปเรียนท่านแม่ทัพว่าฮูหยินคลอดคุณหนูใหญ่อย่างปลอดภัย” จากนั้นก็ตามมาด้วยสตรีอีกคนที่อยู่ข้างๆ กัน

“คุณหนูใหญ่รึเจ้าคะ ได้เจ้าค่ะน้าจิ้ง” หญิงตัวน้อยวัยประมาณห้าขวบพอได้ยินว่าเป็นคุณหนูใหญ่ก็ยิ้มรับตาหยีพร้อมวิ่งหายลับออกไปนอกประตู

“ทีนี้ข้าก็จะไม่ต้องทนเล่นกับอาเหว่ยกับอาเหล่ยแล้ว!”

เสียงดีใจของซิงซิงตัวน้อยๆ ผ่านลอดประตูห้องโถงเข้ามา ผ่านไปสักพักก็ได้ยินเสียงแม่ทัพเสวี่ยโห่ร้องดีใจออกมาไม่ต่างอะไรกับซิงซิง เวลานี้ทั่วเมืองหมานของอาณาจักรแคว้นฝูหยวนก็ได้รับรู้พร้อมกันว่า

เหมันตฤดูนี้ แม่ทัพเสวี่ยได้บุตรสาวคนแรก คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
ดีงาม จบสวยต้องลุ้นว่าจะจบแบบไหน
2025-10-16 04:59:32
0
0
83
บทนำ
บางทีการรักใครสักคน มันมักจะไม่เลือกช่วงเวลาชอบเข้ามาโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเสมอความรักนี่ความจริงแล้วมันเป็นตัวอะไรกันแน่ทำไมมันถึงได้ขี้โกงกับคนอ่อนแอเหลือเกิน...“หัวโผล่แล้วเจ้าค่ะ!” ใคร?“ออกแรงอีกนิดเจ้าค่ะ ฮูหยิน!” เสียงใครกันทำไมทุกอย่างถึงมืดไปหมด แต่อีกสักพักก็เห็นสายตาหลายคู่ที่มองมาด้วยความสงสาร สลับภาพกันไปมาอยู่อย่างนี้ เสียงไซเรนดังเข้าหูไม่ขาดสายและแสงของมันทำเอาแสบตาเหลือเกิน เสียงร่ำไห้ดังถี่อยู่รอบตัว แต่นั่น...ไม่ใช่สำหรับเธอละมั้งร่างบางของเธอที่นอนไม่ขยับมองไปยังร่างชายหนุ่มตรงข้ามที่นอนไม่มีแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วเหมือนกัน ดวงตาที่มองมานั้นสงสารเธอมากแค่ไหน เธอนั้นดูออกทุกอย่าง หญิงสาวทอดสายตามองเขาตรงๆ มองเช่นเดียวกับที่เขามองเธอ ด้วยความสงสารไม่แพ้กัน ร่างสูงตรงหน้านอนอาบไปด้วยเลือด เธอไม่รู้ว่าร่างของเธอก็เป็นแบบนี้ไหม ไม่มีแม้แต่แรงขยับเขยื้อน ไม่อยากคิดแม้แต่จะก้มมองดูร่างตัวเองแค่คิดก็เจ็บจนทรมาน...ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะมาถึงที่ประเทศจีนและเข้าไปเช็คอินห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งโดยมีเธอกับเพื่อนๆ ของเธออีกสามคน พวกเธอเป็นคนไทยสามคนแต่ก็พอได้เรี
Read More
1 คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ (1)
ที่นี่ที่ไหนกันนะ?ชาลิสาคิดและแหงนมองไปรอบๆ ห้อง แต่ทำไมทำได้แค่แหงนอย่างเดียวล่ะ เธอพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายราวกับเหมือนไม่มีแรง ชาลิสาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ห้องพร้อมกับความทรงจำต่างๆ เริ่มไหลเข้ามาในหัวหนักขึ้นเรื่อยๆ ความเจ็บปวดทรมานเธอล้วนจำได้ชัดเจน แต่ว่าตอนนี้ทำไมเหมือนไม่ได้เป็นอะไรเลยสักนิด ความเป็นจริงตอนนี้เธอควรอยู่โรงพยาบาลสิ แต่เพดานห้องนี้ดูยังไงก็ไม่เหมือนโรงพยาบาลเลยแม้แต่นิดเดียว หรืออาจจะเป็นโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนก็ได้ เพราะก่อนเกิดเหตุเธออยู่เมืองจีนนี่นาดังนั้นโรงพยาบาลนี้เขาน่าจะตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศแน่ๆ“คุณหนูใหญ่ น่าเอ็นดูเหลือเกิน จางจิ้งเจ้าดูสิ พอตื่นมาก็กลอกตาไปมาอยู่เช่นนั้นเป็นสิบๆ ครั้งแล้วกระมัง” ใครพูด? แล้วตัวคนอยู่ไหนทำไมเธอถึงมองไม่เห็นกันละ เสียงอยู่ใกล้ขนาดนี้แท้ๆ“นางหิวนมแล้วกระมัง พี่ป้อนนมคุณหนูเถอะ”“คงจะจริงอย่างที่เจ้าว่า ตั้งแต่คลอดมาก็ยังไม่ได้ดื่มนมเลย” อา... ตอนนี้เธอเห็นตัวคนพูดแล้ว หญิงคนนั้นเป็นหญิงวัยกลางคนที่ไม่ได้ดูมีอายุมากนักก้มมาหยุดมองหน้าเธอแล้วยิ้มกว้างก่อนจะเอื้อมมือมาหาจะทำอะไรฉันเนี่ย!?เมื่อจะเปล่งคำถามออกไปเธอก
Read More
2 คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ (2)
“เหมยเอ๋อร์ไม่ยอมดื่มนมรึ”“เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ บ่าวเห็นคุณหนูดิ้นรุนแรง และมีทีท่าว่าจะไม่ยอมดื่มท่าเดียว” จางจิ้งสาวใช้ที่อยู่ในเหตุการณ์อธิบายแก่แม่ทัพเสวี่ยตามที่นางเห็น“น่าแปลกจริง เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เด็กแรกเกิดไม่ต้องการน้ำนมได้อย่างไร” แม่ทัพเสวี่ยเกิดคำถามไม่ต่างไปจากแม่นมเสียงและจางจิ้ง“งั้นให้คุณหนูดื่มนมเสี่ยวซิงดีไหมเจ้าคะน้าจิ้ง ฮิๆ” เสียงทะเล้นของเด็กน้อยวัยห้าขวบลอยเข้ามาขัดบทสนทนาของทั้งสอง“ซิงซิง!” จางจิ้งหันมาดุซิงซิง ก่อนหันไปขอโทษขอโพยท่านแม่ทัพใหญ่ “ขออภัยเจ้าค่ะท่านแม่ทัพอาซิงยังเล็กโปรดอย่าถือโทษนางเลยนะเจ้าคะ”“ช่างเถอะ นางยังไม่รู้ความ” แม่ทัพเสวี่ยหันไปมองเจ้าหนูซิงซิง ซึ่งตอนนี้กำลังทำคอตก หน้ามุ่ย แต่แลดูแล้วน่ารักน่าชังตามประสาเด็ก “แต่แปลกนัก เหตุใดเหมยเอ๋อร์ไม่ยอมดื่มนมแม่นมกันนะ”“ท่านแม่ทัพเห็นควรว่าอย่างไรเจ้าคะ”“ในเมืองช่วงนี้มีข่าวคราวว่ามีหญิงสาวบ้านใดคลอดลูกอีกหรือไม่” แม่ทัพเสวี่ยลองคิดไตร่ตรองดูแล้ว เห็นว่าปัญหาอาจอยู่ที่แม่นม“แต่ว่าท่านแม่ทัพเจ้าคะ บ่าวมิขอปิดบังตามที่บ่าวได้เห็นปัญหานั้นไม่ได้อยู่ที่แม่นมเจ้าค่ะ คุณหนูพอเห็นพี่เสียงถ
Read More
3 คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ (3)
เสวี่ยเหมยนางรู้สึกว่าท้องน้อยๆ ของนางนั้นเหมือนมีกระแสอุ่นๆ ไหลเข้ามาเป็นสายไม่ขาด ไหลผ่านลำคอจนร้อนผ่าว แต่แล้วปากนางก็เผลอคายออกไปเสียนี่ไม่นะ! นางต้องการอีก ได้โปรดเถอะ“เหมยเอ๋อร์ นางชอบดื่มนมเจ้าถึงเพียงนี้” เสียงหัวเราะน้อยๆ ของบุรุษค่อยๆ ดังขึ้น เรียกสติสัมปชัญญะของเสวี่ยเหมยขึ้นมาอย่างแจ่มชัดฉับพลัน ดวงตานางเบิกโพล่งทันทีนี่นางถึงกับดื่มนม นางดื่มนม! เด็กทารกปกติคนอื่นจะมีใครที่มาคอยรับรู้ว่าตัวเองดื่มนมจากเต้ากัน มีแต่นางเท่านั้นหรือที่ได้สัมผัส สวรรค์ ท่านกำลังลงโทษหรือช่วยเหลือนางอยู่กันแน่ ให้นางไม่ต้องรับรู้เหมือนเด็กคนอื่นได้หรือไม่ แต่..นางกลับปฏิเสธไม่ได้ว่ารสน้ำนมที่กำลังอบอวลอยู่ในปากเล็กนั้น ช่างหอมหวานชวนให้คิดถึงยิ่งนักช่างเถอะ... ดื่มก็ดื่ม ไม่ใช่เรื่องยาก เด็กทารกอย่างนางจะกินอะไรได้เล่าตอนนี้“นางน่าชังนัก ลูกของข้า ‘เสวี่ยเหมย’ ” เสียงของสตรีที่นางจับจองไว้เป็นมารดาในชาตินี้ดังขึ้น ข้างๆ ของนางมีบุรุษอยู่ด้วยอีกคน เสวี่ยเหมยจึงนึกคิดสักครู่...งั้นท่านก็เป็นบิดาข้าก็แล้วกันเสวี่ยเหมยรึ... อา ชื่อนี้นับว่าไม่เลว คิดได้ดังนั้นเปลือกตาน้อยๆ ของทารกก็ค่อยๆ ป
Read More
4 โจรร้ายในหออิงถง (1)
ลมแดดร้อนกลางวสันต์มาเยือนแล้วยามเว่ย1เสวี่ยเหมยชวนพวกจางเหว่ยและจางเหล่ยพร้อมด้วยสาวใช้คนสนิทข้างกายไปหออิงถงที่กำลังเปิดใหม่ นางได้ยินมาว่าอาหารที่นั่นนั้นรสเลิศ แม้เพิ่งมาเปิดใหม่ได้ไม่กี่วันก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี ว่ากันว่าเถ้าแก่เนี้ยของร้านอาหารแห่งนี้มาไกลจากเมืองฟาไฉ่ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นฝูหยวนเลยทีเดียวบนถนนผู้คนเดินขวักไขว่กันไปมา หากใครก็ตามที่ตั้งใจมองดูให้ดีแล้วละก็จะเห็นดรุณีน้อยทั้งสองที่กำลังงดงามบานสะพรั่งเดินเคียงข้างกันอยู่ แต่ว่าเสวี่ยเหมยในตอนนี้นางกลับสวมชุดบุรุษเดินด้วยท่าทางห้าวหาญ นางอายุได้สิบสี่ปีแล้วใบหน้าจึงส่องประกายความงดงามชวนให้ผู้คนหลงใหลไม่น้อย ท่าทางร่าเริงแจ่มใสที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ หากนางมิได้สวมชุดเฉกเช่นชายออกมาจากจวน ในเมืองหมานตอนนี้คงได้มีข่าวประกาศก้องทั่วหล้าแล้วว่านางคือโฉมสะคราญอันดับหนึ่งในแคว้นฝูหยวนเป็นแน่!นางกลับใช้ความงามของตนเองไม่เป็น!ซิงซิงสาวใช้ข้างกายทำได้เพียงแต่ทอดถอนใจอยู่ข้างๆ ผู้เป็นนายเท่านั้น และตัวนางเองในตอนนี้อายุก็นับได้ว่าสิบเก้าปีแล้ว แต่กลับไร้วี่แววคนเคียงคู่ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ซิงซิงสนอกสนใจสักนิด ที่
Read More
5 โจรร้ายในหออิงถง (2)
ณ หออิงถงสองบุรุษผู้เกรียงไกรเดินเข้ามาในร้านอาหารที่กำลังครึกครื้น แต่ความจริงแล้วหากเพ่งเล็งให้ดีแล้วละก็จะเห็นว่ามีบุรุษร่างเล็กอีกหนึ่ง ประกบไปด้วยแม่นางร่างน้อยอีกนาง เมื่อก้าวเข้ามาเหยียบในหออิงถงแล้วนั้นสายตาหลายคู่พลันจับจ้องสตรีจ้องบุรุษ บุรุษพากันจ้องสตรี ฉับพลันหนึ่งในสามชายหนุ่มหันกลับมาจ้องตาเขม็งให้เหล่าคุณชายเจ้าชู้ทั้งหลาย จากนั้นจึงได้พากันสะดุ้งแล้วรีบร้อนหันกลับไปสนใจอาหารที่โต๊ะตัวเองต่อเฮอะ! ทำเป็นหวงไปได้พวกเจ้าสามคนได้อยู่ท่ามกลางสตรีงามขนาดนี้แท้ๆ แบ่งพวกเขาดูให้ชื่นหัวใจที่แห้งเหี่ยวสักนิดไม่ได้หรืออย่างไรกัน“เดินดีๆ” จางเหว่ยตวัดสายตาหันกลับมามองซิงซิงอีกครั้ง พร้อมกล่าวน้ำเสียงดุขึ้นมา“ข้าเดินไม่ดีตรงไหนกัน” สาวงามทำปากมุ่ยไม่พอใจ นางทำเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ใจของเขาเต้นระรัวแล้ว“เดินอย่างคุณหนูใหญ่...”พอจางเหว่ยกล่าวขึ้นมา โฉมงามก็หันไปมองคุณหนูของนางอย่างว่าง่ายบ้าไปแล้ว! ให้นางเดินท่าทางเยี่ยงบุรุษเช่นนั้น นางไม่เอาด้วยหรอกได้ขายหน้ากันพอดี เจ้าบ้านี่จะให้นางทำท่าทางน่าอับอายต่อหน้าผู้คนจำนวนมากขนาดนี้เชียวหรือ คิดได้ดังนั้นแก้มน้อยๆ ของน
Read More
6 โจรร้ายในหออิงถง (3)
“ว่าอย่างไรพี่ชาย” เสียงของเสวี่ยเหมยเรียกสติชายหนุ่มที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ขึ้นมา“น้องชายเข้าใจผิดแล้ว พี่ชายเพียงเห็นว่าลูกแมวพวกนี้น่าสนใจนัก จึงอยากจะลองเข้ามาจับดูเท่านั้น ผู้ใดจะคิดว่าจะเจอหนุ่มน้อยมาชี้กล่าวหาว่าข้าเป็นโจรเสียได้” เขากล่าวเสร็จก็ปลดพันธนาการบนข้อมือนางออก ให้นางได้เป็นอิสระสักครู่“แมว?” นางก้มมองดูด้านล่าง ในส่วนลึกติดผนังของซอกบันไดมีลูกแมวอยู่ประมาณสามสี่ตัว ที่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสบายอารมณ์อยู่ฉับพลันนั้นนางก็ร้อง อ้อ ออกมาคำนึง“นับว่าเข้าใจพี่ชายผิดแล้ว ผู้น้อยขออภัย” นางยกมือคารวะเขาทำท่าทางเลียนแบบประสานมือเคารพเหมือนอย่างที่เคยเห็นบุรุษนอกบ้านทำกัน จนชายหนุ่มที่ได้เห็นเปลี่ยนสีหน้าเป็นแดงคล้ำเพราะจะกลั้นอารมณ์ขันออกมาไม่ไหวยามที่นางกล่าวเสร็จและจะสะบัดหน้าเดินออกมานั้น ‘พี่ชาย’ ตรงหน้ากลับดันนางเข้าไปข้างในจนลึกชิดตัวผนัง ข้างเท้าของนางมีลูกแมวสี่ตัวนอนเรียงกันอยู่ กลายเป็นว่านางต้องมาอยู่ใต้ร่างสูงอีกครั้ง มือน้อยๆ สองข้างถูกแขวนตรึงเหนือหัว และร่างใหญ่ค่อยๆ เขยิบหน้าเข้ามาใกล้ๆ นางเห็นท่าจะไม่ดีขึ้นมาแล้ว มิใช่ว่าบุรุษตรงหน้านี้ชอบตัดแขนเสื้อ
Read More
7 โจรร้ายในหออิงถง (4)
บุรุษหนุ่มค่อยๆ เยื้องเท้าเดินออกมาจากความมืด รูปร่างกำยำน่าเกรงขาม เนื้อผ้าที่สวมอยู่บนร่างเป็นเนื้อผ้าชั้นดี ตั้งแต่เขาย่างเข้ามาในหออิงถงแห่งนี้ บรรดาเสี่ยวเอ้อร์ต่างออกมาต้อนรับทักทายเอาใจใส่อย่างดี หน้าตาชายหนุ่มหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาเป็นประกาย เห็นชัดว่าดวงหน้านี้เพิ่งจะไปทำอะไรที่มีความสุขมา แม้แต่ริมฝีปากเรียวบางยังไม่หุบยิ้มขณะที่มือใหญ่ข้างหนึ่งกลับกุมข้างแก้มไว้“ได้ความหรือไม่น้องสาม”ทันทีที่ชายหนุ่มเดินขึ้นไปบนชั้นสามของยอดหออิงถงนั้น ก็พลันมีเสียงบุรุษเอ่ยถามขึ้นมาก่อน เขาเลยหันไปทางต้นเสียง“เป็นอย่างที่พวกเราคาดการณ์ไว้จริงๆ พี่ใหญ่ เป็นนางจริงๆ ไม่ผิดตัวแน่” ชายหนุ่มกล่าวตอบออกไป มือใหญ่ที่กุมแก้มไว้นั้นได้ปลดลงมา เผยให้เห็นแก้มแดงเด่นชัดไปด้วยรอยนิ้วมือน้อยทั้งห้า แต่ใบหน้ายิ้มที่มีสุขนั้นกลับสวนทางกันนัก“หรงจวิ้น เจ้าไปทำอันใดมา ใช่เรื่องที่ดีหรือไม่” พี่ใหญ่หรือฝูอี้เจิ้งถามอย่างอดไม่ได้ พร้อมเสียงหัวเราะน้อยๆ ของเขาดังตามมา“เรื่องนั้นช่างเถิดพี่ใหญ่ ข้าตามหาตัวนางแล้วแต่กลับหลบหน้า คงระแวงเราแล้วเป็นแน่”ชายทั้งสอง หนึ่งพี่ชาย หนึ่งน้องชายพากันครุ่นคิดปรึกษากันอย
Read More
8 พบพาน ณ วังหลวง (1)
เหมันตฤดูปีนี้ช่างเร็วนักณ จวนแม่ทัพเสวี่ย เมืองหมาน ทิศทักษิณในเรือนเยว่เหมย เสวี่ยเหมยกำลังดื่มซุบร้อนคลายหนาวที่มีส่วนผสมของเนื้อไก่ โสม และเห็ดสมุนไพรต่างๆ ยามนี้นางเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นเมื่อต้นฤดูเหมันต์ อายุสิบห้างดงามสะพรั่งเต็มตัว ท่าทางนางช่างดูเกียจคร้านเต็มทน สตรีร่างน้อยนอนเอนตะแคงอยู่บนตั่งไม้ แต่ท่าทีเช่นนี้ก็ยังทำให้นางดูสง่ายิ่งนัก ซิงซิงนั่งอยู่ข้างๆ อย่างสงบ หนึ่งนาย หนึ่งบ่าว ช่างมองดูแล้วดุจเซียนบนสวรรค์ชั้นฟ้าจริงๆ“คุณหนูเจ้าคะ คุณชายน้อยขอพบเจ้าค่ะ” บ่าวคนหนึ่งเข้ามารายงานบอกกล่าวให้นางรับรู้“ให้เข้ามา” นางหลุบตาตอบท่าทางเบื่อหน่าย แต่ใบหน้ายังฉายความงดงามมิแปรเปลี่ยนผ่านไปสักพักมีเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามา เสียงแผ่วเบาแต่ทว่าหนักแน่นแสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาเล็กๆ“พี่เหมย” เด็กหนุ่มที่เดินย่างเข้ามาตรงกลางห้อง เอ่ยเรียกหญิงสาวที่นั่งดื่มซุบอย่างอ้อยอิ่ง ทำอย่างกับว่าไม่มีอะไรน่าสนใจบนโลกใบนี้อยู่“วันนี้ไยกลับมาจากสำนักศึกษาเร็วนัก เสี่ยวเจี้ยน” เสวี่ยเหมยตอบน้องชายตรงหน้าแต่ดวงตากลับหลับพริ้ม มือที่แต่เดิมเกาะถ้วยซุบไว้นั้นก็ได้ปลดออกจากถ้วยแล้วน้อง
Read More
9 พบพาน ณ วังหลวง (2)
ยามเมื่อรถม้าทั้งสี่คันของจวนแม่ทัพเสวี่ยขับเคลื่อนเข้าเมืองหลวงก็กินเวลาไปถึงสิบสี่วันเลยทีเดียว เสวี่ยเหมยนั่งพิงรถม้า ในมือกอดเตาผิงเล็กเอาไว้ในอก เปลือกตาน้อยกะพริบขึ้นช้าๆ ก่อนจะลืมตาที่ฉายแววเหนื่อยล้าขึ้นมาอยากอ้วกเหลือเกิน!“ซิงซิง ตอนนี้ยามใดแล้ว” เสียงของดรุณีน้อยอ่อนล้าเต็มทน“ยามอู่2แล้วเจ้าค่ะ บ่าวบังคับม้าบอกว่าเราใกล้ถึงเรือนรับรองของเมืองหลวงแล้วเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกคลื่นเหียน” เสวี่ยเหมยพูดด้วยสีหน้าพะอืดพะอม ท่าทางนางตอนนี้จวนจะไม่ไหวอยู่รอมร่อ“อดทนอีกนิดนะเจ้าคะ อีกแค่หนึ่งเค่อ3ก็จะถึงแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”“ข้าอยากกินผลไม้รสเปรี้ยว”“ถ้าคุณหนูยอมอดทนจนกว่าจะถึง บ่าวจะหามาให้คุณหนูให้ได้เจ้าค่ะ”“ข้าไม่อยากไปงานเลี้ยงคืนนี้เลย เหตุใดพวกเราต้องมาทันด้วยนะ” เสวี่ยเหมยทอดถอนใจอย่างยอมแพ้ สวรรค์ท่านพอใจแล้วใช่หรือไม่ จะให้พวกเขามาถึงวันพรุ่งนี้แทนไม่ได้หรือ“นับว่าเป็นวาสนาของคุณหนูนะเจ้าคะ ที่ได้เข้าไปถึงวังหลวง บ่าวยังอยากจะไปด้วยเลย”“อ๊ะ! รู้แล้ว” ฉับพลันดรุณีน้อยก็เด้งตัวขึ้นมาพร้อมกับหน้าตาแจ่มใสไร้ซึ่งหน้าตาเจ็บปวดทรมานอย่างตอนแรก “เรามาสลับตัวกันดีกว่า ซิงซิง”“บ่าว
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status