เข้าสู่ระบบในยุคที่ Social Media ยังไม่ได้เฟื่องฟูอย่างในปัจจุบัน การได้งานในบริษัทที่ผลิตรายการโทรทัศน์จึงยังเป็นฝันของหลายๆ คน ลินดาได้มีโอกาสเข้าไปทำงานที่ Eye Opening Media และชะตารักเจ้ากรรมดันพาให้เธอได้พบกับเจ้านายที่เป็นชายในฝัน เธอตั้งใจส่งข้อความบอกข่าวดีทั้งเรื่องงานและเรื่องเจ้านายที่รักให้กับเพื่อนสนิท แต่ดันส่งผิดไปหาเจ้านายโดยตรง และในโปรเจ็คต์แรกที่ได้รับมอบหมาย ลินดายังได้ออกเดินทางไปถึงประเทศจอร์แดนเคียงข้างไปกับชายในฝันคนนี้อีกด้วย กลางบรรยากาศโรแมนติคกลางทะเลทรายวาดิรัม ความตระการตาพาฝันของ เดอะ เทรเชอรี กรุงเพตรา ลินดาจะกลับมาพร้อมหัวใจที่พองฟูได้หรือไม่
ดูเพิ่มเติม“ตกลงไหม” เบนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลินดา แล้วขยับเข้ามาใกล้จนเธอสังเกตเห็นได้กระทั่งไรขนตาของเขา “เป็นฟรีแลนซ์แล้วฉันจะเสียโอกาสอย่างอื่นไหมคะ” เธอยังพะวงอยู่กับเรื่องงาน ทั้งที่ใจก็สะท้านแค่เพียงเพราะสายตาของเขา “ไม่เลย เหมือนเดิมทุกอย่าง แค่คุณจะมีเวลาว่างมากขึ้น หรืออยู่บ้านแล้วกลัวจะเหงาล่ะ” “ไม่หรอกค่ะ ฉันเป็นคนติดบ้าน ถึงจะไม่ใช่บ้านจริงๆ ก็เถอะ อยู่มาจนชินแล้ว” ลินดาตอบเขา “งั้นตกลงนะ” ลินดายังทำหน้าตาเหมือนครุ่นคิด “คุณเบลว่ายังไงบ้างเหรอคะ” “ก็เขาเป็นคนเสนอเอง แล้วจะว่าอะไรได้ล่ะ” ลินดาดีใจที่เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้ เธอชอบเบนมาก และชอบงานที่ทำมากด้วย เบนยังรอให้เธอยืนยันคำตอบ เขารอให้เธอไตร่ตรองทุกอย่างในใจให้เสร็จสิ้น “ก็ได้ค่ะ ฉันจะเป็นฟรีแลนซ์” เบนยิ้มแล้วพยักหน้า “แล้วอีกเรื่องล่ะ” “อีกเรื่อง...” ลินดาทำทีเป็นข้องใจ ทั้งที่ก็รู้เต็มอกว่าเขาหมายถึงอะไรกัน “ให้ผมลองคบกับคุณได้ไหม” เบนไม่ปล่อยมือเธอเลยตั้งแต่เขาเอื้อมมือมากุมมันเอาไว้ เขาเริ่มบีบมือเธอเบาๆ คล้ายว่า
“ขอบใจมากนะหนู ฉันก็กลัวหนูจะตกใจที่ฉันทำเสียงดัง” คุณป้าชั้นสี่ยังไม่วายจะเกรงใจลินดา “ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณป้า” “ว่าแต่หนูชื่ออะไรล่ะ” คุณป้าพยายามชวนลินดาคุย “ชื่อลินดาค่ะ คุณป้าล่ะคะ” “ชื่อป้ากานต์” “คุณไม่เคยคุยกันเลยเหรอครับ” เบนถามออกมาด้วยความสงสัย เขาดูไม่รีบเร่งแม้แต่น้อยเลยเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยรถ ทั้งที่ก่อนนี้เขาแทบจะตะเบ็งเสียงใส่ลินดาเมื่อเธอทำทีลังเลใจที่ต้องล้วงกระเป๋ากางเกงของเขาเพื่อเอากุญแจรถออกมาสตาร์ท “ก็แค่ทักทายกันตามประสาค่ะ เราอยู่กันเงียบๆ เลยที่อะพาร์ตเมนต์นี้” “แปลกดีแฮะ” เบนออกความเห็นตามความรู้สึก “ไม่แปลกหรอก ถ้าคนแบบเดียวกันบังเอิญมาอยู่ที่เดียวกันน่ะ” คุณป้ายังทำหน้าตาเหยเกเล็กน้อย เบนคอยสลับมองดูเธอจากกระจกมองหลัง “เจ็บมากไหมครับ อีกเดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้มันเลยช่วงเวลาเร่งรีบบนท้องถนนมาแล้ว รถก็เลยไม่ติด” “โชคดีที่คุณมาพอดี ฉันวิ่งลงมาหาคนช่วย เจ้าของอะพาร์ตเมนต์ก็ไม่อยู่อีก ไม่งั้นก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน ขอบคุณมากนะคะคุณเบน” ลินดาขอบคุณ
“โฟล์ค” เขาหันไปมองตามเสียงเรียก “ครับพี่ เอ้ยคุณเบล” เบลส่ายหน้า เขาไม่ได้หน่ายใจเลยที่โฟล์คเผลอเรียกเขาว่าพี่ แต่มันเป็นเพราะโฟล์คไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่เสียทีนี่ล่ะที่เบลชักจะรำคาญใจ “เมื่อวานเป็นไงบ้าง” “ผมน่ะเหรอ ก็ดีนี่ครับ ก็กลับบ้านไปอยู่กับน้องตามปกติ” “คุณก็รู้ว่าผมหมายถึงเรื่องอะไรนะ” โฟล์คยิ้มแห้งๆ เมื่อเบลถามจี้อย่างนั้น “พอผมพาคุณเบนไปบ้านลินดาแล้วผมก็กลับเลยครับ คงไม่ใช่ธุระกงการอะไรจะอยู่ต่อ” “ไปถึงบ้านเลยเหรอ” “ครับ ที่อะพาร์ตเมนต์เธอน่ะ” เบลนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวที่ว่างอยู่ข้างโฟล์ค “เราคุยกันแบบพี่น้องเลยได้ไหม ยังไงผมก็มองคุณแบบนั้นมานานแล้ว” “ได้ครับพี่” โฟล์ครอฟัง “ถ้านายเป็นฉัน นายจะทำยังไง” เบลเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้คุยกับโฟล์คทันที เขาสะดวกแบบนี้อยู่แล้ว “ถ้าผมเป็นพี่น่ะเหรอ ผมก็คงทำอย่างที่พี่ทำเมื่อวานนั่นล่ะ ไปไล่ลินดาออกได้ยังไง ตลก ผมไม่เคยเจอ” “ลินดาก็ยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังใช่ไหม” เบลถามต่อ “ยังเลยครับ” “นายอยากใ
ลินดาจัดการความรู้สึกของตัวเองได้ดีเยี่ยม เธอเลิกคิดเรื่องเบนไปแล้ว แม้ว่าบางครั้งยังต้องใช้การเลี่ยง ใช้การหลบหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ความรู้สึกเดิมๆ เริ่มกลับมาอีก ประกอบกับช่วงตัดต่องานที่เธออาจจะต้องช่วยโฟล์คดูรายละเอียด เธอจึงไม่ค่อยว่างให้เขาเรียกไปคุยเพื่อล้อเล่นกับความรู้สึกอีก ยังไงแล้วเจ้านายสายตรงของเธอก็คือคุณเบล เธอแคร์แค่เขาก็คงจะพอ “พรุ่งนี้เงินเดือนออกแล้วนะ” โฟล์คเอ่ยขึ้น “อ้อ ใช่ จริงด้วย ฉันต้องเลี้ยงข้าวคุณแล้วสิ จะกินอะไร คิดไว้เลยนะ” “อยากกินร้านเดิมนั่นล่ะ” “ร้านอาหารเวียดนามเหรอ” “ใช่เลย” “ไม่มีปัญหา”สองสามสัปดาห์มานี้ ลินดาปรับตัวได้ดีมากๆ ทั้งที่เธอกลัวใจตัวเองแทบแย่ หลังจากได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น จากช่วงแรกที่เธอต้องเขินอายเวลาที่เจอคุณเบน มันก็เปลี่ยนเป็นความอับอายในความโง่เง่าของตัวเองแทน ลินดาเลือกที่จะแก้ไขสถานการณ์อย่างคนที่เป็นผู้ใหญ่ เธอบอกตัวเองบ่อยๆ ว่ามันเรื่องเล็กนิดเดียว แค่เข้าใจผิดกันไป คุณเบล คือเจ้านายที่มีสิทธิ์ชี้ขาดในตัวเธอ ดูเขาก็พอใจการทำงานของเธอออกจะตายไปลินดาช่วยโ
ลินดามองจานหลักที่ลงเสิร์ฟให้แต่ละคน ทุกจานหน้าตาเหมือนกันหมด ทุกคนมองหน้ากัน “คุณบอกเขาว่าอะไรเหรอลินดา” เบนถาม ลินดาใจสั่นขึ้นมาอีกหน “บอกว่าให้ช่วยแนะนำอาหารให้สักสามสี่อย่าง แล้วให้สั่งมาให้เราเลยก็ได้ค่ะ ฉันพูดนะคะว่าเอามาสักสามสี่อย่าง” ลินดาพยายามปกป้องตัวเองด้ว
“เดี๋ยวกินมื้อเที่ยงเสร็จแล้วไปไหนกันต่อนะลินดา” เบนเดินเลี่ยงทุกคนแล้วเข้ามาพูดกับลินดา “อ้อ ขอโทษทีค่ะฉันลืมบอก พออิ่มกันแล้วเราจะมีเวลาว่าง ฉันเลยลองถามโอซามาดูว่าถ้าอยากไปเที่ยวชมพวกตลาดเก่าของเมืองจะได้ไหม เขาก็เตรียมการกับอาเมียร์เอาไว้ให้แล้วค่ะ กินข้าวเสร็จแล้วเราไปกันได
“สามคนนั้นเป็นไงบ้างไม่รู้นะ” เบนถามขึ้นลอยๆ “ไม่ต้องห่วงหรอก เบลก็อยู่ แกห่วงฉันเถอะ แบกขากล้องเดินไปถ่ายตรงโน้นตรงนี้โคตรจะไกล” “ส่งมานี่มา ก็บอกแล้วว่าจะช่วยถือช่วยแบก นี่ก็อีโก้อะไรไม่รู้” เบนรับขาตั้งกล้องจากอาร์ทไป “ไม่ต้องถอดกล้องได้ไหม ขี้เกียจประกอบใ
ถนนที่พวกเขาใช้เดินทางจากกรุงอัมมานไปยังเจอราชนั้นเป็นถนนที่ตัดผ่านเนินเขาโล่งๆ มีหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่เรียงรายให้เห็นเป็นระยะ เพียงชั่วโมงเศษๆ จากบรรยากาศที่ยังพลุกพล่านของกรุงอัมมาน ก็กลายเป็นสงบเงียบทว่าอลังการและโอ่อ่าเมื่อเข้าเขตเมืองโบราณที่สังเกตเห็นได้ง่ายๆ ด้วยซุ้มประตูโค้งเฮเดร