ประสบการณ์ของฉันบอกว่าการแปลสามารถทำให้นิเชาดูนุ่มนวลขึ้นหรือกระชับขึ้น ขึ้นอยู่กับสไตล์การแปล—นักแปลบางคนชอบรักษาสำนวนดั้งเดิม ขณะที่บางคนเลือกถ้อยคำที่คนอ่านไทยคุ้นเคยมากกว่า ตัวอย่างการเปรียบเทียบที่ชัดเจนเห็นได้บ้างในงานแปลบางเล่มคือการเลือกให้บทพูดสั้นลงเพื่อรักษาจังหวะ ซึ่งมีผลต่อภาพลักษณ์ของตัวละครทันที เช่นในบางฉบับที่ฉันอ่านจาก 'The Catcher in the Rye' ที่โทนการพูดของตัวเอกเปลี่ยนไปเมื่อนำมาแปล
ชื่อ 'หมอกมรณะ' ในบริบทของนิยายสยองขวัญมักจะถูกเชื่อมโยงกับนวนิยายภาษาอังกฤษชื่อ 'The Fog' ที่เขียนโดย James Herbert นักเขียนสยองขวัญคลาสสิกจากสหราชอาณาจักร ผลงานชิ้นนี้เล่าเรื่องเมืองชายทะเลถูกปกคลุมด้วยหมอกพิศวงที่พาเอาความตายและอดีตอันโหดร้ายกลับมา ผมบอกแบบนี้ด้วยความเป็นแฟนแนวสยองขวัญมานาน — สไตล์ของ Herbert โดดเด่นที่บรรยากาศอึมครึม การสร้างตัวละครพื้นบ้าน และความโหดร้ายที่ไม่ได้หวือหวาแต่ทำให้ติดตรึงใจ ต่างกับหนังชื่อเดียวกันของ John Carpenter ซึ่งเป็นบทภาพยนตร์ต้นฉบับ ไม่ได้ยืมพล็อตจาก Herbert เหมือนที่หลายคนเข้าใจผิด ดิฉันเคยอ่านเวอร์ชันภาษาอังกฤษและติดตามสถานะฉบับแปลมาบ้าง ความจริงแล้วผลงานของ James Herbert มีการแปลออกสู่ภาษาต่างประเทศหลายภาษา ในไทยเองเคยมีการนำชื่อ 'หมอกมรณะ' มาใช้ทั้งกับนิยายและกับการโปรโมตภาพยนตร์ ทำให้เกิดความสับสนว่าฉบับแปลที่ว่านี้เป็นของ Herbert หรือเป็นแค่การตั้งชื่อนำเข้า สำหรับคนที่อยากอ่านต้นฉบับโดยตรง แนะนำมองหาฉบับภาษาอังกฤษเพราะบางครั้งฉบับแปลไทยของงานคลาสสิกสยองขวัญอาจหายากหรือหมดพิมพ์แล้ว แต่ตามร้านหนังสือมือสองหรือกลุ่มนักสะสมก็มีโอกาสพบเล่มแปลเก่า ๆ อยู่บ้าง ภาพรวมแล้ว ถ้าคุณหมายถึงนิยายที่มีพล็อตเกี่ยวกับหมอกมากับความตายและเรื่องเหนือธรรมชาติ ผู้เขียนต้นฉบับที่ชัดเจนคือ James Herbert และมีผลงานของเขาที่ถูกแปลเป็นภาษาต่าง ๆ แต่การหา 'ฉบับแปลไทย' ของเล่มนี้จำเป็นต้องพิจารณาชื่อผู้เขียนและปีพิมพ์ประกอบ เพราะบางครั้งชื่อไทย 'หมอกมรณะ' ถูกใช้กับผลงานหรือสื่อต่างชนิดกัน ซึ่งทำให้การค้นหาดูยาก หากสนใจจริง ๆ การตามเลข ISBN หรือดูปกที่แสดงชื่อผู้แต่งจะช่วยให้มั่นใจมากขึ้น และส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศหนังสือของ Herbert ยังคงให้ความน่ากลัวแบบดิบ ๆ ที่อ่านแล้วยังคงติดตาไปอีกนาน