ฉันมองว่าบทสัมภาษณ์ของพลอยลดาเป็นการเล่าแรงบันดาลใจที่ละเอียดและอ่อนโยน เหมือนได้ยินคนเก็บของเล็กๆ รอบตัวมาทำเป็นเรื่องราว เธอไม่ได้พูดแค่ว่าแรงบันดาลใจมาจาก 'ความทรงจำ' แต่ขยายความเป็นชั้นๆ ว่าแหล่งที่มามีทั้งภาพ กลิ่น และเสียง — จากหนังสือที่เคยอ่านอย่าง '
the little prince' ที่ทำให้เธอสนใจมุมมองเด็ก ๆ ไปจนถึงเสียงคนขายของในตลาดท้องถิ่นที่เธอจดลงสมุดบันทึกไว้ เธอพูดถึงการสังเกตคนโดยไม่ตัดสิน ไดอะล็อกเล็กๆ ที่ได้ยินระหว่างทางกลับบ้าน กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ของฉากและตัวละครได้อย่างไม่น่าเชื่อ
สไตล์การเล่าของเธอในบทสัมภาษณ์ทำให้ฉันคิดถึงความพยายามเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังงานเขียน — การอ่านซ้ำ การเดินไปรอบเมืองโดยไม่มีจุดหมาย การเก็บภาพนิ่งจากชีวิตประจำวันแล้วค่อยๆ ผสมเป็นเรื่องเล่า เธอยังเล่าว่าแรงบันดาลใจมักโผล่มาตอนที่ไม่คาดคิด เช่น ในคิวรถเมล์ หรือเวลารอเพื่อน นั่นทำให้ฉันเห็นว่าแรงบันดาลใจสำหรับเธอไม่ใช่แค่ 'วินาทีน่าอัศจรรย์' แต่เป็นการฝึกฝนที่จะเปิดหูเปิดตาให้เห็นความเป็นไปของโลก
สิ่งที่ทำให้คำเล่าในบทสัมภาษณ์จับใจฉันคือการให้ความสำคัญกับการลงมือทำมากกว่ารอแรงบันดาลใจอย่างเดียว เธอพูดถึงตารางการเขียน ความอดทนกับร่างแบบแรก และการยอมให้ตัวละครมีชีวิตของตัวเอง นั่นเป็นภาพที่ทำให้ฉันรู้สึกใกล้ชิดและเป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การฟังเธอเล่าแล้วทำให้ฉันอยากพกสมุดเล็กๆ ไว้บันทึกประเด็นน่าแปลกใจรอบตัวบ้าง และท้ายที่สุดก็ยอมรับว่าการเขียนคือการฝึกสังเกตที่ไม่หยุดลง