ยกตัวอย่างเชิงงานเขียนที่ชวนคิดคือ 'The Name of the Wind' ซึ่งเอาการเรียกชื่อมาเป็นกลไกสำคัญของพลังและการเล่าเรื่อง ทำให้การอธิบายชื่อไม่ได้เป็นแค่คำอธิบายพจนานุกรม แต่กลายเป็นส่วนของระบบโลกและความตึงเครียดทางอารมณ์ ฉันชอบเมื่อผู้เขียนให้ความหมายชื่อนอกเหนือจากความหมายตรง ๆ เพราะมันทำให้ชื่อมีน้ำหนักและทำหน้าที่เป็นสะพานระหว่างตัวละครกับธีมของเรื่อง