ใครจะคิดว่าอนิเมะผู้หญิงจากยุค 2000 จะยังคงดูสดและจับใจได้ในวันนี้เหมือนเดิม สิ่งที่ทำให้หลายเรื่องยังมีเสน่ห์คือการเขียนตัวละครที่มีมิติ ไม่ว่าจะเป็นความฝัน ความสัมพันธ์ หรือความเปราะบางที่ทำให้คนดูเชื่อมโยงได้ง่าย แม้ภาพและสไตล์อนิเมะจะพัฒนามากขึ้น แต่แก่นเรื่องและการเล่าเรื่องของบางผลงานในยุคนั้นยังทรงพลังและน่าหยิบมาดูซ้ำ
รายการที่อยากแนะนำจริงจังมีหลายเรื่อง เริ่มจาก '
nana' (2006) ที่เป็นบทเรียนของมิตรภาพและความรักผู้ใหญ่
ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่กับดนตรีเป็นแบ็กกราวน์ ตัวละครผู้หญิงทั้งสองคนมี
เส้นทางชีวิตต่างกันแต่เติมเต็มกันได้ ทำให้ฉากเล็ก ๆ อย่างการคุยเรื่องอนาคต หรือการทะเลาะครั้งหนึ่งยังคงเจ็บปวดและจริงใจเหมือนเดิม ต่อมาคือ 'The Melancholy of Haruhi Suzumiya' (2006) ที่ถึงแม้จะเป็นงานแปลก ๆ แต่พลังของตัวละครนำหญิงที่ไม่ยอมตามมาตรฐานและการเล่าเรื่องแบบกระโดดเวลาทำให้น่าดูเพราะมันยังคง
เร้าและเต็มไปด้วยมุกที่ดูไม่เชย
หากชอบความอบอุ่นและการเติบโตแนะนำ 'Fruits Basket' ฉบับ 2001 ซึ่งมีเวอร์ชันรีเมคด้วย แต่เวอร์ชันต้นแบบยังคงมีเสน่ห์ในความเรียบง่ายของการเยียวยาและการเปิดเผยตัวตน ส่วนคนชอบแนวศิลปะผสม
เทพนิยาย อยากให้ลอง 'Princess Tutu' (2002) ที่เป็นการเล่นกับนิทานและบทบาทหญิงในละครบัลเลต์อย่างฉลาดและลึกซึ้ง ถ้าต้องการมุมมองที่มืดกว่าและลึกลับ 'Witch Hunter Robin' (2002) ให้บรรยากาศไซโค-โฟลคและตัวนำหญิงที่คูลแต่แอบเปราะบาง สำหรับคนชอบคอเมดี้วันสบาย โรงเรียนและมิตรภาพ 'Azumanga Daioh' (2002) ยังคงฮาและน่ารักในแบบที่ไม่ตกรุ่น และถ้ามองหาซีรีส์ที่ผสมดนตรีกับคอเมนต์ชีวิตผู้หญิง ลอง 'Nodame Cantabile' (2007) ที่เต็มไปด้วยความขี้เล่นของนางเอกและซิมโฟนีที่ดีจนอยากเปิดฟังซ้ำ
ท้ายที่สุด การเลือกดูขึ้นกับอารมณ์ ณ ตอนนี้ บางคนอาจจะอยากดูอะไรที่ให้ความหวังและอบอุ่นอย่าง 'Fruits Basket' ในขณะที่บางคนต้องการงานที่ท้าทายและแปลกใหม่ เช่น 'Princess Tutu' หรือ 'The Melancholy of Haruhi Suzumiya' สำหรับเรา การกลับไปดูอนิเมะยุค 2000 เหมือนการเปิดกล่องความทรงจำที่ได้ทั้งความคิดถึงและความตระหนักว่าบทบาทผู้หญิงในสื่อมีหลายมิติและยังคงให้บทเรียนใหม่ ๆ อยู่เสมอ