ฉันชอบพูดถึง 'The Silence of the Lambs' เพราะบทของเขาในเรื่องนั้นกลายเป็นเครื่องหมายการค้าทางการแสดง — เสียง น้ำเสียง และวิธีการจ้องที่ทำให้ตัวร้ายมีมิติ ไม่ใช่แค่ชั่วร้ายอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ต่างโทนแต่ทรงพลัง เช่น 'The Remains of the Day' ที่แสดงความละเอียดอ่อนและความอึดอัดภายในบทบาท อีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดคือ 'Legends of the Fall' ซึ่งเห็นอีกมุมของการแสดงที่อบอุ่นและเศร้า
ยุคหลัง ๆ เขายังกลับมาเรียกเสียงชื่นชมอีกครั้งจาก 'The Father' ที่เล่นเป็นคนสูงอายุปะทะกับการหลงลืมอย่างสมจริง ส่วนในจักรวาลบล็อกบัสเตอร์ก็มีช่วงที่คนจดจำจากบทเป็นบิดาผู้ยิ่งใหญ่ใน 'Thor' และยังปรากฏตัวในภาพยนตร์ที่มีโทนหนัก ๆ อย่าง 'Hannibal' กับ 'Red Dragon' รวมถึงบทบาทผู้ปกครองทางศาสนาใน 'The Two Popes' ผมมักจะชอบเปรียบเทียบผลงานเก่า-ใหม่ของเขาเพื่อเห็นพัฒนาการทางเทคนิคและความกล้าที่จะแตกต่างของบท สรุปคือถ้าจะเลือกดูงานของเขาเป็นชุด จะได้ทั้งบทที่ทำให้ขนลุก ทั้งบทที่เรียกน้ำตา และบทที่สะกิดให้คิดไปไกล
ชื่อ 'แอนโทนี' มักจะเรียกให้นึกถึงนักแสดงที่สามารถถ่ายทอดตัวละครซับซ้อนได้อย่างหนักแน่นและน่าจดจำ เช่น Anthony Hopkins ซึ่งผลงานของเขากระจายอยู่ในภาพยนตร์คลาสสิกหลายเรื่องที่ยากจะลืมเลือน
ผมชอบวิเคราะห์บทบาทของเขาจากมุมมองของการแสดงที่ละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยมิติ ตัวอย่างชัดเจนคือบท Hannibal Lecter ใน 'The Silence of the Lambs' ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักทั่วโลก ต่อจากนั้นเขาก็กลับมาสร้างความทรงจำให้คนดูอีกครั้งใน 'Hannibal' และ 'Red Dragon' ในขณะเดียวกันบทบาทที่เงียบกว่าก็ทรงพลังไม่แพ้กัน เช่น ใน 'The Remains of the Day' การแสดงที่เรียบแต่ลึกทำให้ฉากที่ดูเหมือนไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ กลายเป็นช็อตที่สะเทือนใจ
นอกจากภาพยนตร์ดราม่า เขายังเล่นได้หลากหลายแนว ตั้งแต่บทบาทแบบพ่อผู้มีเสน่ห์ใน 'Meet Joe Black' ไปจนถึงบทผู้มีอำนาจใน 'The Mask of Zorro' และบทที่ทำให้เห็นมุมใหม่ของเขาใน 'The World's Fastest Indian' ความสามารถในการสลัดภาพจำและกลายเป็นตัวละครใหม่ ๆ เสมอเป็นเหตุผลว่าทำไมการได้ดูผลงานเก่าของเขาจึงเหมือนการค้นพบใหม่เสมอ และล่าสุดผลงานที่เป็นหัวใจของการยกย่องคือ 'The Father' ซึ่งยืนยันว่าเขายังเป็นนักแสดงระดับหัวกะทิในวงการภาพยนตร์สากล