ต่อมาเขาได้ลองเล่นหนังสำหรับครอบครัวอย่าง 'Aliens in the Attic' ซึ่งเป็นงานภาพยนตร์ที่ต่างจากงานทีวีวัยรุ่น แต่ก็ช่วยให้ผมเห็นว่าเขาไม่กลัวการลองบทที่ทั้งตลกและมีจังหวะแอ็กชัน การตามดูผลงานช่วงแรกๆ แบบนี้ทำให้ผมประทับใจในพัฒนาการของเขาอย่างต่อเนื่อง
ผมมักเริ่มจากโรงหนังเมื่อหนังยังใหม่ — ในไทยทั้ง SF Cinema และ Major Cineplex มักมีรอบพิเศษและฟอร์แมตใหญ่ๆ เช่น IMAX หรือ ScreenX สำหรับหนังที่ภาพและซาวด์เป็นจุดขาย หลังจากรอบโรงหนังหมดช่วงฉายปกติ วิธีที่สะดวกคือเช็กรายการบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหลักหรือร้านเช่าแบบดิจิทัล เพราะหนังอย่าง 'Elvis' มักไปอยู่บนบริการที่มีคอนเทนต์ฮอลลีวูดหนักๆ หลังการฉาย
การเช่าหรือซื้อดิจิทัลจาก Apple TV, Google Play หรือ YouTube Movies เป็นทางเลือกดีถ้าต้องการดูทันทีและเลือกซับไทยได้ ส่วนแพลตฟอร์มตามสมาชิกอย่าง Netflix, Prime Video หรือ HBO GO/Max อาจสลับกันได้ตามสัญญาลิขสิทธิ์ในแต่ละช่วง ผมมักเผื่อเวลารอประมาณไม่กี่เดือนหลังฉายโรงแล้วค่อยเช็คบนบริการเหล่านี้ เพราะบ่อยครั้งจะมีให้ดูแบบมีซับไทยและภาพคมเหมาะกับการย้อนดูรายละเอียดการแสดงของเขา
เคยคิดเล่นๆ ว่าการวัดความสำเร็จด้วยเงินอย่างเดียวมันบอกอะไรได้บ้าง แต่ถาจะตอบตรง ๆ เรื่องที่มีตัวเลขชัดเจนที่สุดก็คือภาพยนตร์ที่เคยมีเขาไปร่วมแสดงแล้วสร้างเงินสูงสุดคือ 'Once Upon a Time in Hollywood' ซึ่งทำรายได้รวมทั่วโลกอยู่ในระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เราเห็นว่าในภาพยนตร์เรื่องนั้นออสติน บัตเลอร์รับบทเล็กกว่าตัวละครนำ แต่การเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ขนาดใหญ่แบบนี้ช่วยให้ชื่อเสียงขยับขึ้นและเชื่อมโยงกับงานที่มีคนดูเยอะมาก
เริ่มต้นด้วยสิ่งที่ทำให้เขโดดเด่นในบทนำได้ชัดที่สุด: 'The Falcon and the Winter Soldier' เป็นทางเข้าที่ดีที่สุดถ้าอยากเห็นสเปกตรัมการแสดงของเขทั้งด้านแอ็กชันและดราม่า