Se connecter
*********
เรือนไผ่ริมธารอันเร่าร้อน
สู่วังหลวงอันหนาวเย็น
อบอวลอุ่นไอรักที่ซ่อนเร้น
นางผู้ปรากฏกายให้เห็น
พร้อมบุตรสาวของเขา
*********
หมู่บ้านผิงเหยียน
นางมารจากตำนาน ซานซาน กลายเป็นวิญญาณร้ายมาสิงร่างดรุณีนามชิงหลินแซ่หาน แม่นางน้อยผู้อ่อนแอโง่เขลา
เขาคือราชันย์[1] ถูกปองร้ายจนต้องซ่อนเร้นตัวตน
นามกงหนิวคือชาวบ้านมอบให้ นามเหย่หนิวคือภรรยาตั้งใจเรียกขาน นามแท้จริงคือถังจ้าวเหว่ย ว่าที่องค์ราชัน[2]ต้าถัง
เมื่อครั้งยังเป็นแค่คนธรรมดา มีเพียงบ้านไผ่เก่าคร่ำและสายธารไหลริน อยู่กินเพียงผักปลา อาศัยอยู่ในหมู่บ้านผิงเหยียน
‘ท่านคือเหย่หนิวผู้ร้อนแรง ส่วนข้าซานซานผู้ยิ่งใหญ่ปานภูเขาสูงส่งเฉียดน่านฟ้า’
‘นี่เขาแต่งงานกับสตรีแบบใด?’
โชคชะตาคราวเคราะห์ชักนำทำให้พวกเขาได้แต่งงานกัน เกิดความรักความผูกพันยากลืมเลือน กระทั่งเภทภัยมาเยือน
รัชทายาทถังจ้าวเหว่ยถูกจับตัวกลับวังหลวงจำต้องคืนสู่ฐานันดรอันสูงศักดิ์พิทักษ์บัลลังก์มังกร ในขณะที่ซานซานกำลังตั้งครรภ์ลูกน้อย แล้วกลับเข้าตระกูลเดิม
‘ยุทธภพล้วนซับซ้อน คนผู้หนึ่งอาจจำต้องลี้ภัยไปก่อน นางควรรอเขา ทว่าการรอคอยมักยาวนานเสมอ ยาวไกลเกินไป’
คู่รักทั้งสองต้องประสบปัญหาพลัดพรากจากกันเนิ่นนาน ผ่านกาลเวลาถึงห้าปี
‘ซานซาน...เจ้าจะรอข้าได้หรือไม่?’
จากดรุณีนางน้อยกลายเป็นจอมยุทธ์หญิงแม่ลูกอ่อน
จากเด็กหนุ่มผู้ลี้ภัยเติบใหญ่กลายเป็นมังกรแห่งราชันย์
กระทั่งโชคชะตาชักนำทำให้พวกเขาได้พบเจอกันอีกครั้ง ด้วยฐานะที่แตกต่างและฐานันดรที่ขวางกั้น
หนึ่งคือว่าที่องค์ราชัน มหาบุรุษแห่งต้าถัง ผู้สลักนางไว้เป็นดวงใจเพียงหนึ่งเดียว หนึ่งคือจอมยุทธ์หญิงผู้เร่ร่อนทั่วแดน นางผู้ตัดขาดแล้วซึ่งเยื่อใยด้วยเข้าใจผิดมหันต์
‘เจ้าลูกเต่าเหย่หนิว สามีชั่ว ทิ้งลูกทิ้งเมีย ข้าจะฆ่าเจ้า’
ฐานะสามีภรรยาและบุตรสาวถูกแขวนเอาไว้บนเส้นทางที่ไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์
ถังจ้าวเหว่ยไม่คิดเฉือนหัวใจของตนเอง เขาทำทุกทางเพื่อเหนี่ยวรั้งนางไว้ข้างกาย ซ่อนเร้นไว้ในหัวใจอันรุ่มร้อน
‘ไม่ว่าลักลอบแย่งชิงล่อลวงขืนใจ ในฐานะสามีล้วนทำกับนางผู้เป็นภรรยาได้ทั้งนั้น’
ซานซานยิ่งไม่คิดเห็นแก่ตัวและไม่เคยกลัวใครหน้าไหน มีเพียงสามีผู้สูงศักดิ์และบุตรสาวอันเป็นที่รักเท่านั้นที่นางจำต้องคอยระวังภัยให้
ชิงหลินผู้ถูกตามฆ่าหมายตัดเส้นวาสนากับจ้าวเหว่ย จึงถูกทิ้งร้างไว้เป็นเพียงอดีตอันลึกลับไร้ตัวตนอยู่เบื้องหลัง
เบื้องหน้าของนางคือซานซานผู้ต่ำต้อยมีลูกน้อยติดตัวถูกสามีทิ้งขว้าง
นางผู้เห็นแก่เงินเป็นหลัก สร้างฐานะตนด้วยการเข้ากองทัพในตำแหน่งพลทหาร กระทั่งไต่เต้าเป็นแม่ทัพหญิง
จ้าวเหว่ยดำรงไว้ซึ่งตำแหน่งองค์รัชทายาทจนกระทั่งขึ้นครองราชย์สมบัติ สืบบัลลังก์มังกรทอง
คู่รักคู่หนึ่งคือสามีภรรยาแปลกประหลาด ทำตัวคล้ายชายหญิงแพศยา ลอบคบชู้ไม่เว้นวัน ต่างร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคโดยไม่เลือกวิธีการ
เมืองหลวงต้าถัง
บนแท่นประทับมังกร เหนือเหล่าขุนนางและปวงประชา
ภายใต้ม่านระย้าทองคำฝังมุกล้ำค่า เพียงเห็นพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิรำไร ทว่ากลับรู้สึกได้ถึงศักดานุภาพแผ่ไพศาล
ทิศบูรพาห่างจากกลุ่มข้าราชบริพาร
ซานซานในอาภรณ์ทหารสวมชุดเกราะหนักสีทองอร่ามของตำแหน่งแม่ทัพหญิงกำลังนั่งนิ่งบนหลังอาชา
หญิงสาวทอดสายตามองสามีด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนตะปบสีข้างม้าแล้วพามันหมุนกายหายไปจากครรลองสายตาของจักรพรรดิหนุ่ม
ชายแดนแคว้นต้าถัง
ที่ราบลุ่มโล่งกว้างอันเวิ้งว้างเห็นสันเขารำไร บนพื้นดินปรากฏกองทัพทหารผู้องอาจเหี้ยมหาญหลายหมื่นนาย บรรยากาศรายรอบปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายมรณะหลังความตาย
เหนือไฟสงครามซึ่งกำลังแผดเผาซากศพที่ตกตายกระจายเกลื่อน คือร่างระหงงามงอนในอาภรณ์สีแดงดุจเพลิงสวมทับด้วยเกราะหนักสีทองอร่าม นางนั่งสง่าบนหลังอาชาแกร่ง ในมือเรียวถือเพียงทวนเหล็กไหลย้อมโลหิตสีแดงฉาน
นางคือซานซาน
เบื้องหลังของนางคือขบวนกองทัพนักรบและสมุนในอาณัติจากสำนักนารีแดง
ขุมพลังมหาศาลก่อเกิดจากกระบวนทัพซึ่งถูกจัดอย่างเหี้ยมหาญเฉลียวฉลาดเหนือคาด กอปรกับอาวุธสังหารหน้าตาประหลาดไม่เหมือนใคร ทั้งหมดถูกผนวกไว้ทางด้านหลังวีรสตรี
เบื้องหน้าของซานซานคือกองทัพศัตรูหมายรุกรานเพื่ออำนาจแผ่ไพศาล พวกมันช่างไม่รู้ชะตากรรมว่าวาระสุดท้ายกำลังคืบคลานเข้ากลืนกิน
“ฆ่า!”
เสียงคำรามกังวานใสกึกก้องสะท้านโสตไกลถึงแผ่นฟ้า เรียวขางามตะปบสีข้างอาชาควบตะบึงพุ่งทะยาน
ซานซานนำทัพอย่างเอิกเกริกเกรียงไกรสู้สิบทิศชนะทั้งสิบทิศ รบร้อยชนะร้อยไม่เคยหวั่น
ยามยกพลถล่มศัตรูนางคล้ายหงส์เพลิงสยายปีกกระนั้น ไพร่พลที่ติดตามประหนึ่งพยัคฆ์คำรามก็ไม่ปาน
บิดาคือมังกร มารดาเป็นหงส์ดำรงพยัคฆ์
ลูกจักเป็นสุนัขได้อย่างไร
[1] ราชันย์ หมายถึง เชื้อสายกษัตริย์
[2] ราชัน หมายถึง พระราชา
หลิงเจินยังพูดไม่หมด ถังไห่เฉิงพลันสลัดบ่ากว้างออกจากฝ่ามือเหล็กไหลของอู๋จวินได้ในที่สุด บุรุษสูงศักดิ์เอ่ยแทรกเสียงเข้ม “นางมิใช่อย่างที่เจ้าคิด! และข้าย่อมไม่มีทางถูกใครหลอกลวงโดยง่าย เจ้าอย่าริอาจหาญดูแคลนความสามารถของข้า”“...!?”อ๋องหนุ่มเดินตรงเข้ามาทางหญิงสาวที่เก้าอี้หินอย่างเร็ว สีหน้าของเขาเย็นชา สายตายิ่งดุดัน กระนั้นเขากลับไม่พูดไม่จาต่อจากนั้น เพียงโน้มตัวลงและยื่นมือเรียวยาวให้ลี่เซียนเพราะหากชักช้า ภรรยาของเขาคงได้นอนหลับตรงนี้แน่ ทุกครั้งที่นางฟังนิทาน พลังมหาศาลคล้ายถูกสูบจนสิ้น และนางย่อมต้องได้นอนกลางวันหลังกินอาหารอิ่มก่อนเท่านั้นอ๋องทมิฬผู้เคร่งขรึมเหี้ยมโหดโฉดทุกสมรภูมิผู้นี้เป็นสามีที่ดูแลเอาใจใส่และทะนุถนอมภรรยาหนึ่งเดียวของเขามากเมื่อแม่นางน้อยเหลือบตาเห็นถังไห่เฉิง สองแขนเรียวเล็กก็กางออกโดยสัญชาตญาณชายหนุ่มโอบร่างนุ่มด้วยอ้อมแขนอย่างรักใคร่หวงแหน ให้นางได้ซุกซบแผงอกอุ่นของเขา มองนางถูใบหน้านวลเนียนคลอเคลียไปมาเบาๆ เพื่อหามุมสบาย ฟังเสียงครางหวิวอย่างผ่อนคลายคล้ายลูกแมวน้อยอยู่ครู่หนึ่งจึงปรายตามองหลิงเจินอย่างอำมหิตคาดโทษ แม้อีกฝ่ายจักเป็นสหายตั้งแต่
ภายใต้ต้นไม้กฤษณาหอมกรุ่นร่มรื่นเย็นสบายลี่เซียนเห็นอีกฝ่ายจู่ๆ เงียบงัน ก็มิได้เอ่ยคำทำลายความเงียบนั้น เพียงพินิจอีกฝ่ายนิ่งๆ สังเกตจากรูปร่างหน้าตางดงามและผิวพรรณเนียนละเอียดขาวผ่องเปล่งประกาย ดูก็รู้ว่าเชื้อสายคงเป็นสตรีชั้นสูง นางจึงคาดเดาได้ไม่ยาก พลางถามเสียงเนือย“เจ้าเป็นลูกของภรรยาเอกผู้แทรกกลางนางนั้นหรือ?”หลิงเจินยังคงทอดมองเบื้องหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า หาได้เปล่งวาจาใด แต่นั่นย่อมเพียงพอแล้วสำหรับลี่เซียนหมอหญิงแค่นยิ้มเย็นชา แต่ในใจกลับรู้สึกเป็นมิตรต่อพระชายามากยิ่งขึ้นนางจึงกล่าวต่ออย่างเถรตรงเฉกเช่นสหายที่ดีที่พึงกระทำต่อกัน ไร้ฐานันดรของอีกฝ่ายกางกั้น ปราศจากความห่างเหินแบ่งแยกชนชั้นเหมือนเช่นคราแรก สรรพนามที่เรียกขานยังเปลี่ยนไปเล็กน้อย“สามีมากภรรยานับเป็นเรื่องธรรมดาของชายหญิงทั่วไป ทว่าบุตรของพวกเขามิได้คิดเช่นนั้นกันทุกคน ข้าหนีออกจากบ้านด้วยเงินทองที่แอบเก็บออมเอาไว้ รวมกับที่แอบขโมยท่านแม่มา”“...”ลี่เซียนชะงักพลางมุ่นคิ้ว ขโมย?หลิงเจินปรายตามองลี่เซียนนิ่งๆ ไม่สะทกสะท้านต่อสายตาที่หรี่แคบพร้อมคำถามคาดคั้นกับคำว่า ‘ขโมย’นางเหยียดยิ้มหยันแล้วเล่าต่อ “เงิน
เมื่อนั่งเคียงกันแล้ว สองตาหลิงเจินเพียงมองไปยังท้องฟ้ากว้างใหญ่อันไกลโพ้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยว่า“หมู่บ้านห่างไกลความเจริญมีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเป็นเพียงหมอชาวบ้านธรรมดา ทว่ากลับมีรูปร่างหน้าตาสง่างามโดดเด่น พื้นเพของเขาเป็นเพียงสามัญชนไร้สกุลยิ่งใหญ่ บิดามารดาล้วนตายจากไป ญาติมิตรอพยพย้ายถิ่นฐานจนหมดสิ้น เนื่องจากไม่เคร่งครัดธรรมเนียมปฏิบัติจึงอยู่กินกับภรรยาตั้งแต่อายุยังน้อยโดยมิได้ผ่านการแต่งงานอันใด ยามนั้นพวกเขายังไม่มีฐานะอะไร ต่อมา...ฝ่ายชายมีโอกาสสร้างผลงานความดีความชอบเพราะสามีภรรยาเดินทางเข้าเมืองหลวงและได้รักษาอาการเจ็บป่วยปางตายให้ขุนนางใหญ่ผู้หนึ่งจนขุนนางผู้นั้นหายดีเป็นปลิดทิ้ง จากนั้น...หมอหนุ่มซึ่งเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจึงเริ่มมีชื่อเสียง เงินทองไหลมาเทมา กระทั่งมีหน้ามีตาและมีฐานะที่ดี ผู้คนนับถือ มีเกียรติยศสูงส่งตามลำดับ”ยามเอ่ยเรื่องราว หลิงเจินมองเห็นว่าพระชายานิ่งฟังอย่างตั้งใจยิ่ง ท่าทางคงชอบฟังนิทานจริงๆ หญิงสาวจึงเล่าต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลดุจเดิม“สิ่งไม่คาดฝันพลันบังเกิด เมื่อฝ่ายบุรุษมีสตรีมาติดพัน นางผู้นั้นเป็นถึงคุณหนูสูงศักดิ์ตระกูลใหญ่ ปั
ประโยคยาวเหยียดนั้นทำถังไห่เฉิงชะงักงันไปชั่วขณะ หัวใจในอกแกร่งวูบไหวอ่อนยวบสองตาคู่คมจ้องมองลี่เซียนอย่างลึกซึ้งสุดจะหยั่ง มีความรักใคร่ท่วมท้นอยู่ในนั้นอย่างไม่ปิดบังในขณะที่หลิงเจินถึงกับก้าวเท้าถอยหลังอย่างตระหนกนี่...นางเคยพูดอะไรไปตอนเมาเหล้าหรือไม่? แย่แล้ว...ลี่เซียนถอนหายใจอย่างคนปลงตก เอ่ยอีกครา “หากเจ้าจะต่อว่าย่อมเป็นข้าที่สมควรถูกกระทำ เพราะข้าเป็นฝ่ายเข้าหาท่านอ๋องแต่แรก ข้าแค่ต้องการปกป้องเขา ไม่คิดแย่งเขาจากใคร หากว่าเจ้ากับเขาเป็นคนรักกันจริงๆ ข้าก็พร้อมจะจากไป...”หญิงสาวเอ่ยไม่ทันจบ หลิงเจินพลันร้องห้าม“พระชายา! ท่านอย่าได้เอ่ยอีกเลยเพคะ”ลี่เซียนกะพริบตาปริบๆ เอียงหน้าน้อยๆ มองหลิงเจินอย่างตกใจเบาๆความเงียบสงัดปกคลุมรอบด้านโดยพลัน บรรยากาศบังเกิดความวังเวงทันทีทั้งลี่เซียนและหลิงเจินต่างมองหน้ากันเงียบเชียบไม่มีใครเอ่ยวาจาใดต่อจากนั้นแม้แต่คำเดียว...หลังผ่านพ้นภาวะกระอักกระอ่วนอันอึดอัดเนิ่นนานหลิงเจินถอนหายใจลึกยาว นึกละอายใจเหลือจะกล่าว ทั้งยังรู้สึกนับถือน้ำใจอีกฝ่ายอย่างยิ่งหลังจากได้พบพานและสนทนาเช่นนี้ หลิงเจินถึงได้รู้ว่าถังไห่
ประโยคต่อมาของลี่เซียน ทำหลิงเจินตกใจนักนี่มิใช่การประกาศตัดใจเพื่อยกสามีที่เป็นถึงรุ่ยชินอ๋องให้นางอย่างใจกว้างหรอกหรือไร?สตรีผู้นี้ช่าง....หมอหญิงคนงามไม่อาจหาคำใดมาเอื้อนเอ่ยต่อจากนั้นลี่เซียนผินดวงหน้าพริ้มเพรามาทางหลิงเจิน คลี่ยิ้มน้อยๆ แต่งามล้ำเลิศยิ่ง “เรื่องราวระหว่างเจ้ากับท่านอ๋อง ข้าจะไม่ถามท่านอ๋องให้เสียเวลา เพราะบุรุษยามอยู่ต่อหน้าสตรีแต่ละคนย่อมมีเหตุผลแตกต่างกัน วาจาจะเชื่อได้หรือไม่ ยังยากจะคาดเดายิ่ง ข้าจึงเลือกถามเจ้าตามตรง ทว่า...”น้ำเสียงเย็นฉ่ำให้รู้สึกชุ่มชื่นจับหัวใจ แต่กลับหนาวเหน็บซึมลึกถึงกระดูกไขอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ แม่นางน้อยเว้นระยะวาจาเพียงชั่วครู่ ยังผลให้คนฟังหัวใจกระตุกแทบทะลุออกมานอกทรวงอกฝ่ามือของหลิงเจินเริ่มชื้นเหงื่อ แต่เนื้อตัวกลับเย็นจัด นางเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวรอบด้านของหญิงสาวทั้งสองคือสวนดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งกำลังเบ่งบานล้อแสงตะวัน ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์สดใสมากนัก หากแต่ความรู้สึกของผู้คนกลับมิได้สดใสดั่งที่ควรห่างออกไปไม่ไกลคือกลุ่มผู้เฝ้าสังเกตการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเย่เสีย อิงอิง ฉ่ายหรง ตงฟาง เสี่ยวเจี๋ย รวมถึงถังไห่เฉิงที่เดิน
ทว่าในจังหวะที่อิงอิงกำลังจะขยับปากประกาศกร้าว เป็นเย่เสียที่รีบเดินขึ้นหน้ามาบดบังเอาไว้ แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม“แม่นางอิงกับแม่นางหลิงเป็นสตรี พระชายาย่อมต้อนรับพวกท่านเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ”ลี่เซียนเพียงยกยิ้มบางเบาส่งให้ เดินนำหน้าสตรีทุกคนไปด้วยกิริยาแช่มช้า สีหน้าปกติ มิรู้ได้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่เมื่อเย่เสียเปิดฉาก ฉ่ายหรงจึงเปิดตาม“พระชายาได้เตรียมบุปผาบานสะพรั่งเอาไว้ให้พวกท่านได้ชมและน้ำชาชั้นเลิศให้ได้ชิม ทางนั้นเจ้าค่ะ”กล่าวพลางผายฝ่ามือเชื้อเชิญให้หันหน้าเดินไปอีกฝั่ง เป็นการส่งสัญญาณให้เสี่ยวเจี๋ยและตงฟางรีบเข้ามาจับประคองอิงอิงกับหลิงเจินแล้วพาเดินไปทันทีทุกอย่างทั้งรวดเร็วและรวบรัด คนสนิททั้งสี่ของลี่เซียนล้วนไม่ธรรมดาในศาลาจึงเหลือเพียงแขกเหรื่อฝ่ายบุรุษคล้อยหลังขบวนเสด็จของพระชายาผู้งดงาม ถังไห่เฉิงจึงร่วมดื่มชากับอู๋จวิน เว่ยฉี และหวังหย่ง โดยมีเมิ่งหรูคอยดูแลปรนนิบัติรินน้ำชาให้เช่นเดิมบรรยากาศผ่อนคลายระหว่างสหายดำเนินไปครู่ใหญ่ เป็นเมิ่งหรูที่เริ่มทนไม่ไหว นางลอบกะพริบตาส่งสัญญาณบางอย่างให้หวังหย่งไปหนึ่งครา เพื่อให้สามีถือโอกาสฟ้องร้องท่านอ๋องเรื่องที่







