ถ้าจะให้เล่าแบบกระชับ ฉันบอกได้เลยว่า 'The Kissing Booth' มีภาคต่อสองภาคบน Netflix คือ 'The Kissing Booth 2' และ 'The Kissing Booth 3' ซึ่งทั้งสามเรื่องเล่าต่อเนื่องกันและปิดเรื่องราวหลักของ Elle กับความสัมพันธ์ของเธอ
แฟนหนังสืออย่างฉันย่อมสังเกตความต่างระหว่างเวอร์ชันหนังสือกับเวอร์ชันภาพยนตร์ของ 'The Kissing Booth' และนั่นทำให้คำถามเรื่องภาคต่อหรือสปินออฟดูน่าสนใจขึ้นมาก
โลกของดิสนีย์มีความหลากหลายจนบางครั้งรู้สึกเหมือนเป็นจักรวาลขนาดย่อม ๆ ที่มีทั้งภาคต่อ สปินออฟ และทีวีซีรีส์แยกย่อยออกมาเยอะมาก ในมุมของคนที่ติดตามมาตั้งแต่ยุควิดีโอเทป ความน่าสนใจคือช่วงทศวรรษ 1990–2000 ดิสนีย์ทำภาคต่อแบบตรงสู่ดีวีดีจำนวนมหาศาล เช่นภาคต่อของ 'The Lion King' อย่าง 'The Lion King II: Simba's Pride' และมุมมองขำ ๆ ของเรื่องราวเดิมใน 'The Lion King 1½' ที่เล่าเหตุการณ์จากมุมตัวประกอบ นอกจากนั้น 'Aladdin' ก็มีทั้ง 'The Return of Jafar' กับ 'Aladdin and the King of Thieves' และยังแยกเป็นซีรีส์ทีวีที่ขยายโลกของเรื่องได้ดี
ยุคเดียวกันยังเป็นยุคทองของภาคต่อแบบตรงสู่ดีวีดีสำหรับงานคลาสสิก เช่น 'Beauty and the Beast' ที่มี 'The Enchanted Christmas' กับ 'Belle's Magical World' รวมถึง 'The Little Mermaid' ที่มีทั้ง 'The Little Mermaid II: Return to the Sea' และภาคก่อนเกิดเหตุ 'Ariel's Beginning' ความพยายามแบบนี้ทำให้ตัวละครเดิมยังมีที่ยืน แม้คุณภาพและโทนเรื่องจะต่างจากหนังโรงต้นฉบับก็ตาม
สรุปแบบไม่เป็นทางการคือ ถ้าต้องการไล่ดูว่าภาพยนตร์แอนิเมชั่นของดิสนีย์ชิ้นไหนมีต่อหรือมีสปินออฟ ให้แบ่งเป็นกลุ่ม: ภาคต่อฉายโรง (ยกตัวอย่างเช่นภาคต่อสมัยใหม่บางเรื่อง), ภาคต่อ/พรีเควลแบบตรงสู่ดีวีดีในยุค 90s–2000s, และงานที่ขยายผ่านทีวีหรือซีรีส์สั้น ๆ อย่างเช่นบางจักรวาลที่แยกไปทำซีรีส์ ถ้าอยากไล่ทีละเรื่องจริง ๆ รายการยาวพอตัว แต่การเห็นว่าดิสนีย์ขยายเรื่องราวตัวละครเดิมในหลายรูปแบบนี่แหละที่ทำให้การเก็บสะสมหรือมารื้อดูซ้ำสนุกมากขึ้น