Se connecter
อำเภออู้หยวน เมืองซ่างเหลา มณฑลเจียงซี
ลี่ฉิงซวงก้าวลงจากรถบัสหลังจากที่เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง สถานีขนส่งอู้หยวนคึกคักกว่าที่คิด อาจเป็นเพราะช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา
ความจริงหญิงสาวอยากรวมตัวเธอเองเข้ากับกลุ่มนักท่องเที่ยว เนื่องจากได้ยินมานานแล้วว่าอู้หยวนนับเป็นเมืองชนบทที่สวยที่สุด ทั้งยังมีหมู่บ้านโบราณกว่าห้าสิบหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสบายๆ ริมสายน้ำ ในพื้นที่สีเขียวโอบล้อมด้วยขุนเขา
ถึงอย่างนั้น...ตัวเธอในวันนี้แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะสาเหตุที่เธอเดินทางมามายังมณฑลเจียงซี เกิดจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต อุบัติเหตุพรากพี่ชายและพี่สะใภ้ รวมไปถึงหลานสาวตัวน้อยๆ ของเธอไปอย่างน่าเศร้า
หญิงสาวเดินทางมาที่มลฑลเจียงซี เพียงเพื่อจัดการสิ่งที่พี่ชายและพี่สะใภ้ทิ้งเอาไว้ให้ ทั้งยังถือเอาโอกาสนี้ปลอบประโลมหัวใจที่เหนื่อยล้าและโศกเศร้า เพราะต่อจากนี้ไปชีวิตของเธอนับว่าโดดเดี่ยวไร้ญาติขาดมิตรจริงๆ แล้ว
‘เคหาสน์เฟิงเยี่ยน’
หนึ่งในมรดกที่พี่ชายและพี่สะใภ้ทิ้งเอาไว้ให้โดยที่เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน หากไม่ใช่ทนายโจวติดต่อมาหา ลี่ฉิงซวงเองก็ไม่รู้ว่าที่นี่ถูกระบุเอาไว้ในพินัยกรรมอย่างชัดเจนว่าเธอคือผู้เป็นเจ้าของ และมันมีผลทันทีที่พี่ชายและพี่สะใภ้ของเธอเสียชีวิต
“คุณหนูลี่ใช่หรือเปล่าครับ”
ชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล จากนั้นจึงเอ่ยถาม “ใช่ค่ะ คุณลุงคงจะเป็น...ลุงหวัง?”
“ใช่แล้วครับ เชิญทางนี้เลย ผมกำลังกังวลอยู่เลยว่าจะหาคุณหนูไม่พบ คนเยอะเหลือเกิน”
หญิงสาวเดินตามคุณลุงหวังไปด้วยท่าทีโล่งอก มองดูรูปถ่ายในมือของอีกฝ่าย หัวใจพลันรู้สึกเศร้าสร้อย รูปถ่ายใบนั้นเธอจำได้แม่น
...มันคือรูปถ่ายในวันแต่งงานของพี่ชาย
ลี่ฉิงซวงจดจำวันนั้นได้แม่น เพราะวันนั้นเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบยี่สิบสองปี และเป็นช่วงที่เธอเองเรียนจบมหาวิทยาลัย วันนั้นเธอซึ่งยืนอยู่ข้างพี่ชายกับพี่สะใภ้มีรอยยิ้มสดใส จนพี่ชายเย้ากลั้วหัวเราะว่า...
‘มีความสุขมากเลยหรือที่พี่ชายขายออก’
ใครจะรู้ว่าเวลาผ่านไปเพียงสองปี ทุกอย่างก็สูญสลายราวกับเป็นภาพลวงตา
ดูเหมือนลุงหวังจะสังเกตเห็นว่าหญิงสาวเอาแต่จดจ้องรูปถ่ายในมือ ดังนั้นผู้อาวุโสกว่าจึงรีบส่งรูปถ่ายให้ ลี่ฉิงซวงเงยหน้าสบตากับลุงหวัง จากนั้นจึงรับมาถือไว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณเสียงเบา
“คุณท่านทั้งสองเป็นคนดี คุณหนูเองก็กำลังน่ารัก เฮ้อ ใครจะนึกว่าจะเกิดเรื่องเศร้าแบบนี้ขึ้นได้” ลุงหวังถอนหายใจออกมา
“หนูไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่ชายซื้อบ้านหลังนี้เอาไว้”
“ครับ คุณท่านเพิ่งซื้อเอาไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้า เพิ่งตบแต่งเสร็จแล้วก็มาค้างคืนแค่ไม่กี่ครั้ง แต่คนแถวนี้รู้จักเขากันทั้งนั้นนะครับ คุณท่านเป็นคนอัธยาศัยดี” ลุงหวังกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตอนแรกคนในหมู่บ้านเองก็ไม่เชื่อว่าเจ้าของคนเดิมจะยอมขาย แต่เห็นว่าเขาเป็นคนติดต่อไปหาคุณท่านโดยตรงเลย”
ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “พอจะทราบไหมคะว่าเพราะอะไร”
“ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้มีคนติดต่อขอซื้อเคหาสน์เฟิงเยี่ยนมากมายเพื่อนำไปทำเป็นรีสอร์ท แต่เจ้าของคนเดิมไม่ต้องการให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เขาตั้งข้อแม้เอาไว้ว่าต้องคงสภาพเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด คุณท่านเองก็รับปากเพราะแต่แรกก็ซื้อเอาไว้เพื่อเป็นบ้านตากอากาศจึงเกิดการซื้อขายกันขึ้น หากลุงจำไม่ผิดคุณท่านซื้อมาในราคาเพียงครึ่งเดียวของราคาในท้องตลาด”
ยิ่งได้ฟังหญิงสาวก็ยิ่งประหลาดใจ แต่ลุงหวังบอกว่าเขาเองก็รู้เพียงเท่านี้ เนื่องจากว่าเพิ่งจะย้ายมาทำงานกับพี่ชายของเธอได้ไม่นาน เขารู้เรื่องนี้เข้าก็เพราะความบังเอิญ ดังนั้นข้อมูลจึงมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
ลี่ฉิงซวงมองดูรอยยิ้มสดใสของคนในรูปถ่าย อดีตไม่อาจหวนคืนมาอีกแล้ว เช่นกันกับชีวิตของพี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหลานสาวตัวน้อยๆ ซึ่งกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชัง
ลุงหวังชวนหญิงสาวพูดคุยถามไถ่ตลอดการเดินทาง ระหว่างนั้นเขาก็ขับรถไปตามถนนที่คดเคี้ยว ผ่านหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่าเส้นทางหรือก็เริ่มตรงขึ้นไปบนเขา ลี่ฉิงซวงได้แต่ประหลาดใจเพราะตลอดเส้นทางนั้น ไม่ได้มีป้ายบอกว่าลุงหวังกำลังจะพาไปที่ใด
“เรากำลังจะไปที่ไหนหรือคะ เคหาสน์เฟิงเยี่ยนไม่ใช่ว่าอยู่ที่หมู่บ้านเจียงเวินหรอกหรือ”
“เคหาสน์เฟิงเยี่ยนอยู่ในหมู่บ้านหวงเซวียน ไม่ใช่หมู่บ้านเจียงเวินครับ”
“หมู่บ้านหวงเซวียน?” หญิงสาวทวนด้วยความประหลาดใจ มันที่ไหนกันละนั่น เธอไม่ยักกะคุ้นหู ทั้งยังไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของแผนที่เมืองซ่างเหลา
“เลยเนินเขาลูกนี้ไปก็ถึงแล้วละครับ”
“แต่ฉันก็ยังประหม่าอยู่ดี คุณแม่ของคุณใจดีมั้ยคะ”“ครับ ท่านใจดีมาก”เธอก็ยังมีสีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่ดี “ตระกูลฟู่นี่เคยมีเรื่องผิดใจระหว่างพี่น้องมั้ยคะ อย่างเช่นธุรกิจมากมายพวกคุณแย่งกันบริหารงี้”ฟู่เสวียนหัวเราะ “คุณอ่านนิยายให้น้อยๆ หน่อยดีมั้ยครับ”เธอมองค้อนเขา เห็นรถของเขา ธุรกิจครอบครัวก็เป็นถึงเจ้าแห่งอสังหาริมทรัพย์ของซูโจว ร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอดูกระจอกไปเลยตอนไปที่ห้องชุดของเขาซึ่งอยู่ชั้นสามสิบบ้านตระกูลฟู่...อันที่จริงเธออยากจะเรียกมันว่าคฤหาสน์สุดหรูกลางเมืองซูโจว ด้วยราคาที่ดินตอนนี้หากให้เธอลองเดา บ้านหลังนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่าสองร้อยล้านหยวน?!“มากันแล้ว!” น้ำเสียงดีอกดีใจทำให้หญิงสาวยิ่งประหม่า หญิงวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเดินเข้ามาหาทันทีที่เดินเข้าไปในประตู อีกฝ่ายชะงักจากนั้นอ้าปากค้าง“เหมือนจริงๆ ด้วย”“แม่ครับ” ฟู่เสวียนกลอกตา“อ้อ เอ่อ...แม่หมายความว่าสวยจริงๆ ด้วย หนูแซ่ลี่ใช่มั้ยเข้ามาก่อนๆ”“เรียกซวงซวงก็ได้ค่ะ”“ดีๆ เรียกซวงซวงก็ได้ ชื่อเป็นมงคล หนูชอบกินอะไรจ้ะ ป้าเข้าครัวทำตั้งหลายอย่าง”“ผมชอบเป็ดอบ!”“ผมชอบเนื้อตุ๋น!”สองเสียงประสานดังมาจากสองท
ไม่นานกาแฟสองแก้วกับมาการองก็ถูกนำมาวาง ลี่ฉิงซวงประหม่าเล็กน้อยตอนนั่งลงข้างๆ เขา หัวใจเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะมาหาที่ร้านกาแฟเล็กๆ ของตน“ผมมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟัง”“ค่ะ”“ตั้งแต่จำความได้ผมเริ่มฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ...หวังซวงซวง”ลี่ฉิงซวงเผลอวางแก้วกาแฟลงกระแทกจานรอง เธอกล่าวขอโทษจากนั้นบอกให้เขาเล่าต่อ“ทุกคนในตระกูลฟู่บอกผมว่ายิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งหน้าตาเหมือนกับบรรพบุรุษคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่เชื่อจนได้เห็นรูปวาดของพวกเขา ฟู่อวี้กับหวังซวงซวง เรื่องราวของพวกเขาผมคงไม่ต้องเล่าให้คุณฟังเพราะบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นผมได้มอบให้คุณไปแล้ว”หญิงสาวก้มหน้าลงมองถ้วยกาแฟของตัวเอง ไม่ได้พูดขัด“ในทุกๆ สองถึงสามเดือนผมมักจะไปที่บ้านหลังนั้น” เขาหมายถึงบ้านตระกูลฟู่ที่หมู่บ้านหวงเซวียน “ตอนอยู่ที่นั่นผมรู้สึกตลอดเวลาว่าผมกำลังรอ...มันทรมานมากเลยครับ เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังรออะไร รอ...ใคร”ลี่ฉิงซวงกุมถ้วยกาแฟของตัวเองแน่น“ตอนผมได้พบคุณที่หน้าบ้าน ผมตกใจมากนึกว่าตัวเองตาฝาด แต่ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดคุณก็มา...ซวงซวง”เธอสะอื้นออกมาเพราะน้ำเสียงของเขาที่เรียกชื่อนั้น
“ผมเรียกคุณแบบนั้นได้ใช่มั้ยครับ”หญิงสาวจ้องเขานิ่งด้วยความสงสัย “ก็...คงได้ค่ะ”ฝนตกนานมากลี่ฉิงซวงนั่งจิบชาหอมกรุ่นและพูดคุยอยู่กับเจ้าบ้านตั้งแต่เที่ยง กระทั่งบ่ายสามโมงในที่สุดฝนก็หยุดตกคนของฟู่เสวียนเข้ามาแจ้งว่ารถเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นอยากกล่าวคำลา แม้ในใจยังรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นการพบกันครั้งแรก เธอก็ไม่ได้อยากเสียมารยาทด้วยการอยู่ต่อให้นานอีกหน่อยเธอมองไปยังหินแกะสลักนั้น“ผมพาไปดูมั้นครับ”เธออยากเดินไปดูใกล้ๆ จึงไม่ปฏิเสธ ดังนั้นจึงแทบไม่อยากเชื่อ เพราะนอกจากอักษร ‘เคหาสน์คืนใจ’ ที่มองเห็นไกลๆ แล้ว ยังมีอักษรเล็กๆ ที่แกะสลักกำกับต่อเอาไว้‘เคหาสน์ในความทรงจำนำพาผู้เป็นที่รัก หวนคืนกลับสู่ดวงใจ’“ทำไมต้องใช้อักษรสลับเล็กใหญ่ละคะ อ่านจากที่ไกลๆ ยิ่งทำให้ที่นี่รู้สึกเศร้า”“ครับผมผิดไปแล้ว”“เอ๋ คุณเป็นคน...”“ครับผมเอง ผมไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป” เขาฝันและในความฝันมันก็เต็มไปด้วยการรอคอย ความเจ็บปวด โหยหา และสิ้นหวัง รู้สึกตัวอีกทีหินก้อนนี้ก็มีอักษรแกะสลักแล้ว“รอสักครู่นะครับ ผมมีบางอยากจะมอบให้” เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล“มอบให้?
ชายร่างสูงในชุดฉางซานเดินใกล้เข้ามา ลี่ฉิงซวงอ้าปากค้าง “ฟู่...เสวียน?!”ชายสองคนที่เพิ่งลงมาจากรถเองก็มีท่าทีตกตะลึง เขาจ้องหญิงสาวเขม็งในขณะที่ลี่ฉิงซวงเองก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเธอจำไม่ผิดแน่ นี่คือฟู่เสวียน...อีกคนก็คือจิ่วลู่ คนสนิทของเขา“รถยางแบนครับคุณชาย”ทั้งสามได้สติเพราะประโยคของคนขับรถคนนั้น “คุณ...หลงทางหรือครับ บนเขานั่นไม่มีบ้านหลังอื่น เป็นทางตัน” ฟู่เสวียนยังคงจ้องใบหน้าสับสนของหญิงสาว“อ้อ...เอ่อ...ค่ะ” เธอตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงมาก ตอนที่เขาก้าวเข้ามาใกล้เผลอเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดังนั้นจึงหลบตาแกล้งมองไปที่ป้ายหน้าบ้านหลังใหญ่“ฝนตกหนักมา รถคุณเองก็ยางแบน เอาเป็นว่าหากไม่รังเกียจเชิญด้านในก่อนดีมั้ยครับ ฝนหยุดแล้วจะให้คนช่วยเปลี่ยนยางรถให้” เขาเสนออย่างใจดี‘ซวงซวง’ เสียงเว้าวอนเหมือนกระซิบเรียกจากด้านใน ลี่ฉิงซวงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”รอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะทำให้เขาดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ จิ่วลู่เข้ามาสะกิดเขาจึงได้สติ“ผมแซ่ฟู่ครับ ฟู่เสวียน”“ค่ะ ฉันแซ่ลี่ ลี่ฉิงซวง” ฟู่อวี้...“เชิญด้านในเถอะครับ ฝนตกอากาศเย็นดื่มชาร้อนๆ จ
“ฟู่อวี้!!!”หญิงสาวผุดลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก ข้างกายมีเสียงร้อนรนของผู้เป็นพี่ชาย “เสี่ยวซวงเอ๋อร์?! รู้สึกตัวแล้ว?”“พะ...พี่” หญิงสาวกะพริบตามองเขา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา“ใช่พี่เอง รู้สึกยังไงบ้าง เธอยังจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ตายเถอะเธอทำให้พี่ตกใจจนแทบบ้า คิดยังไงถึงไปที่นั่นทั้งยังตกน้ำตกท่าอีก”อา...พี่ชายของเธอยังอยู่ เขายังไม่ตาย!!! ลี่หวงชวนยังไม่ตาย!!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออก “อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ เสี่ยวหลันหลันดูสิว่าคุณน้าฟื้นแล้ว คุณน้าไม่เป็นอะไรแล้ว”“พี่สะใภ้? เสี่ยวหลันหลัน?” พี่สะใภ้เองก็ยังอยู่ หลานสาวตัวน้อยเองก็เหมือนกัน พวกเขาไม่ได้จากไปไหน และเธอเองก็กลับมายังที่ของตัวเองแล้ว ลี่ฉิงซวง...หลังจมน้ำและหมดสติไปกว่าสองวัน ลี่ฉิงซวงรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวยังคงมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด ไม่อาจแยกแยะได้ว่าความฝันอันยาวนานนั้น เพราะอะไรถึงได้เหมือนจริงจนยากจะแยกแยะความรัก ความผูกพัน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกอย่างเหมือนจริงมากจนเธอไม่อยากลืมเลือน ไม่อยากคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันวันเดือนปี...แตกต่าง ปีที่พี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหล
“เข้ามาสิ ท่านลองก้าวเข้ามา หากกล้าข้าจะเชือดคอนางเสีย!” ฮั่วลี่หลันใช้มือหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเม็ดยากลมๆ สองเม็ดออกมา บีบบังคับให้หวังซวงซวงกลืนมันเม็ดหนึ่ง ส่วนนาง...กลืนเองเสียเม็ดหนึ่ง“ท่านก็รู้ว่าข้ารักท่าน...” นางสะอื้น “ข้าไม่กล้าทำร้ายท่านด้วยซ้ำ...ดังนั้นข้าจะพานางไปเป็นเพื่อนข้า!” ฮั่วลี่หลันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ให้นางตายต่อหน้าท่าน!”น้ำเริ่มซึมเข้ามาในห้องใต้ท้องเรือแล้ว ดูเหมือนนี่เป็นความตั้งใจของสตรีวิปลาสผู้นี้ที่คิดจะจมเรือไปพร้อมกับพวกเขาสามคนในอกคล้ายมีไฟขุมหนึ่งแล่นพล่าน หวังซวงซวงเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ในกายคล้ายมีบางอย่างกำลังกัดกินจนนางหน้าซีดยาเม็ดนั้น...ยาพิษ!!!ฮั่วลี่หลันเองก็สภาพไม่ต่างจากนาง สตรีวิปลาสผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกับพื้นเรือที่มีน้ำไหลเข้ามาถึงเข่า น้ำเข้ามาเร็วถึงเพียงนี้เพราะพวกเขาเจาะรูหมายจมเรือฟู่อวี้ปราดเข้ามาแย่งมีดสั้นจากมือฮั่วลี่หลัน มือของเขาถูกบาดเป็นทางยาวเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม ทว่าเรี่ยวแรงของฮั่วลี่หลันที่ถูกพิษไม่มีทางสู้แรงบุรุษนางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นชายหนุ่มพยายามเข้าไปปลดโซ่ของหวังซวงซวง ทิ้งนางเอาไว้มุมห้อง







