หนึ่งในตัวอย่างที่ชอบมากคือ 'The Call of Ktulu' ของวงหนึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องของฮาร์ลีย์ พี. ลาฟแคราฟต์ งานชิ้นนี้ไม่ใช้คำร้องแต่ยังสื่อสารความกดดันแบบคืบคลานได้ผ่านเมโลดี้ที่ค่อย ๆ ขยายตัวและริฟฟ์ต่ำ ๆ ที่ให้ความรู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังตื่นจากใต้ผิวน้ำ อีกชิ้นที่ทำนองคล้ายกันแต่ตีความต่างคือ 'The Thing That Should Not Be' ซึ่งใส่ซาวด์หนัก ๆ และคอรัสที่ทำให้ภาพของสิ่งทรงพลังแต่โบราณชัดขึ้น
บรรยากาศแบบดาร์กแอมเบียนต์มักเข้ากับงานคธูลูได้อย่างน่าทึ่ง ศิลปินคนหนึ่งที่ผมมักเปิดตอนอยากลงลึกคือผู้ทำซาวด์สเคปที่เน้นเสียงต่ำ ๆ และชั้นเสียงที่กว้าง เช่นงานในอัลบั้ม 'The Place Where the Black Stars Hang' เสียงดรอนและรีเวิร์บกว้าง ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในถ้ำมหึมา บางชิ้นมีการใส่เสียงธรรมชาติที่เบลอจนแทบจำไม่ได้ว่าเสียงนั้นเคยเป็นอะไร ซึ่งกระตุ้นความระแวงและจินตนาการได้ดี ผมมองว่าดนตรีแนวนี้เหมาะกับการอ่านนิยายลาฟแคราฟต์หรือใช้ประกอบการเล่นเกมบรรยากาศช้า ๆ มากกว่าการใช้เป็นเพลงพื้นหลังในที่สว่างใจกลางวัน