เริ่มด้วยชิ้นดนตรีที่ให้ความรู้สึกกว้างและเงียบงันอย่าง 'The Host of Seraphim' — Dead Can Dance เพราะเสียงโหวกเหวกและโทนต่ำ ๆ ของเพลงนี้ทำให้โลกคู่ขนานดูศักดิ์สิทธิ์และเปราะบางในเวลาเดียวกัน ต่อด้วยชิ้นเปียโนที่เรียบง่ายแต่บาดลึกอย่าง 'Experience' — Ludovico Einaudi ที่ช่วยขับความอ้อยอิ่งของความทรงจำและความคิดถึงให้เด่นชัดขึ้น
เมื่อเรื่องต้องการช่วงที่หัวใจหนักหน่วงและเข้มข้น เลือก 'Time' — Hans Zimmer มันมีการไล่ระดับอารมณ์เหมือนการเดินทางข้ามกาลเวลา ส่วนถ้าต้องการมุมที่นุ่มและเปราะบางมากขึ้น 'The Curse' — Agnes Obel จะเพิ่มความลึกลับแบบในบ้านเล็ก ๆ ที่มีความลับเก็บซ่อน สุดท้ายถ้ามีฉากเงียบ ๆ ที่ต้องการการพยักหน้าแบบไม่ต้องใช้คำพูด 'Merry Christmas Mr. Lawrence' — Ryuichi Sakamoto จะทำหน้าที่ได้ดีมาก เพราะเมโลดี้เรียบแต่พูดแทนความรู้สึกที่เกินคำบรรยาย
สำหรับฉากเปิดที่นุ่มและเหงา ขอนำเสนอ 'Comptine d'un autre été' — Yann Tiersen เพราะเปียโนเรียบง่ายมันเหมือนการยืนมองหน้าต่างในเช้าวันฝนพรำ และช่วยตั้งโทนให้ผู้อ่านพร้อมรับเรื่อง
ในช่วงความพยายามย้อนอดีตหรือความเสียใจหนัก ๆ ใช้ 'The Night We Met' — Lord Huron ให้มู้ดโศกแต่โรแมนติก ส่วนตอนเปิดเผยความจริงหรือฉากที่หัวใจแตกสลาย 'On the Nature of Daylight' — Max Richter จะยกระดับอารมณ์ขึ้นไปอีกขั้นด้วยออเคสตราที่ค่อย ๆ ถล่มใจ
ปิดท้ายด้วยเพลงที่ให้ความรู้สึกยอมรับหรือเดินหน้าต่อ 'To Build a Home' — The Cinematic Orchestra เพราะมันไม่รีบร้อนและมีความหวังแบบเปราะบาง ฉันมักฟังเพลงเหล่านี้ตอนกำหนดจังหวะบท อ่านแล้วรู้สึกเหมือนภาพนิ่งเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ จบด้วยความเงียบที่ไม่ว่างเปล่า