เพลงประกอบอนิเมะ 'เทวา' ที่น่าจดจำที่สุดเห็นจะเป็น 'The Rumbling' ของ SiM ที่ใช้ใน 'Attack on Titan' Final Season Part 2 แม้ชื่อจะไม่ตรงเป๊ะ แต่ความหนักหน่วงและพลังในเพลงนี้สะท้อนอารมณ์ของการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับเทพได้ดีเลยล่ะ
อีกเพลงที่ห้ามพลาดคือ 'Red:birthmark' ของ AiNA THE END จาก 'เทวา: ศึกเทพพิโรธ' ซึ่งเป็นอนิเมะไทยที่กำลังมาแรง ท่วงทำนองแปลกใหม่ผสมผสานระหว่างดนตรีไทยสมัยใหม่กับแนวร็อค ทำให้เพลงนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร
เพลงตอนจบของอนิเมะแบบคลาสสิกมักจะติดหูจนคนดูร้องตามได้แม้เวลาจะผ่านไปนานมากแล้ว ฉันยังชอบความรู้สึกที่เพลงจบทำหน้าที่เหมือนเข็มบอกเวลาให้รู้ว่า “ตอนนี้เป็นเวลาสะท้อน” ของเรื่องนั้นๆ
หลายครั้งเพลงตอนจบจะต่างจากเพลงเปิดตรงที่มันช้าลง ใช้เมโลดี้เรียบง่ายเพื่อปล่อยให้คนดูย่อยอารมณ์ เช่นในบางเวอร์ชันของ 'Fly Me to the Moon' ที่ถูกนำมาเป็นเพลงจบของ 'Neon Genesis Evangelion' ตัวแปรของทำนองกับการเรียบเรียงที่เปลี่ยนไปในแต่ละตอนกลับสร้างสีสันและความหมายใหม่ให้ฉากเดิมได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ผมมักจะนั่งฟังเพลงจบหลังดูจนเครดิตหมด บางเพลงอย่าง 'The Real Folk Blues' จาก 'Cowboy Bebop' ก็กลายเป็นบทสรุปทางอารมณ์ที่จับใจ เพราะฉะนั้นเมื่อใครถามว่าเพลงตอนจบชื่ออะไร แนะนำให้นึกถึงจังหวะและความรู้สึกของตอนนั้นก่อน เพลงบางทีก็เป็นตัวแทนของสรุปเรื่องราวได้มากกว่าคำพูด