ฉันมองแมทธิวในมุมของคนที่ติดตามภาพยนตร์เชิงพาณิชย์และอินดี้พร้อม ๆ กัน ซึ่งคิดว่าเขาเริ่มมีชื่อเสียงจริงจังจากบทบาทที่เข้าถึงคนทั่วไป เหมือนตอนที่เขาเล่นใน 'How to Lose a Guy in 10 Days' บทแบบโรแมนติกคอมเมดี้ทำให้เขาเป็นที่รู้จักของคนจำนวนมาก เพราะหนังประเภทนี้เข้าถึงง่ายและเปิดโอกาสให้หน้าตาและคาริสม่าโดดเด่น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือหลังจากนั้นเขาไม่ได้ยึดติดอยู่แค่แนวเดียว งานอินดี้อย่าง 'Mud' แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมจะเสี่ยงกับบทที่ท้าทายและซับซ้อนกว่า
ฉันเริ่มสนใจแมทธิวจากบทบาทใน 'Dazed and Confused' ที่ทำให้เขาดูมีเสน่ห์แบบวัยรุ่นสมัยใหม่ บทบาทนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่หลายคนมองว่าเป็นงานชิ้นแรก ๆ ที่ทำให้คนจดจำเขาได้ แต่ความโด่งดังอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นเมื่อเขาได้รับบทนำใน 'A Time to Kill' ซึ่งช่วยผลักดันให้แมทธิวกลายเป็นนักแสดงที่ถูกจับตามองในวงการภาพยนตร์สหรัฐ การแสดงในสองเรื่องนี้ต่างกันทั้งโทนและอารมณ์ ทำให้เขาแสดงมุมมองที่หลากหลายตั้งแต่ความสนุกแบบวัยรุ่นจนถึงความเข้มข้นทางดราม่า
โดยส่วนตัวฉันชอบดูวิวัฒนาการของนักแสดงมากกว่าการติดตามแค่ผลงานใดงานหนึ่ง และในกรณีของแมทธิว ผลงานจากยุคเริ่มต้นอย่าง 'Dazed and Confused' กับ 'A Time to Kill' ทำให้เห็นเส้นทางที่ชัดเจนว่าเขาไม่ได้ดังเพราะโชค แต่เพราะการเลือกบทและการพัฒนาทักษะทางการแสดงที่ต่อเนื่อง