LOGIN"เชี้ย!" ต้นน้ำมันอุทานออกมาด้วยความตกใจแล้วดึงกระดาษจากมือฉันไปขยํ้าทิ้ง
"นี้มันเรื่องบ้าอะไร" "มันเล่นมึงแล้วว่ะ คราวนี้มึงได้เป็นเมียมันสมใจอยากแน่" คำพูดของต้นน้ำทำให้ฉันวิตกกังวลมากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ฉันต้องมาคอยหวาดระแวงแต่มันมากกว่านั้น "กูไม่รู้ต้องทำไงต่อแล้ว" ฉันได้แต่ตอบออกไปสติสัมปชัญญะเลื่อนลอย มือถูกยกขึ้นกุมขมับทั้งสองข้างเอาไว้อย่างคนเสียสติ "มึงหยุดเรียนก่อนไหมอย่าพึ่งไปหาทางคิดก่อน กูไม่น่ายุมึงเลยว่ะ" "กูไม่อยากอยู่คนเดียว ให้กูไปกับมึงนะนํ้า" ฉันหันไปหามันด้วยแววตาสั่นระริกมันเป็นเรื่องเดียวที่ฉันกลัวมากที่สุดในชีวิต ต้นน้ำมองหน้าฉันแล้วยื่นมือมาบีบเอาไว้เป็นเชิงให้กำลังใจพลันสมองมันก็นึกย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อวานที่มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในลิฟต์พร้อมกับฉันหรือบางทีผู้ชายคนนั้นคือดีตั้งแต่แรก เขารู้แม้กระทั่งที่อยู่ของฉันงั้นหรอ ยิ่งคิดความหวาดกลัวก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น "งั้นก็ไปเรียน อยู่กับกูไว้ก่อนอย่าไปไหนคนเดียว" "กูจะทำยังไงดี…" ในหัวมันมีแต่คำถามเดิมซํ้่าวนไปวนมาเรียนมหาลัยเดียวกันอยู่ในกลุ่มของนักศึกษาที่ต่างมีครอบครัวมากอิทธิพลแบบนั้นฉันจะไปทำอะไรได้ "มึงอย่าพึ่งคิด เดี๋ยวไปมอกับกูก่อนอย่างๆน้อยก็ดีอยู่นั่งอยู่ในห้อง" "…" ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไปปล่อยให้ต้นน้ำจูงแขนเดินออกจากห้องพร้อมกับล็อกประตู แล้วเราก็มาเรียนตามปกติของทุกวันจะไม่ปกติก็ตรงที่สายตาของทุกคนโดยเฉพาะนักศึกษาผู้หญิง ฉันเลือกที่จะมองข้ามแล้วเดินเข้าไปยังในตึก "นํ้า กูไปเข้าห้องน้ำนะ เพลียๆว่ะ" "กูไปเป็นเพื่อนเอง" "มันสายแล้วมึงเข้าเรียนก่อนเถอะ ถ้ามึงสายอีกคาบเดียวติดเอฟแน่นอน" "มึงโอเคนะ" "คงไม่มีอะไรหรอก" มันแตะแขนฉันแล้วส่งยิ้มมาให้พร้อมกับเดินหายเข้าไปในตึกเรียน ฉันจึงเดินเลี่ยงมาเข้าห้องน้ำเพราะรู้สึกไม่สดชื่นแถมร่างกายยังอ่อนล้าบวกกับสภาพจิตใจ พอเดินเข้ามาในห้องน้ำก็จัดการล้างหน้าสายตาจ้องมองตัวเองผ่านกระจกกลับมีสายตาของกลุ่มผู้หญิงนักศึกษากลุ่มหนึ่งมองมาไม่ต่างจากตอนอยู่หน้าคณะ พวกเธอซุบซิบอะไรบางอย่างจนฉันแอบรำคาญ "ขอโทษนะ มีปัญหาอะไรรึป่าวเห็นมองแล้วซุบซิบมานาน" "เปล่า พวกเราก็แค่คุยกัน" หนึ่งในนั้นตอบแล้วบิดปากใส่อย่างมีจริต "แต่ดูเหมือนว่าจะมีประเด็นหลักเป็นฉัน อยากถามอะไรพูดมาสิจะได้ไม่ต้องเก็บไปสงสัยแล้วถามกันเอง" "นอกจากจะมั่วผู้ชายไปทั่วแล้วยังปากดีอีกนะ" "ปากไม่ได้ดีอย่างเดียว มือกับตีนก็ดีด้วยอยากลองไหม?" ฉันกอดอกหมดความอดทนแล้วย่างกรายเข้าไปหาพวกเธอด้วยแววตาแน่วแน่ ไอ้พวกที่เห็นอะไรแล้วคิดไปเองมันหน้าตบให้ฟันร่วงถ้าให้ฉันทายคงเรื่องโพสต์เมื่อเช้าที่กำลังกลายเป็นกระแสในมอถามว่าอายไหมก็ไม่ ฉันชินชากับเรื่องพวกข่าวแบบนี้ไปแล้วแต่ที่ไม่พอใจก็คือทำไมนายนั้นต้องทำตัววุ่นวายกับชีวิตฉันขนาดนี้ด้วย "แค่นี้ยังเป็นกระแสไม่พอรึไง อยากมีข่าวอีกว่างั้น" "ฉันก็มีข่าวเสียหายประจำ แต่พวกเธอนี้สิเป็นข่าวขึ้นมาแล้วความตอแหลที่เหยียบไว้คงไม่มิดนะ" ไม่พูดเปล่าฉันยังเอียงคอล้อเลียนปลายนิ้วเกี่ยวปลายผมเล่นปั่นประสาทนางบ้าพวกนี้ให้หัวเสีย "ยัย!" "เอาสิ แก้มว่างพอดีตบมาเลยคนมองอยู่ด้วยถ่ายคลิปไว้สิคะ รออะไร" ฉันหันไปบอกกับทุกคนแล้วหันมายกยิ้มให้พวกนางที่กำลังยืนหายใจฟึดฟัดใหญ่ "ไม่กล้าหรอ" "…" มีเพียงความเงียบตอบกลับมาทั้งสามคนเดินชนไหล่ฉันออกไปจากห้องน้ำอย่างคนหัวเสีย ฉันจึงตะโกนตามหลังตามไป "ทีหลังถ้าไม่กล้าตบก็อย่าเก่งแต่ปาก" พูดจบก็หันมาตวัดสายตามองนักศึกษาคนอื่นที่ต่่างพากันรีบปิดโทรศัพท์ในตอนยกขึ้นถ่ายคลิป หลังจากที่จัดการกับธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จก็เดินออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เกิดเป็นฉันถ้าไม่ร้ายก็เอาตัวไม่รอดใครร้ายมาก็ร้ายกลับใครดีมาก็ดีกลับแค่นั้น จุดเริ่มต้นของความซวยทั้งหมดก็เป็นเพราะฝีมือของดีที่ทำให้ภาพลักษณ์ของฉันมันแย่ลงกว่าเดิมจนคนเริ่มหมั่นไส้และคอยแอนตี้บวกกับพวกผู้ชายบางกลุ่มที่เขาเป็นแฟนคลับคอยชื่นชมผลงานทัศนคติของฉันไม่ได้สนใจเรื่องส่วนตัวหรือเสพข่าวจากดีซึ่งคนพวกนี้ควรมีอยู่ในสังคมซะมากกว่า "ไปนานจังเลยว่ะ มีเรื่องอะไรรึป่่าว" "เรื่องไร้สาระ" ฉันตอบต้นน้ำที่กำลังเตรียมชีทเรียนแล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ช่วงหลังสุด "มีคนมาหาเรื่องมึงไม่เว้นแต่ละวันเลยหรอ น่ารำคาญชะมัด" "ปล่อยแม่งไปเฮอะ ทำอะไรกูมากกว่านี้ไม่ได้หรอก" อย่างมากมันก็แค่ได้หาเรื่องตบมาตบกลับแค่นั้นแหละ ต้นน้ำมันมองฉันแล้วถอนหายใจออกมาคงเหนื่อยกับชีวิตแต่ละวันของฉันมั้ง นางเป็นคนเดียวที่ยอมทิ้งเพื่อนจอมปลอมทุกคนที่เข้าหาเพราะฐานะเพื่อมาคบกับฉันที่มีพวกผู้หญิงเกลียดเกือบครึ่งมหาลัยทั้งที่รู้ความบรรลัยของชีวิตฉันมาตั้งแต่เริ่ม "พวกขยะอย่าไปใส่ใจเรียนเถอะมึง" อาจเป็นเราสไตล์คล้ายกันด้วยแหละเลยไปด้วยกันได้ดีในทุกเรื่อง… … หลายวันผ่านไป "คุณอายคลับ มีแฟนคลับส่งของขวัญมาให้คุณอายครับ" ในตอนที่อายแคร์กำลังเดินออกมาจากคอนโดหลังจากถ่ายแบบในคอนเซ็ปท์ช่วงกลางคืนเสร็จเธอก็เดินออกมาจากคอนโดหรูพร้อมกับต่อสายหาเพื่อนสนิทแต่กลับมีพนักงานของคอนโดมาดักเอาไว้แล้วหอบของขวัญกล่องโตยื่นให้ อายแคร์หลุบมองแล้วหยุดเดินสายตามองกล่องของขวัญก่อนจะตัดสินใจกดตัดสายของต้นน้ำไปก่อน เธอเอื้อมมือรับมันมาด้วยความแปลกใจแล้วฉีกยิ้มกลับไปให้พนักงานขาย "ขอบคุณนะคะ ว่าแต่พอจะรู้ไหมคะว่าเขามีลักษณะท่าทางยังไง" "เป็นผู้ชายตัวสูงสวมฮูดและแมสสีดำครับผมหน้ายาวเกือบปิดตาผมมองหน้าไม่ค่อยชัดแต่มองออกว่าหน้าตาดีมาก" พนักงานตอบทำให้อายแคร์คิดตาม ซึ่งลักษณะแบบนี้มันคุ้น แต่มันจะเป็นได้ยังไงกันในเมื่อเขาหายไปหลายวันแล้วแถมยังไม่ได้มีข้อความหรือของส่งมาตั้งแต่วันนั้น "ขอบคุณนะคะ" อายแคร์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เดินออกมาจากคอนโดหยุดอยู่ที่รถของตนเอง เธอสอดตัวเข้าไปนั่งข้างในแล้ววางกล่องของขวัญเอาไว้เบาะข้างกันสายตาเหลือบมองด้วยความอยากรู้แต่ก็เลือกที่จะกลับไปดูที่ห้องแล้วขับกลับคอนโดใหม่ซึ่งย้ายมาได้ไม่กี่วัน เวลาผ่านไปไม่นานอายแคร์ก็กลับมาถึงคอนโดเธอทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเขี่ยเล่นพลันสายตาก็ต้องหยุดอยู่ที่โพสต์หนึ่งเป็นของดี… T*****r 'คึดถึงจึงส่งไปให้' #D อายแคร์โยนมือถือทิ้งด้วยความหงุดหงิดเธอสูดหายใจเข้าปอดแล้วตัดสินใจหยิบกล่องของขวัญสีดำขึ้นมาเธอจ้องมองมันสักพักก่อนจะแกะมันออกมาสิ่งที่พบคือรูปของเธอตอนเปลือยกายนอนหลับในห้องของดีไวน์ มือเรียวหยิบดูทีละรูปด้วยใบหน้าเจื่อนเธอพูดอะไรไม่ออกภาพตัวเองตอนเปลือยถูกเขาถ่ายเอาไว้หลายรูปและรูปพวกนี้เขาสามารถเผยแพร่มันลงตอนไหนก็ได้ เธอไม่อาจรู้ "กรี๊ดดดดดดดดดด!" เธอกรีดร้องออกมาด้วยความอึดอัดใจ ทั้งที่คิดว่าจะพ้นจากผู้ชายคนนี้แล้วทำไมเขาต้องกลับมาอีกไม่สิดีไวน์ไม่ได้กลับมาเขาไม่ได้ไปไหนด้วยซั้ายังคงวนเวียนอยู่รอบตัวเธอโดยที่อายแคร์ไม่รู้ตัว กลีบปากบางสั่นระริกสายตากวาดมองรอบห้องด้วยอาการหวาดระแวงคนตัวเล็กยกขาตัวเองชันขึ้นบนโซฟาแล้วกอดเอาไว้ มือควานหาโทรศัพท์มือถือพัลวันต้องการโทรไลน์ไปเคลียร์กับชายหนุ่มให้รู้เรื่องและไม่นานปลายสายก็กดรับ… "ต้องการอะไร พอทีได้ไหม ขอร้องแหละ…อึก" เอ่ยบอกออกไปนํ้าเสียงก็สั่นเครือโซนประสาทได้ยินเพียงเสียงลมหายใจผ่านปลายสายออกมา (…) ดีไวน์ฟังเสียงสั่นของคนตัวเล็กที่เขาตั้งใจส่งของขวัญไปให้เธอดูแล้วเหยียดยิ้มออกมาอย่างพอใจแผนที่วางไว้มันใกล้จะสำเร็จแล้ว "ได้ยินไหม ฉันถามว่านายต้องการอะไร" อายแคร์สูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้าให้ตัวเองจะสู้กับคนแบบนี้เธอไม่ควรอ่อนแอร์ (…) "ฉันรู้แล้วว่านายเป็นใคร แล้วก็รู้ด้วยว่านายคิดจะทำอะไรอยู่ ฉันจะไม่แจ้งตำรวจแต่ขอได้ไหมอย่าปล่อยรูปแค่นี้ชีวิตฉันมันก็เฮงซวยเพราะนายมามากพอแล้ว นายทำแบบนี้มันไม่ได้มีอะไรขึ้นหรอกฉันไม่ได้สนใจหรือชอบนายมีแต่จะเกลียดมากขึ้นกว่าเดิมเพราะวิธีบ้าบอแบบนี้ หยุดเถอะ หยุดทำแบบนี้ ฉันทนไม่ไหวแล้ว" อายแคร์ร่ายยาวออกมาแล้วยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมาหยาดนํ้าตาสีใสมันทะลักออกมาคลอเบ้า (…) ดีไวน์ได้แต่ฟังแล้วเค้นหัวเราะในลำคอ ไม่ได้สนใจ ไม่ได้ชอบงั้นหรอ ใครสนเมื่อเขาชอบแล้วก็ต้องได้มาครอบครองด้วย จองไว้ตั้งนานจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไง… "ได้ยินที่ฉันพูดบ้างไหม หรือนายต้องเห็นฉันอึดอัดจนฆ่าตัวตายก่อนถึงจะพอได้…" อายแคร์ตัดพ้อออกมาแล้วยกมือขึ้นปาดนํ้าตาออก "ออกมาเจอกันสิ…"เสียงตวาดของดีไวน์ทำให้ฉันสะดุ้งตกใจขยับไปชิดกับขอบเตียง เป็นครั้งแรกที่เขาตวาด และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าดีไวน์หมายถึงอะไร… "ก็บอกมาสิว่าหมายถึงเรื่องอะไร อายจะได้อธิบาย…" ฉันพยายามควบคุมเสียงตนเองไม่ให้สั่น อยากให้ดีไวน์ใจเย็นและพูดมันออกมาสักที "ไม่ต้อง…" เขาตอบมาด้วยนํ้าเสียงเยือกเย็น มือหนาบีบโทรศัพท์ในมือแน่นหรือว่าดีไวน์จะรู้แล้ว ว่าฉัน…ทะ…ท้อง"งั้นบอกอายที" "ตอบคำถามฉัน" เขาพูดสวนขึ้นมาในทันควัน ร่างหนาเดินเข้ามาประชันชิดที่ปลายเตียง สายตาเรียบนิ่งคู่นั้นซ่อนไปด้วยความน่ากลัวอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "อายแค่ออกไปเดินเล่น บอกป้าอิงแล้วด้วย" "เดินเล่น?" หมับ! มือหนาคว้าหมับเข้าที่ปลายคางฉัน เขาออกแรงบดขยี้ระบายความโกรธออกมาจนความเจ็บที่กรามวิ่งแล่นเข้ามา ใบหน้าฉันเบ้ด้วยความทรมาน มือก็พยายามจะจับแขนใหญ่ออก "แหกตาดู" ดีไวน์ยกหน้าจอมือถือขึ้นมามันกำลังฉายคลิปวีดีโอของฉันและดีเลนตอนอยู่ข้างคลีนิก และฉันเชื่อว่ามันคงไม่ได้มีแค่คลิปเดียว แสดงว่าดีไวน์ให้คนตามฉันตลอดงั้นหรอ "ดะ…ดินไปเอามาจากไหน" "คิดว่าฉันไม่รู้งั้นเหรอ" "ดินรู้เรื่องอะไร…" เคล้ง! ฉันเค้นเสียงถามกลับไปด้วยควา
ทันทีที่อายแคร์ก้าวขาเข้าไปภายในคลีนิกสายตาคู่สวยก็กวาดมองภายใน เธอหย่อนตัวนั่งลงที่อีกฝั่งคลีนิกแห่งนี้ถูกกฎหมายและปลอดภัย เพราะคุณหมอและพยาบาลสวมชุดเต็มรูปแบบ อีกอย่างที่นี้เปิดทำการเป็นเวลาเพื่อที่คุณหมอจะได้มีเวลาเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลใหญ่ อายแคร์นั่งอยู่เพียงลำพังเธอยังไม่เข้าไปสอบถามอะไรเกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติม มือบางยังคงลูบหน้าท้องตนเองอย่างแผ่วเบา เธอพึมพำขอโทษลูกในท้องก่อนจะช้อนสายตามองพยาบาลที่กำลังผายมือเชิญผู้หญิงวัยมัธยมเข้าไปในห้องเพื่อพบคุณหมอ การทำแท้งเธอมองว่าเป็นการเลือกทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนเป็นแม่แล้ว ผู้หญิงต้องอุ้มท้อง ต้องใช้เวลาเกือบปีดูแลเขาให้ดีที่สุด ในเมื่อคนเป็นแม่ไม่พร้อมก็ต้องตัดสินใจเอง ถ้าเธอพร้อมมีลูกในท้องจะถูกดูแลให้ดีที่สุด คนอื่นคงมองว่าใจร้ายใจบาป หากมาอยู่ในสถานการณ์หรือตัวเองไม่พร้อมเป็นแม่คนที่ต้องแบกความร้บชิบชอบอีกหนึ่งชีวิตเอาไว้คงไม่เข้าใจ เธอมีพ่อที่คอยอยากให้เด็กเกิดมาก็จริง แต่อายแคร์ไม่ได้อยากมีครอบครัวกับเขา…"ขอโทษนะคะ มีอะไรให้เราช่วยไหมเอ่ย" คุณพยาบาลถามออกมาเป็นภาษาจีน ทำให้เธอฟังมันไม่เข้าใจแล้วเอ่ยตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษแ
ขะ…ขีดสอง ให้ตายเถอะ ฉันท้อง… ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้ที่ตรวจครรภ์หล่นจากมือกระทบกับพื้นห้องนํ้า ฉันแทบล้มทั้งยืน แล้วแบบนี้ฉันจะทำยังไงต่อไป อีกไม่นานคงแสดงอาการออกมาชัดเจนกว่านี้ แล้วดีไวน์ก็คงจับได้ฉันคิดหาทางออกพร้อมกับจังหวะเสียงหัวใจที่เต้นระรัว ต้องเอื้อมมือจับอ่างล้างหน้าเอาไว้ อีกข้างยกขึ้นปิดปากสั่นระริก ขอบตามันเริ่มร้อนผ่าวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ในตอนที่ฉันกำลังยืนวิตกกังวลอยู่เสียงเคาะประตูห้องนํ้าก็ดังขึ้น ฉันหลุบตามองที่ตรวจครรภ์แล้วหยิบมันขึ้นมาแล้วซ่อนไว้ นํ้าตาที่กำลังจะไหลออกถูกปาดออกด้วยหลังมือ ก่อนที่ฉันจะเปิดประตูแง้มออก ก็สบตาเข้ากับดีไวน์อย่างจัง "ดิน…ไปไหนมาหรอ" ฉันยกยิ้มกลบเกลื่อนให้คนตรงหน้า ปลายจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นแอลกอฮอล์ ดีไวน์คงไปดื่มกับเพื่อนมาก่อนจะบินไปฮ่องกงสองสัปดาห์แต่ทำไมตอนนี้เขายังไม่ไปอีกก็ไม่รู้ ถ้าดีไวน์ไปตอนนี้ฉันจะได้นอนคิดหาทางออก…"ผับ""ไปเตรียมตัวได้แล้ว กำลังจะบินแล้วนิ" พูดจบฉันก็แทรกตัวผ่านร่างหนาออกมา พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงอาการกังวลออกมามาก "เธอต้องไปกับฉัน" "…แต่" คำพูดของดีไวน์ทำให้ฉันที่กำ
"อายแค่สงสัยหน่ะค่ะเลยซื้อไปลองตรวจดู…" ฉันตอบกลับเสียงแผ่วแล้วหยิบเงินออกจากถุงกางเกงวางให้พี่พนักงาน "อายกลับก่อนนะคะ""โอเคจ๊ะ" เธอพยักหน้าตอบแล้วฉีกยิ้มให้ฉันจึงหยิบที่ตรวจครรภ์ออกมาแล้วซ่อนไว้ตรงเสื้อซับใน ส่วนถุงยาก็หลบหลังเอาไว้ แต่พอเดินออกมาจากหน้าร้านได้ไม่นานก็มีเงาของใครบางคนมาขวางหน้าเอาไว้ ฉันหยุดแน่นิ่งแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเงานั้น แล้วคนที่ไม่อยากให้มาที่สุดก็ยืนอิงกับเสาสายตามองมาที่ฉัน ดีไวน์รู้ได้ยังไงกันนะว่าฉันแอบออกมาตอนนั้นเขายังคุยโทรศัพท์อยู่เลยฉันออกมาแป๊บเดียวเอง ฉันบีบถุงยาเอาไว้แน่นดีไวน์มองตาม ก่อนที่ประโยคนิ่งจะเอ่ยถามออกมา "ซ่อนอะไร" "ยาหน่ะ…ยาแก้ปวด อายปวดตัว แล้วทำไมมายืนตรงนี้" "ยาแก้ปวด" ดีไวน์ทวนแล้วหรี่ตามอง มือหนาคว้าแขนฉันแล้วดึงเข้าไปหาตนเองดีไวน์ดึงถุงยาออกมาแล้วหยิบมันขึ้นมาดู ก็ปรากฏว่ามันเป็นแผงยาคลุมหลายแผง ถูกจับได้อีกแล้วล่ะสิ "ดิน" มือหนาจับถุงขึ้นแล้วเทมันลงพื้นจนหมด เขาทิ้งถุงยาเป็นสิ่งสุดท้ายแล้วปล่อยมือออก คนตัวโตสั่งให้เดินตามมาด้วยสายตา ฉันหลุบมองแผงยาพวกนั้นด้วยแววตาละห้อย อยากจะก้มเก็บขึ้นมาก็คงทำไม่ได้ แต่ฉันไม่ยอมแพ้หร
"ได้ยินไหม…" ดีไวน์ยังคงยื่นหน้าเข้ามาคลอเคลียพร้อมกับจังหวะเอวที่เริ่มถี่มากขึ้นกว่าเดิม คาดคั้นอยู่ได้ ไม่รู้รึไงฉันกำลังเก็บอาการไว้อยู่"อ๊ะ…ดิน" เขาใช้เอวเร่งเร้าให้ฉันตอบแทนคำพูด ฉันกัดปากตัวเองอย่างขอไปทีแล้วเกาะบ่าแกร่งเอาไว้ "ตอบมา" "คะ…คบ อ๊ะ…อื้อ!! คบแล้ว…" คำตอบของฉันทำให้ใบหน้าเหยเกนั้นยกยิ้มมุมปาก ดีไวน์ได้ใจใหญ่ ก็แหงน่ะสิ เขามันชอบฉันตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว"…ครับแฟน" และมันเป็นอีกครั้งที่ดีไวน์เรียกฉันว่าแฟน…เขาเรียกฉันว่าแฟนอีกแล้ว ได้แต่ยืนนิ่งพร้อมกับร่างกายที่โดนกระแทก รู้ตัวอีกทีลิ้นหนาก็กำลังตะลอมเลียกลีบปากฉัน แล้วฉันก็ยอมให้ตานี้จูบอยู่แบบนั้นแถมยังอ้าขาแอ่นสะโพกรับเเรงอีกด้วย ใจง่ายซะจริงเลยนะอายแคร์ แต่ก่อนกลัวเขานักหนา แต่ตอนนี้ดีไวน์คงไม่ทำให้ฉันกลัวอีกแล้วมั้ง ถ้าฉันไม่…ร่าน จะพยายามก็แล้วกันนะ ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!!! "อึก…อื้อ!!" ดูเหมือนดีไวน์กำลังจะฮึกเฮิมอีกแล้วเขาตั้งใจกระแทกมากเลย ทำเอาฉันต้องร้องครางอู้อี้ในลำคอ ร่างกายปวดแน่นไปหมดอยากปลดปล่อยออกมาอยู่รอมร่อ ใกล้แล้วสิ ใกล้จะแตกอีกแล้ว คิดได้แบบนั้นก็ทุบอกแกร่งให้ปล่อยจูบก่
"ครางได้ใช่ไหม…มันเสียวมากเลยดิน" "ครางสิ ให้ดัง" ดีไวน์ตอบ แล้วขยับสะโพกสอบกระแทกลงมา เหมือนนํ้าที่ถูกขังในเขื่อนแล้วได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่งปึก! ปึก! ปึก! ปึก! "อ๊ะ…อ๊าา!" อายแคร์ร้องครางออกมาเมื่อจุดบอบบางถูกรังแก ก่อนทีีมือบางจะยกขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียง ใบหน้าส่ายไปมาพัลวัน คนบนร่างเธอร้อนแรงเกินกว่าจะต้านอยู่ ดีไวน์ตอกอัดสะโพกสอบใส่ร่องนุ่มไม่ยั้ง มือหนาลูบไล้ตามเนื้อตัวขาวเนียนแล้วหยุดที่หน้าอกอวบอิ่ม มันกำลังกระเพื่อมตามแรงโยกใต้ร่าง ใบหน้าสวยน่ารักเหยเก ปากบางยังคงเผยอขึ้นปลดปล่อยเสียงครวญครางออกมาเป็นระยะ ดีไวน์หลุบตามองอายแคร์พลันหัวใจก็เต้นรัวกระหน่ำไม่ต่างจากจังหวะเอว มันเป็นอีกแล้วดีไวน์หวั่นไหวเวลามองอายแคร์นอนอยู่ใต้ร่าง เธอสวยที่สุดในสายตาเขา"ดะ…ดิน อึก…อ๊าาา~" เธอเม้มปากแน่นเสียงหวานไม่หยุดกระตุ้นให้เขาตอกอัดแรง ยิ่งได้ฟังตอนอายแคร์ครางชื่อ ก็ยิ่งอยากกดเธอให้จมโซฟา ดีไวน์ได้แต่กัดปากตัวเองแน่นเขาขยับขาแนบกับขาเรียวแล้วทิ้งนํ้าหนักตัวลงกระแทกหมด ทำเอาเสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังลั่นห้องชมรม มือบางไร้ที่พึ่งยกขึ้นจิกขอบโซฟาที่กำลังขยับเสียรูปทรง เสียงสปริงดังระ







