เข้าสู่ระบบ‘เด็กแล้วไง เสกเบบี๋เข้าท้องพี่ได้ล่ะกัน’ กระติ๊บ คาเร็น ฮิโร (Karen Hero) สาวลูกเสี้ยวญี่ปุ่น - ไทย นักศึกษาบริหารปี 3 สาวสวย เซ็กซี่ ไม่ชอบผู้ชายอายุน้อยกว่า ‘มีน้ำเชื้อแล้วรึไง ถึงจะมาจีบฉัน’ ฌาณ คาสโตร (Charles Castro) หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ นักศึกษาแพทย์ปี 1 หนุ่มรุ่นน้องใบหน้าหล่อเหลา ฉลาด ขึ้เล่น บางมุมก็เย็นชา แต่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ‘มีให้พี่กินตลอดชีวิต‘ * กระติ๊บ เป็นลูกสาว ‘ทัพพี - เคนตะ’ ในเรื่อง #PoisonAvพิษรักนายเคนตะ
ดูเพิ่มเติมคืนวันที่ 14 กุมภา 2025
ตึก ตึก ตึก เสียงส้นสูงเดินขึ้นบันไดมายังชั้นที่สองของสถานที่บันเทิงระดับวีไอพี 'กระติ๊บ' เจ้าของรูปร่างเซ็กซี่ ใบหน้ารูปไข่สวยราวกับนางแบบ เร่งฝีเท้ามุ่งหน้าตรงไปที่ห้องวีไอพีหมายเลข 1414 อย่างรีบร้อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เมื่อมาถึงหน้าห้อง เธอไม่รอช้าใช้หลังมือเคาะประตูรัว ๆ ทันที
"เปิดประตู !..." ปัง ปัง ปัง เมื่อเคาะแล้วก็ยังไม่มีใครเปิด เธอจึงลงแรงมากขึ้นด้วยอารมณ์โกรธ อย่างไม่กลัวเจ็บ พร้อมกับตะโกนเสียงดังโวยวาย
"...เปิดประตูสิว่ะ" ปัง ปัง ปัง!
"นั่นไงกระติ๊บ" ระหว่างที่เธอกำลังเรียกร้องให้คนที่อยู่ภายในห้องเปิดประตู เฟิร์ล กับไอริน สองสาวเพื่อนสนิทของเธอก็วิ่งเข้ามาห้าม
"กระติ๊บ ใจเย็น ๆ สิ"
"ฉันเย็นไม่ไหวแล้ว...." เธอบอกกับไอรินด้วยสีหน้าโกรธจัด ก่อนจะประกาศบอกอย่างเสียงดังให้คนข้างในได้ยิน
"....ถ้ายังไม่เปิด ฉันจะพังประตูเข้าไปนะ!" สิ้นเสียง..ด้านในก็ยังเงียบ กระติ๊บทำท่ายกฝีเท้าขึ้นตั้งใจว่าจะใช้กำลังที่มีถีบประตูเข้าไป ทว่า
แอ๊ดดด ประตูก็เปิดออกมา ปรากฏร่างชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา กับหญิงสาวที่ยืนหลบด้านหลังเขา สภาพของทั้งคู่ราวกับไปสนามรบกันมา เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย เพียงแค่มองไกล ๆ ก็รู้เลยว่าทั้งสองคนทำอะไรกันภายในห้อง เพียะ! ฝ่ามือเรียวฟาดไปที่พวงแก้มของชายหนุ่มทันที ขณะที่เพื่อนสนิทของเธอทั้งสองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างพากันตื่นตกใจ
"กระติ๊บ!/กระติ๊บ" แล้วอุทานขึ้นพร้อมกัน
"พี่หมอ ทำแบบนี้กับกระติ๊บได้ยังไง!" ชายร่างสูงหน้าหันไปตามแรงตบ แล้วค่อย ๆ หันหน้ากลับมาช้า ๆ ด้วยอาการมึนงง ริมฝีปากมีเลือดไหลออกมาบาง ๆ
"เลือด!" หญิงสาวที่หลบอยู่ด้านหลังร้องด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ พร้อมกับดึงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเลือดที่ริมฝีปากให้เขาต่อหน้าต่อตาคนที่เป็นแฟน
กระติ๊บที่ยืนกอดอก เบ้ปาก จ้องมองหญิงสาวที่ทำท่าทาง ราวกับว่าชายหนุ่มใกล้จะตาย ก่อนที่จะตัดสินใจพูดคำสุดท้ายว่า
"เราเลิกกัน!" สิ้นเสียง เจ้าของรูปร่างเซ็กซี่ ก็ก้าวเท้าฉับ ๆ โดยไม่เหลียวมองหลัง
"กระติ๊บ พี่ขอโทษ" แม้แต่เสียงอ้อนวอนร้องขอของชายคนเคยรักเธอก็ไม่สนใจ
"พี่หมอ อย่าไปนะ" เธอทิ้งทุกอย่างไว้ด้านหลังโดยไม่แยแส ขณะที่สองสาวเพื่อนสนิทเดินตามเธอมาติด ๆ ระหว่างที่หมอหนุ่มคนรักของเพื่อน ถูกหญิงสาวที่เป็นมือที่สามดึงรั้งเขาไว้
'เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีใครบางคนคอยจ้องมองอยู่'
Kratip
"แก..โอเคนะ" ไอรินกับเฟิร์ล เพื่อนสนิททั้งสองของฉันเดินเข้ามาประกบข้าง แล้วกล่าวถามด้วยสีหน้า แววตาบ่งบอกให้เห็นว่าทั้งคู่เป็นห่วง
"ชินแล้วป่ะ..." ฉันตอบปัด ๆ ไป แต่ภายในใจรู้สึกเจ็บ ทำไมไม่ชินเหมือนที่พูดเลยสักนิด
"...พวกแกรออยู่ตรงนี้นะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำสักหน่อย"
"อืม/อืม" พอเพื่อนทั้งสองรับคำ ฉันก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ แล้วปิดประตูลงกลอน ก่อนจะฟุบตัวลงร้องไห้
"ฮือออ ฮือออ ฉันโดนทิ้งอีกแล้วเหรอเนี่ย...." ใคร ๆ อาจจะเห็นว่าฉันเข้มแข็ง แต่จริง ๆ แล้วฉันมันคนอ่อนแอที่สุด กี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องร้องไห้แบบนี้
"...สวรรค์ทำไมใจร้ายกับกระติ๊บแบบนี้ ฮึก.. ฉันเกลียดวันแห่งความรัก! ฮืออออ" ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งทำเอ็มวีเพลงเศร้าอยู่คนเดียวภายในห้องน้ำ
ปัง! ปัง! ปัง!
"เปิดประตูหน่อยครับ" ฉันต้องสะดุ้งโหย่งตกใจเมื่อได้ยินเสียงดังอยู่ด้านนอก ซึ่งเป็นเสียงของชายหนุ่ม จึงรีบตะโกนออกไปด้วยความโมโห
"นี่ห้องน้ำผู้หญิ..." ฉันต้องชะงักเมื่อได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง
"..ตายแล้ว นี่มันห้องน้ำผู้ชาย?" ฉันยกมือเกาหัว ไม่นึกเลยว่าตัวเองจะเซ่อซ่าเข้ามาในห้องน้ำผู้ชายแบบนี้ จึงรีบคิดหาวิธีออกไปจากตรงนี้ แต่ก็มีแค่ทางเดียว คือเดินเนียน ๆ ออกไป...
"เปิดประตูหน่อยครับ" เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น ฉันจึงตัดสินใจเดินที่หน้าประตู
แอ๊ดดดด ฉันเอื้อมมือไปเปิดอย่างช้า ๆ พอประตูเปิดออกกว้าง ก็ปรากฏร่างชายหนุ่มวัยละอ่อนแต่หล่อเหลาไม่เบาเลย ทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ ยืนเท้าเอวพร้อมกับพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ใส่ฉัน
"ทำมาจนสวยขนาดนี้แล้ว...ทำไมยังไม่แปลงเพศอีกวะ" คำพูดของเขามันทำให้ฉันรู้สึกโกรธ และโมโหเป็นอย่างมาก
"นี่นาย..." ฉันกำหมัดแน่นจ้องหน้าหนุ่มน้อยอย่างเอาเรื่อง
"....ฉันเป็นผู้หญิงย่ะ" เขาย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยแล้วต้องมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอพอที่ฉันได้ยิน
"หึหึ"
"หัวเราะอะไร" ฉันจึงถามไปทันที
"เป็นผู้หญิงแต่เข้าห้องน้ำผู้ชาย?...." พูดจบ เจ้าของใบหน้าหล่อก็ผุดยิ้มเจ้าเล่ห์
"...คิดอะไรไม่ดีอยู่หรือเปล่าน๊าาา"
"เด็กบ้า..." ฉันยกมือกอดอกแล้วจ้องหน้าเขา ไม่สิมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนอย่างที่เขามองฉัน
"...อายุเท่าไหร่เนี่ย ทำไมถึงมาในที่แบบนี้ได้ หะ!" ฉันตะคอกใส่เขา รับบทเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองแล้วหนึ่ง
"เหอะ" ชายหนุ่มรุ่นน้องเบือนหน้าแล้วกลั้วหัวเราะสั้น ๆ
"พ่อแม่นายรู้หรือเปล่า ว่านาย..."
"ยุ่งอะไรด้วย..เป็นเมียผม?" กรี๊ดดด ฉันยังพูดไม่จบประโยค เด็กบ้านี่ก็แย่งฉันพูด แล้วยังมาพูดว่าฉันเป็นเมียเขา
"โธ่เด็กนัอย! ใครอยากจะเป็นเมียนาย" แม้ว่าจะอายุน้อยกว่า แต่รูปร่างสูงโปร่งแต่ก็ไม่ได้บอบบางจนเกินไป รู้สึกว่าจะมีกล้ามด้วย หน้าตาก็หล่อดี ออกไปทางลูกครึ่งซะด้วย แต่ก็ไม่ใช่สเปคฉันย่ะ เพราะ..
'ฉันไม่กินเด็ก!'
"ของผมไม่น้อยนะครับ" หนุ่มรุ่นน้องสวนกลับแล้วหลุบตาลงมองที่เป้ากางเกงตัวเอง
"เชอะ!..ฉันว่าไม่ใช่แค่น้อย สั้น ๆ ด้วยใช่มั้ย" รู้จักกระติ๊บคนนี้น้อยไปซะแล้ว
"จับดูป่ะล่ะ" เด็กบ้านี่คว้ามือฉันไปจะถึงตรงเป้ากางเกงเขา ฉันก็รีบสะบัดมือออก
"อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะ"
"หึ" เจ้าของใบหน้าหล่อสไตล์ลูกครึ่งหัวเราะชอบใจ
"กระติ๊บ" ระหว่างที่ฉันยืนเถียงกับเด็กบ้านี่ เสียงหวานก็เอ่ยเรียก
"ทำอะไรอยู่อ่ะแก" เฟิร์ลกับไอริน เพื่อนรักฉันเดินเข้ามาแล้วกล่าวถามทันที
"เฮ้ย..แกนี่มันห้องน้ำชายหนิ" ไอรินพูดจบก็เอามือปิดที่ปากตัวเองสีหน้าตื่นตกใจ
"เอ๊ะ...นาย.." เฟิร์ลหันไปยังชายหนุ่มรุ่นน้องแล้วขมวดคิ้วราวกับคิดอะไรบางอย่าง
"...เหมือนว่าฉันจะเคยเจอนายมาก่อนนะ"
"ไอ้ฌาณ ทำอะไรอยู่นานจังวะ" แล้วจู่ ๆ ก็มีเสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้น สายตาทุกคู่ก็จ้องไปยังคนที่กำลังเดินเข้ามา
"ไคโตะคุง!"
..........
หลังจากเรียนจบ ฌาณก็เข้าทำงานที่โรงพยาบาลของตระกูลฝ่ายแม่ เป็นนายแพทย์ที่อายุน้อยที่สุดในโรงพยาบาลและเรียนจบเร็วในคณะ ตอนนี้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ดูสุขุมกว่าเมื่อก่อน ฉันย้ายไปอยู่เพนต์เฮ้าส์กับเขา ซึ่งคุณพ่อของฌาณยกให้ฉันเป็นของขวัญวันแต่งงาน หรูหราหมาเห่ามากใกล้จะถึงวันแต่งงาน ฉันเตรียมตัวอย่างดี ใช่แล้วฉันจะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด อิอิ"แก..ไปฉีดโบท๊อกกับฉันหน่อย" ฉันโทรไปชวนไอริน ซึ่งพักหลัง ๆ เฟิร์ลดูไม่ค่อยว่างเลย ไม่รู้ว่างานยุ่งหรือติดผู้ชาย(แกจะฉีดไปทำไม หน้าแกก็ไม่...)"ไม่ได้หรอก ฉันแก่กว่าฌาณตั้งสามปีนะ" ฉันแทรกพูดด้วยน้ำเสียนอยด์ ๆ ตัวเอง(โอ๊ย แกไม่ได้ดูแก่ขนาดนั้นสักหน่อย ไปบำรุงผิวก็พอ) ไอรินเพื่อนรักเอ่ยปลอบใจ"ก็ได้" ฉันก็เออออไป เพราะจริง ๆ แล้วฉันกลัวเข็ม ย้อนแย้งมั้ยล่ะอยากมีแฟนเป็นหมอ แต่กลัวเข็มกลัวเลือด(เลิกงานเจอกัน)"โอเค" พอฉันกดวางสาย เสียงโทรเข้าก็ดังขึ้นหน้าจอแสดงสายที่โทรเข้าเป็น 'สามีเด็ก' ยังไม่แต่งแต่เรียกสามีไปแล้ว"ฮัลโหล" ฉันกดรับแล้วส่งเสียงหวานเข้าไปในสาย(ทำไมไม่รับโทรศัพท์!) เสียงทุ้มดุดังเข้ามาจากลำโพงโทรศัพท์ ทำให้ฉันก็รีบเอาออกห่างจ
ตอนนี้ฉันกับไทกะอยู่บนเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังโตเกียว และเป็นที่พี่ชายของฉันก็อยู่ที่นั่น ไทกะเคยพบเจอกับพี่คาซูเอะช่วงที่เขามาฉลองวันปีใหม่ที่บ้าน ไทกะเคยบอกฉันว่า พี่คาซูเอะ ไม่ใช่คนธรรมดา ฉันไม่เข้าใจที่เขากำลังจะสื่อ แค่บอกเพียงว่า พี่คาซูเอะมีอิทธิพลในโตเกียวมาก ๆ มันจะขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันแอบขำในใจ"เสียใจไหม" ระหว่างการเดินทาง ไทกะก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม"เสียใจเรื่องอะไรคะ" จริง ๆ ฉันรู้นะ ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้"ดูเขาน่าสงสารนะ" ฉันก้มหน้าลง แล้วบีบมือตัวเองแน่น ใช่ ฉันเห็นแล้วก็สงสารเขาเช่นกัน"...." ฉันยังคงนั่งเงียบ ไม่อยากจะพูดอะไร ภายในใจรู้สึกเจ็บนิดหน่อย"เรื่องหมั้นเลื่อนไปก่อนได้นะ" พอไทกะพูดจบ ฉันก็เงยหน้ามองเขา"คิดซะว่าเรามาเที่ยว..." เขาเผยรอยยิ้มบาง ๆ"...ชวนเพื่อน ๆ ของเธอมาด้วยดีไหม" เขาคงหมายถึง เฟิร์ล กับไอริน"พี่คะ..." เป็นครั้งแรกที่ฉันเรียกเขาว่าพี่"...กระติ๊บ อยากทบทวนอะไรบางอย่าง" สิ้นเสียง ลมหายใจของไทกะก็เปล่งออกมาจนให้ได้ยิน"พี่เข้าใจ" เขาเอื้อมมากุมมือฉันไว้แน่น"พี่จะไม่โกรธกระติ๊บใช่มั้ย" เขาส่ายหน้า แล้วเปล่งเสียงออกมาเบา
ไทกะเข้ามาที่บ้านเพื่อพูดคุยเรื่องหมั้นของเราสองคน คุณพ่อ คุณแม่ ต่างก็แสดงความยินดี คงอยากจะให้ฉันออกเรือนไปเร็ว ๆ เพราะอายุอานามฉันก็ไม่น้อยแล้วครอบครัวของไทกะอยู่ที่ญี่ปุ่น เขาจึงจะไปรับพวกเขามาเจรจา และปรึกษาหารืออีกครั้งอย่างเป็นทางการ ทางฝ่ายฉันก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร หลังจากพูดคุยกันเรียบร้อย ไทกะก็พาครอบครัวฉันไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่ง เฟิร์ล ไอริน และไคโตะ ก็ตามมาด้วยจริง ๆ แล้วน้องชายตัวแสบของฉันไม่ได้อยากมาด้วยหรอก แต่โดนคุณพ่อบังคับให้มาทำความรู้จักกับพี่เขยไว้ แม้ว่าไคโตะกับไทกะจะเคยพบเจอกันบ่อย ๆ เวลาเขาไปที่บ้าน แต่ทั้งสองก็ไม่ค่อยจะได้พูดคุยกันสักเท่าไหร่ แต่ไม่ถึงกับไม่ชอบขี้หน้ากันนะ"อยากทานอะไรสั่งเต็มที่เลยนะ" ไทกะกล่าวกับทุกคนอย่างสุภาพ"ขอจัดเต็มเลยนะ" เฟิร์ลเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ"แก ๆ ..." ไอรินที่นั่งข้าง ๆ สะกิดแขนฉันแล้วพูดเบา ๆ"...เดือนหน้าแกจะไปญี่ปุ่นเหรอ" ฉันผงกหัว ทั้งเฟิร์ล และไอรินคงไม่รู้ว่าฉันกับไทกะจะไปหมั้นกันที่ญี่ปุ่นเป็นประเพณีทางฝ่ายนั้น และถือโอกาสรับคุณพ่อคุณแม่ และญาติ ๆ ของไทกะมาด้วย"ได้ข่าวเอ่อ....ฌาณบ้างมั้ย" ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ เฟิร์
หลังเลิกงาน ฉันกดเบอร์โทรหาฌาณ นัดเขามาต่อว่า และจะพูดคุยให้ชัดเจน เพราะตอนนี้ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว เขายังจะมาวุ่นวายกับฉันไม่เลิก ถึงขนาดทำใบตรวจร่างกายปลอมไปหลอกถามเพื่อนฉันอีกตรืดดดด ตรืดดดด(ฮัลโหล) เสียงทุ้มดังเข้ามาในลำโพงของโทรศัพท์"ฉันเองนะ เจอกันหน่อยมั้ย" ฉันพูดเข้าไปในสายด้วยน้ำเสียงเรียบแฝงความดุดัน(ได้สิครับ ที่ไหนดี...) ฉันกำลังครุ่นคิด ทว่าฌาณก็พูดขึ้นมาซะก่อน(...คอนโดผมดีมั้ย) สิ้นเสียง หัวใจไม่รักดีเกิดอาการเต้นแรงขึ้นมาซะงั้น พอนึกถึงคอนโดอดีตแฟนเด็ก ความทรงจำเก่า ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว ทุก ๆ สิ่ง ทุกอย่างที่เราสองคนกระทำ รวมถึงเรื่องบนเตียง ช่วงเวลานั้นฉันรู้สึกมีความสุขมาก(ว่าไงครับ หรือจะให้ผมไปคอนโดพี่) อาจจะเป็นเพราะฉันเงียบไป เขาจึงพูดขึ้นพร้อมกับแนะนำสถานที่อีกแห่ง"ทำไมต้องเจาะจงที่คอนโด" ฉันกัดกรามพูดอย่างโมโห เจตนาเขาต้องไม่ดีแน่ ๆ(ถ้าไม่ไปคอนโด งั้นไปโรงแรม?) ไอ้เด็กบ้านี่คิดไม่ซื่อกับฉันจริง ๆ ด้วย"ฉันไม่ไป และจะไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้นแล้ว!" ฉันตวาดใส่ด้วยความโกรธ(ถ้าไม่ไป ผมจะเอาใบตรวจร่างกายของพี่ไปให้ไอ้ไทกะดู หึหึ) กรี๊ดดดด ฉันอยากจะกรีดร้