تسجيل الدخولเช้าวันต่อมา...
ฉันฝืนตื่นขึ้นมาทำงานตามปกติแม้ทั้งร่างกายและสภาพจิตใจในตอนนี้จะเข้าขั้นวิกฤตก็ตาม อาการเวียนหัวจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเข้าเล่นงานอย่างหนัก แค่กล้ำกลืนฝืนทนยืนอยู่กับที่ก็หนักหนาแล้วแท้ๆ อาการเจ็บป่วยทางใดเองก็ยิ่งย่ำแย่เข้าไปอีก
ความพยายามฝืนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่ากำลังถูกคนรักของตัวเองนอกใจกลับไปหาแฟนเก่า นี่มันแย่เสียยิ่งกว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่อีก ทั้งสองคนเคยมีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน ไม่แน่ว่าความรัก ความผูกพันที่มีให้กดันเองก็อาจจะยังหลงเหลืออยู่ คนมาทีหลังแบบฉันเอาอะไรไปสู้ก็ไม่ไหวอยู่แล้ว
เมื่อคืนตัดสินใจไปแล้วดิบดีว่าจะยอมเป็นคนถอยออกมา แต่พอหันกลับมามองใบหน้าหล่อเหลาที่แสนคุ้นเคยแล้วกลับรู้สึกใจหายที่จะต้องจบความสัมพันธ์นี้ลง สี่ปีที่เคยใช้เวลาร่วมกันมามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจได้เลย แต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ที่ว่าฉันแพ้... แพ้คนเก่าที่ติดอยู่ในใจของเขามาตลอดอย่างหมดรูปเลยล่ะ
“ทำไมออกมานอนที่โซฟาล่ะ” คิ้วเรียวหนาขมวดเข้าหากันถามฉัน
“มินอนไม่หลับเลยตื่นมาดูรายการทีวีแล้วเผลอหลับไปน่ะค่ะ” ฉันตัดสินใจไม่พูดความจริงกับเขา แม้จะรู้ว่ามันเป็นคำโกหกที่ไม่เนียนเอาเสียเลยก็ตาม
“แล้วทำไมไม่ปลุกพี่” คนตัวโตยังคงแสดงความไม่พอใจออกมาผ่านทางสีหน้าบึ้งตึงไม่หยุด
“เห็นพี่เจย์หลับสบายเลยไม่อยากรบกวนค่ะ” ฉันยังคงแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ต่อไป พูดความจริงแล้วจะได้อะไร ยังไงก็เปลี่ยนแปลงวความจริงที่ว่าเขาแอบไปมีอะไรกับแฟนเก่าไม่ได้อยู่ดี
“อย่าโกหกพี่ มิลาน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเย็น ใบหน้าหล่อเรียบตึงขึ้นมาในทันที มือหนาบีบต้นแขนของฉันอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บไปหมด
“ก็ได้ค่ะ มิเห็นข้อความจากโทรศัพท์พี่หมดแล้ว คนโกหกคงไม่ใช่มิแล้วล่ะ” ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึก พยายามขจัดเอาความรู้สึกตีรวนภายในใจออกไป ขอบตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาโดยอัตโนมัติเมื่อพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“นี่เธอ...” แรงบีบจากมือหนาผ่อนคลายลงพร้อมกับใบหน้าที่ตะลึงงันของเขา ชายคนนี้คงจะคิดว่าฉันโง่มากจนจะสวมเขาให้ยังไงก็ได้ หลอกอะไรฉันก็เชื่อล่ะมั้ง
“ถ้าอยากกลับไปหาคุณชิชา พี่เจย์บอกมิตรงๆ ได้เลยนะคะ ไม่ต้องโกหกอะไรมิให้ลำบากใจหรอก มิเข้าใจทุกอย่างดี...” ความอ่อนแอเข้าเล่นงานฉันอีกครั้ง น้ำสีใสเอ่อคลอขึ้นมารอบดวงตาบดบังทัศนวิสัยโดยรอบ แม้แต่ภาพของคนร่างสูงตรงหน้าเองก็เริ่มเลือนรางลงไปทุกที
“ไม่ทิ้งเธอหรอกมิลาน... ไม่มีวัน”
หมับ!
จบประโยคร่างหนาของเจเดนก็คว้าเอาฉันไปกอดไว้แนบอกแกร่ง ความแนบแน่นกับสัมผัสของเขาไม่ได้ทำให้รู้สึกดีหรืออุ่นใจขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้ว่าความรู้สึกของฉันมันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ อ้อมกอดอบอุ่นที่ฉันเคยโหยหามันทุกวันกลับกลายเป็นความอึดอัดเมื่อถูกเขาโอบรักดเอาไว้
ฉันกำสองมือเอาไว้แน่น จิกเล็บลงบนฝ่ามือบางข่มกลั้นความรู้สึกหนักหน่วงพวกนี้เอาไว้จนสุด แทบล้มทั้งยืนกับคำพูดเห็นแก่ตัวของเขา ไม่มีวันทิ้งฉันงั้นเหรอ... เขาได้นึกถึงความรู้สึกของผู้หญิงอีกคนที่ตัวเองซ่อนเอาไว้หรือเปล่าในขณะที่กำลังบอกฉันแบบนี้
ไม่สิ...
เขาคงไม่ได้นึกถึงความรู้สึกใครมาตั้งแต่แรกนั่นแหละ เพราะคำพูดพวกนั้นมันไร้ราคาและไม่มีความหมาย เป็นแค่ประโยคขายฝันที่เอาไว้ใช้หลอกล่อผู้หญิงโง่งมให้ติดกับเท่านั้น เมื่อรู้แบบนี้แล้วทำไมถึงยังรักเขากันนะ
ได้แต่ปลอบตัวเองว่าเมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ควรจะจบมันให้ได้ ยิ่งหลอกตัวเองแล้วยื้อเวลาก็คงจะไม่พ้นมีแค่ฉันที่เจ็บปวดกับการหลอกตัวเอง หากเป็นช่วงก่อนที่จะเห็นหลักฐานพวกนั้นด้วยตาเนื้อของตัวเอง ฉันก็คงจะหลงเชื่อเขาไปแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ไม่ใช่...
ฉันปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในอ้อมกอดหนาจนกว่าคนตัวโตจะพอใจก่อนจะปล่อยร่างกายของฉันให้เป็นอิสระ ตลอดการเดินทางมาทำงานบนรถคันหรูของเจเดนมีเพียงความเงียบงันที่ฉันมอบให้ ฉันลอบมองเขาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้มองเขาแบบนี้ในฐานะคนรัก
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” ฉันเอ่ยกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหัวใจดวงน้อยที่เจ็บปวดมาตลอดทั้งคืน
“ตอนเย็นพี่มารับ” เขาบอกแค่นั้นก่อนจะขับรถออกไป
พนันได้เลยว่าเขาต้องผิดคำพูดอีกหากผู้หญิงคนนั้นต้องการให้เขาไปหา ฉันได้แต่แค่นยิ้มให้กับตัวเองด้วยความสมเพช นี่ฉันคิดอะไรอยู่กันนะถึงได้เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนเก่าที่เขารักเต็มหัวใจ กับตัวฉันเองที่เป็นได้แค่คนคั่นเวลาเท่านั้น
ฉันน่ะแพ้... แพ้หมดรูปเลยล่ะ
“เป็นอะไรหรือเปล่ามิ สีหน้าดูไม่ดีเลย” รุ่นพี่สาวกลุ่มเดิมที่ฉันสนิทด้วยเอ่ยถามขึ้นมา ฉันคงเก็บอาการได้ไม่ดีสินะเธอถึงได้สังเกตเห็นมัน
“ปัญหาส่วนตัวนิดหน่อยค่ะพี่วิเวียน เรื่องเดิมๆ” ฉันพูดพลางส่งยิ้มเศร้าๆ ให้กับเธอ แค่สบสายตาเข้มแข็งของรุ่นพี่คนนี้แล้วพบว่าเธอสามารถเข้าใจทุกเรื่องได้ในทันที
“ปัญหาหัวใจอีกแล้วสินะ” พี่วิเวียนส่ายหน้าช้าๆ ไปมาอย่างคนปลงโลก สาวแกร่งคนนี้เองก็ผ่านเรื่องราวความรักที่เลวร้ายมาเหมือนกันสินะ
“หาใหม่ไปเลยจ้า สวยๆ แบบน้องมิลานนี่คนรอต่อคิวเพียบอยู่แล้ว” รุ่นพี่สาวคนสนิทอีกคนเข้ามาพูดปลอบใจด้วยรอยยิ้มสดใสตามสไตล์ของเธอ
“โอ๊ย! มึงนี่ก็จะให้น้องมันหาผู้ใหม่อย่างเดียวเลย ถามน้องมันยังว่าอยากมีคนใหม่ไหม พร้อมเริ่มใหม่หรือยัง ดูรักเขาหลงเขาเสียขนาดนั้น!” พี่วิเวียนร่ายยาวออกมาชุดใหญ่หลงจากไม่เห็นด้วยกับคำพูดของพี่อาริน
“ถ้ามันไม่ดีก็มีใหม่เถอะค่ะ ไปวัดดวงกับคนใหม่ดีกว่าหวังให้คนเก่ากลับใจนะคะ!” สาวสวยหวานคนนี้ยังยืนยันความคิดเห็นของเธอ
“พวกมึงหยุดเถียงกันก่อนได้ไหม ให้น้องเขาได้เล่าก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นอีก” คนเดียวที่ยังไม่ออกความเห็นใดๆ แล้วรอรับฟังเรื่องนี้อย่างใจเย็นก็คือคุณร่มเกล้า รุ่นพี่สาวคนสวยที่กำลังถูกชายผู้เป็นเจ้านายของฉันตามง้อขอคืนดีอยู่นั่นเอง
“นั่นสินะ น้องมิเล่าให้พวกพี่ฟังได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น พวกพี่พร้อมช่วยกันรุมสาปพี่เจย์ตามไอ้พี่เหมไปอีกคน!” ทั้งสองคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของแม่พระอย่างคุณเกล้า ไม่วายจะพูดติดตลกด้วยการเหน็บแนมไปถึงแฟนหนุ่มของฉันและเพื่อนสนิทของเขาอย่างเหมราช
“พี่เจย์แอบกลับไปหาคนเก่าค่ะ...” ฉันสูดลมหายใจเข้าปอด พยายามเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ใส่อารมณ์ร่วมเข้าไปมากนัก
“เชี่ย! นี่มันเลวร้ายยิ่งกว่าแอบมีผู้หญิงคนนั้นคนนี้แบบพี่เหมของมึงอีกนะเกล้า!” พี่วิเวียนร้องออกมาด้วยความตกใจ ความคิดเห็นของเธอเองก็ไม่ต่างจากที่ฉันคิดเอาไว้มากเท่าไหร่นัก
“แล้วน้องมิรู้ได้ยังไงว่าพี่เจย์มันแอบกลับไปหาคนเก่า” พี่อารินถามด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตบ้องแบ๊วแบบสาวญี่ปุ่นนั่นกำลังจ้องมองมาด้วยความอยากรู้แบบสุดๆ
“มิค้นเจอคลิปที่ทั้งสองคนแอบมีอะไรกันแล้วก็แชทข้อความจากมือถือพี่เจย์เมื่อคืนค่ะ” ฉันฝืนทนเล่าต่อ ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้าไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังไม่ชินสักที
ปัง!
“เลวมาก! เลวมันทั้งคู่เลย เห็นความรู้สึกมิเป็นอะไรเนี่ย!” สาวหน้าหวานคนเดิมตบโต๊ะขึ้นมาเสียงดังด้วยความโมโห ฉันเองตอนที่อ่านข้อความพวกนั้นเองก็รู้สึกแบบเดียวกันกับเธอเช่นกัน
“แล้วมิจะทำยังไงต่อ ถ้าเป็นพี่คงบอกเลิกนะ แบบนี้มันหยามศักดิ์ศรีกันชัดๆ!” คนแข็งแกร่งออกความเห็น ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดพูดออกมาด้วยความโกรธ
“มิก็ว่าจะเลิกกับพี่เจย์ค่ะ แต่ว่า...”
“…”
“มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น”
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป.... เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วทว่าสำหรับชายหนุ่มที่ต้องนอนแยกห้องกับคนรักสาวมาเป็นอาทิตย์แล้วนั้นกลับเชื่องช้าเหลือเกิน เขาเฝ้านับวันรองานแต่งงานมาโดยตลอด ภายในห้องโถงคฤหาสน์หรูหราถูกตกแต่งมาเป็นอย่างดีในธีมสวรรค์จำลอง แขกเหรื่อภายในงานต่างยิ้มแย้มแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวอย่างไร้ข้อกังขา ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีระดับโลกกับลูกสาวมาเฟียอิตาลีผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืด ในสายตาของแขกทั้งหลายต่างก็มองว่าเป็นการแต่งงานเพื่อเสริมบารมีให้กันและกันอย่างแน่นอน แต่ความเป็นจริงแล้วใครจะรู้ว่าความรักของทั้งคู่นั้นเป็นแค่ความรักแบบหนุ่มสาวทั่วไปซึ่งคบหากันมาหลายปี ฝ่ายเพื่อนเจ้าบ่าวนั้นคงไม่พ้นเพื่อนสนิทขาประจำอย่างเพลิงกัลป์และเซน ขาดก็แต่เหมราชที่ติดภารกิจง้อเมียไม่สำเร็จแถมยังไม่กลับเป็นผู้เป็นคนอีกต่างหาก วันๆ ได้แต่กอดขวดเหล้าเคล้าบุหรี่เพ
การพูดคุยระหว่างผู้ใหญ่ต่างวัยทั้งฝั่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวสามารถผ่านไปได้ด้วยดีแม้ในคราแรกเกือบจะเกิดเหตุการณ์ไม่ลงรอยกันระหว่างตระกูลมหาเศรษฐีชั้นนำของโลกอย่างฝั่งเจ้าบ่าว และตระกูลมาเฟียทรงอิทธิพลผู้ทรงอำนาจจากฝั่งเจ้าสาว ต้องนึกขอบคุณในความสัมพันธ์ในวัยเด็กของมารดาบุญธรรมทางฝั่งเจเดนกับมารดาแท้ๆ ของผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าสาวอย่างแม็กซ์เวลล์ สตรีวัยกลางคนทั้งสองเคยเป็นเพื่อนรักในวัยเด็กกันจวบจนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีความสัมพันธ์อันดีแม้จะต่างฝ่ายต่างไปมีครอบครัวแล้วก็ตาม แม็กซ์เวลล์ในวัยเด็กที่ถูกเลี้ยงมาโดยมารดาชาวอังกฤษได้พบกับ ‘เอลิซาเบธ’ หรือสตรีอาวุโสตรงหน้าอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากว่าท่านไม่สามารถมีบุตรได้ด้วยตนเองเพราะปัญหาสุขภาพทำให้มีความเอ็นดูในตัวเด็กชายแม็กซ์เวลล์อยู่ไม่น้อย เมื่อรำลึกความหลังวัยเยาว์กันอยู่นานพอสมควร มหาเศรษฐีวัยกลางค
@Luxu Condominium“พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ผมรีบเรียกแฟนสาวตัวเล็กเอาไว้หลังจากที่เธอเมินผมมาตลอดทางกลับจากโรงพยาบาล“มีอะไรจะพูดก่อนจะเป็นแฟนเก่าเหรอคะ?” ร่างบางตรงหน้ากอดอกยืนคุยกับผมอย่างเอาเรื่อง ท่าทีของเธอทำเอาหัวใจของผมกระตุกวูบไปเลย“แฟนเก่าอะไร พี่ไม่เป็น” ผมยืดอกเต็มที่ไม่ยอมรับสถานะ ‘ก่อนจะเป็นแฟนเก่า’ ที่เธอยัดเยียดมาให้“อย่ามากลับกรอก สัญญาเราก็มีเป็นลายลักษณ์อักษรนะ” มิลานไม่ยอมแพ้ ยกเรื่องสัญญาฉบับไม่สมบูรณ์ที่ผมหลอกให้เธอเซ็นต์เอาไว้ให้ตายใจเฉยๆ ฉบับนั้น“ก็แค่กระดาษโง่ๆ แผ่นเดียวป่ะ พี่ฉีกทิ้งก็จบ” ผมทำตัวหน้าด้านไม่ยอมรับเรื่องสัญญาที่เธอพูดถึง ขืนกูทำตามคำพูดจริงคงโดนทิ้งแล้วลูกกูก็กำพร้าพ่อสิวะ ใครจะยอม ขอพลิกลิ้นกลับคำหน่อยเถอะ“ฉันก็พอจะรู้นะว่าพี่มันเฮงซวย แต่ไม่คิดว่าจะไม่รักษาคำพูดแบบนี้” คำด่าอีกชุดจากเมียที่ผมเลือกเองเข้าหน้าผมเต็มๆ ไม่ใช่แค่ยืนด่าปกติแต่ยังมีท่าทางประกอบอย่างการชี้นิ้วใส่หน้าผมด้วย“อยากเลิกนักเหรอ?! เออ
(Jayden’ s Part)มิลานกำลังตั้งท้อง...ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว....หลายคนคงจะไม่เชื่อว่าครั้งหนึ่งผมเคยกลายเป็นไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่คิดจะใช้ลูกเป็นข้ออ้างในการฉุดรั้งไม่ให้แฟนสาวคนสวยเลิกรากับผมไป ยอมรับเลยว่าผมในตอนนั้นสารเลวจนไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ ทั้งนอกกายเธอไปหาแฟนเก่าแถมยังไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกถ้าหากว่าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้น...อยากจะเสยหมัดเข้าหน้าตัวเองในอดีตจริงๆ ที่กล้าทำร้ายจิตใจมิลานได้ถึงขนาดนั้น ดีแต่ทำให้เธอต้องมาร้องไห้เสียใจเจ็บปวดผิดหวังกับความไม่รู้จักพอของผมเอง สาบานเลยว่าไม่มีวันไหนที่ผมอยากจะปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลง ยิ่งหลังจากกลับมาปรับความเข้าใจกัน ผมยิ่งรู้สึกผิดทุกครั้งที่มองหน้าเธอ ได้แต่สาบานกับตัวเองในใจว่าจะไม่มีวันทำร้ายเธออีกตอนที่ผลตรวจการตั้งครรภ์ออกมาว่าคนรักของผมกำลังท้องอยู่ ผมดีใจมากจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ทั้งที่ปกติแล้วผมไม่ใช่คนอ่อนไหวอะไร ออกจะไปทางผู้ชายแมนๆ ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเลยด้วยซ้ำไป แต่ว่าพอเป็นเรื่องลูกแล้วผมกลับอ่อนไหวแล้วปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อ
ฉันอาเจียนใส่เขา...ของเหลวสีใสเหนียวหนืดพวยพุ่งออกมาจากปากของฉันกระเด็นโดนเสื้อผ้าของร่างหนาและไหลลงสู่โซฟาหรูก่อนจะลงสู่พรมขนสัตว์บนพื้นห้อง เจเดนไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือขยะแขยงอะไรอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ เขาเพียงถอดเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนไปด้วยอ้วกออกแล้วจัดการทำความสะอาดโซฟากับพรมจนกลับมาเหมือนใหม่หลังจากจัดการกับกองอ้วกของฉันเสร็จคนตัวใหญ่ก็เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับร่างกายของเขาโดยใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ เสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ของเขาถูกใช้ห่อหุ้มร่างกายของฉันก่อนจะถูกยกร่างบางขึ้นโดยแขนเต็มไปด้วยมัดกล้าม“จะพาไปไหนคะ?” ฉันถามขึ้นเมื่อถูกอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาวโดยที่ไม่รู้จุดหมายปลายทาง“ไปโรงพยาบาล ไปตรวจกันว่าเป็นอย่างที่เราคิดไหม” ร่างหนาตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทว่าดวงตาของเขากลับวูบไหวเต็มไปด้วยประกายความหวังอย่างปิดไม่มิด“อาจจะเป็นแค่โรคกระเพาะก็ได้...” ฉันพยายามพูดกลางๆ ไม่อยากให้เขาคิดไปเองแล้วตั้งความหวังเอาไว้สูงจนเกินไป หากคาดหวังแล้วเกิดว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดขึ้นมาคงจะเสีย
หลายวันต่อมา....สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจเดนดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ เขาได้จัดการเคลียร์ตัวเองโดยที่ฉันไม่ต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดอีกต่อไป อะไรที่เขาสามารถคิดเองได้ว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเขาก็จะเลี่ยงมันด้วยตัวเองทว่าพักนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายตัวเองขึ้นมาได้แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม ฉันเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา ร่างกายโหยหาการพักผ่อนมากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งและรู้สึกคลื่นไส้จนบางทีอยากจะอาเจียนขึ้นมา อาหารที่เคยชอบกลับรู้สึกไม่อยากจะกินมันเสียอย่างนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความเครียดก็คงไม่ใช่ ช่วงนี้ฉันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องคิดมากอะไร ออกจะสบายกายสบายใจเสียด้วยซ้ำจะว่าไปแล้วรอบเดือนของฉันก็ยังไม่มาเลยนี่...เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ชีวิตของฉันเพิ่งจะผ่านมรสุมความรักครั้งใหญ่มา ทำให้มีอาการเครียดจนระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเกิดอาการแปรปรวนรวมไปถึงมีเรื่องให้ต้องคิดและจัดการมากมายจึงไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควรมากนักฉันพยายามคิดในแง่ดีไม่กังวลไปก่อนที่จะเก







