LOGIN“อยากเลิกจริงดิ?” ร่างหนาของเจเดนถามขึ้นมาอีกครั้งหลังจากผ่านมรสุมการวิวาทลูกใหญ่จากฉันมาได้ไม่นาน ร่างกายแข็งแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการออกกำลังกายมาอย่างดียังคงนอนหอบหายใจแรงเพราะความเหนื่อยล้า
“ก็ไม่ได้อยากเลิกหรอกค่ะถ้าความสัมพันธ์ของเรามันดีอย่างที่เคยเป็น” ฉันพูดพลางระบายยิ้มเศร้าออกมา บนโลกนี้คงไม่มีใครอยากเลิกราหากว่าความสัมพันธ์มันดีหรอก ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับความจริงว่าความสัมพันธ์ของเรามันย้อนกลับไปในช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นไม่ได้อีกแล้ว
“พี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เลย” น้ำเสียงเข้มแข็งของเขาแผ่วเบาลงจนน่าใจหาย มือหนาวางลงบนตักของฉันบางเบาคล้ายกำลังสำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“มันพังลงไปหมดแล้ว พี่เจย์เองก็รู้ใช่ไหมคะว่าทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เพราะอะไร” ฉันจับมือหนาออกจากตักของตัวเองทันที ไม่ได้อยากจะอีโก้หรือหาเรื่องทะเลาะอะไรหรอก ฉันแค่ต้องการให้เขายอมรับความจริงก็เท่านั้น
“ถ้าไม่มีคลิปพวกนั้น เธอคงจะตัดขาดพี่โดยไม่ลังเลเลยสินะ” ใบหน้าคมคายของเขาแค่นยิ้มออกมาเหมือนคนกำลังหัวเราะเยาะตัวเองมากกว่า ฉันเองก็เข้าใจความรู้สึกนั่นดี อาจเป็นเพราะว่ากำลังเสียดายพื้นที่ปลอดภัยอย่างฉันที่เขาเคยมีมาตลอด
“อย่าพูดอะไรที่พี่เองก็รู้คำตอบอยู่แล้วเลยค่ะ” ฉันส่ายหน้าช้าๆ ปรามเขาไม่ให้โทษตัวเองไปมากกว่านี้ จงใจทำทุกอย่างพังด้วยมือของตัวเองไปตั้งขนาดนั้นแล้ว จะมาตีอกชกตัวเองตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว
“พี่ยอมเลิกก็ได้นะมิลาน” เขาพูดขึ้นมาราวกับกำลังยอมแพ้กับสิ่งที่ตัวเองพยายามยื้อมันเอาไว้ แต่แล้วประโยคถัดมาของเขาก็ทำให้รู้ว่า... ฉันคิดผิด
“...”
“แต่ก่อนจะจบกันช่วยแสดงออกมาว่ายังรักกันสักนิดได้ไหม?” ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเรียบนิ่งจริงจัง ไม่ได้ฉายแววล้อเล่นหรือปั่นประสาทเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาแม้แต่น้อย
“ให้มิทำยังไงคะ” ฉันถามกลับ คำพูดของเขามันช่างไม่ชัดเจนเอาเสียเลย อีกอย่างฉันก็ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเขาว่าต้องการอะไรกันแน่ จะมาขอให้แสดงความรักเอาตอนกำลังจะเลิกราเนี่ยนะ
คิดอะไรของเขาอยู่กันแน่...
เจเดนไม่ปล่อยให้ฉันสงสัยนานนัก แขนแกร่งดึงฉันให้ล้มตัวลงไปนอนบนเตียงข้างๆ เขา นิ้วเรียวค่อยๆ ยื่นมาสัมผัสตามกรอบหน้าของฉันอย่างแผ่วเบาก่อนจะลดช่องว่างระยะห่างระหว่างเราด้วยการโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้
“พิสูจน์สิว่ารักพี่...ด้วยเซ็กส์ของเธอ” เสียงทุ้มเข้มกระซิบบอกฉันเบาๆ ดวงตาสีฟ้าคู่ประสานเข้ากับฉันราวกับต้องการสื่ออะไรบางอย่าง
“ทำไม...” ก่อนจะได้ถามอะไรไปมากกว่านี้ นิ้วเรียวของเขากลับสอดเข้ามาในริมฝีปากบางของฉันเหมือนไม่ต้องการฟังคำถามอะไรมากกว่านี้
“ช่วยทำให้พี่จดจำว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีอะไรกันด้วยความรักด้วยเถอะ” จบประโยคของเขา ฉันก็สามารถทำความเข้าใจได้ทันที
หากเคยอ่านนิยายรักโรแมนติกมาบ้างก็คงพอจะรู้ว่าฉากบรรยายการร่วมรักของตัวละครทั้งสองที่กำลังบรรเลงบทเพลงสวาทอันเต็มไปด้วยความรักนั้นเป็นยังไง รสจูบหวานซึ้ง อ้อมกอดแสนอบอุ่น การมอบความสุขให้แก่กันและกันผ่านทางร่างกาย
มานึกย้อนดูแล้วระหว่างเราไม่เคยมีเรื่องราวแบบนั้นเกิดขึ้นเลยในความสัมพันธ์ตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงตอนนี้ การมีเซ็กส์กันทุกครั้งเกิดขึ้นจากความอยากกระหาย ความรุนแรง และความต้องการทางเพศเสียมากกว่า ไม่เคยรู้สึกได้เลยว่าได้รับความรักผ่านการกระทำเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงฉันที่หลอกตัวเองว่าเขาแค่แสดงความรักในแบบของตัวเอง
จ๊วบ!
ริมฝีปากหนาทว่ากลับอ่อนนุ่มประทับลงบนกลีบปากบางของฉันช้าๆ ส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดในความสัมพันธ์นี้ให้แก่กันช้าๆ ผ่านความร้อนชื้นที่สัมผัสกันอยู่
“หวาน...” เจเดนพูดออกมาเบาๆ หลังถอนริมฝีปากของเขาออกมาเนิบช้าอย่างอ้อยอิ่ง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับตลอดเวลาสี่ปีที่คบกันเพิ่งจะเกิดขึ้นกับฉันเป็นครั้งแรก รสจูบหวานซึ้งที่คู่รักทั่วไปควรจะมอบให้แก่กันมาตั้งนานแล้ว
แต่ฉันกลับได้รับมันเป็นครั้งแรก....
มือหนาขยับมาจับปลายคางเรียวเล็กเอาไว้อีกครั้งก่อนจะส่งมอบรสจูบแสนวาบหวามเข้ามาเติมเต็มเพียงแต่ครั้งนี้กลับเพิ่มทวีความเร่าร้อนขึ้นมาบางส่วน ฉันปล่อยตัวปล่อยใจเรียนรู้ความรักในแบบที่ควรเป็นผ่านสัมพันธ์ทางกายครั้งนี้ก่อนมันจะจบลงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
“อื้อ...” เสียงร้องบางเบาจากปากฉันปะปนกับเสียงหายใจหอบถี่ ลิ้นร้อนทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกันไปมาสลับกันรุกรับตามจังหวะแสนคุ้นเคย ดวงตาทั้งสองคู่มองกันและกันด้วยความโหยหาราวกับไม่เคยได้มองกันด้วยความรู้สึกนี้มาก่อน
การมองอีกฝ่ายด้วยความรักที่ควรเป็นเรื่องปกติทว่ากลับไม่ใช่สำหรับเรา ความสัมพันธ์ของฉันกับเจเดนเริ่มขึ้นจากเรื่องทางกายตั้งแต่วันแรกที่เราได้พบเจอกันเสียด้วยซ้ำ เพราะเข้าขากันได้ดีในเรื่องนั้นเขาถึงได้เลือกฉันให้อยู่ในสถานะแฟนสาว มีแค่ฉันที่คิดไปเองว่ามันคือความรัก
“เราน่าจะทำมันให้เร็วกว่านี้...” มือคู่เดิมของเขาลูบไล้ไปตามใบหน้าของฉันด้วยความนุ่มนวล สัมผัสแผ่วเบาลงบนแก้มนวลเห่อร้อนระเรื่อ ดวงตาคมสีอ่อนเต็มไปด้วยความเสียดายที่มีเพียงเราทั้งคู่รู้สึกถึงมันดี
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะทว่าครั้งสุดท้ายระหว่างเรามันจะลึกซึ้งขนาดนี้” ฉันพูดพลางส่งยิ้มหวานให้กับคนตรงหน้า ได้เรียนรู้และเข้าใจเป็นอย่างดีก็วันนี้ว่าที่ผ่านมา... มันไม่ใช่ความรัก
“พี่ไม่ควรใช้เธอเป็นเครื่องมือตั้งแต่แรก ระหว่างเรามันสามารถเริ่มต้นอย่างสวยงามได้แท้ๆ” ดวงตาคู่เดิมของชายตรงหน้าหลบสายตาของฉันออกไป อาจเป็นเพราะความสับสนในใจของเขาที่กำลังปะทุขึ้นมาอยู่ก็เป็นได้
“ตอนนี้เราเดินทางมาถึงตอนจบกันแล้วค่ะ” สิ้นเสียงของฉันก็โน้มใบหน้าเข้าไปหาเขา มอบรสจูบหวานซึ้งที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกของการจากลาและความยินดีที่เขาจะได้รับอิสระกลับไปหาคนรักเก่าเสียที
หยาดน้ำสีใสปริ่มล้นจากดวงตาคู่สวยไหลออกมาพร้อมกับความรู้สึกหลากหลายที่พุ่งเข้ามาชนกันภายในหัวใจดวงน้อย แน่นอนว่าฉันยังรู้สึกรักและหวังดีกับคนตรงหน้านี้เสมอแม้ระหว่างเรามันจะเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ฉาบฉวยก็ตาม ความรู้สึกยินดีด้วยกับการปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระจากฉัน ได้กลับไปหาคนที่เขารักมาโดยตลอด
“อย่าร้องไห้ดิ... มันทำให้พี่ไม่อยากปล่อยเธอไปนะ” ริมฝีปากหนาถอนจูบออกมาอีกครั้งก่อนจะใช้หัวแม่มือเช็ดน้ำตาของฉันออกไป
“มิแค่ดีใจกับพี่เจย์ที่จะได้กลับไปหาคนที่พี่รักแค่นั้นเองค่ะ” ฉันพูดเสียงอู้อี้บอกกับคนตรงหน้า ความเสียใจทั้งหมดฉันจะรับเอาไว้เอง การตัดสินใจเลิกราครั้งนี้มันเป็นของขวัญที่ดีที่สุดเท่าที่คนอย่างฉันจะมอบให้กับเขาได้แล้ว
“แล้วถ้าพี่บอกว่ารักเธอ...” เขาขยับปากพูดถึงคำว่ารักขึ้นมาอีกครั้ง ฉันไม่สามารถอดทนฟังคำนี้จากปากของเขาได้อีกแล้วจึงตัดสินใจบดริมฝีปากของตัวเองเข้าไปปิดปากของเขาอีกครั้ง
@Luxu Condominium“พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ผมรีบเรียกแฟนสาวตัวเล็กเอาไว้หลังจากที่เธอเมินผมมาตลอดทางกลับจากโรงพยาบาล“มีอะไรจะพูดก่อนจะเป็นแฟนเก่าเหรอคะ?” ร่างบางตรงหน้ากอดอกยืนคุยกับผมอย่างเอาเรื่อง ท่าทีของเธอทำเอาหัวใจของผมกระตุกวูบไปเลย“แฟนเก่าอะไร พี่ไม่เป็น” ผมยืดอกเต็มที่ไม่ยอมรับสถานะ ‘ก่อนจะเป็นแฟนเก่า’ ที่เธอยัดเยียดมาให้“อย่ามากลับกรอก สัญญาเราก็มีเป็นลายลักษณ์อักษรนะ” มิลานไม่ยอมแพ้ ยกเรื่องสัญญาฉบับไม่สมบูรณ์ที่ผมหลอกให้เธอเซ็นต์เอาไว้ให้ตายใจเฉยๆ ฉบับนั้น“ก็แค่กระดาษโง่ๆ แผ่นเดียวป่ะ พี่ฉีกทิ้งก็จบ” ผมทำตัวหน้าด้านไม่ยอมรับเรื่องสัญญาที่เธอพูดถึง ขืนกูทำตามคำพูดจริงคงโดนทิ้งแล้วลูกกูก็กำพร้าพ่อสิวะ ใครจะยอม ขอพลิกลิ้นกลับคำหน่อยเถอะ“ฉันก็พอจะรู้นะว่าพี่มันเฮงซวย แต่ไม่คิดว่าจะไม่รักษาคำพูดแบบนี้” คำด่าอีกชุดจากเมียที่ผมเลือกเองเข้าหน้าผมเต็มๆ ไม่ใช่แค่ยืนด่าปกติแต่ยังมีท่าทางประกอบอย่างการชี้นิ้วใส่หน้าผมด้วย“อยากเลิกนักเหรอ?! เออ
(Jayden’ s Part)มิลานกำลังตั้งท้อง...ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว....หลายคนคงจะไม่เชื่อว่าครั้งหนึ่งผมเคยกลายเป็นไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่คิดจะใช้ลูกเป็นข้ออ้างในการฉุดรั้งไม่ให้แฟนสาวคนสวยเลิกรากับผมไป ยอมรับเลยว่าผมในตอนนั้นสารเลวจนไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ ทั้งนอกกายเธอไปหาแฟนเก่าแถมยังไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกถ้าหากว่าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้น...อยากจะเสยหมัดเข้าหน้าตัวเองในอดีตจริงๆ ที่กล้าทำร้ายจิตใจมิลานได้ถึงขนาดนั้น ดีแต่ทำให้เธอต้องมาร้องไห้เสียใจเจ็บปวดผิดหวังกับความไม่รู้จักพอของผมเอง สาบานเลยว่าไม่มีวันไหนที่ผมอยากจะปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลง ยิ่งหลังจากกลับมาปรับความเข้าใจกัน ผมยิ่งรู้สึกผิดทุกครั้งที่มองหน้าเธอ ได้แต่สาบานกับตัวเองในใจว่าจะไม่มีวันทำร้ายเธออีกตอนที่ผลตรวจการตั้งครรภ์ออกมาว่าคนรักของผมกำลังท้องอยู่ ผมดีใจมากจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ทั้งที่ปกติแล้วผมไม่ใช่คนอ่อนไหวอะไร ออกจะไปทางผู้ชายแมนๆ ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเลยด้วยซ้ำไป แต่ว่าพอเป็นเรื่องลูกแล้วผมกลับอ่อนไหวแล้วปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อ
ฉันอาเจียนใส่เขา...ของเหลวสีใสเหนียวหนืดพวยพุ่งออกมาจากปากของฉันกระเด็นโดนเสื้อผ้าของร่างหนาและไหลลงสู่โซฟาหรูก่อนจะลงสู่พรมขนสัตว์บนพื้นห้อง เจเดนไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือขยะแขยงอะไรอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ เขาเพียงถอดเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนไปด้วยอ้วกออกแล้วจัดการทำความสะอาดโซฟากับพรมจนกลับมาเหมือนใหม่หลังจากจัดการกับกองอ้วกของฉันเสร็จคนตัวใหญ่ก็เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับร่างกายของเขาโดยใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ เสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ของเขาถูกใช้ห่อหุ้มร่างกายของฉันก่อนจะถูกยกร่างบางขึ้นโดยแขนเต็มไปด้วยมัดกล้าม“จะพาไปไหนคะ?” ฉันถามขึ้นเมื่อถูกอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาวโดยที่ไม่รู้จุดหมายปลายทาง“ไปโรงพยาบาล ไปตรวจกันว่าเป็นอย่างที่เราคิดไหม” ร่างหนาตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทว่าดวงตาของเขากลับวูบไหวเต็มไปด้วยประกายความหวังอย่างปิดไม่มิด“อาจจะเป็นแค่โรคกระเพาะก็ได้...” ฉันพยายามพูดกลางๆ ไม่อยากให้เขาคิดไปเองแล้วตั้งความหวังเอาไว้สูงจนเกินไป หากคาดหวังแล้วเกิดว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดขึ้นมาคงจะเสีย
หลายวันต่อมา....สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจเดนดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ เขาได้จัดการเคลียร์ตัวเองโดยที่ฉันไม่ต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดอีกต่อไป อะไรที่เขาสามารถคิดเองได้ว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเขาก็จะเลี่ยงมันด้วยตัวเองทว่าพักนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายตัวเองขึ้นมาได้แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม ฉันเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา ร่างกายโหยหาการพักผ่อนมากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งและรู้สึกคลื่นไส้จนบางทีอยากจะอาเจียนขึ้นมา อาหารที่เคยชอบกลับรู้สึกไม่อยากจะกินมันเสียอย่างนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความเครียดก็คงไม่ใช่ ช่วงนี้ฉันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องคิดมากอะไร ออกจะสบายกายสบายใจเสียด้วยซ้ำจะว่าไปแล้วรอบเดือนของฉันก็ยังไม่มาเลยนี่...เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ชีวิตของฉันเพิ่งจะผ่านมรสุมความรักครั้งใหญ่มา ทำให้มีอาการเครียดจนระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเกิดอาการแปรปรวนรวมไปถึงมีเรื่องให้ต้องคิดและจัดการมากมายจึงไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควรมากนักฉันพยายามคิดในแง่ดีไม่กังวลไปก่อนที่จะเก
หลายวันต่อมา.... สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจเดนดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ เขาได้จัดการเคลียร์ตัวเองโดยที่ฉันไม่ต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดอีกต่อไป อะไรที่เขาสามารถคิดเองได้ว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเขาก็จะเลี่ยงมันด้วยตัวเอง ทว่าพักนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายตัวเองขึ้นมาได้แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม ฉันเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา ร่างกายโหยหาการพักผ่อนมากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งและรู้สึกคลื่นไส้จนบางทีอยากจะอาเจียนขึ้นมา อาหารที่เคยชอบกลับรู้สึกไม่อยากจะกินมันเสียอย่างนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความเครียดก็คงไม่ใช่ ช่วงนี้ฉันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องคิดมากอะไร ออกจะสบายกายสบายใจเสียด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วรอบเดือนของฉันก็ยังไม่มาเลยนี่...&nb
“เจ็บมือไหมเนี่ย คราวหลังไม่ต้องตบนะ พี่ตบแทนเธอเอง” ทว่าทุกอย่างกลับผิดคาดเมื่อคนตัวใหญ่กว่าดึงมือเรียวของฉันที่ขึ้นสีแดงเล็กน้อยไปสำรวจพร้อมกับบ่นอุบอิบ“พูดอะไรของพี่” ฉันทำหน้างงพร้อมกับมองการกระทำของเขาด้วยความสงสัย“มือเธอแดงหมดแล้วเห็นไหม บ้าเอ๊ย! ต้องประคบเย็นไหมวะ” ร่างหนาพูดพลางทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง เรียวคิ้วหนาสีอ่อนเรียงตัวเป็นเส้นตรงขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์อยู่แล้ว“พี่อย่าเวอร์ มือแดงนิดหน่อยเอง เดี๋ยวก็หาย” ฉันรีบห้ามปรามเมื่อเห็นท่าทีแปลกไปของคนตัวโต ปกติเขาเคยเป็นแบบนี้เสียที่ไหน ขนาดเมื่อก่อนผลักฉันล้มลงจนเข่าแตกยังไม่คิดจะหันกลับมาสนใจกันเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้ใส่ใจกันจนเกินขอบเขต“เธอเป็นแฟนพี่นะเว้ย ก็ต้องดูแลให้ดีหน่อยสิ” ร่างหนาเถียงกลับพลางเดินไปหาน้ำแข็งจากในตู้เย็นมาห่อในผ้าขนหนูผืนเล็กแล้วนำมาประคบมือของฉันโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านบ้างเลย“...” ฉันเงียบได้แต่ถอนหายใจกับแฟนคนเดิมในเวอร์ชั่นใหม่ที่ชอบทำอะไรโอเวอร์จนเกิน







