“เอ่อ...คือ...ช่างสักผิดน่ะ” ฉันเริ่มต้นพูดพร้อมทำหน้าให้ดูน่าเชื่อที่สุด
“ฉันตั้งใจจะสักชื่อตัวเอง แล้วก็เอาตัวอักษรเดียวกันกับของซ่าส์ไปให้ช่างดู พอสักเสร็จมันดันกลายเป็นชื่อซ่าส์ซะงั้น เพราะช่างเข้าใจผิด... แล้วฉันก็ไม่อยากแก้ด้วย มันเจ็บ!” พูดจบฉันรีบลอบถอนหายใจยาว ฟู่วววว... ในใจได้แต่หวังว่าคำแก้ตัวของฉันจะดูสมเหตุสมผลพอให้ชีต้าปล่อยผ่าน
เชื่อเถอะนะ...ขอร้อง กราบเลยก็ได้! ชีต้ามองหน้าฉันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดคำพูดที่ทำเอาฉันงงกว่าเดิม
“เหลือเชื่อ...ทำไมมันพรมลิขิตแบบนี้นะ” ชีต้าพึมพำเสียงเบาเหมือนพูดกับตัวเอง
“พรมลิขิตอะไรของแก” จนฉันอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
“ก็ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอซีซ่าส์อีก แต่พระเจ้าดันส่งพี่ชายเธอมาเป็นรูมเมทฉันไง...หึหึ”
“ก็ไหนแกบอกเป็นแฟนน้องฉัน” ฉันแกล้งถามไป เมื่อชีต้าบอกว่าจะไม่ได้เจอฉันที่เป็นผู้หญิงอีก นี่ว่าฉันแถเก่งแล้วนะ มาเจอชีต้า ฉันแทบหลบทางให้เลย! ขี้ตู่ก็เก่ง แถก็ลื่นปรื๊ด สก
BASKETBALL 35“ซ่าส์!! ซ่าส์!! ซีซ่าส์!!! ไอ้ซ่าส์โวยยยย!!!” หื้ออออ ใครมาตะโกนใส่หูเนี้ยยยย คนจะหลับจะนอน!! ฉันดึงหมอนที่หนุนอยู่เอามาปิดหู รำคาญเสียงเรียก เสียงโวยวายที่ได้ยิน จะเรียกอะไรหนักหนาก็ไม่รู้คนจะหลับจะนอน!!ตุบบบ โอ๊ะ!! ฉันจำต้องลืมตาขึ้นมาดูอย่างงัวเงีย ว่าเหมือนกี้ใครเอาอะไรมาปาใส่หัวฉัน ถึงมันจะไม่เจ็บแต่แบบนี้มันโคตรหงุดหงิดเลยมารบกวนเวลานอนฉันเนี้ย!!“ถ้าไม่ลุก ต่อไปฉันจะปาจานข้าวใส่หัวแกจริงๆด้วย!!!” สติสตังฉันแทบจะกลับมาครบร้อยอีกครั้งเมื่อเจ้าของเสียงไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพี่แสบนั่นเอง หมอนที่ตกอยู่ข้างลำตัวฉันเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าพี่แสบเป็นคนปามาแน่นอน ฉันเลื่อนสายตาไปมองพี่แสบที่นั่งหน้าหงิกอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งที่ถือจานข้าวไว้ ทำท่าว่าจะปาใส่ฉันจริงๆ ถ้าฉันยังไม่ตื่น นี่น้องสาวนะเว้ยยยย!! ปาหมอนยังพออภัยนี่ถ้าปาจานข้าวฉันคงได้
“เรื่องซีซ่าส์เดี๋ยวฉันจัดการเอง มาพูดถึงเรื่องแสบตัวจริงกันดีกว่า” ผมพูดขึ้น แน่นอนขอเคลียร์เรื่องพี่ชายเธอก่อนส่วนเรื่องของเธอ ซีซ่าส์ จัดหนักแน่!!“ฟังจากที่สองคนนั้นคุยกัน ฉันหมดปัญหาเรื่องความไว้วางใจแล้วละฉันมั่นใจว่า ซ่าส์กับแสบไม่ได้มีเจตนาคิดร้ายกับพวกเรา” ทอร์พูด“ฉันก็ด้วย” ตามด้วยติวเตอร์ แล้วฟรีสกับซิสก็พยักหน้าเห็นด้วย ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้เหมือนกัน“แต่ว่าฝีมือของคนที่เรายอมรับคือซ่าส์ไม่ใช่แสบ ฉันไม่เห็นด้วยถ้าไอ้แสบจะมาชุบมือเปิบแลกตัวกับซ่าส์” ผมพูดความคิดเห็นของผมขึ้นมาซึ่งมันก็ตรงกับทุกคน เพราะทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกันหมด“งั้นเอาเป็นว่า ถ้ามีการสลับตัวเมื่อไร เราจะทดสอบแสบอีกครั้งดีไหม?” ทอร์พูดด้วยสีหน้าจริงจัง“ดีสุดๆ” และพวกเราก็เห็นด้วยกันหมดอีกครั้ง“เดี๋ยวแล้วจะแยกสองคนนั้นออกได้ยังไง” ฟรีสเอ่ยถามขึ้นมาอีกพร้อมขมวดคิ้วเล็กๆการแยกสองคนนั้นให้ออกว่าใครเป็นใครผมว่าตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไรนะ มีหลายวิธีในการพิสูจน์เลยล่
ทุกการกระทำและน้ำเสียงของสองพี่น้องอยู่ในสายตาของห้าหนุ่มที่แอบดูอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะชีต้าที่คิ้วเริ่มจะกระตุกตลอดเวลาที่เห็นภาพเหล่านั้น‘ถึงจะเป็นพี่น้องกันแต่ทำแบบนี้ฉันก็หึงนะเว้ย!!’ ชีต้าได้แค่ขบคิดอยู่ในใจพลางข่มอารมณ์อย่างเต็มที่เพราะยังไม่อยากจะเดินเข้าไปทำให้เสียเรื่องซะก่อน“คิดถึงมากกก แต่ว่า!! เล่ามาสิว่าทำแบบนี้ทำไม!! แล้วก็ตั้งแต่ปลอมตัวไปเป็นฉันแกเจออะไรบ้าง เล่ามาให้หมดนะ!!” ถึงจะใจอ่อนแต่ก็ยังไม่ลืมวีรกรรมที่น้องตัวเองทำแม้แต่น้อย แสบใช้สายตาจริงจังบวกกับน้ำเสียงจริงจัง มองซ่าส์จนซ่าส์ต้องยอมแพ้แล้วเล่าเรื่องราวและความตั้งใจของเธอให้แสบฟัง ไม่สิ ไม่ใช่แค่แสบ แต่ทั้งห้าหนุ่มหล่อหน้าห้องก็ได้ฟังไปด้วย ซีซ่าส์เล่าให้แสนแสบฟังตั้งแต่แรกว่าที่เธอตัดสินใจปลอมไปเป็นแสบเพราะแค้นแทนด้วยส่วนหนึ่งและอีกส่วนคืออยากให้แสบเรียนจบจะได้ต่อมหาลัยพร้อมๆกันซ่าส์ก็เล่าต่อไปอีกว่าตั้งแต่ไปเป็นแสบต้องเจอกับอะไรบ้าง ผ่านด่านทดสอบไปได้ยังไง ซ่าส์เล่าให้แสบฟังเกือบหมดเว้นก็แต่เร
ห้าหนุ่มหล่อข้างนอกเมื่อขึ้นลิฟต์มาถึงที่หมายก็ต่างแยกย้ายกันเดินวนหน้าห้องพักจนเจอ หมายเลขห้อง 1312 ดั่งที่เจ้าหน้าที่ข้างล่างบอกมา ทั้งห้ามองหน้าอย่างรู้กันพลางผลักประตูที่ไม่ได้ปิดสนิทให้อ้าออกกว่าเดิมเล็กน้อยพอให้เห็นภาพผู้ป่วยกับคนมาเยี่ยมได้เต็มตา“นั่นใครวะ” ฟรีสเอ่ยออกมาเป็นคนแรกด้วยเสียงเบาๆ ทั้งห้าหนุ่มต่างก็งุนงงกับภาพที่เห็นเป็นอย่างมาก แสบป้อนข้าวคนบนเตียงที่หน้าตาเหมือนแสบอย่างกับแกะ“คนป้อนอะไอ้แสบ ส่วนคนป่วย?” ชีต้าเอ่ยออกมาอีกคนพลางจ้องหน้าเพื่อนด้วยความงงสุดๆ“หรือฝาแฝดไอ้แสบ? หน้าเหมือนขนาดนั้น” ทอร์เอ่ยออกมาตามสิ่งที่เขาคิด คนหน้าเหมือนถ้าไม่ใช่ฝาแฝดจะให้เรียกว่าอะไรได้อีกละ ซึ่งคำพูดของทอร์คนอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง“รอดูไปก่อน ฉันว่ามันมีอะไรแปลกๆ” ติวเตอร์เอ่ยขึ้น คิ้วก็ยังคงขมวดเป็นปมเพราะความสงสัย ก่อนที่สายตาเขาจะเหลือบไปเห็นชื่อผู้ป่วยหน้าประตูห้อง“นาย อดิเทพ ไพธูส” ติวเตอร์เอ่ยออกมาเบาๆแต่ก็เรียกความสนใจจากเพื่อนทั้งสี่คนให้หันไปมองตามป้ายชื่อ
“พี่แสบ!!” ซีซ่าส์ส่งเสียงเรียกแสบซะดังลั่นห้องเมื่อเห็นว่าแสนแสบพี่ชายของเธอกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงที่หัวเตียงของเตียงผู้ป่วยโดยมีผู้เป็นพ่อนั่งป้อนข้าวต้มให้ เพราะแขนข้างที่เขาถนัดยังเข้าเฝือกอ่อนอยู่ ทั้งคนเป็นพ่อและพี่ชายหยุดชะงักค้างกันทันทีเมื่อได้ยินเสียงของคนที่พวกเขากำลังรอคอย ซ่าส์เดินเข้ามายังเตียงของผู้ป่วยอย่างเร่งรีบก่อนจะกระโดดขึ้นเตียงของผู้ป่วยอย่างลืมตัวหมับบบบแถมด้วยเอาแขนเล็กโอบกอดผู้เป็นพี่ไว้อย่างแน่นแล้วซบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างแรงตามความคิดถึงที่มี“โอ๊ยยยย” แรงรัดด้วยความรักและความคิดถึงของซ่าส์ทำให้ผู้ป่วยอย่างแสบอดไม่ได้ที่จะต้องครางออกมาเบาๆด้วยความเจ็บ“แหะๆโทษที คิดถึงไปหน่อย^^” เมื่อซ่าส์รู้ตัวว่ากำลังทำให้พี่เจ็บก็เลยต้องคลายอ้อมกอดออกพร้อมกับส่งยิ้มขอโทษไปให้แล้วผละออกจากเตียงผู้ป่วยไปยืนลงไปยืนส่งยิ้มข้างๆผู้เป็นพ่อแทน“ไม่หน่อยละมั้งซีซ่าส์?” แสบเอ่ยตอบพร้อมทั้งลูบแขนตัวเองเบาๆจากการโดนน้องสาวรัดตัวเองเมื่อครู่
BASKETBALL 34“มันไม่สบายเหรอถึงมาโรงพยาบาลเนี้ย” ฟรีสเอ่ยขึ้นเมื่อเดินตามหลังซีซ่าส์มาเรื่อยๆ“ฉันว่าไม่น่าจะใช่ตามไปเถอะเดี๋ยวก็รู้” ทอร์เอ่ยตอบด้วยสีหน้าสงสัย ไม่ใช่แค่ทอร์คนเดียวที่สงสัย เพราะทั้งห้าคนต่างก็สงสัยไม่ต่างกัน ซีซ่าส์เดินไปถึงหน้าลิฟต์พลางทำหน้าครุ่นคิด แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก เธอลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ได้ยังไงนะ หมายเลขห้องพักพี่แสบ!! ซีซ่าส์เอามือเกาหัวแก้เก้อ ก่อนจะรีบหันหลังกลับแล้ววิ่งไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล ชายทั้งห้าเมื่อเห็นร่างซ่าส์หมุนตัวกลับมา ต่างก็แตกกระจายหาที่หลบกันให้วุ่น จะมีก็เพียงชีต้าที่หาที่หลบได้ห่วยแตกสุดๆเขาหมุนตัวกลับหันหลังแล้วยืนพิงเคาน์เตอร์พยาบาลไว้ พลางภาวนาในใจให้ร่างบางเดินจากไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นเขา ไม่งั้นเรื่องที่พวกเขาตามเธอมาคงเป็นหมันแน่ๆ อีกสี่คนที่หาที่หลบได้อย่างปลอดภัยต่างก็ส่งสายตาสาปแช่งไปให้ชีต้าที่หาที่หลบไ