เข้าสู่ระบบ"อะไรที่เป็นของๆฉันไปแล้ว ฉันจะไม่มีทางปล่อยให้เป็นของคนอื่นเด็ดขาด!"
ดูเพิ่มเติมบ้านกิตรัตนสกุลชัย
“ไอรีนลูก แม่มีเรื่องที่อยากจะบอกหนู” เสียงของแม่เธอทำไมถึงได้ดูเศร้าหมองแบบนี้ ไอรีนเด็กสาววัยมัธยมปลายหันมองไปตามเสียงเรียกของผู้เป็นแม่ทันควัน ว่าแต่แม่ของเธอมีเรื่องอะไรกันนะ
“เรื่องอะไรเหรอคะแม่” เสียงหวานใสเอ่ยถามไปยังแม่ตัวเองและทันทีที่เห็นใบหน้าของผู้เป็นแม่ เธอก็หุบยิ้มลงทันทีเพราะไม่ใช่แค่เสียงเท่านั้นที่เศร้าแต่หน้าตาของแม่เธอก็ดูเศร้ามากเช่นกัน จะมีเรื่องอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นหรือเปล่า ไม่นะ เธอพึ่งจะอยู่ชั้นมัธยมปลายเองนะ
และในตอนนั้นเองพ่อของเธอก็เดินเข้ามา…
“พ่อกับแม่พวกเราได้พูดคุยกันแล้วว่า...”
“…” ว่าอะไร เด็กสาวมองไปยังหน้าพ่อกับแม่ของเธอสลับสับเปลี่ยนไปมา
“จะหย่ากัน!!”
กึก!!
ไอรีนอ้าปากค้างเรื่องที่พ่อพูดมันเกิดขึ้นได้ยังไงในเมื่อเธอก็ยังเห็นอยู่เลยว่าพ่อกับแม่ก็ยังดูรักกันดีอยู่ ณ เวลานั้นหัวสมองของเด็กสาวเบลอไปชั่ว ณ ขณะจิต นี่พ่อแม่ของเธอกำลังหลอกกันเล่นอยู่หรือเปล่า ที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยเห็นพวกเขาทะเลาะกันเลยนะแล้วสุดท้ายกลายมาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร
“ไอรีน..ลูก” เสียงของแม่สั่นเครือ ก็นะเธอเองก็อดที่จะสงสารลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างไอรีนไม่ได้แต่ทว่าเธอก็ทนอยู่กับพ่อของลูกอีกต่อไปไม่ได้เช่นกันแล้วใครจะหาว่าเธอเห็นแก่ตัวก็คงต้องยอม เด็กสาวน้ำตาไหลพรากยกมือขึ้นเช็ดปาดคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด เธอเงยใบหน้าสวยขึ้นเอ่ยถามไปยังคนทั้งสอง
“พ่อกับแม่ไม่รักกันตอนไหนเหรอคะ ทำไมไอรีนไม่เห็นจะรู้สึกบ้างเลย” เธอมองสบตาอย่างคนที่ไร้เดียงสา ทั้งพ่อและแม่ต่างก็เงียบไปสักพักและเพียงไม่นานท่านทั้งสองก็มองหน้ากันและก็เป็นพ่อที่เป็นฝ่ายตอบคำถาม
“พ่อกับแม่ขอโทษที่ทำให้ลูกต้องรู้สึกแบบนั้นแต่พ่อกับแม่ลองปรับจูนเข้าหากันหลายต่อหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่า..หย่าและแยกกันอยู่น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด”
“แล้วพ่อกับแม่จะให้ไอรีนทำยังไงคะ ไอรีนต้องรับให้ได้กับเหตุการณ์แบบนี้ใช่ไหมคะ”
“…” พวกท่านต่างก็เลือกที่จะเงียบเพราะไม่รู้จะตอบคำถามลูกสาวยังไงดี
“แล้วพ่อกับแม่จะไปหย่ากันวันไหนเหรอคะต้องให้ไอรีนไปเป็นพยานด้วยหรือเปล่า”
“อาทิตย์หน้า แต่เดี๋ยวแม่เขาคงจะย้ายออกไปอยู่บ้านเพื่อนของเขาก่อนที่จะถึงวันหย่า”
กึก!
“ว่าไงนะคะ นี่แม่จะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเลยเหรอคะ ทำไมมันเร็วแบบนี้ เร็วแบบที่จะไม่ให้ไอรีนได้ตั้งตัวเลยใช่ไหม”
“แม่ขอโทษแต่แม่จำเป็นต้องไปหรือไอรีนอยากไปกับแม่ ดีไหมลูก พวกเราไปด้วยกันนะไปอยู่บ้านเพื่อนของแม่กัน” แม่เดินเข้ามาจับมือลูกสาวตัวเอง สีหน้าของเธอยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ใจนึกอยากให้ลูกสาวตอบรับคำชวนเพื่อที่จะได้ไปอยู่ด้วยกัน
“แม่คะ ไอรีน...” ไอรีนอ้ำอึ้งมองหน้าแม่ตัวเองนิ่ง ทำไมแม่มาเอ่ยชวนเธอในเวลาแบบนี้ มันฉุกละหุกเกินไป จะไม่ให้เธอได้มีเวลาคิดทบทวนเลยเหรอ เด็กสาวมองไปยังพ่อของตัวเองความรู้สึกในตอนนี้ของเธอก็คืออยากอยู่กับพ่อมากกว่าแต่ใจก็ไม่ได้อยากให้แม่ย้ายออกไปเช่นกัน
เอาเป็นว่าช่วยอยู่กันแบบนี้ต่อไปไม่ได้เลยเหรอ...
“แม่เข้าใจ..” แม่มองดูสถานการณ์ตรงหน้า ใจนึกรับรู้มาโดยตลอดว่าลูกสาวรักและอยากอยู่กับพ่อมากกว่าแม่อย่างเธอ เธอลอบถอนหายใจออกมาเอาเป็นว่าไม่ว่ายังไงเธอจะหาเวลากลับมาเยี่ยมลูกให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วกัน
“อย่าบีบบังคับลูก อยากย้ายออกไปก็ไปคนเดียว” พ่อขึ้นเสียงใส่พลางดึงแขนแม่ออกจากตัวลูกสาว นี่เธอมีสิทธิ์อะไรที่จะมาบีบบังคับใจไอรีนแบบนี้ มือหนาชี้นิ้วมือไปยังประตูทางออกของบ้านเสียงแข็งกร้าวของพ่อทำไอรีนปวดใจเหลือเกิน
ที่ผ่านมาพวกเขาแสดงละครหลอกเธอว่ายังรักกันหรือยังไง...
“ฉันย้ายออกไปคุณจะได้พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาไงคะ ไม่ดีเหรอไง” แม่ยืนกอดอกสายตาจ้องเขม็งมองพ่อเหมือนอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งร่าง เธอแสยะยิ้มด้วยใบหน้านึกรังเกียจเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าพ่อของลูกเธอนั้นมีผู้หญิงคนใหม่
“อย่ามาพูดเรื่องนี้ต่อหน้าลูก!!” พ่อส่งเสียงดุ สองเท้าแกร่งเดินปรี่เข้าหาอดีตภรรยาตัวเอง ไอรีนมองดูภาพเหล่านั้นด้วยใจที่เต้นแรงเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องมาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันแบบนี้ ที่แท้พ่อของเธอก็มีคนใหม่นี่เองจึงทำให้แม่จำต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอก
แต่ทว่ายังไม่ทันที่ไอรีนจะคิดอะไรไปมากกว่านั้นพ่อก็ได้พูดต่อ...
“เธอเองก็ไม่ต่างกันนี่ได้ข่าวว่ามันเป็นฝรั่งด้วยนี่ หึ!” พ่อเหยียดยิ้มมองแม่อย่างนึกสมเพช สายตาที่ทั้งคู่มองกันไปมาทำไอรีนไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป สุดท้ายพ่อกับแม่ต่างก็มีคนใหม่นี่เองจึงทำให้ต้องรีบแยกย้ายกันไป เอาละในเมื่อรู้แบบนี้แล้วก็ขอตัวไปทำใจคนเดียวซะยังดีกว่า
“ไอรีนขอตัวก่อนนะคะ” ไอรีนลุกขึ้นยืนเตรียมที่จะเดินขึ้นไปยังห้องตัวเอง สองเท้าสวยเดินผ่านพ่อกับแม่แล้วสาวเท้าเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน
“เดี๋ยวก่อนสิลูก” เสียงแม่ตะโกนตามหลังแต่ไอรีนเลือกที่จะไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย” เธอส่งเสียงพึมพำออกมาทันทีที่เดินเข้ามาในห้องนอน ร่างเล็กล้มตัวนอนลงบนเตียงใหญ่ ความคิดของเด็กสาวคิดไปต่างๆนาๆ อีกหน่อยถ้าพ่อกับแม่มีครอบครัวใหม่เธอมันก็เป็นแค่ลูก..ที่พวกเขาไม่ต้องการ เดี๋ยวพวกเขาก็มีลูกใหม่และเธอก็จะกลายเป็นเพียง ‘หมาหัวเน่า’ เท่านั้น
5 วันผ่านไป
ณ โรงอาหารของโรงเรียน
วันนี้ก็เป็นเช้าอีก 1วันที่ไอรีนกับเพื่อนๆมาโรงเรียนกันแต่เช้าและนี่เธอยังไม่ได้บอกใครใช่ไหมว่ากลุ่มของพวกเราน่ะมีด้วยกัน 3คน ซึ่งคนแรกที่จะแนะนำเลยก็คือยัยเพียวเพื่อนสนิทสุดรักที่พวกเราน่ะคบหากันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นแล้ว ส่วนคนที่ 2 ก็คือ ยัยเชอรีน คนนี้คือคนสวยขาซึ่งเธอพึ่งย้ายโรงเรียนเข้ามากลางคันย้ายมาตอนที่พวกเราอยู่ม.6กันเนี่ยแหละและคนสุดท้ายที่จะแนะนำก็คือตัวฉันเองค่ะ
สวัสดีค่ะฉันชื่อไอรีน ชื่อจริงชื่อนางสาวนลินญา นามสกุลไม่ต้องรู้ไปหรอกนะคะเอาเป็นว่าตอนนี้พวกเรากำลังนั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ที่โรงอาหารของโรงเรียนและฉันก็กำลังนั่งดูยัยเชอรีนเขินที่โดนแซวเรื่อง ‘เวหา’ เพื่อนชายร่วมชั้นเรียนห้องที่ 2
เฮ้อ~
แต่ถึงจะมีเรื่องให้น่าสนุกมากสักแค่ไหนแต่ในใจก็อดที่จะคิดไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ตัวเองไม่ได้อยู่ดีและในจังหวะที่ฉันกำลังนั่งครุ่นคิดอะไรอยู่นั้นเสียงหวานของยัยเชอรีนก็ดังขึ้น
“แล้วทำไมไอรีนนั่งหน้าเศร้าแบบนั้น” ฉันเงยหน้ามองไปยังเชอรีนพร้อมทั้งไม่ลืมที่จะส่งยิ้มให้เธอ
“ฉันเครียดๆน่ะมีเรื่องให้คิด”
“บอกพวกเราได้นะ พวกเรายินดีที่จะเป็นผู้รับฟัง” เชอรีนเอื้อมมือไปจับเข้าที่บ่าเล็กของฉันอย่างเบามือพลางส่งยิ้มให้อย่างจริงใจ ทั้งเธอและเพียวพร้อมที่จะเป็นผู้รับฟังในยามที่เพื่อนมีเรื่องให้คิดและกลุ้มใจและเมื่อเห็นว่าเพื่อนทั้งสองต้องการที่จะรับรู้ฉันจึงเริ่มพูดเรื่องที่วนอยู่ในหัวตัวเองในช่วงนี้ขึ้นมา
“พ่อกับแม่ฉันพวกท่านกำลังจะหย่ากัน!!”
ชายหนุ่มตัวร้ายลุกขึ้นยืนพลางเดินเข้าไปสวมกอดร่างเล็กตรงหน้า ไอรีนที่โดนสวมกอดก็เริ่มดิ้นพล่านอย่างคนที่ไม่ยินยอม เธอพยายามผลักดันคนที่ตัวสูงกว่าให้ออกห่างแต่ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย ให้ตายเถอะเธอชักจะโมโหแล้วนะ!!“ไม่เอาน่า~ ไหนเธอบอกว่าอยากได้ฉันมาเป็นหมอนข้างไง” แล้วจู่ๆเด็กนี่มันก็แทรกพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมา มันพูดถึงเรื่องของ ‘หมอนข้าง’ อย่างนั้นเหรอ ว่าแต่หมอนข้างอะไรกัน ไอรีนทำสีหน้ามึนงงในทันทีที่ได้ยิน ร่างเล็กหยุดชะงักทุกการเคลื่อนไหว“ฉันเคยพูดเหรอ พูดตอนไหน ฉันไม่เคยพูดนะ” หญิงสาวรุ่นพี่รีบปฏิเสธด้วยการส่ายหน้าไปมา เท่าที่จำได้เธอไม่เคยพูดเรื่องเกี่ยวกับหมอนข้างกับมันเลยนะ ดวงตากลมโตเงยหน้าขึ้นมองไปยังคนที่ตัวสูงกว่า เร็นส่งยิ้มให้กับไอรีน เขาค่อยๆโน้มใบหน้ากระซิบกระซาบบอกเธอ“ก็พูดตอนเมาไง” อ๋อที่แท้ก็พูดตอนเมานี่เอง แล้วมันจะเอาเรื่องไร้สาระตอนเมานั่นมาพูดบอกเธออีกทำไม ไม่รู้เหรอไงว่าไม่ควรฟังคำพูดของคนเมาน่ะ“บะ บ้า! แล้วจะไปจำคำพูดของคนเมาทำไม ออกไปได้แล้ว ฉันจะทำรายงาน!!” ใบหน้าสวยแดงก่ำ เธอพร่ำบอกให้เขาออกไปจากห้องของเธออีกรอบ ทั้งสองผละ
“พูดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ถะ ถอยไปนะ!! ฉันขับรถต้องใช้สมาธิ” เธอได้แต่ภาวนาขอให้เขาเอาหน้าห่างออกไปจากเธอสักที ใบหน้าขาวบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นแก้มแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เธอพูดติดๆขัดๆจนเร็นสังเกตเห็นอาการประหม่าเข้าก็ยิ่งทำให้อยากแกล้งเข้าไปใหญ่ เขาสะกิดเธอให้มองมาที่ตัวเอง ไอรีนใช้สายตาหันไปมองเพียงนิด...“งั้นเปลี่ยนให้ฉันขับให้ก็ได้นะ แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องให้ฉันหอมแก้มของเธอก่อน” สาวรุ่นพี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ชะงัก ริมฝีปากแดงเม้มเข้าหากันแน่น ข้อเสนอของเด็กนี่มันช่างไร้สาระเสียจริง เฮอะ!! มีอย่างที่ไหนมาพูดบอกกันแบบนี้และเธอคงจะยอมหรอกนะไอรีนถอนหายใจแล้วก็กลับไปให้ความสนใจยังทางข้างหน้าเหมือนเดิม...“ฉันขับเองได้ย่ะ อย่ามาตลก!!” เธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนที่จะกดเปิดเพลงในรถให้เสียงดังกระหึ่มเมื่อไหร่กันนะที่เด็กนี่จะเลิกทำแบบนี้กับเธอสักที...30 นาทีต่อมาณ ห้องของเร็นเร็นเดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับในมือของเขาที่ถือกระเป๋าสะพายใบโปรด เขาสาวเท้าเดินเข้าไปหาไอรีนที่กำลังนั่งดูหนังอยู่ภายในห้องนั่งเล่น เสียงทุ้มเอ่ยออกมาพร้อมกับฝีเท้าที่เดินมาหยุดยืนยังข้างหน้าของรุ่นพี่สาว“ลงไปกันได้
“อันนั้นรู้แล้ว แต่พวงนี้ฉันให้เธอ” เขาดันมือเธอกลับพร้อมทั้งพูดออกมาหน้าตาเฉย มือหนานั้นเลือกที่จะนำพวงมาลัยวางใส่มือของเธออีกครั้ง ไอรีนใช้สมองครุ่นคิดหรือว่าการที่มันให้พวงมาลัยกับเธอแบบนี้อาจเป็นเพราะมันเห็นว่าหน้าเธอแก่เท่ากับน้าผกาอย่างนั้นใช่ไหม ฮึ่ย! มันชักจะเกินไปแล้วนะ...“ให้ทำไมหรือเห็นฉันดูแก่เหมือนแม่นายอย่างนั้นใช่ไหม!!” ไอรีนยกมือขึ้นจับเข้าที่ใบหน้าของตัวเอง เธอทำสีหน้าเศร้าลงเมื่อคิดไปเองว่าตัวเองนั้นดูแก่ แต่ตัวเธอก็พึ่งจะอยู่ปีที่4เองนะ เร็นที่เห็นแบบนั้นก็นึกขบขันอยู่ภายในใจ เขาเดินเข้ามากระซิบกระซาบให้ไอรีนได้ยินอย่างใกล้ชิด“ฉันดูดนมจากเต้าเธอ เธอก็เหมือนแม่คนที่สองของฉัน”กึก!!ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น ปะ เป็นแม่คนที่สองของมันอย่างนั้นเหรอแล้วอะไรคือการที่มันบอกว่าดูดนมของฉัน กรี๊ด!! นี่มันจะพูดตรงพูดชัดเกินไปแล้วไหมและตัวฉันจะสามารถด่าอะไรมันกลับไปได้บ้างแล้วด้วยความที่มัวแต่ยื่นอึ้งอยู่แบบนั้นเร็นจึงได้อาศัยจังหวะนี้เอื้อมมือมาบีบแก้มขาวๆของสาวรุ่นพี่อย่างไอรีน“ไปเรียนสิ มีเรียนไม่ใช่เหรอ” ไอรีนพยักหน้าขึ้นลง จริงด้วยเธอมีเรียนในช่วงเช้านี่แต่ก่อนที่จะไปเธอต
“อะไรนะ!!” ไอรีนตาโตเมื่อครู่นี้ที่ไอ้เด็กบ้านั่นมันพูดจริงหรือเปล่าแล้วเธอจะต้องไปหาซื้อยาคุมฉุกเฉินกินอีกไหมเนี่ย โอ๊ย ไอ้เด็กบ้าแกตายแน่ สองมือเล็กกำหมัดแน่น เร็นเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับผละออกจากร่างเล็กตรงหน้า“ฉันไปก่อนนะ” หนุ่มวิศวะเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้าย เขาทิ้งไอรีนไว้ให้อยู่กับความคิดฟุ้งซ่านแต่แล้วเสียงสวรรค์ของเชอรีนก็ดังขึ้นเรียกสติไอรีนได้เป็นอย่างดี“นี่พวกเรา พรุ่งนี้ก็วันแม่แล้วนะ” ไอรีนหันมาพยักหน้าไปกับคำพูดของเชอรีนทันที“จริงด้วย ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้คุยกับแม่เลย ว่าแล้วก็ทักไปหาสักหน่อยดีกว่า” เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าไปที่แอปพลิเคชันสีเขียว นิ้วมือเรียวรีบพิมพ์ลงบนหน้าจอทันทีไอรีน : แม่คะ แม่ทำอะไรอยู่ ช่วงนี้แม่ไม่ค่อยทักมาหาไอรีนเลยและเพียงไม่นานแม่ของเธอก็ตอบกลับข้อความแม่ : โทษทีนะลูก ช่วงนี้แม่ต้องช่วยพ่อเลี้ยงเขาดูแลลูกน้องน่ะ แล้วแม่ก็ไม่ค่อยสบายด้วย แม่ยังไม่ได้บอกลูกใช่ไหมว่าแม่เป็นความดันไอรีนตาเบิกกว้างเมื่อได้เห็นข้อความของแม่ตัวเอง นี่แม่ของเธอเป็นความดันอย่างนั้นเหรอ...ไอรีน : แม่ไม่ได้บอกไอรีนเลยค่ะ แม่เป็นอย่างไรบ้างคะ โอเคหรือย