เดิมพันรักครั้งที่ 4
3/3
“ดีมากค่ะ มาเร็วจะได้ไปกินไอติม” เพราะฉันกับเกียร์ตกลงกันว่าจะไปกินไอติมกันต่อสักพักแล้วค่อยเรียกคนที่บ้านมารับน่ะ “สองอันนี้แยกถุงนะคะ แต่จ่ายรวม”
“ได้ค่ะคุณลูกค้า” พนักงานรับคำก่อนจะแยกถุงให้ หลังจากจัดการจ่ายเงินเสร็จแล้วฉันกับเกียร์กำลังก้าวขาออกจากธรณีประประตูร้านแต่ก็มีเสียงของคนบางคนดังมา
“มินนี่!” ฉันหันไปมองและเห็นว่าเป็นเสียงเปรม
“เปรม” ฉันเรียกเขาแล้วก็ตกใจอยู่ไม่น้อยที่เจอเขา ตอนนั้นเกียร์จับมือฉันอยู่มืออีกข้างถือถุงเทียนหอมสองถึงและไอแพดของฉัน พอเกียร์เห็นหน้าเกียร์เขาก็ตรงปรี่มากระจากฉันออกจาแขนเกียร์ทันที โดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ “โอ๊ย เปรมมินนี่เจ็บ”
“นี่มึง” เกียร์ตั้งท่าจะเข้ามาขวางและมืออีกข้างยังไม่ปล่อย “ทำไมต้องรุนแรงวะ”
“แล้วมึงเสือกอะไร” เปรมถามกลับไปพร้อมกับดึงแขนข้างที่จับอยู่ให้ขยับออกมา “ปล่อยมือแฟนกูเดี๋ยวนี้นะไอ้สวะ”
“เปรม!” ฉันขี้เสียงทันทีเมื่อได้ยิน ทั้งหงุดหงิดและโมโหในคำพูดที่เขาบอกว่าฉันเป็นแฟนเขา และบอกว่าเกียร์เป็นสวะ “อย่าว่าคนอื่นแบบนั้นนะ”
“มินนี่ไม่ต้องพูดเลย เปรมบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มินนี่ยุ่งกับมัน” เขาจ้องฉันด้วยแววตาที่โกรธมาก มือข้างที่จับแขนอยู่กับกำแรงมากจนฉันนิ่วหน้า
“มึงปล่อยมินนี่เดี๋ยวนี้ มินนี่เจ็บหมดแล้ว” เกียร์มองข้อมือฉันข้างที่ถูกเปรมบีบ ฉันเองก็พยายามดึงมือออกแต่เปรมไม่ยอม เปรมน่าจะโกรธมาก ซึ่งฉันก็โกรธมากเหมือนกัน
“มินนี่กลับบ้านกับเราเดี๋ยวนี้ เย็นนี้เรามีนัดทานข้าวกัน” น้ำเสียงเปรมเป็นโทนออกคำสั่งอย่างชัดเจน ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าเกียร์ไม่เคยออกคำสั่งแบบนี้กับฉันเลย เปรมน่ะชอบทำตัวแบบนี้กับฉันตลอด ทำเหมือนว่าเป็นเจ้าของ และมีสิทธิ์ออกคำสั่งฉัน “มึงปล่อยมือมินนี่ไอ้กุ๊ย”
“เปรม!” ฉันขึ้นเสียงจนคนมองเลยตอนนั้น แล้วก็ใช้แรงทั้งหมดสะบัดมืออกจนแจบร้าวไปทั้งแขน
“ถ้าไม่กลับเปรมจะโทรบอกคุณพ่อคุณแม่เดี๋ยวนี้” เปรมจ้องฉันแล้วก็สลับกลับไปมองเกียร์ เกียร์ปล่อยมือฉันแล้วคงเพราะกลัวฉันถูกเปรมกระชากอีกข้าง
“เกียร์มินนี่ขอโทษนะ “ฉันน่ะรู้สึกแย่มากเลยที่เปรมทำแบบนี้ แล้วเปรมก็เหมือนจะเป็นคนอารมณ์รุนแรงด้วย ถ้าเกียร์เถียงกลับมาอาจจะต่อยตีกันในห้างแน่ ๆ ซึ่งฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นหรอก “เดี๋ยวมินนี่กลับกับเปรมก็ได้ค่ะ”
“แต่....” เกียร์เหมือนจะพูดอะไรแต่ในตอนนั้นเปรมก็กระชากของจากมือเกียร์มาหมดเลย
“เปรมมินนี่บอกว่าอย่าทำตัวแบบนั้น” ฉันดุแล้วก็เอาถุงเทียนหอมมา ฉันคิดว่าฉันควรต้องไปกับเปรมเพื่อป้องกันเอฟเฟครุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น เขาอาจจะโทรบอกพ่อกับแม่ บอกมิกกี้แล้วฉันก็คงทะเลาะกับที่บ้าน หรือไม่ก็อาจจะต่อยกับเกียร์ซึ่งมันคงไม่ดี “เทียนหอมถุงนี้ของเกียร์ค่ะ”
“มินนี่ กลับ” เปรมกระชาฉันตอนที่เกียร์รับของไปแล้ว ฉันไม่มีโอกาสได้ล่ำลาอะไรและต้องเดินตามเปรมมาจนตัวแทบปลิว
“เปรม มินนี่เจ็บนะ” เปรมกำข้อมืออีกข้างของฉันแรงมาก ข้างที่เกียร์จับไม่ยอมปล่อยตอนแรกน่ะ เขาทำหือนกับว่าอยากฝังรากลึกสัมผัสของเขาแทนที่ของเกียร์ “เปรม มินนี่บอกว่าเจ็บไง”
“ทำไมต้องไปอยู่กับไอ้เวรนั่น” เขาโกรธมาก มากสุด ๆ เลยล่ะ “ทำไมต้องซื้อของให้มัน”
“เรื่องของมินนี่นะเปรม อีกอย่างมินนี่ไม่ได้เป็นแฟนเปรมนะ” ฉันก็เถียงขาดใจเหมือนกัน “มินนี่ไม่ชอบให้เปรมมาทำแบบนี้”
“มินนี่กำลังจะเป็นคู่หมั้นเปรมนะ” เขาบอกแล้วก็เปิดประตูรถให้ ฉันยังยืนและไม่ยอมขยับ “เปรมบอกแล้วไงว่าไม่ให้ยุ่งกับมันทำไมมินนี่ไม่ยอมฟัง เปรมไม่ชอบ”
“นั่นมันสิทธิ์ของมินนี่นะเปรม แล้วเรื่องหมั้นอะไรนั่นมินนี่เคยบอกว่าตกลงตอนไหนเหรอ ก็มีแต่ผู้ใหญ่พูด” ฉันเถียงไป ไม่ยอมเข้าไปในรถซึ่งตอนนั้นฉันก็เห็นว่ามีพนักงานของห้างมองอยู่เหมือนอยากจะสังเกตท่าที “มินนี่ไม่ได้ชอบให้เปรมมาทำตัวเองเจ้าของแบบนี้”
“แต่มินนี่เป็นของเปรมครับ” เขาย้ำแล้วดันฉันเขาไปยืนระหว่างประตูซึ่งกำลังบังคับให้ฉันเข้าไปนั่ง “ครั้งนี้เปรมจะไม่บอกคุณพ่อคุณแม่นะ มินนี่กลับกับเปรมดี ๆ ไม่งั้นอย่าหาว่าเปรมไม่เตือน”
สายตาเขาแข็งมาก ดูเหมือนโกรธจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ เปรมน่ะชอบเป็นผู้นำและออกคำสั่งเสมอ มันทำให้เวลาอยู่ด้วยกันฉันอึดอัดตลอดเลย คงเป็นเพราะว่าเขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างนั้น
ฉันถอนหายใจและยอมเข้าไปนั่งเพราะเหนื่อยมากที่เปรมทำตัวแบบนี้ ฉันไม่อยากทะเลาะกับเขาเพราะเปรมไม่มีเหตุผลเลย ฉันเข้าใจว่าเปรมโกรธเกียร์เพราะเรื่องพวกนั้น แต่จะมาห้ามฉันไม่ให้ยุ่งกับเกียร์มันไม่ได้ไหม ฉันบอกแล้วว่าฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน
“ไอ้กุ๊ยนั้นมันไม่มีอะไรดีนอกจากหน้าตาหรอกมินนี่ จนก็จน มันอยากมายุ่งกับมินนี่เพราะอยากเกาะมากกว่า” ดูทัศนคติเขานะ ฉันไม่ชอบเลยที่เขากดคนอื่นให้ต่ำแบบนี้ มันรู้ว่ามินนี่เป็นของเปรมก็อยากจะแก้แค้นเรื่องที่ต่อยกัน “มันไม่มีอะไรเหมาะกับมินนี่สักอย่าง”
“มินนี่ตัดสินเองได้ว่าใครจะเหมาะหรือไม่เหมาะ” ฉันหันออกมานอกหน้าต่างรถ เปรมขับรถเร็วมากจนฉันหวั่นใจ “เปรมไม่ต้องมาทำตัวเป็นเจ้าของมินนี่จะได้ไหม มินนี่อึดอัด”
“มินนี่ เธอเป็นของเปรมครับ” เขาย้ำอีก ตอนฉันหันมามองเขายกยิ้มมุมปากในแบบที่น่ากลัวมาก ฉันรู้สึกไม่ดีไม่ปลอดภัย “ไอ้นั่นมันดูแลมินนี่ไม่ได้หรอก แค่เสื้อผ้าที่มันใส่ยังไม่ก็ค่าข้าวเราหนึ่งมื้อด้วยซ้ำ”
“เปรม มินนี่ไม่ชอบที่เปรมดูถูกคนอื่นแบบนั้นค่ะ”
“แล้วเปรมดูผิดตรงไหน” เขาหันไปมองถนนฉันกอดออกและรู้สึกเหมือนกายร้อนรุ่มจนแทบระเบิดเพราะความโกรธ เปรมดึงมือขวาฉันไปจับแล้วก็จูบลงมาบนข้อมือเบา ๆ “อย่าให้เปรมเห็นอยู่กับมันอีก ไม่อย่างนั้นเปรมจะฟ้องคุณพ่อคุณแม่มินนี่ แล้วจะให้เราหมั้นกันเร็วขึ้น ถือว่าเปรมเตือนมินนี่แล้ว”
ฉันโกรธจนน้ำตาจะไหล ยิ่งอยู่กับเปรม และเปรมทำตัวแบบนี้ฉันยิ่งไม่อยากข้องแวะกับเขาไม่ว่าจะสถานะไหน แค่คิดว่าจะต้องหมั้นและแต่งงานกับเขาฉันยอมบวชชีดีกว่า
ฉันเกลียดผู้ชายที่กดคนอื่นให้ตัวเองเหนือกว่า ทัศนคติเปรมแย่มาก เวลาเขาปฏิบัติกับคนอื่นที่ฐานะด้อยกว่าก็เหมือนกัน เขานั่งกับคนขับรถฉันก็ไม่เคยเรียกพี่สนคนขับรถของฉันว่าพี่ เวลาปฏิบัติกับพนักงาน แม่บ้าน ยาม หรืออะไรก็แล้วแต่เกียร์ไม่เคยขอบคุณเวลาได้รับบริการได้
ฉันเคยอ่านมานะว่าเวลาดูนิสัยคนให้ดูตอนขับรถและเวลาที่ปฏิบัติกับคนที่ด้อยกว่า เปรมขับรถกก็ชอบสบถและหัวร้อน ฉันต้องปรามบ่อย ๆ เวลาได้รับบริการอย่างมีคนเปิดประตูให้ คนโบกรถงี้เขาก็ไม่เคยขอบคุณเลย คือถึงแม้มันจะไม่ใช่เรื่องที่บังคับแต่ฉันว่ามันก็เป็นมารยาท
“อ้าว มินนี่มาพร้อมเปรมหรอกเหรอ” ตอนถึงบ้านก็เป็นจังหวะที่พ่อแม่เปรมมาถึงพร้อมกับพี่สาวคนที่สามของเปรมกับสามีของเธอ พ่อแม่ฉันออกมาต้อนรับด้วย “ถึงว่าไม่เห็นสนออกไปรับเลย”
“ครับคุณแม่ พอดีผมแวะไปรับมินนี่มาหลังจากเสร็จธุระ” เปรมตอบและในมือเขาก็ถือข้าวของของฉันอยู่ด้วย “มาทันเวลาพอดีเลยนะครับ”
“ใส่ใจจังเลยนะเปรม” พ่อฉันเอ่ยปากชม แต่ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดจนไม่อาจจะเก็บสีหน้าได้มิด เพราะเรื่องที่เปรมทำวันนี้มันย่ำแย่มาก
“มินนี่เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊” ะ แม่เปรมสังเกตเห็นสีหน้าของฉัน
“นั่นสิ ทำไมหน้างอมาแบบนั้นล่ะ” ฉันกำลังจะเผยอปากพูดแล้วแต่เปรมก็...
“ผมทำมินนี่โกรธน่ะครับ มินนี่ก็เลยงอนผม” เปรมบอกแบบนั้น
“นี่เรานิสัยไม่ดีเลยเปรม ไปทำน้องโกรธแบบนั้นได้ยังไงกัน” แม่เปรมถามพร้อมมองเราสองคน เปรมแต่ว่านะเกิดก่อนไม่กี่เดือนเอง มาน้องมาเนิ้งอะไรไร้สาระที่สุดเลย “มินนี่จ๊ะ เจ้าเปรมทำอะไรบอกแม่ได้นะ แม่จะจัดการให้เข็ดเลย”
“บอกคุณแม่ดีไหมครับ” เปรมถามแล้วก็ส่งยิ้มให้แต่แววตาตอนนั้นกำลังกวนฉันอยู่
“ไม่เป็นไรค่ะ มินนี่โอเคแล้ว” ฉันปั้นหน้ายิ้มแม้ในใจอยากจะกรี๊ดใส่หน้าเปรมเต็มที
“เด็ก ๆ ก็งอนกันแบบนี้ล่ะครับ ไปเข้าบ้านดีกว่า” คุณพ่อฉันพูดแล้วก็นำเข้าบ้านไป ดูเหมือนทุกคนคิดว่าฉันกับเปรมมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันขึ้นกว่าเดิมล่ะมั้ง พ่อกับแม่น่ะดูกำลังพึ่งพอใจด้วย ทั้งที่ความจริงฉันอยากจะหนีไปให้พ้นจากอะไรแบบนี้ให้ไกลแสนไกล
พอเข้ามาในบ้านฉันก็ไม่มีโอกาสแชตหาเกียร์เลย เปรมเอาแต่ตามติดฉันจนฉันไม่มีโอกาสแตะมือถือ เขาทำฉันอึดอัดมากและเหมือนจะข่มขู่ฉันกลาย ๆ ตลอด
กว่าบ้านเปรมจะกลับไปฉันก็แทบบ้า ฉันแค่อยากแชตหาเกียร์เพื่อขอโทษเขาอีกครั้ง และอยากบอกว่าฉันไม่ได้เป็นแฟนเปรมถึงแม้ว่าเกียร์จะรู้อยู่แล้วเรื่องที่ฉันถูกจับคู่
Me : เกียร์ ทำอะไรอยู่คะ
Me : ออกไปทำงานหรือยัง มินนี่ถึงบ้านนานแล้วนะแต่ว่าพึ่งได้จับมือถือ
Me : มินนี่ขอโทษแทนเปรมด้วยนะคะ
Me : คืนนี้เลิกงานแล้วโทรมานะคะ มินนี่จะรอ
เกียร์ยังไม่ตอบ เดาว่าตอนนี้คงเล่นดนตรีอยู่เพราะสามทุ่มแล้ว วันเสาร์เกียร์เล่นสองทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่ม แล้วก็ไปเล่นอีกร้านสี่ทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืนน่ะ ปกติแล้วเขาจะโทรหาฉันหลังเลิกงานทุกวันซึ่งฉันก็จะคุยกับเขาจนกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว
คืนเดียวกันฉันรอเกียร์จนถึงตีหนึ่ง เขาไม่โทรมา หายไปเลยราวกับว่าไม่อยากคุยกัน ตอนแรกฉันไม่ได้คิดว่าการไม่ได้คุยกับเกียร์มันจะเป็นเรื่องที่ฉันรู้สึกแปลกไป ฉันคิดว่าก็คงนอนหลับเหมือนปกติแต่เปล่าเลย พอไม่ได้คุยกับเขาก็เหมือนจะมีอะไรขาดหายไป
ฉันลองกดโทรออกหาเกียร์ทางไลน์เพราะไม่มีเบอร์ แต่เขาไม่รับสายฉันเลย
บอกตรง ๆ ว่าฉันร้อนใจมากเลยล่ะ