เดิมพันรักครั้งที่ 4
2/3
“แล้วทำไมตอนนี้ถึงกล้าล่ะ” เพราะตอนนี้ฐานะของฉันยังเหมือนเดิมนี่เนอะ
“เพราะไม่อยากทำแค่แอบมองอีกต่อไปแล้วไงครับ” ตอนนั้นเขาก็จูบลงบนจอนผมฉันหนึ่งที เกียร์กำลังจะฆ่าฉันทางอ้อมเลยนะ “มินนี่”
“คะ” เขาพลิกตัวฉันกลับมาให้หันหน้าหาเขา ฉันไม่กล้าสบตาเขาเลยเอาแต่ก้มหน้าลง เกียร์เชยคางฉันขึ้นมา แล้วก็มองตาฉัน
“มินนี่ เกียร์ขอจูบได้ไหมครับ” เขาไม่ได้รั้งรอให้ฉันตอบ ริมฝีปากหยักลึกของเขาทาบทับลงมา ตอนแรกมันเป็นแค่ปากแตะปาก แต่ไม่เกินอึดใจลิ้นเขาก็แทรกเข้ามาด้านใน ฉันไม่รู้จะต้องทำยังไง วางมือตรงไหน แต่เหมือนว่าเกียร์จะรู้ใจฉันถึงได้เอามือฉันไปวางบนไหล่เขาข้างหนึ่ง
จังหวะที่ลิ้นร้อน ๆ ของเขาแทรกเข้ามาใจฉันเต้นโคมคามยิ่งกว่าเก่า ฝ่ามือแกร่งวางลงบนต้นคอฉันหนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างก็จับมือฉันที่วางอยู่บนหน้าขา
“อืม” เสียงของเขาครางต่ำ ๆ ในลำคอ ทุกจังหวะที่ใบลิ้นเขาปัดป่ายในริมฝีปากฉัน เข้ากวาดลิ้นฉันไปด้วย ฉันไม่รู้ว่าจะต้องวางลิ้นตรงไหน ไม่รู้จะต้องทำยังไงเพราะนี่คือ....
จูบแรกของฉัน
เกียร์ควบคุมทุกอย่าง ทั้งลิ้นฉัน การขยับปาก จนดูเหมือนเขาควบคุมจังหวะหายใจฉันได้ด้วย ฉันรู้สึกเหมือนว่าโลกมันหยุดหมุน จังหวะองศาใบหน้าของฉันเอียงตามการควบคุมของเขาเช่นกัน
ฉันเรียนรู้จากการกระทำของเขา จูบตอบไป เขาดูดึงใบลิ้นฉัน ฉันก็ทำแบบนั้น เขายกตัวฉันนั่งบนตักเขาตอนไหนไม่รู้ เราจูบกันแบบนั้นจนไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหน
รสจูบหวามไหว ดุดัน ของเขาทำฉันขนลุกไปทั้งตัว เขากอดเอวฉันตอนนี้ ฉันจับไหล่เขาเกียร์ขบริมฝีปากล่างฉันเบา ๆ ก่อนจะสอดลิ้นกลับเข้าไป เขาทำเหมือนว่าด้านในโพลงปากฉันมีอะไรให้สำรวจมากมายจนไม่สามารถหยุดลงได้
“อือ” ฉันครางเบา ๆ ในลำคอคล้ายเขา มันเป็นจูบที่ละมุนละไมมากเหลือเกิน
ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะจดจำจูบนี้ไปตลอดชีวิต รู้สึกเหมือนว่าทุกจังหวะการจูบ ทุกตารางนิ้วที่เขาปัดป่าวลิ้นไปมันจะฝังลึกลงไปทุกอณูกายฉัน ฝังไปชั่วนิรันดร์
ทุกสัมผัสที่เขากระทำ ทุกเสียงที่ดังออกมา ทุก ๆ อย่างที่อยู่รอบตัวเรามันจะทำให้ฉันจดจำไปทุกชั่วขณะจิต ทุกช่วงชีวิตหลังจากนี้
ความรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับล้านบินอยู่ในท้องนั้นเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้สัมผัส
“เกียร์ร้อนเหรอ” ฉันถามเขาเพราะเห็นว่าเกียร์หน้าแดง
“ก็คงร้อนเหมือนมินนี่มั้งครับ” เขาจับแก้มฉันหนึ่งข้าง ส่วนมืออีกข้างยังอยู่ที่เอวอยู่เลย มันเป็นท่าทางที่หมิ่นเหม่และล่อแหลมเหลือเกิน “จูบแรกเหรอ”
“....” ฉันพยักหน้ารับเบา ๆ การจูบของฉันกับของเขาเทียบขั้นกันไม่ติด ฉันเหมือนเด็กอ่อนหัดให้ขณะที่เขาเข้าขั้นอาจารย์ “ปล่อยก่อนสิคะ ว๊าย”
เกียร์ดึงฉันลงไป แล้วก็พลิกตัวให้อยู่ในท่ากอดกัน เขากอดฉันจนจมอก ก่อนจะจูบหน้าผากหนึ่งที
“เกียร์ไม่อยากปล่อยมินนี่กลับไปเลย แค่คิดว่าจะต้องกลับไปเจอไอ้เปรมก็รู้สึกแย่” เขากระซิบ น้ำเสียงเขาหงุงหงิงมากเลยนะ ฉันวางมือเหนือแผ่นอกด้านซ้ายของเขาพลางช้อนตาขึ้นมอง ตาของเขาตอนที่มองกันเหมือนลูกหมาเลย น่าเอ็นดูสุด ๆ “มินนี่ครับ”
“หืม คะ” ฉันหลบสายตาเขา หลุบตาลงต่ำอีกครั้ง
“มินนี่ไม่รังเกียจเกียร์เหรอ”
“ทำไมมินนี่ต้องรังเกียจเกียร์ล่ะ มินนี่ต้องรังเกียจเพราะฐานะเกียร์เหรอ” ฉันกระพริบตาถี่ ๆ เขาพยักหน้ารับกับฉัน “มินนี่ไม่ได้มองคนที่ตรงนั้น เกียร์ขยันทำงานแล้วก็ยังตั้งใจเรียนนะ”
“แต่เงินก็เป็นปัจจัยหลัก” อันนั้นมันก็จริงอีกเหมือนกัน “เปรมฐานะดี พ่อตำแหน่งใหญ่ ส่วนเกียร์ไม่มีอะไรเลย เปรมชนะเกียร์ทุกอย่างเลยนะ”
“ใครบอกว่าทุกอย่าง” ฉันหันหน้าไปมองทางอื่น ภายในหัวก็ครุ่นคิดไปด้วย เปรมไม่ได้ชนะเกียร์เลย เกียร์มีสิ่งที่เปรมไม่สามารถมีได้อยู่อย่างหนึ่งนะ คือฉันชอบเกียร์ และไม่เคยคิดจะชอบเปรมเลยสักครั้งเดียว ส่วนเรื่องฐานะฉันไม่ได้สนใจ
“แล้วเกียร์มีอะไรที่เปรมไม่มีล่ะ เกียร์ว่าไม่มีเลยนะ” ฉันยักไหล่
“ไม่รู้สิคะ” ฉันออกจากอ้อมแขนเขา ลุกขึ้นนั่งแล้วเหลือบตาออกไปนอกระเบียงที่ม่านปิดไม่มิด “ฝนเหมือนจะหยุดแล้วนะ เราไปกันไหม”
“ไม่อยากอยู่กับเกียร์สองคนแล้ว?” เขาลุกขึ้นนั่งตามแล้วก็เลิกคิ้ว
“ใช่ ไม่อยากอยู่แล้วค่ะ” เขาส่งสายตาคล้ายอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงไม่อยากอยู่กับเขา แต่ฉันเอียงคอแล้วก็ลงจากเตียง “ขอเข้าห้องน้ำได้ไหม”
“ครับ” เขาอนุญาต ส่วนฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำ หลังจากประตูปิดลงแล้วล็อกกลอนฉันก็แทบอุดปากกรี๊ด เมื่อกี้เขินแทบตายเลย ยัยมินนี่เด็กแก่แดดอยู่กับผู้ชายสองต่อสองแถมยังให้เขาจูบอีก
ฉันไม่ได้ใจง่ายสักหน่อย ฉันก็ชอบเกียร์เหมือนกันนี่ แอบมอง แอบชอบมาตั้งสามปีแล้วนะ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะไม่ได้คาดหวังอะไรให้เขามาชอบก็เถอะ แต่ว่าพอเขามาชอบแบบนี้มันเหมือนฝันเลย ผู้ชายหล่อเหลาแบบเกียร์ ที่ชอบสาวเซ็กซี่อยู่ ๆ มาชอบฉันมันก็เหลือจะเชื่ออยู่แล้ว
ตอนเขามีแฟนเขาก็ไม่ได้ทำตัวเจ้าชู้เสเพลแบบนี้นะ เขาก็ดูรักแฟนมากแต่หลังจากเลิกกันเขาจะมีอะไรกับใครก็ได้มันก็สิทธิ์ของเขา โลกนี้มันยุคใหม่แล้วเนอะ การมีอะไรกับคนอื่นตอนโสดมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ส่วนเรื่องแฟนเก่าเปรมมันก็เป็นเหตุที่ไม่คาดคิดด้วย
ถ้าตอนนี้เขาไม่ทำแบบนั้น ไม่มีอะไรกับแฟนคนอื่นแล้วมันก็คงไม่เป็นไร
ตอนอยู่กับเขาสองคนเขาไม่ได้ส่งแววตา หรือกลิ่นอายที่น่ากลัว ไม่ปลอดภัยมาให้ ดูเหมือนก่อนจะทำอะไรเขาก็หยั่งเชิงมาแล้ว ฉันConsent กับจูบเขานะ ส่วนเปรมเขาไม่มีชั้นเชิงและจู่โจมจนน่ากลัว แถมยังฉวยโอกาสทุกครั้งเลย ทัง้ที่ฉันก็แสดงท่าทีไม่ยินยอมแล้วแท้ ๆ
เราสองคนอยู่ในห้องกันอีกแป๊บหนึ่งก็ออกมาหลังจากเห็นว่าฝนหยุดตกและมีแดดออกรำไร แถมยังมีสายรุ้งด้วยนะ นับเป็นอีกหนึ่งวันที่ดีของมินนี่เลยล่ะ....
“มินนี่อยากจะซื้ออะไรไหม” เกียร์ถามฉันตอนที่เรากำลังเดินในห้างกัน เขาช่วยถือไอแพดให้เพราะเขาไม่ได้เอาเป้ออกมาแล้ว ฉันไม่ได้เอากระเป๋าสะพายใบที่พอใส่ไอแพดได้มาน่ะ
“จะซื้อเทียนหอมอย่างเดียวค่ะ เห็นที่ร้านบอกว่ามีกลิ่นใหม่ออกมาแล้ว”
“มินนี่เคยบอกว่าชอบเทียนหอมใช่ไหม” ฉันพยักหน้าให้
“ถ้ามินนี่ไม่จุดก็จะหลับไม่สนิท เกียร์ลองใช่ไหมเห็นเกียร์บอกว่าหลับยาก กลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยให้หลับง่ายนะ” ฉันแนะนำเขา หลังจากคุยกันมาสองสามอาทิตย์ก็พอจะเริ่มรู้พฤติกรรมของเขาว่าเป็นยังไง
เขาไปทำงาน กลับห้องมาโทรคุยกับฉันแล้วก็หลับ ทุกครั้งฉันหลับก่อนตลอดเลย เขาบอกว่าเขาหลับยากบางวันทำงานกลับมากว่าจะหลับก็ตีสองตีสาม ฉันว่ามันไม่ดีนะเพราะมันจะทำให้ภูมิคุ้มกันตกล่ะ แล้วก็จะทำให้ร่ายกายไม่สดชื่นด้วยถ้าสะสมพฤติกรรมอย่างนั้นไปนาน ๆ
“เกียร์เอาลาเวนเดอร์แล้วก็วานิลลานะ” เขาบอกฉันตอนที่กำลังหยิบของใส่ตะกร้าซึ่งเกียร์เป็นคนถือให้ ฉันชอบกลิ่นวานิลลากับโรสแมรี “เอากลิ่นที่มินนี่ชอบอันหนึ่ง แล้วก็ที่มินนี่แนะนำอันหนึ่ง”
“แต่เกียร์จะชอบไหม บางที่เกียร์อาจจะไม่ชอบนะลองดมดูก่อน” ฉันยื่นกลิ่นทั้งสองให้เขาดม
“ชอบหมด ถ้ามินนี่ชอบวานิลลาแล้วเกียร์จุดนอนทุกคนจะเหมือนได้นอนกับมินนี่ไง” ตอนนั้นหน้าฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาจนต้องหันหนี
“เกียร์นิสัยไม่ดีอีกแล้ว” ฉันยู่ปากแล้วก็ใส่ของลงไปในตะกร้า “ไม่คุยด้วยแล้วค่ะ จ่ายเงินดีกว่า”
“เอาแค่นี้เหรอ เอาอะไรอีกไหม” ฉันสั่นหัว
“มินนี่จ่ายนะ ทั้งของเกียร์ด้วย ห้ามปฏิเสธ” ฉันย้ำเขาก่อนเพราะว่าตั้งแต่เจอกันมาเกียร์ไม่คิดค่าข้าวค่าขนมจากฉันเลย อาทิตย์ก่อนที่พาฉันหนีเปรมไปกินขนมเขาก็ไม่ยอมให้ฉันหาร วันนี้ทั้งค่าข้าวมื้อเที่ยง กับค่าน้ำค่าขนมที่คาเฟ่เขาก็ยังจ่ายส่วนของฉันอีก
“ปฏิเสธครับ” เขานี่มันจริง ๆ เลยนะ....
“ไม่ได้ค่ะ เกียร์เลี้ยงมินนี่หลายมื้อแล้วน่าจะเยอะกว่าค่าเทียนนี่อีก” ฉันกำลังอธิบายเพราะว่ารู้สึกเกรงใจจริง ๆ เกียร์ต้องทำงานหาเงินใช้เองแล้วก็ต้องมาซื้อของนั่นนี่ให้ฉัน เลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมทั้งที่ควรหารกัน “มินนี่ไม่สบายใจนะรู้ไหม เกียร์ทำงานหาเงินเหนื่อยจะตาย”
“แค่นี้เอง” เขาพูดอย่างไม่ยี่หระอะไร
“ไม่ค่ะ ถ้าเกียร์ไม่ให้มินนี่จ่ายมินนี่จะไม่คุยด้วยแล้ว” ฉันยืนยันหนักแน่นมาก ปกติแล้วฉันจะค่อนข้างยอมเกียร์นะ หลายครั้งที่ไปกินข้าวเขาก็บอกว่าเขาจ่ายก่อน พอฉันจะโอนให้ หรือให้เงินคืนเขาก็ไม่ยอมท่าเดียวจนฉันต้องยอม แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ
“โอเคครับ มินนี่จ่ายก็ได้” เพราะเขาเห็นฉันจ้องอย่างจริงจังถึงได้ตกลง
“ดีมากค่ะ มาเร็วจะได้ไปกินไอติม” เพราะฉันกับเกียร์ตกลงกันว่าจะไปกินไอติมกันต่อสักพักแล้วค่อยเรียกคนที่บ้านมารับน่ะ “สองอันนี้แยกถุงนะคะ แต่จ่ายรวม”
“ได้ค่ะคุณลูกค้า” พนักงานรับคำก่อนจะแยกถุงให้ หลังจากจัดการจ่ายเงินเสร็จแล้วฉันกับเกียร์กำลังก้าวขาออกจากธรณีประประตูร้านแต่ก็มีเสียงของคนบางคนดังมา
“มินนี่!” ฉันหันไปมองและเห็นว่าเป็นเสียงเปรม