เดิมพันรักครั้งที่ 5
1/3
“มินนี่ เป็นอะไรคะ” คุณแม่เรียกระหว่างทางที่ไปส่งฉันที่มหาลัย วันนี้คุณแม่จะออกไปธุระพร้อมกัน ก็เลยออกมาพร้อมพี่สนมาส่งฉันที่มหาลัยน่ะ ตอนนั้นแม่ก็มองฉันค้างเอาไว้แล้วก็พูดต่อ “เงียบ ๆ นะช่วงนี้ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก หรือว่ามินนี่ยังไม่คืนดีกับเปรม”
“ไม่ใช่เรื่องเปรมค่ะ” ฉันตอบสั้น ๆ เพราะเปรมโกหกที่บ้านเมื่อวันก่อนว่าฉันกับเขางอนกันไง แม่ก็เลยคิดว่าฉันกับเปรมยังไม่หายงอนล่ะมั้ง แต่ฉันไม่ได้งอนเขาหรอก โกรธมากกว่า แล้วก็ไม่ได้อยากจะเสวนากับเขาเลยด้วย
ฉันเป็นห่วงเกียร์เพราะสองวันแล้วที่เขาหายไป ไม่ตอบแชตและไม่โทรหา ฉันลองถามต้าร์ ต้าร์ก็บอกว่าไม่รู้เพราะเขาติดต่อเกียร์ไม่ได้เหมือนกัน
“หนูกับเปรมโอเคกันแล้วใช่ไหม”
“ก็ปกติค่ะ” ฉันตอบสั้น ๆ อีก “ปกติเหมือนทุกที”
“งั้นก็ดีแล้วจ้ะ” แม่ลูบหัวฉันเบา ๆ ไม่นานนักก็มาถึงคณะ ฉันลงรถแล้วก็เรียนคลาสเช้า วันนี้น่าจะไม่มีอะไรมากนอกจากอาจารย์อาจจะสรุปปิดคอร์ส บอกแนวข้อสอบเพราะว่าสัปดาห์หน้าจะหยุดอ่านหนังสือสอบแล้วก็จะได้สอบปลายภาคในสัปดาห์ถัดไป
ฉันมาเรียนคลาสเช้าด้วยจิตใจที่งุ่นง่านพอสมควร คือแค่เป็นห่วงว่าเกียร์จะเป็นอะไรน่ะ
“ยัยเล็ก ห่วงผู้ชายเหรอถึงได้ทำหน้าซึ่งเศร้าขนาดนั้น” ขิงถามกับฉันระหว่างที่ลงลิฟต์กัน เราว่าจะไปกินข้าวเที่ยงแล้วก็รอเรียนคลาสบ่ายเหมือนทุกที ซึ่งฉันก็หวังว่าจะได้เจอเกียร์
“ก็ห่วงแหละ เกียร์ไม่เคยหายไปไม่ตอบแบบนี้” สำหรับฉันมันไม่ใช่อารมณ์น้อยใจที่เขาหายนะ มันอารมณ์ห่วงมากกว่า “รู้สึกไม่ค่อยดียังไงไม่รู้เลย”
“พึ่งเคยเห็นคุณหนูเครียดเรื่องผู้ชาย” น้ำหวานแซวฉัน “เอ๊ะนั่นผัวชีขิงนี่นา”
“ที่รัก” ขิงโบกมือให้ต้าร์ เขามายืนรออยู่หน้าตึกพอเห็นเราก็ตรงมาหา
“นี่มินนี่ เรารู้แล้นะว่าไอ้เกียร์ไปไหน” ฉันมองต้าร์อย่างคาดหวังคำตอบ เพราะฉันหาคำตอบเองไม่ได้แล้ว ในบรรดาเพื่อนของเกียร์ฉันก็แทบไม่รู้จักใคร “ไอ้เกียร์มันนอนอยู่โรงพยาบาล”
“เกียร์ป่วยเหรอ ป่วยเป็นอะไร ป่วยหนักมากไหม” ฉันรู้สึกรนนิดหน่อย บอกตามตรงว่าห่วงเกียร์มากเพราะถ้าเขาป่วยจนไม่มีเวลาตอบแชตตอบอะไรก็คงจะหนักมาก
ต้าร์ถอนหายใจ เขาใช้นิ้วชี้เกาหางคิ้วซ้ายตัวเองเบา ๆ ก่อนจะทำหน้าคิดหนัก
“เกียร์เป็นอะไรเธอ” ขิงก็คะยั้นคะยอ
“ไอ้เกียร์มันไปมีเรื่องกับใครก็ไม่รู้เมื่อคืนวันเสาร์ มันโดนซ้อมจนเข้าโรง’ บาล” ตอนนั้นฉันคิดถึงใครไม่ได้เลยนอกจากเปรม วันนั้นเปรมโกรธมากและเขาก็ดูหยั้งใจไม่มีเรื่องกับเกียร์มาก ๆ เลยด้วย “นี่ไปถามเพื่อนมันมา แล้วก็พึ่งไปหามันเมื่อเช้า ภาพดูไม่ได้เลย”
“เกียร์อยู่โรงพยาบาลไหนเหรอต้าร์” ฉันร้อนใจถามเพราะกลัวว่าสาเหตุมันจะมาจากตนเอง เพราะถ้าเกียร์ถูกซ้อมโดยเปรม ต้นเหตุมันก็คงไม่ใช่ใครอื่น ต้าร์บอกโรงพยาบาลฉันมาแล้ว บอกห้องและบอกตึกด้วย อยู่โรงพยาบาลเอกชนมาไกลจากนี้เท่าไหร่ “ทุกคน มินนี่ไม่เข้าเรียนบ่ายนะ”
“อะไรนะ” เพื่อนถึงกับถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“จะไปไหนมินนี่” พิงกี้ถามฉัน
“มินนี่ต้องไปดูเกียร์ก่อน รู้สึกไม่สบายใจเลย” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ “ปกติคลาสบ่ายไม่เช็กชื่ออยู่แล้ว ฝากทุกคนอัดเสียงให้มินนี่ด้วยนะ”
“ชีห่วงผู้ชายเว่อร์” เพื่อนแซวขำ ๆ แต่ฉันน่ะไม่ได้ขำนะ เพราะกำลังกังวลมาก ๆ ว่าคนที่ทำให้เกียร์ต้องนอนโรงพยาบาลอาจจะเป็นเปรม และคนที่ทำให้มันเกิดเรื่องก็คงเป็นฉัน
ฝากด้วยนะ ฉันรีบเดินออกมาแล้วก็เรียนรถผ่านแอพฯ เพื่อไปหาเกียร์ ฉันต้องรู้จากปากเกียร์ว่าใช่เปรมไหม ต้องเห็นกับตาว่าตอนนี้เกียร์เป็นยังไง
ใช้เวลาไม่นานฉันก็มาถึงโรงพยาบาล เดินหาอยู่นานกว่าจะเจอห้องพักของเขา ฉันเปิดประตุเข้าไปเห็นเกียร์นอนอยู่ ร่างเขาถูกพันด้วยผ้าก๊อซหลายส่วน ตรงแขน ตรงข้อมือ มุมปากเขาบวม ตาก็เขียวช้ำ แถมบนหัวก็ยังมีผ้าก๊อซที่มีเลือดซึมแปะเอาไว้อีก
“เกียร์” ฉันเดินไปหาเขา รู้สึกปวดใจจนพูดไม่ออกเลย
“มินนี่” เขาเรียกฉันด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชัดนัก
End Minnie Pharita Talk
Gear Sathiravich Talk
“ไอ้เกียร์ มีคนทำรถมึงล้มที่หลังร้านน่ะ อยากให้เคลียร์กันหน่อย” พี่การ์ดคนหนึ่งของร้านเข้ามาบอกผมหลังจากลงเวทีเสร็จแล้ว คำพูดของเขาทำให้ผมมุ่นคิ้ว
“ใครเหรอพี่” ผมถามกลับไป
“ไม่รู้สิ มึงไปดูเองดีกว่า” ถึงอย่างนั้นผมก็พยักหน้ารับไปก่อนจะเดินออกไปดู ผมไม่ได้บอกคนในวงเพราะคิดว่าจะกลับมานั่งดื่มด้วยกันต่อสักหน่อยแล้วค่อยกลับหอ
ผมเดินออกมาที่จอดรถด้านหลังร้าน ซึ่งตรงนี้จะเป็นที่จอดรถสำหรับพนักงานโดยพาะ ผมก็เดาเอาว่าคนที่ทำรถผมล้มอาจจะเป็นพนักงานในร้าน หรือไม่ก็อาจจะเป็นรถส่งของ แต่พอเดินมาถึงผมก็เห็นกลุ่มผู้ชายยืนอยู่สามสี่คน ซึ่งดูแล้วไม่น่าใช่พนักงานของที่นี่
รถผมยังอยู่ปกติแต่พวกเขายืนอยู่ใกล้รถผมมาก
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามไปอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่พอพวกนั้นหันหน้ามาผมก็เห็นคนหนึ่งชัดเจนแล้วได้รู้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงกลางและเหมือนจะเป็นหัวโจกคือไอ้เปรม แม้มันจะใส่หมวกเพื่อปกปิดทรงผมไว้แต่ผมก็ยังเห็นชัดเจนว่าเป็นมัน
วันนี้มันมากับแก๊งชายฉกรรถ์อีกสี่คน ไม่ใช่พวกนักเรียนนายร้อยอะไรนั่น และไม่ได้มีพี่ชายของมินนี่เหมือนคราวนั้น พวกที่มากับมันวันนี้ไม่ใช่หัวเกรียน
“ไง” มันทักผมพร้อมใบหน้าที่ตึงพอสมควร
“มีไร” พอเห็นว่าเป็นมันผมก็ตึงเหมือนกัน “เป็นเหี้ยอะไรกับกูนักวะ”
“มึงกล้าถามกูเหรอ” มันเดินมาหาแล้วมองผมด้วยสายตาเหยียด ๆ ตามสไตล์มัน “คราวที่แล้วกูต่อยมึงไปแค่นั้นเพราะอีเบลมันไปโกหกมึงว่าโสดนะ แต่คราวนี้มึงมายุ่งกับคนของกู มินนี่เป็นคนที่กูจะหมั้นด้วยมึงกวนตีนกูอยู่เหรอไอ้เกียร์”
“มินนี่ไม่ใช่คนของมึง เขาไม่ได้ชอบมึง” ผมตอบไปแบบที่มินนี่บอก เธอไม่ได้ชอบมัน
“กูไม่สนว่าจะชอบหรือไม่ชอบ แต่มินนี่เป็นของกู” พูดจบมันหันไปส่งสายตาให้คนที่มาด้วย สองคนเข้ามาล็อกแขนผมไว้แบบที่ไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ไอ้เปรมจะซัดหมันเข้ามาที่หน้าท้องผมเต็ม ๆ
“คนอย่างมึงไม่มีสิทธิ์มาถูกเนื้อต้องตัวมินนี่หรอก ไอ้กุ๊ย”
“อั้ก” ผมจุกจนพูดไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามใช้ขาที่ยังไม่ถูกล็อกถีบมัน
“ไอ้เวรเอ้ย” มันตั้งหลักได้ก็เข้ามาซัดหน้าผมเต็มแรง “มึงมันแค่เศษขยะ ไม่มีอะไรดี คนอย่างมินนี่ไม่เอามึงหรอกอย่ามาฝันไอ้ควาย”
พลั๊วะ ไอ้เปรมซัดหัดใส่ผมอีกสองสามครั้ง ก่อนจะสั่งให้ไอ้พวกที่มาด้วยรุมต่อยรุมกระทืบผม เพราะมุมนี้มันลับตาคนและไม่ค่อยมีพนักงานเดินผ่าน ช่วงนี้เป็นช่วงรับลูกค้าก็ยุ่งกัน
ผมมาสามารถสู้ได้เลยเพราะไอ้พวกนี้ตัวใหญ่มาก ผมไม่มีจังหวะให้สู้และถูกกระทืบถูกต่อยจนเจ็บไปทั้งตัว ไอ้เปรมยืนดูพวกมันกระทืบผมอยู่อย่างนั้นนานร่วมยี่สิบนาทีก่อนจะหยุดลง
“ไง ไอ้ลูกหมา” ผมพูดไม่ออก ตาผมเบลอเพราะเจ็บจนชาไปหมด ไอ้เปรมกระชากคอเสื้อผมที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมา “รอบที่แล้วถือว่ากูเตือนไปแล้วนะ เพราะเป้นอีเบลกูถึงทำมึงแค่นั้น แต่นี่กับมินนี่คนที่จะเป็นเมียกูในอนาคต มึงต้องเจอแบบนี้แหละ”
“อึก” ผมเหมือนจะสำลักเลือดออกมาเพราะมันคลุ้งไปทั้งปาก ไอ้เปรมเหยียดยิ้ม
พลั๊วะ มันต่อยเข้าที่หน้าผมเต็มแรงอีกสองครั้ง ใบหน้ามันดูสะใจปะปมกับความโกรธ ผมมองเห็นแทบไม่ชัดเพราะเหมือนจะมีเลือดไหลมาโดนตาด้วย
“นี่ถือว่ากูเตือนมึงครั้งที่สองแล้วกัน ถ้ากูเห็นมึงยุ่งกับมินนี่อีกกูไม่เอามึงไว้แน่ ไอ้เปรมทิ้งผมลงกับพื้น มันยืนขึ้นแล้วกระทืบเข้าที่อกขวาผมอีกที
“อะ ไอ้ เหี้ย” ผมก่นด่ามันและแค้นใจมาก
“หึ จะตายแล้วยังปากดีนะ” มันยังวางเท้าไว้อยู่บนอกผม ก่อนจะบดบี้เท้าลงอีกหลายครั้ง ผมนิ่วหน้าและหวังว่าจะมีพนักงาน หรือใครสักคนเดินผ่านมา “จำใส่หัวมึงไว้ว่าอย่ามาแตะต้องของของกู มึงมันไม่มีอะไรเหมาะกับมินนี่สักนิด ไอ้กระจอก ถุ้ย”
ท้ายประโยคนั้นไอ้เปรมถ่มน้ำลายลงใส่หน้าผม ก่อนจะเดินจากไป และไม่กี่อึดใจผมก็เหมือนจะภาพตัด ไม่รับรู้อะไรอีกเลย