เดิมพันรักครั้งที่ 5
2/3
“หึ จะตายแล้วยังปากดีนะ” มันยังวางเท้าไว้อยู่บนอกผม ก่อนจะบดบี้เท้าลงอีกหลายครั้ง ผมนิ่วหน้าและหวังว่าจะมีพนักงาน หรือใครสักคนเดินผ่านมา “จำใส่หัวมึงไว้ว่าอย่ามาแตะต้องของของกู มึงมันไม่มีอะไรเหมาะกับมินนี่สักนิด ไอ้กระจอก ถุ้ย”
ท้ายประโยคนั้นไอ้เปรมถ่มน้ำลายลงใส่หน้าผม ก่อนจะเดินจากไป และไม่กี่อึดใจผมก็เหมือนจะภาพตัด ไม่รับรู้อะไรอีกเลย
ผมตื่นขึ้นมาอีกวันที่โรงพยาบาล พี่กุมภ์ เจ้าของร้านเป็นคนเฝ้าผม เขาเป็นคนพามผมมาส่งหลังจากมีพนักงานไปบอกว่าผมสลบอยู่ มือถือพังเพราถูกกระทืบ และร่างกายผมก็ร้าวระบมเกินกว่าจะติดต่อหรือพูดคุยกับเขาใครในวันถัดมาซึ่งเป็นวันอาทิตย์ แล้วผมก็ไม่ได้ไปทำงานด้วย
“หายซ่าไหมล่ะ” พี่กุมภ์ทักผมพร้อมกับลากเก้าอี้มานั่ง วันนี้วันจันทร์แล้ว ผมไม่ได้ไปเรียนเพราะว่ายังอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อเช้านี้ไอ้ต้าร์มาหาและมันก็กลับไปแล้ว “จะแจ้งความเลยไหม”
“เอาไว้ก่อนพี่ เก็บคลิปไว้เป็นหลักฐาน” ผมบอกไปแล้วก็นิ่วหน้า เพราะตอนพูดค่อนข้างเจ็บมุมปาก ร่างกายผมระบม หัวแตกแต่ไม่ถึงขั้นต้องเย็บ ข้างในผมช้ำซึ่งบอกเลยว่าเจ็บจนไม่อยากขยับตัว
“ไปเหยียบตีนใครเข้าให้ล่ะ” เขามองปนขำแต่ก็รู้ว่าพี่เขาโกรธพอสมควร ที่โกรธเพราะร้านเขาพยายามรักษาปลอดภัยค่อนข้างมาก แต่กลับโดนคนในลวงผมที่เป็นเหมือนพนักงานออกไปให้คนอื่นรุมยำตีนใส่ การ์ดคนนั้นรับเงินไอ้เปรม “มือถือมึงแตกหมดเลย เดี๋ยวกูซื้อให้ใหม่”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวไอ้ต้าร์แวะไปเอาของมาให้ตอนเย็น ผมใช้ไอแพดก่อนได้” เขามองค้างเอาไว้อย่างไม่ได้เห็นด้วยในคำพูดของผมเท่าไหร่ “น่า ไม่เป็นไรครับพี่ แค่นี้ก็มากพอแล้ว”
“แล้วไอ้นั่นมันเป็นใคร” ถามต่อ
“ก็คนที่เคยมีเรื่องกันตอนหลายเดือนก่อน” ผมตอบสั้น ๆ “มีปัญหากันอีกรอบ”
“ปกติกูไม่เห็นมึงจะชอบมีเรื่องกับใคร” ก็จริงของเขา ผมไม่ค่อยชอบมีเรื่องจริง ๆ นั่นล่ะ
“เคสนี้ไม่ปกติ” เขามองผม มองอยู่ มองค้าเอาไว้อย่างสงสัยมาก ผมไม่ได้ตอบอะไรเขาอีกแต่ในตอนนั้นประตูห้องพักก็ถูกเปิดออก เป็นมินนี่ที่มาหา
“เกียร์” เธอดูแตกตื่นเมื่อเห็นสภาพของผม แต่เอาเป็นว่าใครเห็นสภาพนี้ก็ต้องแตกตื่นกันทั้งนั้น เมื่อเช้าไอ้ต้าร์มามันก็ตกใจ คือไม่ใช่ภาพปกติที่ผมเคยเป็นน่ะ
“มินนี่” ผมเรียกเธอด้วยถ้อยคำที่ไม่ค่อนชัดเท่าไหร่
“เกียร์ เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม” เธอพุ่งมาหา สีหน้าคล้ายคนจะร้องไห้เต็มที เดาไว้ไอ้ต้าร์ไปบอก ถือว่าทำงานได้ดีมากเลยเพื่อนรัก “ทำไมถึงเจ็บแบบนี้ล่ะ ใครทำอะไร รู้ตัวคนทำไม”
“ใจเย็น ๆ ก่อนครับ” ผมปราม เธอห่วงจนลืมมองพี่กุมภ์ที่นั่งอยู่เลย
“เอ่อ... สวัสดีค่ะ” เธอไหว้เพราะดูเหมือนจะรู้ว่าพี่กุมภ์แก่กว่า “ขอโทษทีค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” เขาพูดหวานหยดใส่มินนี่เลย “แฟนเกียร์เหรอคะ”
“เปล่าค่ะ เพื่อนกัน” มินนี่ตอนแล้วก็หลุบตาลงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองผมต่อ
“อ๋า....เพื่อน” เขายกยิ้มก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้น “งั้นฝากดูไอ้เกียร์ต่อหน่อยนะคะ พี่จะไปทำธุระก่อน”
“โชคดีพี่” ผมพยักหน้าให้ มินนี่ไหว้เขาอีกครั้ง เธอมองตาหลังพี่กุมภ์ออกไปจนประตูปิดลงก็หันกลับมาใหม่ “ทำไมมินนี่ทำหน้าแบบนั้น”
“เจ็บมากหรือเปล่า” เธอถามแล้วก็ขยับมาหาผม ตอนแรกมินนี่ยืนอยู่ริมเตียงตรงบริเวณขา แต่ตอนนี้ขยับมาด้านบนแล้ว เธอสำรวจตัวผมพร้อมกับสีหน้าที่คล้ายจะร้องไห้ “ใครทำเกียร์”
“เปรม” ผมฟ้องแล้วก็แสร้งเอามือข้างหนึ่งแตะปากเพราะเจ็บตรงที่ถูกต่อย “ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อไปนะ พอดีมือถือเกียร์พังน่ะ”
“เกียร์...” มินนี่เรียกผมเสียงเบา เธอหลุบตาลงแล้วตอนนั้นผมก็เห็นว่าเธอมีน้ำตาที่ซึมออกมาจนหยดลง “มินนี่ขอโทษนะเกียร์ ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้เกียร์ต้องเป็นแบบนี้”
“มินนี่ ร้องไห้ทำไม” ผมถามแล้วเอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับแขนเธอ ออกแรงให้มินนี่นั่งลงข้างเตียงริม ๆ ต้นขาผม มินนี่นั่งแล้วก็ก้มหน้าแล้วก็เช็ดน้ำตาออก เดาว่ามินนี่คงรู้สึกแย่
“เพราะมินนี่ เปรมก็เลยไปทำร้ายเกียร์” เธอจับมือข้างหนึ่งของผม ข้างนั้นไม่ได้พันแผลไว้ เธอร้องไห้ออกมาซึ่งผมก็ชะงักอยู่เพราะนานแล้วที่ไม่เคยเห็นผู้หญิงร้องไห้ต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ครั้งสุดท้ายที่ติดอยู่ในความทรงจำก็เมื่อสามปีกว่าก่อนโน้น
“มินนี่ อย่าร้องให้สิ” ผมถอยมืออกแล้วก็เอาเมื่อข้างนั้นเช็ดน้ำตาเธอ “มินนี่ไม่ผิดนะ”
“ไม่ผิดได้ยังไง เพราะมินนี่จริง ๆ นี่นา” เธอสะอื้นเบา ๆ มินนี่เวลาร้องไห้แล้วแก้มแดงไปหมดเลย คงเพราะเธอผิดขาวจัดและเรียบเนียนมาก ๆ ล่ะมั้ง มันเลยทำให้ผมเห็นชัดว่าเธอหน้าแดงมาก “ขอโทษจริง ๆ นะเกียร์ มินนี่จะรับผิดชอบค่ารักษาเกียร์เองนะ”
“ไม่เป็นไร พี่เจ้าของร้านจัดการให้แล้ว มินนี่หยุดร้องก่อนนะ” เธอสูดหายใจเข้าปอด พยายามฮึบที่จะไม่ร้อง เวลามินนี่ร้องไห้น่ะดูเจ็บปวดแล้วก็น่าสงสารมากเลย ผมยอมรับว่าผมแพ้น้ำตาผู้หญิงมาก แต่เกียร์ก็น่าจะผิดเองแหละ ถ้าเกียร์ไม่เข้าไปจีบมินนี่ มินนี่ก็คงไม่ต้องโดนเปรมกระชากแบบนั้น
“....” เธอไม่ตอบแต่ก็เอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาเช็ดน้ำตา
“เกียร์คงจะยุ่งกับมินนี่ต่อไม่ได้แล้วนะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวกว่าเดิม มินนี่เงยหน้ามามองแล้วก็มีน้ำตาที่ไหลออกมาอีก “เพื่อความปลอดภัยของมินนี่เอง กับเกียร์ เปรมยังทำขนาดนี้ มินนี่เป็นผู้หญิงไม่แน่เปรมอาจจะทำร้ายมินนี่ก็ได้”
“มินนี่ไม่ยอมหรอก” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ “มินนี่ไม่ได้รักเปรมสักหน่อย”
“วันเสาร์ เปรมรุนแรงกับมินนี่มากนะ” ผมพูดไปตามที่เห็น ไอ้เปรมน่ะกระชากมินนี่จนตัวแทบปลิว ถ้าไม่ติดว่านั่นอยู่ห้าง และผมอยากจะเล่นบทห่วงเธอและเล่นบทตกเป็นรองไอ้เปรมต่อหน้ามินนี่ผมก็คงซัดมันไปแล้ว ผมไม่ชอบผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงเท่าไหร่
“มินนี่จะจัดการเรื่องนี้เอง” เธอเชิดหน้าขึ้นน้อย ๆ “เรื่องนี้เกียร์ไม่ผิดเลย”
“แต่เกียร์...”
“เรื่องของมินนี่กับเกียร์ทำไมจะต้องเลิกยุ่งเพราะคนที่สามด้วย” ตอนนั้นผมแอบยิ้มอยู่ในใจ “มินนี่ไม่ได้ชอบเปรม ไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย”
“แต่ครอบครัวมินนี่อยากให้คบกับเปรมไม่ใช่เหรอ อีกหน่อยคงหมั้นกันแล้วเกียร์ก็คงจะไม่มีสิทธิ์แบบที่ไอ้เปรมว่า” ผมหลุบตาลงแล้วทำเสียงเศร้า ๆ ก่อนจะพูดต่อ “เกียร์ไม่มีอะไรเหมาะกับมินนี่เลย เกียร์คงกระจอกแบบที่เปรมว่าจริง ๆ”
“เปรมพูดแบบนั้นเหรอ” ตอนนั้นใบหน้าเศร้าก็เปลี่ยนเป็นโกรธขึ้นมา “เกียร์เล่าให้มินนี่ฟังได้ไหม ว่าเปรมว่าอะไรเกียร์บ้าง ห้ามโกหกนะ”
เธอจ้องมองผมค้างไว้ สายตาคะยั้นคะยอมากด้วย ผมเองก็เล่าไปหมดว่าไอ้เปรมเริ่มยังไง ด่าผมว่าอะไร และมีใครบ้างที่มาต่อยผม รวมถึงเรื่องที่ไอ้เปรมถุงน้ำลายใส่ด้วย มินนี่ดูโกรธมากรีแอคชันของมินนี่ทำให้ผมพอใจ ผมน่ะต้องแย่งมินนี่มาจากไอ้เวรเปรมให้ได้
วันเสาร์ผมเห็นสายตามันนะ มันโกรธมากที่เห็นว่าคนที่เข้าไปยุ่งกับมินนี่คือผม มันน่าจะชอบมินนี่จริง ๆ แต่สันดานมันคงไม่ทำตัวดี ๆ ให้มันนี่รักมันหรอก ดูเป็นคนชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง และสมองก็คงไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ มันวู่วามและเอาแต่ใจ และรู้จักใช้แต่กำลัง
“เกียร์อยากกินอะไรอีกไหม” หลังจากที่สถานการณ์ดีขึ้น มินนี่ถามผมหลังจากที่ป้อนข้าวเที่ยงผมไป เธอสั่งอาหารมาส่งหลายอย่างเพราะกับข้างที่โรงพยาบาลไม่น่าอร่อย
“ไม่เอาแล้ว” มินนี่บังคับเกียร์กินจนพุงจะแตก มินนี่ยู่ปาก เธอให้ผมกินข้าว กินผลไม้กินทุกอย่างที่มีจนผมแทบจะคย่อนออกมา รู้สึกเหมือนว่าอาหารมันเต็มกระเพาะไปหมด
“เกียร์มีคนนอนเฝ้าหรือเปล่า”
“เดี๋ยวต้นกล้ามานอนเป็นเพื่อนครับ” มินนี่รู้จักต้นกล้านะ เพื่อนในกลุ่มของผมเองเรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมแล้ว จะเย็นแล้วนะมินนี่กลับเถอะเดี๋ยวที่บ้านเป็นห่วง
“เกียร์ไม่เป็นไรแน่ใช่ไหม” ผมพยักหน้ารับให้เธอมั่นใจ “งั้นมินนี่กลับก่อนนะ”
“ครับ เดี๋ยวสักทุ่มหนึ่งต้นกล้าก็มาแล้วล่ะ” ผมกับมินนี่บอกลากันแล้วเธอก็แยกกลับไป
ผ่านไปสักพักใหญ่น่าจะสักหกโมงเย็นได้เพื่อนที่ชื่อเจตก็มาหา ผมรู้ว่าเจตกับมินนี่เป็นเพื่อนกันแต่ไม่คิดว่าจสนิทกันมาขนาดนี้ ผมกับเจตไม่เคยคุยกันอะไรเป็นพิเศษหรอกแต่ก็รู้จักกันเพราะเจอหน้าตามตึกเรียนบ่อย ๆ แล้วก็เคยประกวดดาวเดือนพร้อมกันเลยกลายเป็นจุดสนใจเล็ก ๆ
เขาแวะมาหาบอกว่ามินนี่ให้ซื้อมือถือมาให้ เจตรู้จักกับมินนี่มาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน รู้สึกว่าพ่อเขาจะมีเชื้อเจ้าอะไรทำนองนั้นล่ะ อยู่ในแวดวงเดียวกันกับมินนี่ มินนี่คงรู้สึกผิดที่ไอ้เปรมทำให้มือถือผมพังถึงได้ฝากเจตซื้อมาให้ แม้จะไม่ได้อยากรับไว้แต่ก็ต้องทำเพราะถูกคะยั้นคะยอ
สิ่งที่ไอ้เปรมทำไม่ใช่ว่าผมจะปล่อยผ่าน ผมจำไม่ลืม และจะทำให้มันได้รับคืนอย่างสาสมทีเดียว
End Gear Sathiravich Talk
Minnie Pharata Talk
“มินนี่ วันนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่เหรอลูกทำไมจะออกแต่เช้าจัง” คุณพ่อทักฉันตอนเห็นว่าเช้านี้ฉันลงมาไวกว่าปกติ พอเห็นคุณพ่อแล้วก็ดีเหมือนกันนะจะได้คุยเรื่องเปรมเลย
“มินนี่จะออกไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลค่ะ เพื่อนมินนี่ไม่สบาย” วันนี้ฉันสั่งให้แม่บ้านทำข้าวต้มแล้วก็มีพวกของกินที่มีฤทธิ์แก้ช้ำในด้วย ฉันห่วงเกียร์แม้ว่าเมื่อคืนจะได้คุยกันแล้วแต่ก็ยังอยากเจอแต่เช้าอยู่ดี เกียร์อิดออดไม่อยากรับมือถือจากฉันแต่ฉันก็บังคับเขาเองล่ะ
“งั้นฝากบอกเพื่อนหนูให้หายไว ๆ นะ” คุณพ่อยิ้มแล้วก็จิบกาแฟพลางอ่านหนังสือพิมพ์
“พ่อคะ มินนี่ขอเวลาสักสิบนาทีได้ไหม” ฉันเดินไปนั่ง
“ว่าไงคะ” คุณพ่อเก็บหนังสือพิมพ์ลง มองฉันอย่างอยากรู้ในสิ่งที่ฉันจะพูด ถ้าไม่นับเรื่องจับคู่กับเปรมพ่อฉันก็ถือว่าเป็นพ่อที่เข้าใจลูกในระดับหนึ่ง ในบรรดาลูกสามคนฉันสนิทกับพ่อมากที่สุด อาจจะเพราะเราเป็นสมาชิกที่ได้เจอกันบ่อยที่สุดล่ะมั้ง
พี่เรมี่เรียนที่เมืองนอกตั้งแต่ไฮสคูล ถึงแม้ว่าเราจะไปบินไปหาเขาบ่อย ๆ แต่มันก็ไม่เหมือนอยู่ด้วยกัน ส่วนมิกกี้เราก็อยู่ด้วยกันบ่อยจนเขาจบมอสี่
หลังจากมิกกี้สอบเข้าเตรียมหารได้เขาก็อยู่กินนอนที่โรงเรียนจันทร์ถึงศุกร์ไปเลยสองปี แล้วก็ย้ายไปเรียนที่นายร้อยตำรวจซึ่งก็ต้องกินนอนที่นั่นเหมือนเดิมเป็นเวลาสามปีแล้ว ทำให้ฉันที่เรียนแบบปกติจึงได้เจอหน้าพ่อกับแม่บ่อยที่สุด ฉันเลยได้ใช้เวลากับพ่อแม่มากที่สุดด้วย
“พ่อพิจารณาเรื่องมินนี่กับเปรมใหม่ได้ไหมคะ” ฉันรวบรวมความกว้าพูดออกไปทั้งที่ในใจก็หวาดหวั่น ฉันไม่ชอบเปรมเป็นทุนอยู่แล้ว พอเกิดเรื่องขึ้นกับเกียร์ก็ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่