Share

08 พี่จ๋า

Penulis: Tiwa
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-06 13:02:30

ลานจอดรถคณะบริหาร

เวลา 17.09 น.

-NUMNIM TALK-

“คุณจะคืนให้ฉันได้รึยัง” ฉันกดตัดสายพี่เคลิ้ม แล้วก็หันมาถามพี่ชอปเปอร์

“เรียกพี่ชอปก่อนสิ” พี่ชอปเปอร์ยักคิ้วใส่ฉัน

“นี่ พี่เคลิ้มบ้ากำลังจะมาแล้ว ฉันจะรีบหนีเขา” ฉันชักสีหน้าและน้ำเสียงใส่พี่ชอปเปอร์ที่ตอนนี้ยืนพิงประตูรถ

“พี่ไม่เคยกลัวมัน”

“แต่ฉัน…”

“นุ่ม ต้องแทนตัวเองว่านุ่ม พูดกับใครว่านิ่มก็ช่าง แต่กับพี่ต้องแทนตัวว่านุ่ม เพราะมันไม่เหมือนใคร พี่ไม่ชอบซ้ำใคร”

“ฉันว่าเราเริ่มคุยกันไม่รู้ภาษาแล้วล่ะ ช่วยคืนเกียร์มาให้ฉันด้วย” ฉันพูดด้วยเสียงที่โคตรบ่งบอกว่าไม่พอใจ

เหตุผลอะไรที่ฉันต้องมาเถียงกับผู้ชายคนนี้ที่ฉันแอบปลื้มน่ะเหรอ

ก็เพราะว่าเมื่อคืนนี้จังหวะที่ฉันค้นร่มในกระเป๋าเพื่อคืนเขา ฉันดันทำเกียร์ของพี่เคลิ้มตกไว้ แล้วพี่ชอปเปอร์ก็เก็บได้ จากนั้นเขาก็ส่งแชทในแอปพลิเคชั่น F******k เข้ามาบอกฉันว่าถ้าอยากได้คืนก็มาเอาเอง แล้วเขาก็ถ่ายรูปสร้อยที่คล้องเกียร์ของพี่เคลิ้มมาให้ฉัน

แล้วฉันก็รีบค้นหาในกระเป๋าตัวเองทันทีปรากฎว่ามันไม่มี เขาพิมพ์ในข้อความมาว่าให้มาเจอเขาที่ลานจอดรถของคณะบริหารหลังเลิกเรียน

ด้วยความอยากได้เกียร์ของพี่เคลิ้มคืนฉันก็เลยมาอยู่ตรงนี้นี่ไง

แต่พอมาแล้วเขากลับเล่นแง่ พูดกวนนั่นนี่ แล้วก็ตรงจังหวะกับโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น เขามองเบอร์ที่โชว์หน้าจอแล้วจากนั้นก็ยื่นมาตรงหน้าฉัน บอกฉันว่ารับให้พี่หน่อย แล้วพี่จะคืนให้ และด้วยความอยากได้ของคืนให้มันจบๆ ฉันก็ตัดสินใจรับสาย แต่พอกดรับไปเท่านั้นแหละ

ฉันถึงกับปวดหัวไมเกรนเหมือนจะขึ้น

“นุ่ม…” พี่ชอปเปอร์เรียกฉันพร้อมกับยื่นหน้ามาใกล้ฉัน

บอกตามตรงว่าตกใจ ไม่ทันตั้งตัวเพราะมัวแต่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่จู่ ๆ เพื่อนของพี่ชอปเปอร์ก็มาขอโทษฉันในห้องเรียน ท่ามกลางเพื่อนร่วมห้องมากมาย

แล้วก็ไม่พ้นโดนถ่ายคลิป โดนซุบซิบนินทา และฉันก็ตกใจมากที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ฉันอายมากเลยล่ะ

ส่วนหมิวไม่ได้มาเรียน ฉันก็ไม่รู้นะว่าเป็นอะไร และไม่คิดจะโทรถามด้วย เพราะเราตัดขาดกันแล้ว

“นุ่ม…” พี่ชอปเปอร์เรียกฉันอีกรอบ และรอบนี้หน้าเราใกล้กันแค่คืบ อีกนิดก็จะจูบกันอยู่แล้ว

“พะ พี่ทำอะไร” ฉันกระอักกระอ่วนท้องไส้ก็เริ่มปั่นป่วน ใบหน้าหล่อ ๆ ของพี่ชอปเปอร์ มันทำให้ฉัน…ใจเต้นแรง

“เป็น…”

เอี๊ยดดดดด!

ปึง ปัง!

หมับ! ตุบ! ปึก ปึก…

“พี่เคลิ้ม! พี่ทำบ้าอะไรเนี่ย!” ฉันรีบเข้าไปดึงหมัดที่จะง้างต่อยลงที่ใบหน้าพี่ชอปเปอร์ไว้

“ปล่อย!” พี่เคลิ้มสะบัดแขนใหญ่ ๆ ของฉันจนหลุดแล้วจากนั้นเขาก็รัวหมัดใส่พี่ชอปเปอร์ไม่ยั้ง

เริ่มจากที่พอเขาลงจากรถ เขาก็กระชากพี่ชอปเปอร์ออกจากฉัน จนพี่ชอปเปอร์กระเด็นล้มลงพื้น แล้วจากนั้นก็อย่างที่เห็น

“พอ! พี่ชอปเขาเลือดไหลไปหมดแล้ว หยุด…”

“เมื่อกี้มึงเรียกมันว่าอะไรนะ?” พี่เคลิ้มปล่อยพี่ชอปเปอร์อย่างที่ฉันบอกจริง ๆ แต่กลายเป็นว่าเขาหันมาทำตาขวาง จ้องหน้าเขม็งเลยล่ะ

“พี่ชอป” ก็ฉันตกใจเลยรีบเรียกแบบนั้น

“ใครให้มึงเรียกมันแบบนั้น อย่าเรียกมันให้กูได้ยิน อย่าแม้แต่จะคิดในใจด้วย กลับบ้าน!” พี่เคลิ้มมันแหกปากด่าฉันอย่างดัง คนทั้งมหาวิทยาลัยที่มีเรียนภาคบ่ายลากยาวภาคค่ำถึงขั้นพากันหันมอง บ้างก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่าย

“แต่พี่ชอป…เปอร์เขาเจ…”

“คนอย่างมันไม่ตายง่าย ๆ หรอก มึงนั่นแหละจะตาย แล้วมึงตัดสายกูทำเหี้ยอะไร เดี๋ยวมึงเจอกู เดี๋ยวมึงเจอแน่ ๆ” แล้วไอ้เคลิ้มมันก็ลากฉันมาที่รถ ซึ่งจอดแทบจะชนรถยนต์คันของพี่ชอปเปอร์

“จะมองมันทำเหี้ยอะไร อาลัยเหี้ยอะไรมันนัก ขึ้นรถ!” ไอ้พี่เคลิ้มด่าฉันอีกเมื่อเห็นว่าฉันหันมองพี่ชอปเปอร์ที่ตอนนี้นอนเหมือนจะหมดสติอยู่ที่พื้น แล้วพี่เคลิ้มมันก็กดหัวฉันให้ก้มต่ำมุดเข้ารถ

มันไม่คิดว่าฉันจะเจ็บบ้างหรือไง

ฉันยอมเข้ามานั่งในรถ เพราะสายตานักศึกษา และใบหน้าที่ดุดันของพี่เคลิ้ม พอฉันเข้ามานั่งในรถ ไอ้พี่เคลิ้มก็ปิดประตูฝั่งที่ฉันนั่ง ปิดเสียงดังมาก ฉันตกใจเลยล่ะ

ฉันมองพี่เคลิ้มที่เดินอ้อมมาฝั่งคนขับระหว่างที่ไอ้พี่เคลิ้มเดินอ้อม พอผ่านตรงหน้าที่พี่ชอปเปอร์นอนเจ็บอยู่ ไอ้พี่เคลิ้มก็ยกนิ้วกลางใส่พี่ชอปเปอร์

หยาบโลนที่สุด!

ปึง! เสียงปิดประตูรถ ปิดแรงขนาดนี้ไม่กลัวพังหรือไง

“มึงจะเลิกมองมันได้รึยัง” พอไอ้พี่เคลิ้มขึ้นรถมา ก็เริ่มตะคอกใส่ฉันอีกรอบ พร้อมกับดวงตาที่ถลึงจนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า

“มองอิหยัง” ก็ไม่รู้ควรจะพูดว่าอะไร ก็ตอนนี้ไอ้พี่มันน่ากลัว มันต่อยพี่ชอปเปอร์รัว ๆ พี่ชอปเปอร์ที่ไม่ทันตั้งตัวก็สู้ไม่ได้น่ะสิ

“กูไม่ตลก!” ไอ้พี่บ้ามันไม่ว่าเปล่า มันดึงผมหน้าม้าของฉันด้วย

“เจ็บ เป็นบ้าอะไรของพี่เนี่ย” ฉันจับเส้นผมตัวเองแล้วหันไปด่ามัน

“มึงเงียบเลยนะ มึงเงียบปากไปเลย อย่าให้กูโมโหมากกว่านี้” ไอ้พี่เคลิ้มชี้หน้าฉันแบบเอาเรื่อง แล้วจากนั้นก็ขับรถออกจากตรงนั้น แต่ก่อนจะออกก็เหยียบคันเร่ง เร่งเครื่องใส่พี่ชอปเปอร์ แล้วก็ออกตัวโคตรแรง แต่ฉันไม่กล้าโวยวายอะไรออกไป

ยอมรับว่ากลัว ก็ไอ้พี่มันน่ากลัวนี่นา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   42 เหตุผล(2)

    (NUMNIM: ฝันดีนะ)ฉันกดส่งข้อความแล้วจากนั้นก็ไปอาบน้ำค่ะ นอนแช่อยู่ในอ่างน้ำอุ่น รู้สึกโล่งสมอง โล่งตัวดี‘ปีใหม่เราไปเคานต์ดาวน์ที่พัทยากันเนอะ จองโรงแรมติดทะเลนอน’‘เอาดิ นุ่มก็อยากไป’‘สัญญาว่าจะพาไป เคานต์ดาวน์ปีแรกของเรามันต้องดีที่สุด’‘แต่จะไม่ใช่ปีสุดท้ายนะ เราจะเคานต์ดาวน์ด้วยกันทุกปีจนแก่ไปด้วยกัน โอเคไหม’‘โอเคอยู่แล้ว ชอปรักนุ่มนะครับ รักนุ่มแค่คนเดียว’พรึบ!“คนโกหก ปีแรกก็ยังไม่ได้เคานต์ด้วยกันเลย คนผิดสัญญา คนใจร้าย ฮึก ฮึก… มาทำให้รักทำไม ทำให้นุ่มเจ็บทำไม ฮึก ฮือ… นุ่มคิดถึงพี่ คิดถึงพี่ที่สุด เมื่อไหร่นุ่มถึงจะลืมพี่ได้” ฉันลุกออกจากอ่างน้ำ เมื่อความทรงจำที่เคยคุยกันไว้มันผุดขึ้นมาในหัวคำสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ ที่ฉันเชื่อหมดหัวใจ“เลิกคิดถึงเขาได้แล้วนุ่มนิ่ม ไหนแกว่าจะมีชีวิตใหม่ไง จะเพ้อถึงเขาทำไม นี่มันผ่านมาเป็นเดือนแล้วนะ เลิกคิดถึงเขาได้แล้ว” ฉันพูดกับตัวเองอยู่หน้ากระจก มองภาพที่สะท้อนกลับมา สภาพของฉันมันดูไม่ได้เลย ทำไมถึงได้งมงายแบบนี้ทำไมไม่ลืมเขาสักที“เฮ้อ…” ฉันอาบน้ำล้างตัว จากนั้นก็ห่อตัวออกจากห้องน้ำจังหวะเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือของฉันมันเด้งข้อความขึ้น

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   42 เหตุผล

    -คอนโดนุ่มนิ่ม-เวลา 19.00 น.ครืด ครืด ครืด…“ฮัลโหล”(ถึงบ้านยัง)“ถึงแล้วเพิ่งจะเข้าห้องเนี่ย”(รถติดเหรอวะ)“อืม ติดมาก กินข้าวกินยายัง”(ยัง)“ไมไม่กินอะ… ไงครับ คิดถึงแม่ไหมครับสุดหล่อทั้งสอง” ฉันถามไอ้พี่เคลิ้มแล้วคุยกับเจ้านายสองตัวของฉันที่เดินลงมาจากที่นอนแล้วมาคลอเคลียที่ขาทั้งสองข้างของฉัน(มึงคุยกับใครวะ)“แมวไงพี่ แล้วสรุปทำไมไม่กินข้าวจะได้กินยา เดี๋ยวก็ปวดระบมหรอก”(คิดถึงมึงว่ะ)“…”(ที่ผ่านมาแม่งโคตรแย่ กูคิดถึงมึงทุกวัน กูไม่เคยคิดถึงใครมากขนาดนี้เลย)“…”(เปิดกล้องหน่อยดิ อยากเห็นหน้า)“…” ฉันนิ่งค่ะ(กูขอมากไปสินะ) ไอ้พี่มันพูดเสียงเศร้า“ยังไม่ได้พูดอะไรเลยไหม แล้วดูทำหน้าดิ” ฉันกดเปิดกล้อง(หึ ไอ้อ้วน) ไอ้พี่มันยิ้มที่มุมปาก(แล้วนั่น… ที่ไหน จัดห้องใหม่เหรอวะ)“อืม จัดห้องใหม่ พี่ทำไรอยู่” ฉันก็ไม่ได้หลอกนะ แค่ยังไม่ได้บอก(นอนเล่นเกม มึงอะจะทำไร)“ว่าจะจัดห้อง ซื้อของมา” ฉันบอกและชูของที่ซื้อมาให้ไอ้พี่ดู แล้วก็หมุนกล้องไปที่บัวลอยไข่หวาน(แมวมึงหน้ากวนตีนเหมือนเจ้าของมันเลยเนอะ)“ตอนนี้นิ่มเป็นเจ้าของแล้วต่างหากล่ะ แมวนิ่ม”(หึ แล้วมึงจะทำเองได้เหรอ จัดห้องอะ

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   41 อย่าหาย(2)

    “เดี๋ยวนี้มึงขับรถเอง”“อื้ม อยากเปลี่ยนชีวิตประจำวัน อยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำน่ะ”“ไม่ได้ลองแดกเหล้าใช่ไหมวะ”“ยังไม่ถึงจุดนั้นนะพี่ ไม่อยากให้แม่เสียใจน่ะ แค่นี้ที่บ้านก็อายกันมากแล้ว เกิดนิ่มทำอย่างนั้นคงได้โดนคนด่าว่าใจแตกแหละ แค่จะหมั้นยังมีคนบอกแรดเงียบเลย พอโดนยกเลิกงานหมั้นนี่โดนหนักมากอะ”“มึงเป็นมึง จะสนใจเหี้ยไรกับพวกปากส้นตีน อย่าไปแคร์แม่ง อีพวกนี้มันก็แค่พวกชอบหาจุดด้อยคนอื่นมาทำให้ตัวเองสูงขึ้น ถ้ากูได้ยินกูจะเอาตีนอัดปากแม่ง ปากตีนไง”“หัวร้อนนี่แก้ไม่เลิกนะพี่”“กูก็เป็นของกูแบบนี้ ทำไมกูต้องเปลี่ยนวะ กูยังหาเหตุผลที่กูจะเปลี่ยนตัวเองไม่ได้เลย”“…” ฉันเงียบค่ะ ไม่ได้พูดอะไรออกไป เถียงกับไอ้พี่ยากที่จะชนะ“มึง”“ว่า”“…เลี้ยวแยกหน้า”“เค ๆ”จากนั้นไอ้พี่ก็บอกทางฉันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งรถจอดที่บ้านหลังใหญ่“เลี้ยวเข้าไปเลยมึง กูเจ็บขา เดินไกลไม่ได้”“ได้ ๆ” ฉันเลี้ยวรถเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ตามที่ไอ้พี่มันบอก เมื่อประตูรั้วหน้าบ้านเลื่อนเปิดอัตโนมัติ“ช่วยพยุงลงรถหน่อยดิ” ไอ้พี่มันหันมาบอกเมื่อฉันจอดรถ“อ่อ ได้ ๆ” ดูเหมือนมีน้ำใจ แต่ก็คงมีน้ำใจนั่นแหละ ก็ไอ้พี่มันดูเละมาก คงเดิน

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   41 อย่าหาย

    วันต่อมา…เวลา 12.40 น.(แกอยู่ไหนแล้วเล็ก)“กำลังจะออกจากห้องแล้ว ให้อาหารบัวลอยไข่หวานอยู่”(แกนี่มันทาสแมวซะจริงนะ ให้ไวเลย เดี๋ยวก็ไม่ทันส่งงานอาจารย์ จารย์กลับก่อนแกแย่เลยนะ แล้วก็ขับรถดี ๆ ด้วย)“รู้แล้วจ้า กำลังออกนี่ไง ก็ใครใช้ให้มาเมาที่ห้องนิ่มล่ะ ตอนไม่กินก็บอกจะนอนค้าง พอกินแล้วก็ไหลไปเรื่อย ทำให้น้องเป็นห่วง เมาแล้วขับนี่ถนัดจริง ๆ”(บ่นอะไรเล็ก แค่นี้นะพี่จะไปนอนต่อแล้ว เอ้อ! อย่าลืมเปิดแอร์ไว้ให้แมวแกล่ะ เดี๋ยวมันร้อนตาย จะฟูมฟายอีก)“แมวของนิ่มมันรู้งานจ้ะ มันกดรีโมทแอร์เอง วางไว้ให้แล้วเปิดเลย”(เฮอะ รักรึเกิน ไอ้แมวหน้ามึนของแกน่ะ)“ที่สุด เมาแล้วไปนอนเลย นิ่มจะออกแล้ว”(เออ ๆ ขับรถดี ๆ พี่ไปนอนละ คืนนี้มีนับถอยหลังกับสาว)ฉันกดวางสายของพี่ชายคนโตที่โทรเข้ามาเพราะความเป็นห่วง เนื่องจากฉันเลือกที่จะขับรถไปมหาวิทยาลัยเอง ฉันไม่อยากพึ่งคนอื่นไปตลอด อยากลองเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันที่ผ่านมา เผื่อว่าความทรงจำและการกระทำใหม่ ๆ จะทำให้ฉันเศร้าน้อยลงวันนี้มอปิด แต่ฉันมีส่งงานอาจารย์ก็เลยต้องรีบบึ่งรถไปมอค่ะตอนนี้ชีวิตที่มหาวิทยาลัยของฉันมันโดดเดี่ยวมากเลยล่ะ เพราะใบชาเพื่

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   40 ฟื้นฟู(2)

    ‘เรื่องแค่นี้ไม่ตายหรอก คนอื่นเจอหนักกว่านี้ยังผ่านมาได้’‘คนอื่นผ่านมาได้ เราก็ต้องผ่านไปให้ได้’‘งมงาย จะเสียใจอะไรขนาดนั้น เขาไม่รักก็ปล่อยเขาไป’‘พร่ำเพ้อ เพิ่งเคยมีผัวก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวมีหลายคนเข้าก็เคยชิน’หลายถ้อยคำที่กระทบเข้าหูฉัน แต่ประโยคข้างต้นที่ได้ยินมา ไม่พูดจะดีกว่า เพราะมันเหมือนเหยียบซ้ำมากกว่าเติมเต็มเพราะขีดจำกัดความรู้สึกทุก ๆ ด้านของทุกคนไม่เท่ากัน ฉะนั้นอย่าเอาคนอื่นมาเปรียบกับอีกคน และที่สำคัญที่สุด… อย่าเอาตัวเราเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ถ้าเราทำแบบนั้นผลของมันก็คือ…มันจะทำให้เรารักตัวเองน้อยลง หรือบางทีเราอาจจะเกลียดตัวเราเองที่ทำไมทำได้แค่นี้ ทั้งที่คนอื่นยังทำได้มากกว่าตัวเราเริ่มจากรักตัวเอง แล้วเราจะมีความสุขแต่ก็ต้องแยก ระหว่างรักตัวเอง กับหลงตัวเอง และเห็นแก่ตัวเฮ้อ…ฉันเริ่มจะกลับเข้าสู่โหมดมโนแล้วสินะสามวันต่อมา…-คอนโดนุ่มนิ่ม-“ห้องแกสวยนะเนี่ยเล็ก”“ก็สวยนะจ๊ะพี่ตาม นิ่มชอบ สองตัวนั่นก็น่าจะชอบ”“เฮอะ ไอ้สองตัวนั่นของแกอะนะ แกอยู่ไหนมันก็อยู่นั่นแหละ แล้วนี่แกจะกินแต่อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งแบบนี้ไม่ได้นะ” พี่ตามเดินออกมาจากโซนครัวหลังจากที่ขนอาห

  • Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ   40 ฟื้นฟู

    หนึ่งเดือนต่อมา…-บ้านนุ่มนิ่ม-เวลา 15.45 น.“เล็กเป็นแบบนี้แม่กับพ่อเป็นห่วงมากรู้ไหม แล้วแบบนี้แม่กับพ่อจะไปทำงานช่วยตากับยายได้ยังไง”“…”“ทำใจเถอะลูก พี่เขามีชีวิตใหม่แล้ว หนูก็เริ่มชีวิตใหม่ได้แล้วนะเล็ก อย่าจมปลักนักเลย คนเราล้มได้ก็ต้องลุกได้”“…”“ถ้าไม่รู้จะทำเพื่อใคร ก็คิดซะว่าทำเพื่อพ่อกับแม่ ตากับยาย แล้วก็พี่ชายทั้งสองของเราไง คนอื่นถ้าเลิกกันไปยังไงก็เป็นคนอื่นนะลูก แต่ครอบครัวยังไงก็เป็นครอบครัว… ลูกสาวที่น่ารักสดใสของแม่หายไปไหน มันนานเกินไปแล้วนะ”“...”“บัวลอย ไข่หวาน ดูสิแม่นิ่มไม่สนใจยายเลย ทำไมแม่นิ่มของบัวลอยไข่หวานถึงได้ใจร้ายแบบนี้นะ” แม่ของฉันพูดกับแมวสองตัวที่นอนอยู่บนเตียงนอนข้างกายของฉันแมวที่เจ้าของจริง ๆ ได้ทิ้งไว้ให้ฉัน เพราะไอ้เจ้านายสองตัวนี้มันสนิทคุ้นชินกับฉัน ตั้งแต่ที่เขาคนนั้นเคยพาฉันไปเจอเจ้านายสองตัวนี้แบบเป็นตัวเป็นตนไม่ใช่คุยผ่านโทรศัพท์มือถือฉันเอาบัวลอยไข่หวานมาเลี้ยงได้สองอาทิตย์ก่อนที่เราจะเลิกกันบัวลอยไข่หวานเห็นฉันเศร้าก็มักมาคลอเคลียอยู่ใกล้ ๆ เหมือนคอยให้กำลังใจฉัน แมวพูดไม่ได้ก็จริง แต่ก็มักเข้าใจเราดีเลยล่ะฉันเชื่อแบบนั้นนะแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status