LOGINเช้าวันต่อมา…
“ที่นอนดี ๆ มีก็ไม่นอน ชอบรึเกินโซฟาเนี่ย ไม่ต้องทำเนียนหลับเลยนะ เสียงแม่ดังขนาดนี้แม่รู้ว่าตื่นแล้ว ลุกมากินข้าว จะได้แต่งตัวไปเรียน ขาดเรียนเก่งเหมือนพ่อมึงจริง ๆ” เสียงของแม่ผมดังลั่นอยู่ข้าง ๆ หูของผม แล้วแบบนี้ผมจะไม่ตื่นได้ยังไงวะ
จะผ่านไปนานเท่าไหร่ แม่จิวก็คือแม่จิวจริง ๆ
“บ่นอะไรครับคุณจีรณาสุดสวย” ผมพึมพำออกไป
“ไม่ต้องมาปากหวานใส่แม่ ลุกมากินข้าว”
“ครับครับครับคุณจีรณา” แล้วผมก็ต้องแพ้ให้แม่ ผมลุกขึ้นจากโซฟา แล้วก็เดินมาหอมแก้มของแม่
“มึงหอมแก้มเมียกูทำไมไอ้เคลิ้ม” เสียงคนหวงของรีบตะโกนมาทันที
“นี่แม่ผมไหมพ่อ”
“ลูกก็ช่าง นี่เมียกูมึงจะมาหอมไม่ได้” พอพ่อพูดแบบนี้ผมก็หอมแก้มแม่ต่อหน้าพ่ออีกสิครับ ผมมันโรคจิตชอบกวนให้พ่อโดนด่า
“ถ้าแม่ว่างก็พาพ่อไปเช็กที่โรงพยาบาลบ้างนะครับ อาการท่าจะหนัก” ผมบอกและเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าว
“นี่มึงว่ากูบ้าเหรอไอ้เคลิ้ม ไอ้ลูกเวร วัน ๆ มีแต่แผลกลับมา กูส่งไปเรียนไม่ได้ส่งไปรบ มึงนี่มัน…”
“ไม่แปลกใจเลยว่าลูกหยาบคายได้ใคร บอกแล้วใช่ไหมว่าให้พูดเพราะ ๆ ชอบพูดคำหยาบ แล้วก็มาว่าลูก มึงนี่มันจริง ๆ เลยนะฮอลล์ ไปเลยไปนั่งกินข้าว ก่อนที่จะไม่ได้กินเพราะกินไม่ลง” นั่นไงครับ ในที่สุดพ่อของผมก็โดนด่าอย่างที่ผมตั้งใจ
เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคนอย่างผม ยืมมือแม่มาใช้ยังไงก็สำเร็จอยู่แล้วสำหรับคนอย่างพ่อผม
“มึงนี่เกิดมาเพื่อให้กูโดนด่าจริง ๆ นะ ไอ้ลูกดีเด่น ลูกประเสริฐ ลูกรักของพ่อ ไอ้… ไอ้… โอ๊ย! กูอยากโวยวาย” พ่อของผมเริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ปากอยากจะด่า แต่แม่ก็ชี้หน้าดักไว้ พ่อก็เลยทำได้แค่เดินมากินข้าวครับ
นี่แหละครับ พ่อของผมก็ยังเป็นพ่อที่กลัวแม่เสมอ และคงจะตลอดไป
มหาวิทยาลัย
เวลา 16.55 น.
“นี่ ๆ วันนี้ชอปเปอร์บริหารให้เพื่อนมาขอโทษเด็กอ้วนเมื่อวานด้วยนะ” เสียงของเด็กที่มหาวิทยาลัยพูดคุยกัน แล้วมันเสือกผ่านเข้ามาในหูผม
“น่าแปลกที่คนอย่างชอปเปอร์สนใจเด็กนั่น พอ ๆ กันกับเคลิ้มวิศวะที่เอาอกเอา…”
“เอาเหี้ยอะไร แล้วเมื่อกี้ใครขอโทษใคร” ผมรีบเดินไปดักหน้านักศึกษาขาเม้ากลุ่มนั้น
“ก็น้องสาวของตั้มตามไง ที่โดนถ่ายคลิปเมื่อวาน วันนี้
ชอปเปอร์สั่งให้เพื่อนมาขอโทษน้องคนนั้น”
ยังไม่ทันที่ผมจะฟังอะไรต่อ ผมก็เดินออกมาแล้วกดโทรหาไอ้ตัวการอย่างไว
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด…
รับสิวะ!
(สวัสดีค่ะ) เสียงที่พูดเข้ามาในสาย ทำให้ผมฉุนเฉียวขึ้นมาทันที
“ทำไมมึงมารับโทรศัพท์ไอ้เหี้ยนี่!” ผมตะคอกใส่ปลายสายเลยล่ะ
(พี่เคลิ้มเหรอ) น้ำเสียงมันนี่ไม่สะทกสะท้านเลยจริง ๆ
“กูถามว่ามึงมารับโทรศัพท์มันได้ยังไง” ผมเริ่มจะหัวร้อนกับไอ้อ้วนนี่ละ อย่าให้กูเจอนะ
(ก็…)
((เดี๋ยวพี่คุยเอง… ว่ายังไงเพื่อนรัก คิดยังไงโทรหาอดีตเพื่อนอย่างผมครับ นี่ต้องดีใจใช่ไหมที่คนดังของมหาวิทยาลัยจำเบอร์อดีตเพื่อนคนนี้ได้))
“ไอ้สัสเปอร์ เด็กนั่นรับโทรศัพท์มึงได้ยังไง”
(กูชื่อชอปเปอร์ครับ นี่ถึงขนาดจำชื่ออดีตเพื่อนผิดเลยเหรอเนี่ย)
“อย่ากวนตีนกู ไอ้อ้วนอยู่ที่ไหน กูจะไปรับมัน”
(ทำไมผมต้องบอกด้วยครับ แค่นี้นะครับเพื่อนเก่า พอดีว่าอดีตเพื่อนมีอย่างอื่นต้องทำเยอะ)
“ไอ้เหี้ยเปอร์!” มันกดตัดสายผมโดยที่ผมยังไม่ทันได้ด่ามันด้วยซ้ำ
ไอ้อ้วน! มึงไม่รู้หรือไงว่ามันตัวอันตราย ทำไมโง่แบบนี้วะ
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด…
ผมกดโทรหาน้องสาวของเพื่อนสนิททันที แล้วโคตรนานกว่ามันจะรับสาย
ไปทำซากอะไรกับไอ้เปอร์วะ
(อะไร)
“มึงอยู่ไหนบอกกูมาเดี๋ยวนี้” ผมถามตะคอก
(อะไรของพี่เนี่ย โวยวายใส่นิ่มทำไม)
“กูถามให้ตอบ!”
(แล้วพี่เป็น…)
“ตอบ!”
(อยู่ที่ลานจอดรถของตึกบริหารไง เสียงดังทำไมเนี่ย)
“มึงรอกูอยู่ที่นั่นเลยนะ อย่าเสือกขยับไปไหน ถ้ามึงขยับมึงเจอกูแน่ เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยวได้แดกตีนกู แล้วอย่า
เสือกวางสายกูนะไอ้อ้วน ไม่งั้นมึงจะโดนหนักกว่าคนอื่น เดี๋ยวบ้องหูมึงลั่นไอ้อ้วน!” ผมโวยวายแล้วก็รีบเดินไปที่รถ เพื่อที่จะขับไปลานจอดรถของคณะบริหาร
เหตุผลส้นตีนอะไรทำไมถึงได้ไปอยู่ด้วยกัน ทั้งที่เมื่อวานยังมีเรื่องกันอยู่เลย
โอ๊ย! แล้วทำไมกูต้องหงุดหงิด ทำไมกูต้องออกตัวแรงแบบนี้ด้วยวะ เป็นบ้าอะไรของกูเนี่ย
-End KLOEM-
(NUMNIM: ฝันดีนะ)ฉันกดส่งข้อความแล้วจากนั้นก็ไปอาบน้ำค่ะ นอนแช่อยู่ในอ่างน้ำอุ่น รู้สึกโล่งสมอง โล่งตัวดี‘ปีใหม่เราไปเคานต์ดาวน์ที่พัทยากันเนอะ จองโรงแรมติดทะเลนอน’‘เอาดิ นุ่มก็อยากไป’‘สัญญาว่าจะพาไป เคานต์ดาวน์ปีแรกของเรามันต้องดีที่สุด’‘แต่จะไม่ใช่ปีสุดท้ายนะ เราจะเคานต์ดาวน์ด้วยกันทุกปีจนแก่ไปด้วยกัน โอเคไหม’‘โอเคอยู่แล้ว ชอปรักนุ่มนะครับ รักนุ่มแค่คนเดียว’พรึบ!“คนโกหก ปีแรกก็ยังไม่ได้เคานต์ด้วยกันเลย คนผิดสัญญา คนใจร้าย ฮึก ฮึก… มาทำให้รักทำไม ทำให้นุ่มเจ็บทำไม ฮึก ฮือ… นุ่มคิดถึงพี่ คิดถึงพี่ที่สุด เมื่อไหร่นุ่มถึงจะลืมพี่ได้” ฉันลุกออกจากอ่างน้ำ เมื่อความทรงจำที่เคยคุยกันไว้มันผุดขึ้นมาในหัวคำสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ ที่ฉันเชื่อหมดหัวใจ“เลิกคิดถึงเขาได้แล้วนุ่มนิ่ม ไหนแกว่าจะมีชีวิตใหม่ไง จะเพ้อถึงเขาทำไม นี่มันผ่านมาเป็นเดือนแล้วนะ เลิกคิดถึงเขาได้แล้ว” ฉันพูดกับตัวเองอยู่หน้ากระจก มองภาพที่สะท้อนกลับมา สภาพของฉันมันดูไม่ได้เลย ทำไมถึงได้งมงายแบบนี้ทำไมไม่ลืมเขาสักที“เฮ้อ…” ฉันอาบน้ำล้างตัว จากนั้นก็ห่อตัวออกจากห้องน้ำจังหวะเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือของฉันมันเด้งข้อความขึ้น
-คอนโดนุ่มนิ่ม-เวลา 19.00 น.ครืด ครืด ครืด…“ฮัลโหล”(ถึงบ้านยัง)“ถึงแล้วเพิ่งจะเข้าห้องเนี่ย”(รถติดเหรอวะ)“อืม ติดมาก กินข้าวกินยายัง”(ยัง)“ไมไม่กินอะ… ไงครับ คิดถึงแม่ไหมครับสุดหล่อทั้งสอง” ฉันถามไอ้พี่เคลิ้มแล้วคุยกับเจ้านายสองตัวของฉันที่เดินลงมาจากที่นอนแล้วมาคลอเคลียที่ขาทั้งสองข้างของฉัน(มึงคุยกับใครวะ)“แมวไงพี่ แล้วสรุปทำไมไม่กินข้าวจะได้กินยา เดี๋ยวก็ปวดระบมหรอก”(คิดถึงมึงว่ะ)“…”(ที่ผ่านมาแม่งโคตรแย่ กูคิดถึงมึงทุกวัน กูไม่เคยคิดถึงใครมากขนาดนี้เลย)“…”(เปิดกล้องหน่อยดิ อยากเห็นหน้า)“…” ฉันนิ่งค่ะ(กูขอมากไปสินะ) ไอ้พี่มันพูดเสียงเศร้า“ยังไม่ได้พูดอะไรเลยไหม แล้วดูทำหน้าดิ” ฉันกดเปิดกล้อง(หึ ไอ้อ้วน) ไอ้พี่มันยิ้มที่มุมปาก(แล้วนั่น… ที่ไหน จัดห้องใหม่เหรอวะ)“อืม จัดห้องใหม่ พี่ทำไรอยู่” ฉันก็ไม่ได้หลอกนะ แค่ยังไม่ได้บอก(นอนเล่นเกม มึงอะจะทำไร)“ว่าจะจัดห้อง ซื้อของมา” ฉันบอกและชูของที่ซื้อมาให้ไอ้พี่ดู แล้วก็หมุนกล้องไปที่บัวลอยไข่หวาน(แมวมึงหน้ากวนตีนเหมือนเจ้าของมันเลยเนอะ)“ตอนนี้นิ่มเป็นเจ้าของแล้วต่างหากล่ะ แมวนิ่ม”(หึ แล้วมึงจะทำเองได้เหรอ จัดห้องอะ
“เดี๋ยวนี้มึงขับรถเอง”“อื้ม อยากเปลี่ยนชีวิตประจำวัน อยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำน่ะ”“ไม่ได้ลองแดกเหล้าใช่ไหมวะ”“ยังไม่ถึงจุดนั้นนะพี่ ไม่อยากให้แม่เสียใจน่ะ แค่นี้ที่บ้านก็อายกันมากแล้ว เกิดนิ่มทำอย่างนั้นคงได้โดนคนด่าว่าใจแตกแหละ แค่จะหมั้นยังมีคนบอกแรดเงียบเลย พอโดนยกเลิกงานหมั้นนี่โดนหนักมากอะ”“มึงเป็นมึง จะสนใจเหี้ยไรกับพวกปากส้นตีน อย่าไปแคร์แม่ง อีพวกนี้มันก็แค่พวกชอบหาจุดด้อยคนอื่นมาทำให้ตัวเองสูงขึ้น ถ้ากูได้ยินกูจะเอาตีนอัดปากแม่ง ปากตีนไง”“หัวร้อนนี่แก้ไม่เลิกนะพี่”“กูก็เป็นของกูแบบนี้ ทำไมกูต้องเปลี่ยนวะ กูยังหาเหตุผลที่กูจะเปลี่ยนตัวเองไม่ได้เลย”“…” ฉันเงียบค่ะ ไม่ได้พูดอะไรออกไป เถียงกับไอ้พี่ยากที่จะชนะ“มึง”“ว่า”“…เลี้ยวแยกหน้า”“เค ๆ”จากนั้นไอ้พี่ก็บอกทางฉันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งรถจอดที่บ้านหลังใหญ่“เลี้ยวเข้าไปเลยมึง กูเจ็บขา เดินไกลไม่ได้”“ได้ ๆ” ฉันเลี้ยวรถเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ตามที่ไอ้พี่มันบอก เมื่อประตูรั้วหน้าบ้านเลื่อนเปิดอัตโนมัติ“ช่วยพยุงลงรถหน่อยดิ” ไอ้พี่มันหันมาบอกเมื่อฉันจอดรถ“อ่อ ได้ ๆ” ดูเหมือนมีน้ำใจ แต่ก็คงมีน้ำใจนั่นแหละ ก็ไอ้พี่มันดูเละมาก คงเดิน
วันต่อมา…เวลา 12.40 น.(แกอยู่ไหนแล้วเล็ก)“กำลังจะออกจากห้องแล้ว ให้อาหารบัวลอยไข่หวานอยู่”(แกนี่มันทาสแมวซะจริงนะ ให้ไวเลย เดี๋ยวก็ไม่ทันส่งงานอาจารย์ จารย์กลับก่อนแกแย่เลยนะ แล้วก็ขับรถดี ๆ ด้วย)“รู้แล้วจ้า กำลังออกนี่ไง ก็ใครใช้ให้มาเมาที่ห้องนิ่มล่ะ ตอนไม่กินก็บอกจะนอนค้าง พอกินแล้วก็ไหลไปเรื่อย ทำให้น้องเป็นห่วง เมาแล้วขับนี่ถนัดจริง ๆ”(บ่นอะไรเล็ก แค่นี้นะพี่จะไปนอนต่อแล้ว เอ้อ! อย่าลืมเปิดแอร์ไว้ให้แมวแกล่ะ เดี๋ยวมันร้อนตาย จะฟูมฟายอีก)“แมวของนิ่มมันรู้งานจ้ะ มันกดรีโมทแอร์เอง วางไว้ให้แล้วเปิดเลย”(เฮอะ รักรึเกิน ไอ้แมวหน้ามึนของแกน่ะ)“ที่สุด เมาแล้วไปนอนเลย นิ่มจะออกแล้ว”(เออ ๆ ขับรถดี ๆ พี่ไปนอนละ คืนนี้มีนับถอยหลังกับสาว)ฉันกดวางสายของพี่ชายคนโตที่โทรเข้ามาเพราะความเป็นห่วง เนื่องจากฉันเลือกที่จะขับรถไปมหาวิทยาลัยเอง ฉันไม่อยากพึ่งคนอื่นไปตลอด อยากลองเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันที่ผ่านมา เผื่อว่าความทรงจำและการกระทำใหม่ ๆ จะทำให้ฉันเศร้าน้อยลงวันนี้มอปิด แต่ฉันมีส่งงานอาจารย์ก็เลยต้องรีบบึ่งรถไปมอค่ะตอนนี้ชีวิตที่มหาวิทยาลัยของฉันมันโดดเดี่ยวมากเลยล่ะ เพราะใบชาเพื่
‘เรื่องแค่นี้ไม่ตายหรอก คนอื่นเจอหนักกว่านี้ยังผ่านมาได้’‘คนอื่นผ่านมาได้ เราก็ต้องผ่านไปให้ได้’‘งมงาย จะเสียใจอะไรขนาดนั้น เขาไม่รักก็ปล่อยเขาไป’‘พร่ำเพ้อ เพิ่งเคยมีผัวก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวมีหลายคนเข้าก็เคยชิน’หลายถ้อยคำที่กระทบเข้าหูฉัน แต่ประโยคข้างต้นที่ได้ยินมา ไม่พูดจะดีกว่า เพราะมันเหมือนเหยียบซ้ำมากกว่าเติมเต็มเพราะขีดจำกัดความรู้สึกทุก ๆ ด้านของทุกคนไม่เท่ากัน ฉะนั้นอย่าเอาคนอื่นมาเปรียบกับอีกคน และที่สำคัญที่สุด… อย่าเอาตัวเราเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ถ้าเราทำแบบนั้นผลของมันก็คือ…มันจะทำให้เรารักตัวเองน้อยลง หรือบางทีเราอาจจะเกลียดตัวเราเองที่ทำไมทำได้แค่นี้ ทั้งที่คนอื่นยังทำได้มากกว่าตัวเราเริ่มจากรักตัวเอง แล้วเราจะมีความสุขแต่ก็ต้องแยก ระหว่างรักตัวเอง กับหลงตัวเอง และเห็นแก่ตัวเฮ้อ…ฉันเริ่มจะกลับเข้าสู่โหมดมโนแล้วสินะสามวันต่อมา…-คอนโดนุ่มนิ่ม-“ห้องแกสวยนะเนี่ยเล็ก”“ก็สวยนะจ๊ะพี่ตาม นิ่มชอบ สองตัวนั่นก็น่าจะชอบ”“เฮอะ ไอ้สองตัวนั่นของแกอะนะ แกอยู่ไหนมันก็อยู่นั่นแหละ แล้วนี่แกจะกินแต่อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งแบบนี้ไม่ได้นะ” พี่ตามเดินออกมาจากโซนครัวหลังจากที่ขนอาห
หนึ่งเดือนต่อมา…-บ้านนุ่มนิ่ม-เวลา 15.45 น.“เล็กเป็นแบบนี้แม่กับพ่อเป็นห่วงมากรู้ไหม แล้วแบบนี้แม่กับพ่อจะไปทำงานช่วยตากับยายได้ยังไง”“…”“ทำใจเถอะลูก พี่เขามีชีวิตใหม่แล้ว หนูก็เริ่มชีวิตใหม่ได้แล้วนะเล็ก อย่าจมปลักนักเลย คนเราล้มได้ก็ต้องลุกได้”“…”“ถ้าไม่รู้จะทำเพื่อใคร ก็คิดซะว่าทำเพื่อพ่อกับแม่ ตากับยาย แล้วก็พี่ชายทั้งสองของเราไง คนอื่นถ้าเลิกกันไปยังไงก็เป็นคนอื่นนะลูก แต่ครอบครัวยังไงก็เป็นครอบครัว… ลูกสาวที่น่ารักสดใสของแม่หายไปไหน มันนานเกินไปแล้วนะ”“...”“บัวลอย ไข่หวาน ดูสิแม่นิ่มไม่สนใจยายเลย ทำไมแม่นิ่มของบัวลอยไข่หวานถึงได้ใจร้ายแบบนี้นะ” แม่ของฉันพูดกับแมวสองตัวที่นอนอยู่บนเตียงนอนข้างกายของฉันแมวที่เจ้าของจริง ๆ ได้ทิ้งไว้ให้ฉัน เพราะไอ้เจ้านายสองตัวนี้มันสนิทคุ้นชินกับฉัน ตั้งแต่ที่เขาคนนั้นเคยพาฉันไปเจอเจ้านายสองตัวนี้แบบเป็นตัวเป็นตนไม่ใช่คุยผ่านโทรศัพท์มือถือฉันเอาบัวลอยไข่หวานมาเลี้ยงได้สองอาทิตย์ก่อนที่เราจะเลิกกันบัวลอยไข่หวานเห็นฉันเศร้าก็มักมาคลอเคลียอยู่ใกล้ ๆ เหมือนคอยให้กำลังใจฉัน แมวพูดไม่ได้ก็จริง แต่ก็มักเข้าใจเราดีเลยล่ะฉันเชื่อแบบนั้นนะแล้ว






![คีรินทร์ วาเลนซิโอ [ ใต้ปีกมาเฟีย ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
