Short
Freeing Her at the Cost of My Life

Freeing Her at the Cost of My Life

โดย:  Fruity Lycheeจบแล้ว
ภาษา: English
goodnovel4goodnovel
9บท
2.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

My boyfriend is a lauded attorney. His true love rams into me with her car; my daughter stands bravely before me as the car explodes. She's blown to smithereens. I'm on the brink of death as I'm carried onto a stretcher, but my boyfriend holds his true love's face tenderly. His gaze is filled with heartache as he tells her that he'll get her off scot-free. He ruins the scene of the accident and buys off the witnesses. He even comes to the hospital to threaten me after I've been disfigured from the explosion. In the end, I die after the treatment doesn't help. It's only when the court announces the sentence that he realizes the deceased's personal details match mine perfectly.

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

Chapter 1

ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนกันไปมาภายในห้องสี่เหลี่ยมไม่ใหญ่มากนักด้วยท่าทีเร่งรีบ บางคนหอบข้าวของพะรุงพะรัง บางคนยุ่งวุ่นวายอยู่กับเครื่องสำอาง และบางคนที่วิ่งหาของกินรวมไปถึงเครื่องดื่ม หากมองภาพรวมทุกคนที่นี่มีสีหน้าเคร่งเครียดจนดูอึดอัด ยกเว้นหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างเล่นมือถือเครื่องหรูอยู่บนเก้าอี้ตัวสวย 

"ฮ่า ๆ ๆ ทำไมมันตลกอย่างนี้เนี่ย"

สาวเจ้าหัวเราะกับวิดีโอที่ถูกเปิดขึ้นมาในมือถือ จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาด้วยความเหนื่อยหอบ

"แฮ่ก ๆ มาแล้วค่ะคุณเจนน่า พิซซ่าที่คุณสั่ง"

หญิงสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารักหอบแฮ่ก ๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยท่าทีหวาดระแวง ในมือถือถาดพิซซ่ากล่องหรูแทบจะถวายให้คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้

"ไม่กิน เอาออกไป"

"คะ"

"ก็บอกให้เอาออกไปไงพูดไม่รู้เรื่องหรือไง!"

เจนน่าตะคอกใส่เธอด้วยความหงุดหงิด ทำเอาคนที่อยู่ในห้องสะดุ้งกันเป็นแถบ กลัวหัวหดจนมือไม้สั่นกันไปหมด โดยเฉพาะคนตัวเล็กที่ถือกล่องพิซซ่า เธอตอบรับเสียงสั่นแล้วรีบวิ่งออกไปจากห้อง

"แล้วนี่จะเสร็จหรือยัง พิรี้พิไรอยู่นั่น เจนน่ามีคิวต้องรีบถ่ายนะคะ"

หล่อนพูดกับช่างทำผมที่มือสั่นเป็นเจ้าเข้า คนถูกถามตอบรับทันทีว่าใกล้เสร็จแล้วแต่ก็ยังไม่วายถูกมองแรงด้วยสายตายากที่จะคาดเดา

"แล้วพิซซ่าที่สั่งมาเมื่อกี๊ใครจะกินก็กินนะคะ หรือถ้าจะไม่กินก็เอาไปให้หมามันกินซะ"

พูดแล้วก็นั่งเชิดอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนตาคู่สวยเหลือบไปเห็นหญิงสาวตัวเล็กที่เพิ่งถูกเธอตะคอกไปเมื่อครู่นั่งหลบมุมร้องไห้อยู่แถวใต้โต๊ะวางของ

"ถ้าคิดจะทำงานร่วมกับฉันแล้วจะอ่อนแอร้องไห้แบบนี้ก็ออกไปซะ คิวงานฉันมีเยอะนะ ไม่ได้มีเวลาเหลือไปนั่งปลอบใคร"

"..."

ทุกคนในห้องต่างมองหน้ากันแล้วก็เงียบ เงียบชนิดที่ว่าเสียงเครื่องปรับอากาศยังดังกว่าเสียงลมหายใจหอบถี่ของช่างทำผมที่หวาดกลัวเธอจนฉี่จะราด

"แล้วก็ถ่ายฉากนี้เสร็จเจนน่าพอแล้วนะคะ นี่มันเลยเวลาพักผ่อนมาแล้ว เดี๋ยวหน้าจะโทรม"

เป็นที่รู้ดีของคนที่เคยร่วมงานกับดาราสาวคนสวยสุดจะเอาแต่ใจ 'เจนน่า วินด์เซอร์' ชื่อที่หลายๆคนก็ต่างหวาดผวาว่าในแต่ละวันตัวเองจะต้องเจอกับอะไรหากหวยออกได้ร่วมงานกับเธอคนนี้ นางมารร้ายดาวรุ่งพุ่งแรงจนฉุดไม่อยู่ ชี้อะไรต้องทำ สั่งอะไรต้องได้ ขี้เหวี่ยงขี้วีนจนคนต่างขนานนามว่าเป็นนางร้ายทั้งในจอและนอกจอ แต่เพราะหล่อนมากฝีมือเรื่องการแสดงทำให้ผู้กำกับหลายๆคนเลือกที่จะยอมเสี่ยงจ้างเธอให้มาร่วมงานด้วย

จะมีก็แต่เพื่อนสาวคนเดียวของเธอที่เรียกได้ว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวที่สามารถรับมือกับเธอได้อยู่หมัด นั่นก็คือ 'นับหนึ่ง'   หญิงสาวลูกครึ่งอังกฤษตาสีน้ำข้าวผมสีทอง นับหนึ่งเป็นเพื่อนกับเจนน่ามาตั้งแต่สมัยที่เธอยังไม่เข้าวงการ แต่แปลกที่หล่อนกลับมีนิสัยเข้าอกเข้าใจคนอื่นและใจเย็นมากจนหลาย ๆ คนแทบนึกไม่ออกว่าหล่อนสามารถเป็นเพื่อนกับเจนน่าได้ยังไง

"ยัยเจน ฉันมีข่าวร้ายจะบอก"

เสียงนุ่มๆของเพื่อนสาวที่กำลังขับรถดังขึ้นในขณะที่เจนน่ากำลังไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์เช่นเคย

"ไม่มีอะไรจะเป็นข่าวร้ายได้เท่ากับลิปสติกแท่งโปรดหมดตอนที่ต้องการใช้แบบสุดๆ"

สีหน้าเรียบเฉยปรากฏขึ้นในกระจกมองหลังที่อยู่ด้านหน้าของคนขับรถ รอยยิ้มมุมปากของนับหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาเช่นเดียวกัน

"เดี๋ยวแกก็รู้ว่าเรื่องนี้มันร้ายหรือไม่ร้าย"

เพื่อนสาวเหยียบคันเร่งสุดเท้าในถนนที่โล่งสุดๆยามดึก ทว่าดาราสาวไม่ได้มีท่าทีวิตกกังวลหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด เธอกลับนั่งชื่นชมเล็บใหม่ที่เพิ่งจะทำไปหมาดๆเมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมา

"แล้วก็เรื่องพิซซ่า ฉันฝากแกจัดการเขียนเช็กให้เด็กนั่นทีนะ"

"ที่แกไปตะคอกใส่เขาเพราะไม่อยากกินของที่สั่งมาแล้วน่ะเหรอ"

"ว้า ข่าวไปไวจังเลยนะทั้งที่แกไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย ไม่ทราบว่าอ้ายอีตัวไหนมันคาบข่าวไปบอกอีกล่ะ"

เจนน่าพูดขึ้นมาด้วยความเคยชิน เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข่าวฉาวพวกนี้มักจะไปถึงหูเพื่อนตัวดีของเธอเสมอโดยที่ไม่ต้องเปลืองน้ำลายเล่าให้ฟังเลยสักเรื่อง

"เออ จะหมาตัวไหนก็ช่างเถอะ เพราะที่ได้ยินมาแต่ละเรื่องก็ดี ๆทั้งนั้น"

"เขียนเช็กให้แม่เด็กคนนั้นไปสักสองแสนนะ ค่าพิซซ่าส่วนหนึ่ง ที่เหลือฉันให้เป็นค่าทำขวัญ เดี๋ยวจะสติหลุดไปซะก่อน"

"สองแสนเองเหรอคะคุณเจนน่า หนูกลัวมากเลยค่ะ ฮือ ๆ"

นับหนึ่งแกล้งทำเสียงเป็นร้องไห้แทนเด็กสาวคนนั้นเพื่อแหย่เพื่อนเธอ

"อ๊ะ ๆ สองห้าก็ได้ เศษเงินค่ะ"

เจนน่าพูดขึ้นแบบยิ้มๆตามประสาเพื่อนเล่นกันซึ่งแน่นอนว่าถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ได้เห็นรอยยิ้มขี้เล่นแบบนี้จากเธอ

"สองห้าเองเหรอคะคุณเจนน่า แต่ว่าหนูเสียน้ำตาไปหลายลิตรเลยนะคะ คุณจะไม่ให้ค่าน้ำเปล่าแยกต่างหากอีกสักแสนหนึ่งเหรอคะ"

"นี่ น้อย ๆ หน่อยนางหนู สองห้าขาดตัวย่ะ ฉันก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกันนะ"

ดาราสาวกระแนะกระแหนแล้วหัวเราะในลำคอ ก่อนจะส่ายหัวให้ความกวนของผู้จัดการส่วนตัว ซึ่งไม่นานนักรถคันหรูก็ได้มาหยุดจอดที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งที่นี่ไม่ใช่คอนโดของเธอ

"เดี๋ยวนะ แล้วแกจอดตรงนี้ทำไมอะ น้ำมันหมดเหรอ"

เจนน่าขมวดคิ้วถามเพื่อนเธอด้วยความสงสัย ตอนนี้ปาเข้าไปจะห้าทุ่มแล้วแต่เธอยังไม่ได้มาสก์หน้าเลยแล้วจะได้นอนกี่โมงกัน ขอบตาคล้ำพอดี

"นี่ไงข่าวร้ายของแก"

"อะไร"

เพื่อนสาวนั่งนิ่งไม่พูดอะไร ได้แต่ยักไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็ให้ตัวร้ายอย่างดาราดังหันมองดูรอบๆเอาเองว่าที่นี่ที่ไหน

"ฉันไม่เล่นนะยัยหนึ่ง แกพาฉันมาที่นี่ทำไม"

"ก็ไม่ได้พามาเล่น มาร้านดอกไม้ให้ฉันเอาผ้าแกมาส่งซักหรือไง"

"ออกรถ"

เสียงนิ่งสั่งเพื่อนตัวดี ทั้งที่นับหนึ่งก็รู้ว่าเธอเกลียดดอกไม้อย่างกับอะไร ต่อให้เธอวิ่งรอบรถคันนี้สักยี่สิบรอบเธอก็ยอม แต่พื้นรองเท้าส้นสูงแสนแพงของเธอจะต้องไม่เหยียบเข้าไปในร้านเด็ดขาด

"ร้านดอกไม้เจ้าประจำที่เราซื้อกับเขาปิดถาวร ฉันเพิ่งมารู้ก็ตอนหัวค่ำนี่เอง"

"แล้ว"

เจนน่าตอบพยางค์เดียวเป็นคำถามว่าแล้วยังไง เพราะนี่มันไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่จะต้องมาเลือกซื้อดอกไม้ด้วยตัวเอง

"พรุ่งนี้มีงานเปิดตัวละครเรื่องใหม่ของแก แน่นอนว่าแม่นางเอกนางใจคู่แข่งแกจะต้องมีดอกไม้ช่อใหญ่ไปถวายเจ้าของค่ายอย่างแน่นอน"

พอพูดถึงนางเอกที่เธอเกลียดนักหนาก็พาให้หงุดหงิด นอกจากนางนั่นจะชอบประจบสอพลอเจ้าของค่ายแล้วยังทำตัวดีเข้าถึงง่ายไปทั่วจนคนรักคนหลง ต่างกับตอนที่อยู่กับเธอสองคนเหลือเกิน ลอตูแสหลู

"แกก็สั่งให้เขาเอามาส่งที่งานสิ ร้านไหนก็ได้ ไม่เห็นต้องมาเลือกด้วยตัวเอง"

"ไม่ได้ ไม่ทัน ฉันได้ยินมาว่าคุณนางเอกเขาสั่งดอกไม้ช่อเท่าบ้านมาแล้วนะ ถ้าแกไม่มาเลือกไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง เกิดพรุ่งนี้ร้านเอาช่อเล็กกว่ามาให้จะทำยังไง ไม่อายคนอื่นแย่เหรอ"

"..."

"โดยเฉพาะนักข่าว ถ้าเกิดยัยนั่นได้หน้าไป มีหวัง"

'ปัง'

เสียงปิดประตูรถดังขึ้นพร้อมกับดาราสาวที่จ้ำอ้าวลงไปจากรถแล้วมุ่งตรงดิ่งไปยังร้านดอกไม้ตั้งแต่ที่นับหนึ่งยังไม่ทันพูดจนจบประโยค

'แอ้ด'

เจนน่าเปิดประตูร้านด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เธอยอมอยู่ในดงงูเห่าดีกว่าอยู่ในดงดอกไม้พวกนี้เสียอีก แต่เพราะเรื่องความโดดเด่นเธอจะยอมไม่ได้เด็ดขาด

"ขอโทษนะคะคุณลูกค้า ร้านปิดแล้วค่ะ"

เสียงหวานหูตะโกนดังออกมาพร้อมๆกับใบหน้าหวานของเจ้าของร้านที่ยืนยิ้มแฉ่งให้กับลูกค้าคนสวย

"คะ"

และเจนน่าที่ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูร้านเพราะน้อยคนนักที่ได้เจอเธอตัวเป็นๆแบบนี้แล้วจะไม่มีท่าทีดีใจจนต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาขอถ่ายรูป

"ร้านปิดแล้วค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ"

เจ้าของร้านตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง กลิ่นหอมจากตัวหล่อนทำเอาดาราสาวหยุดนิ่งไปเพราะความหอมนั่นจนอยากจะถามออกไปว่าหล่อนใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรถึงได้หอมขนาดนี้ แต่เพราะเธอเป็นดาราดังยังไงล่ะ ถ้าจะถามคำถามนี้กับคนทั่วไปก็คงยังไงอยู่

"อะแฮ่ม ปิดแล้วเหรอคะ ขอเจนน่าซื้อแค่ช่อเดียวนะคะ"

คนตัวสูงกว่ากระแอมแล้วพูดชื่อตัวเองออกมา เผื่อว่าเจ้าของร้านคนนี้จะอ๋อขึ้นมาได้บ้างว่าเธอนี่แหละดาราตัวเป็นๆ แถมยังส่งยิ้มเป็นมิตรแบบนี้ให้อีกต่างหาก ถึงจะเป็นแค่การแสดงก็เถอะ เพราะตอนนี้ในใจเธอร้อนรุ่มเป็นไฟด้วยความหงุดหงิด

"ไม่ได้จริงๆค่ะคุณลูกค้า ต้องขอโทษด้วยอีกทีนะคะ"

สีหน้าของลูกค้าเปลี่ยนไปเป็นความฉงน เจนน่ากะพริบตาถี่ ๆแล้วชี้ที่ตัวเองก่อนจะโพล่งคำถามที่ไม่เคยถามกับใครมาก่อน

"นี่ คุณไม่รู้จักฉันเหรอคะ"

คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงตั้งคำถามก่อนจะส่ายหัวไปมาแล้วก็ยิ้มบางๆส่งกลับไป

"ได้ยังไง ฉันเอง ฉันไงคะ เจนน่า วินด์เซอร์น่ะ"

คุณตัวโกงทำหน้าเหวอก่อนแหวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจปนประหลาดใจ บนโลกนี้ยังมีคนไม่รู้จักเธออยู่งั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้

"หึ ไม่รู้จักจริงๆค่ะ เราเคยเจอกันมาก่อนด้วยเหรอคะ ฉันไม่คุ้นหน้าคุณเท่าไหร่"

คนตัวสูงอ้าปากหวอพูดไม่ออกจนกระทั่งเพื่อนสาวเดินเข้ามาเปิดบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง

"ทำไมนานจังยัยเจน"

"..."

"อ้าว สวัสดีค่ะคุณเจ้าของร้าน ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังขายอยู่ไหมคะ พอดีเราสองคนจำเป็นต้องรีบใช้ช่อดอกไม้มากๆเลยน่ะค่ะ"

นับหนึ่งถามออกมาด้วยความใจเย็นก่อนจะลูบหลังเพื่อนเบาๆให้อาการอ้าปากตาค้างนั่นดีขึ้น

"ขอโทษอีกครั้งค่ะ พอดีตอนนี้ร้านของเราปิดแล้ว รบกวนคุณผู้หญิงสั่งร้านอื่นก่อนแล้วกันนะคะ"

คนตัวเล็กพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริง เพราะเธอเก็บกวาดร้านจนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงไม่สามารถจัดช่อได้อีก เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคงต้องกวาดร้านใหม่ ดูทรงแล้วคงเป็นงานใหญ่แน่

"อะไรกัน คำก็ปิดสองคำก็ปิด กับอีแค่ดอกไม้ช่อเดียวมันจะอะไรกันนักกันหนา ฉันยอมจ่ายให้เธอสองเท่าของช่อดอกไม้ ทำให้ฉันเดี๋ยวนี้"

เจนน่ากอดอกชี้นิ้วสั่งคนที่เพิ่งเจอกันไม่กี่นาทีก่อน ไหน ๆ ก็ไม่รู้จักเธอแล้ว ถ้าจะเป็นตัวเองใส่หล่อนก็คงจะไม่ใช่ปัญหา

"ขอโทษด้วยนะคะ ต่อให้คุณจะให้ฉันสิบเท่าของช่อดอกไม้ฉันก็ไม่ทำให้ค่ะ กรุณาถอยออกไปสักนิดนะคะ จะปิดประตูร้านค่ะ"

เจ้าของร้านคนสวยตอบกลับไปด้วยความสุภาพ ทำเอานับหนึ่งยิ้มแหยๆให้กับความเสียมารยาทของเพื่อนตัวเองแล้วทำการขอร้องอีกครั้ง

"ได้โปรดเถอะนะคะ ขอแค่ช่อใหญ่ๆช่อเดียวเลยค่ะ นะคะ"

ใบหน้าอ้อนๆกับตาแป๋วๆของคนตัวเล็กที่ทำการขอร้องถูกส่งไปยังอีกคนที่ดูลังเลในความสุภาพของหล่อน ถ้าคนตัวเล็กผมทองนี่มาคนเดียวก็คงจะใจอ่อนอยู่ แต่เพราะคำพูดที่ใช้เงินฟาดหัวของคนตัวสูงนั่นทำให้เธอปฏิเสธ แต่ก่อนจะพูดปฏิเสธออกไปเสียงตะโกนถามของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้นเสียก่อน

"อะไรกันลูก ข้าวหอม เสียงดังเอะอะไปถึงหลังร้านแหนะ"

หญิงสาววัยกลางคนท่าทางใจดีเดินออกมาจากด้านหลัง หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงดูสะสวยไม่ต่างกับคนตัวเล็กบ่งบอกว่าเธอสองคนเป็นแม่ลูกกัน

"ก็แม่นี่"

"ขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวนตอนนี้ แต่คุณน้าช่วยทำช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้พวกหนูสักช่อนะคะ พอดีว่าจำเป็นต้องใช้มากจริงๆ ถ้าคุณน้าไม่ช่วยพวกหนูสองคนเดือดร้อนกันยกใหญ่แน่ ๆ เลยค่ะ"

คนตัวเล็กใช้มือปิดปากเพื่อนสาวปากหมาด้วยความรวดเร็วก่อนที่โอกาสครั้งสุดท้ายจะจบลง คำพูดขอร้องยาวเหยียดของนับหนึ่งกับท่าทีสุภาพเรียบร้อยในการอ้อนวอนทำให้หญิงวัยกลางคนพยักหน้าตอบรับอย่างไม่ลังเล

"ได้สิจ๊ะ งั้นพวกหนูเข้ามาก่อนนะ น้าต้องใช้เวลาทำนิดหนึ่งจ้ะ ยืนรอด้านนอกจะเมื่อยซะเปล่าๆ"

นับหนึ่งขอบคุณอย่างนอบน้อมผิดกับอีกคนที่ทำท่าทางเหลือบตามองบนด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา กริยาที่แสดงออกทำเอานับหนึ่งต้องมองตาขวางจนเจนน่าหยุดทำแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงจนช่อดอกไม้ช่อโตถูกส่งให้กับคุณลูกค้าทั้งสองคน เจนน่าที่เก็บอาการเกลียดดอกไม้ไม่ค่อยจะอยู่ต้องหันหลังหลับตาปี๋ให้กับดอกไม้นั่น เธอรู้สึกเกลียดดอกไม้พวกนี้จะแย่ ทำไมจะต้องมาอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ตัวเองเกลียดขนาดนี้ก็ไม่รู้

"ทั้งหมดเท่าไหร่คะคุณน้า"

"ทั้งหมดนี่สี่พันสองจ้ะหนู"

"คุณน้าคิดค่าเสียเวลาได้นะคะ บวกเพิ่มไปเลยค่ะไม่ต้องเกรงใจ"

นับหนึ่งบอกกับคุณน้าสุดใจดีโดยที่ไม่ได้หันไปสังเกตเพื่อนของเธอที่ตอนนี้แทบอยากจะวิ่งออกจากร้านเต็มทน

"ไม่เป็นไรหรอกหนู น้าคิดตามราคาจริงนี่แหละ ค่าเสียเวลาอะไรกัน ไม่มีหรอกจ้ะ"

คนตัวเล็กยิ้มตอบอย่างสุภาพ ก่อนจะหันไปสะกิดเพื่อนตัวดีให้จ่ายเงิน แต่จนแล้วจนเล่าเจนน่าก็ไม่หันมา อาจจะเพราะว่าในมือหล่อนถือช่อดอกไม้ที่เพื่อนคนนี้เกลียดแสนเกลียด จนกระทั่งเจ้าของร้านคนสวยที่กำลังกวาดร้านอยู่เดินเข้ามา

"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ"

เสียงหวานถามเจนน่าที่เอาแต่ยืนหลับตานิ่ง หน้าตากล้ำกลืนแบบนั้นทำให้เธออดจะเป็นห่วงไม่ได้แม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะพูดไม่ดีกับเธอ

"อย่ามายุ่ง"

คนตัวสูงหลับตาแล้วพูดออกมาเบาๆ หล่อนสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อเก็บนิสัยความเป็นตัวเองไว้กับตัว

"ฉันถามคุณดีๆนะคะ"

"แล้วฉันหยาบคายกับเธอตรงไหน"

เจนน่าลืมตาสะกดกลั้นตัวเองแล้วถามนิ่งๆ แววตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกถูกส่งไปยังคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหน้า แต่แปลกที่ดวงตากลมโตนั่นจ้องตาเธอกลับอย่างไม่เกรงกลัว ผู้หญิงคนนี้เก่งมาจากไหนกันถึงได้กล้าสบตากับเธอ คนร้อยทั้งร้อยเมื่อเจอเธอในโหมดนี้ต่างก็ต้องหลบตากลัวเธอจนหัวหดกันทั้งนั้น

"เอ่อ นี่ค่ะคุณน้าเงิน ไม่ต้องทอนนะคะเอาไปเลย คิดซะว่าเป็นค่าเสียเวลาแล้วก็เสียมารยาทของเพื่อนหนูนะคะ"

สุดท้ายที่นับหนึ่งต้องควักเงินออกจากกระเป๋าตัวเองแล้วหยิบเงินเป็นฟ่อนขึ้นมาแบบลวกๆ ยัดใส่มือคุณน้าใจดีแล้วลากตัวเพื่อนเธอออกมาด้วยความรวดเร็วทั้งที่ตาขวางๆนั่นถูกมองมาทันทีที่เธอพูดว่าหล่อนเสียมารยาท

ทั้งที่นับหนึ่งเห็นว่าคุณน้าวิ่งตามออกมาเพื่อที่จะคืนเงินแต่เธอก็รีบขึ้นรถและรีบออกรถอย่างเร็วที่สุดเพราะกลัวว่าคุณน้าคนนั้นจะรู้จักเจนน่าจนเอาไปแฉพฤติกรรมสุดแย่จนเป็นข่าวใหญ่ให้เธอต้องตามล้างตามเก็บ

บรรยากาศบนรถเป็นไปด้วยความเงียบและน่าอึดอัด จนกระทั่งเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นมา

"ฉันเกลียดดอกไม้"

แววตาไร้ความรู้สึกที่นับหนึ่งเห็นเป็นประจำกลับมาอีกครั้ง เพราะเธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเจนน่าเจ็บปวดขนาดไหนเมื่อเห็นดอกไม้มากมาย ปมในใจเกี่ยวกับดอกไม้และการตายของแม่หล่อนยังส่งผลต่อความรู้สึกหล่อนมาจนถึงทุกวันนี้ ทว่าคำพูดถัดไปของเจนน่าทำให้เธอนึกประหลาดใจเหลือเกิน

"แต่ฉันจะกลับไปที่ร้านนั่นอีก"

"..."

"กลับไปทำให้แม่คนนั้นรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่หล่อนจะเล่นด้วย"

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ถึงผู้อ่าน

Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.

ไม่มีความคิดเห็น
9
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status