“ทะเลาะกับเด็กมาหรือไง หงุดหงิดเชียว” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของคนตัวสูง
“อือ ดื่มกันหน่อยมั้ย” ยิ่งถามก็เหมือนจะยิ่งหงุดหงิด ความอยากรู้เริ่มทำงาน
“ไม่ดื่ม แต่อยู่ด้วยได้” ถ้าเมาฉันก็ไม่รู้สิว่าฟ่ามีปัญหากับใครมา
“ได้ แต่กูอยู่ไม่นาน” ดวงตากลมหันไปมองที่ก้าทันที
“ทำไมรีบกลับล่ะ ไหนบอกว่าว่าง” อยู่ฟังด้วยกันก่อนสิ ฉันอยากรู้แต่ก็ควรจะมีตัวชงเข้ามาช่วยด้วยเส้!
“ก็ว่าง แล้วไม่ให้หลับไม่ให้นอนเลย?”
“ปกติมึงนอนด้วยเหรอ” พวกใช้ชีวิตตอนกลางคืนมีการพูดว่าจะนอนด้วยแหละ
“เห็นกูเป็นอะไรเนี่ย” ก้าถึงกับทำหน้าเหนื่อยใจ
“นี่กูเป็นเพื่อนมึงและมึงมาตั้งแต่เกิด แค่อ้าปากก็รู้แล้วคิดอะไร ก้ามึงจะไปหาผู้หญิง ที่หงุดหงิดเพราะ...” นิ้วเรียวชี้ไปทางก้าก่อนแล้วพูดใส่ก้า ก่อนจะกลับมาชี้ที่ฟ่า
“อะไร” ไม่ใช่แค่ฟ่าที่ตั้งตารอฟังสิ่งที่ฉันจะพูด แต่ก้าก็เป็นไปกับเขาด้วยเช่นกัน ตอนนี้ทั้งคู่มองฉันเป็นตาเดียว
“เด็กเขาทิ้งไว้กลางทาง ทำไม่เสร็จเหรอคะ ผู้ชายไม่เสร็จจะทรมานใช่มั้ยคะ หื้อ ~”
“กูคาดหวังกับอะไรเนี่ย” ก้าถึงกับถอนหายใจ
“ก็ยังไม่เมานี่ หรือในหัวคิดเรื่องแบบนี้ตลอดเวลาอยู่แล้ว” ฟ่าวางมือลงบนขอบพนักพิงโซฟา แล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้
พึ่บ!
ร่างบางลุกขึ้นยืนบนโซฟา เพื่อให้ตัวสูงกว่าผู้ชายที่ยืนอยู่
“ก็ผู้ชายแบบมึงและมึง จะมีอะไรที่ทำให้หงุดหงิดได้อีกฮะ!” ฉันเท้าเอวเถียงอย่างไม่ยอม
“ผู้หญิงไม่ได้ส่งผลกับความรู้สึกกูขนาดนั้น” สิ่งที่ก้าพูด ทำให้ละสายตาจากคนตรงหน้ากลับไปมองที่เขา
“ส่วนใหญ่ที่หงุดหงิดจะมาจากเพื่อน อย่างเช่นเจ้าหญิงในตอนนี้ไง” และก็ต้องกลับมามองที่ฟ่าอีกครั้ง เมื่อได้ยินที่เขาพูด
“กูทำอะไร?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
“...” พอถูกตั้งคำถามคืนบ้างก็เงียบ
“หาเรื่องว่าไง เข้าเวลางานเลย”
พึ่บ!
พูดจบก็ทิ้งตัวนั่งลงด้วยความหงุดหงิด เวลางานของพวกเขาก็คือดูแลฉันในฐานะเจ้าหญิงนั่นแหละ จะใช้คำนี้ก็ต่อเมื่อรู้สึกหมดหนทางจัดการปัญหา
“กูเลิกงานแล้ว ไปก่อนนะ” ลูก้าลุกขึ้นเตรียมหนี แต่ถูกฉันคว้าแขนเอาไว้ได้ทัน
“ก้า! ทำแบบนี้อีกแล้วนะ” จะไม่อยู่ฟังว่าฟ่าหงุดหงิดเรื่องอะไรด้วยกันก่อนจริงสิ!
“แล้วทำไมต้องทำปากเบะขนาดนั้นด้วย” ก้าจับปลายคางฉัน แล้วออกแรงบีบเบา ๆ
“อยากอยู่กับเพื่อน ฮึก...” ยิ่งพูดก็ยิ่งเบะปาก แกล้งทำเสียงร้องไห้ส่วนคนฟังทั้งสอง แสดงออกทางสีหน้าว่ารำคาญได้ชัดเจนอย่างเช่นทุกครั้ง
ป๊อก! ก้าใช้นิ้วดีดหน้าผากฉันด้วยความหมั่นไส้
“แสดงให้มันน้อย ๆ หน่อย ถ้าไม่ยอมให้ไป จะนอนที่นี่ก็แล้วกัน
“เออ ดะ!” ปากเล็กที่กำลังจะพูดต้องอ้าค้าง เมื่อมีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
“เดี๋ยวกูอยู่เอง มึงกลับไปพักเถอะ”
จ้อง จ้อง...
สองสายตามองไปยังฟ่าอย่างพร้อมเพรียง
“ได้ยินแล้วนะ ไปละ ไว้เจอกัน” และก้าก็รีบตัดบท เตรียมตัวหนีทันที
หมับ!
เมื่อก้าจะไปฉันก็ยิ่งกอดแขนเขาไว้แน่น ไปๆ มาๆ ทำไมรู้สึกกลัวแล้วยังใจเต้นแรงกว่าปกติ เมื่อต้องอยู่เพียงลำพังกับฟ่า ฉันก็อยู่กันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร! ต้องทำตัวปกติเข้าไว้
“ปล่อยไอ้ก้าได้แล้ว” ฟ่าก็เข้ามาช่วยดึงมือฉันออก
“เดี๋ยว! ก้า ~”
“เป็นอะไรไอริส” ก้าเริ่มสงสัยสิ่งที่ฉันเป็น
“เปล่า คิดถึง” ตอนนี้สายตาพยายามมองตรงแค่ก้าเท่านั้น แล้วฉันจะกลัวฟ่าทำไมวะเนี่ย!
“คิดถึง?” ก้าถึงกับต้องถามย้ำอีกครั้ง คงคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
“อือ คิดถึงเพื่อนไง แฮะๆ”
“คิดถึงแน่นะ”
“อือ” พยักหน้ายืนยันอีกสักรอบ พร้อมรอยยิ้มหวาน
“โอเค”
พึ่บ!
สิ้นเสียงลูก้าก็พลิกมือมาจับแขนฉันไว้ แล้วออกแรงดึงร่างบางเข้าประชิดตัว ใบหน้าหล่อเอียงองศาคล้ายจะจูบ แต่ก็หยุดชะงักเอาไว้ ในขณะที่คนถูกดึงนั่งตัวแข็งทื่อ
“...!!” กรี๊ด!
“มึงทำอะไรก้า” น้ำเสียงนิ่งเรียบของฟ่า ทำให้ฉันได้สติกลับมา
“คิดถึงกันก็ต้องจูบสิ จะได้หายคิดถึงไง” นัยน์ตาคมจ้องลึกผ่านดวงตาสีฟ้าสวย ฉันที่ทำอะไรไม่ถูกยังคงนั่งนิ่งพร้อมกับหัวใจที่เต้นถี่แรง ปกติก้าเป็นผู้ชายที่หล่อมากอยู่แล้ว ยิ่งมองระยะประชิดขนาดนี้ หัวใจจะวาย!
“แล้วนี่ก็นั่งนิ่งเชียว ไม่ปฏิเสธ” พอดุก้าเสร็จ ฟ่าก็หันมาดุฉันบ้าง
“กูชอบคนหล่ออยู่แล้ว ไม่ปฏิเสธ” ยิ่งเจอคำตอบของฉัน ฟ่าก็ใช้สายตาดุ
“ไม่สนุกเลย มึงไม่เขิน” ก้าปล่อยแขนฉันทันที ใครบอกว่าไม่เขินฮะ! แต่เอาละ..ได้เวลาเอาคืน
“จะไปไหน มาจูบก่อนสิ” ฉันเป็นฝ่ายรุกเร้าก้าบ้าง มือเล็กเอื้อมไปพยายามจะคว้าแขน แต่อีกฝ่ายที่เร็วกว่าลุกหนีไปได้ทัน
“อย่าอยากลอง เดี๋ยวโดนจริง” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า แล้วก้าก็เดินออกไปจากห้องทันที
กริ๊ก!
เสียงประตูปิดลงในขณะที่ฉันยังมองตามก้าไม่เลิก และไม่นานนักที่ก้าออกไป ผู้ดูแลก็นำขวดบรั่นดีเข้ามาในห้อง ฟ่าคงสั่งเอาไว้แล้วสินะ
“เลิกมองได้ยัง” น้ำเสียงไม่พอใจของฟ่า ดึงสติฉันกลับมา
“ดุอะไรเนี่ย” หงุดหงิดแล้วก็มาพาล
ฉันพาตัวเองนั่งลงในท่าปกติ หันหน้าเข้าหาจอแล้วกดเริ่มเล่นหนังต่อจากที่ดูค้างเอาไว้ ส่วนฟ่าก็เดินมานั่งลงข้างกัน
“ทำไมวันนี้ไม่ดื่มกับกู”
“ดูซีรีส์อยู่ เมาเดี๋ยวก็ดูไม่รู้เรื่องกันพอดี” มันก็แค่ข้ออ้าง ความจริงฉันอยากรู้ว่าฟ่าหงุดหงิด หรือทะเลาะกับใครมาต่างหาก
“แล้ววันนี้จะดูกี่เรื่อง” ฟ่ารินของเหลวสีเข้มลงในแก้วสองใบ แล้วยื่นมาให้ฉัน
“ดูไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจบ เรื่องนี้มีสามภาค...ไม่ดื่ม” ดวงตาสีฟ้าเพ่งมองแก้วเหล้าในมือของบุคคลข้างกาย ที่ยื่นมาให้ล่อตาล่อใจ
“แก้วเดียว”
“ไม่” ยังพยายามยืนยันเสียงแข็ง ในขณะที่ฟ่าก็ขยับตัวเข้ามาใกล้
“แก้วเดียว”
“ไม่...” แต่ถ้าแก้วเดียวก็ไม่น่าจะเมานะ ฉันก็ไม่ได้เป็นพวกคออ่อนล้มพับ ในแก้วเดียวสักหน่อย
“นะครับ” ไม่ได้มาแค่น้ำเสียงที่อ้อน แต่สายตาก็ด้วย
“ที่ผ่านมากูก็กินแก้วเดียวตลอด แต่รินทั้งคืน” พูดจบก็รับแก้วจากมือฟ่ามาถือไว้ แล้วหันไปสนใจยังจอตรงหน้า
“เจ้าหญิงน่ารักจัง” คำชมที่ได้ยิน ทำให้ต้องหันไปมองที่ฟ่าอีกครั้ง
“ผู้หญิงทำให้มึงไม่เสร็จ จนกระทบถึงสมองเหรอ เปลี่ยนอารมณ์ไวจัง” แต่พูดเรื่องนี้มาก ๆ ก็ทำให้ฉันหงุดหงิดขึ้นมาแทนเขาแล้ว
“กินให้หมด ก่อนจะโดนกรอกปาก”
“ค่ะคุณฟ่า ว่าแต่...ทำไมมึงถึงมาหากูล่ะ” พูดจบก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ขมชะมัดเลย!
“ก็เมื่อเช้ามึงงอนไม่ใช่เหรอ”
“งอน?”
“อือ ก็ก่อนวางสายไง มาง้อเพื่อน”
“จำไม่ได้แล้ว” ความจริงแค่ไม่มีสิทธิ์จะไปงอน หรือต้องให้เขามาง้อหรอก เพราะฉันก็เป็นแค่เพื่อน
“...” ทั้งห้องเข้าสู่ความเงียบ
เราต่างสนใจไปยังซีรีส์ที่ดูอยู่ แก้วเหล้าถูรินแล้วยกขึ้นดื่มเป็นระยะ ฉันที่บอกว่าจะไม่ได้ดื่มก็เริ่มได้ที่ คำว่าแก้วเดียวไม่มีจริง สายตาจ้องฉากเลิฟซีนด้วยความตั้งใจ มือเล็กกุมแก้วเหล้าไว้แน่น
“เวลาจูบรู้สึกยังไง” เสียงหวานพึมพำ แล้วหันไปมองยังบุคคลข้างกาย
“ไม่เคยจูบ?” ฟ่าเองก็หันมามองที่ฉันด้วยเช่นกัน
“แล้วเคยเห็นกูยุ่งกับใครหรือเปล่าล่ะ”
“ให้สอนมั้ยล่ะ”
“...” สิ่งที่อีกฝ่ายถามกลับมา ทำเอาพูดอะไรต่อไม่ถูก
“ทำไมเงียบล่ะ” คงเพราะปกติฉันจะต้องกวนประสาทกลับไปทันที ไม่ท้าทายก็หาเรื่องให้ถูกด่า แต่สายตาแวบหนึ่งของฟ่าเมื่อกี้...
“เมื่อกี้สายตามึงเอาจริงนะ”
“หึ...” หัวเราะงั้นเหรอ สนุกที่แกล้งฉันได้สำเร็จ
“หรือจะลองทำ”
ปึก! พูดจบก็วางแก้วเหล้าในมือลงบนโต๊ะกระจก แล้วใช้มือค้ำลงกับโซฟาโน้มตัวเข้าไปใกล้ฟ่า
“ถ้าทำจริง” เขาก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แล้วยังยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“...” สายตาตอนนี้ไม่เหมือนการเล่นอย่างทุกครั้ง
“พูดอีกสิว่าอยากทำ”
“...” สายตาของเราต่างจ้องมองกันและกัน
“เงียบทำไม ไม่พูดต่อล่ะ” ฟ่าใช้มือจับเอวบางไว้แล้วดึงเข้าหาตัว
“มึงเมาแล้วเห็นว่ากูเป็นใครหรือเปล่า” มือเล็กพยายามดันตัวออกห่าง แต่ด้วยแรงที่ต่างกัน ทำให้ไม่สามารถต้านแรงของอีกฝ่ายได้
“หมายความว่าไง” ฟ่าขมวดคิ้วสงสัยให้กับสิ่งที่ได้ยิน
“เห็นกูเป็นผู้หญิงคนไหนล่ะ มองหน้าดี ๆ” สายตาของเราต่างจ้องมองกัน
“ก็เห็นเป็นเจ้าหญิงไอริสไง...ถูกมั้ย” ตอนนี้หัวใจเต้นแรงไม่ได้พักเลย ตั้งแต่ก้าแล้วยังมาเจอฟ่าอีก ฉันมีอาการกับเพื่อนของตัวเองทั้งสองคนพร้อมกันเหรอเนี่ย
พึ่บ! ร่างบางทิ้งตัวเองนั่งลงในท่าเดิม แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
ปึก! แก้วเหล้าวางกระแทกลงกับโต๊ะ วันนี้เป็นวันอะไร ทำไมสองคนนี้มีอาการแปลก ๆ กับฉัน
“อะไรเนี่ย” เสียงเล็กพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับใช้มือยีผมบลอนด์สวยจนมันยุ่งไม่เป็นทรง
“เป็นอะไร” ฟ่าที่เริ่มแสดงสีหน้าหวาดกลัวให้กับอาการของฉันในตอนนี้
“อย่าทำแบบนี้นะ เดี๋ยวฝันอีก” แต่ในฝันก็สมจริงมากซะจน...
“ฝันว่า?”
“เปล่า ดูหนังเยอะไปหน่อยเลยเก็บไปฝัน” พูดไม่ได้ เรื่องแบบนั้นใครมันจะไปพูด
แล้วน่าแปลกที่ฉันเอาแต่ฝันกับฟ่าคนเดียว ปกติก็เป็นแบบนี้กับเพื่อนตัวเองอยู่แล้ว การแกล้งกันหรือเล่นอะไรก็ทำกับทุกคน แต่ในส่วนเรื่องความฝันกลับเกิดขึ้นแค่กับฟ่า
“อาการแปลก ๆ นะ เป็นอะไรหรือเปล่า” ฟ่ายิ่งขยับเข้ามาใกล้ เขาใช้มือแตะหน้าผาก แต่ฉันก็เบี่ยงตัวหลบ
“ไม่มี ไม่มี ดูหนัง” ตอนนี้พยายามให้ความสนใจไปยังสิ่งตรงหน้า ฉันเป็นคนที่ชอบดูซีรีส์หรือหนังมาก แต่ตอนนี้ไม่มีสมาธิเอาซะเลย
“ไม่อยากรู้เรื่องจูบแล้วเหรอ”
“ไม่อยากแล้ว!” เหมือนได้ทีเลย เมื่อก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้นี่
“นึกว่าจะปากดีเหมือนเมื่อก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบา ๆ และสิ่งที่ฟ่าพูด ทำให้ฉันถึงกลับหันไปมองที่เขาอีกครั้ง
“ฟ่า...”
“ก็พูดเรื่องจริง ปกติเป็นคนที่ถูกท้าทายไม่ได้ ทำไมตอนนี้ยอมง่ายๆ”
“ไม่ได้ยอมง่าย แล้วมึงจะ...” ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง เมื่อเกือบหลุดปากพูดบางสิ่งออกมา
“พูดออกมา” ฟ่าขยับตัวเข้ามาใกล้ ในขณะที่ฉันเริ่มพาตัวเองถอยห่าง
“มึงดูหงุดหงิดตั้งแต่มาถึงแล้วนะ ไม่พอใจใครมาก็ควรแยกแยะสิ ปกติไม่ได้เป็นแบบนี้” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง เปลี่ยนบุคลิกกลับไปเป็นคนที่อยู่ในหน้าที่
“...” และนั่นทำให้ฟ่าเหมือนจะได้สติกลับมา เพราะเขาเองก็หยุดอยู่กับที่ด้วยเช่นกัน
“เรื่องจูบหรือเรื่องอะไรก็ตาม ถึงกูจะพูดจะถามด้วยความอยากรู้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยากทำ ยิ่งกับเพื่อนแล้วด้วย ยิ่งเป็นไม่ควรมีเรื่องแบบนี้” ฉันชอบตัวเองตอนร่าเริง ทำตัวไร้สาระมากกว่า ไม่ชอบตอนที่ต้องใช้เหตุผลมาคุยกับเพื่อนเลย
“แต่ตอนเข้ามาก็เห็นหน้าใกล้กับก้าเลยนะ”
“แค่คุย...ฟ่า” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ฟ่าก็ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ เราอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ และยังรับรู้ได้ถึงกลิ่นเหล้าอ่อน ๆ จากตัวของเขา
“พูดต่อเลย กับก้ายังคุยหน้าใกล้ขนาดนั้นได้ กับกูก็ต้องได้เหมือนกัน” คำพูดไม่สนใจใครของเขา ทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย หรือว่าเมาจนไม่รู้ตัวว่ากำลังแสดงอะไรออกมา
“มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย”