Masukจากความเกลียดชัง สู่พันธนาการแห่งรัก ในวันที่ชีวิตเธออยู่ในกำมือของเขา
Lihat lebih banyakตอนที่ 57 คนเดียวที่เป็นทุกอย่างช่วงเย็นวันเดียวกันบรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังงามของคิรันตกอยู่ในความเงียบผิดปกติ ทีมการ์ดชุดดำติดอาวุธครบมือต่างพากันกระจายตรวจตราความเรียบร้อยรอบบริเวณพื้นที่อย่างแน่นหนาและเข้มงวดกว่าเดิมหลายเท่าตัว จนทำให้บรรยากาศโดยรอบดูคล้ายกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดรับศึกสงครามครั้งใหญ่มากกว่าจะเป็นบ้านพักอาศัยธรรมดาปั้นหยานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น แม้ว่าเธอจะจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ และพยายามบังคับตัวเองให้แสดงท่าทางเป็นปกติมากแค่ไหน ทว่าสีหน้าหวานกลับยังคงดูหมองหม่นไม่สดใสเอาเสียเลย แววตาคู่สวยเหม่อลอยเป็นระยะอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนวานมันยังคงฝังแน่นติดตาอยู่ในหัวไม่ยอมเลือนหายไปไหนป้าแย้มค่อย ๆ ย่อกายวางถ้วยชาร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นลงตรงหน้าของหญิงสาวอย่างเบามือ“ดื่มหน่อยนะคะคุณปั้น”หญิงสาวยกมุมปากยิ้มบาง ๆ ส่งกลับไปให้“ขอบคุณค่ะป้า”ทว่ายังไม่ทันที่มือจะยกแก้วชาขึ้นดื่ม สายลมพัดพาเอาเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้าตัวตึกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ปั้นหยาชะงักงันไปในทันที ก้
ตอนที่ 56 เริ่มสงสารศัตรูณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พื้นที่บริเวณชั้นบนสุดของอาคารถูกสั่งปิดตาย กั้นสิทธิ์ห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกทั้งชั้นอย่างเด็ดขาด ทีมการ์ดชุดดำในสังกัดของคิรันยืนกระจายกำลังเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างหนาแน่นทุกจุด ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ทรงพลังของคิรันสาวเท้าเดินก้าวเข้ามาด้านใน การ์ดทุกคนต่างพากันก้มหัวน้อมทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงทันที“นายครับ”คิรันเดินสาวเท้าผ่านหน้าทุกคนไปโดยไม่คิดจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งฝีเท้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่บริเวณหน้าบานประตูห้องพักฟื้นของเหนือภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยระดับวีไอพี เหนือนอนกําลังนั่งเอนกายพิงเข้ากับหัวเตียงผู้ป่วย ใบหน้าของเขาหล่อเหลาทว่ายังคงซีดเซียวไร้สีเลือด ผ้าพันแผลสีขาวสะอาดพาดพันผ่านช่วงสีข้างที่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าแววตากลับเบิกตื่นเต็มที่และระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่เขาเห็นร่างสูงใหญ่ของคิรันสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาด้านใน บรรยากาศกดดันภายในห้องก็พลันหน่วงขึ้นมาในทันที โดยมีคีร์กับซิ่วอิงเดินตามเข้ามาขนาบข้าง และยืนนิ่งเงียบอยู่ทางด้านหลัง ไร้ซึ่งใครหน้าไหนที่จะกล้าเอ่ยปากพูดสอดแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบเหน
ตอนที่ 55 ศัตรูตัวจริงที่ยังไม่เผยตัวตนตลอดการเดินทางกลับคฤหาสน์ ปั้นหยานั่งนิ่งไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ร่างกายบอบบางของเธอยังคงแสดงอาการสั่นเทาอยู่เป็นระยะด้วยความผวา จนคิรันต้องเอื้อมแขนแกร่งไปดึงรั้งร่างของเธอเข้ามากระชับกอดเอาไว้แน่นตลอดเส้นทาง ฝ่ามือใหญ่คอยลูบแผ่นหลังของเธอช้า ๆ อย่างอ่อนโยน เพื่อปลอบประโลมให้คลายความหวาดกลัว“ปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครแตะต้องเธอได้อีก”ปั้นหยาเม้มริมฝีปากแน่นเข้าหากัน ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาเงียบ ๆ เพื่อหาที่พึ่งพิง เพราะภาพของอาวุธปืน ภาพของหยาดเลือดสีแดงฉาน และเสียงกระหน่ำยิงอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่ มันยังคงฉายวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของเธอไม่ยอมหยุดหย่อน“ฮึก ฮึก คิรัน”“ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรแล้ว เรากลับบ้านกันนะ” เป็นคำพูดปลอบที่ยาวที่สุดเท่าที่คนอย่างคิรันเอ่ยคืนนั้นหลังจากเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เป็นที่เรียบร้อย คิรันก็แทบไม่ยอมแยกกายห่างจากเธอเลยแม้แต่ก้าวเดียว แม้กระทั่งในยามที่ปั้นหยากำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงนอนกว้าง ชายหนุ่มก็ยังคงนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง คอยยื่นมือไปลูบกลุ่มผมและกุมมือเล็ก ๆ ของเธอเอาไว้เงียบ ๆ เพื่อ
ตอนที่ 54 ของล้ำค่าที่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ช่วงบ่ายภายในร้านดอกไม้ยังคงตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ปั้นหยากำลังใช้สมาธิทั้งหมดตั้งอกตั้งใจจัดช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ สำหรับลูกค้าที่จะนำไปใช้ในงานสำคัญอย่างการขอแต่งงาน ใบหน้าหวานแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มสดใสละมุนละไม จนทำให้คนที่ลอบมองอยู่พลอยเผลอยิ้มตามออกมาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคิรัน ที่ในเวลานี้นั่งเงียบอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน ทว่าสายตาแทบไม่เคยละไปจากเรือนร่างของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว“มึงเลิกมองเมียสักห้านาทีได้ไหม” คีร์พึมพำเตือนสติเบา ๆ ในระหว่างที่มือยังคงสาละวนพันริบบิ้นรอบช่อดอกไม้“ยุ่ง”“อาการโคม่า” ซิ่วอิงพยักหน้าเห็นพ้องเรียบเรื่อยตามประสาจื่อเยี่ยนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างนึกขำกับบทสนทนาจิกกัดของสามหนุ่ม ก่อนที่เธอจะก้มลงตรวจทานเอกสารในมือต่อ ทว่าจู่ ๆ เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านก็ส่งเสียงดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหันกรุ๊งกริ๊ง“ยินดีต้อนรับค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยปากทักทายพลางเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มตามสัญชาตญาณ ทว่ารอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นกลับต้องแข็งค้างไปในทันที เพราะผู้ชายที่เพิ่งก้าวขาเดินเข้ามาภายในร้าน มีสภาพ
ประโยคนั้นทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความสงัดงันชั่วอึดใจ แม้แต่ปั้นหยาก็ยังรู้สึกชะงักไปกับความสัตย์จริงที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง ผู้เป็นพ่อเองก็นิ่งงันไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนสายตาอันเย็นชามาหยุดที่หญิงสาวข้างกายลูกชาย“รัก?” เขาทวนคำช้า ๆ ราวกับมันเป็นถ้อยคำที่น่าขบขันเสียเต็มประดา จากนั้นจึ
หัวใจของปั้นหยาสั่นสะท้านจนแทบควบคุมไม่ได้ ความใกล้ชิดในระดับที่ลมหายใจอุ่นของคิรันปะทะเข้ากับผิวแก้วนั้น รุนแรงและจู่โจมความรู้สึกเธออย่างหนักหน่วง ใกล้เสียจนเธอรู้ดีว่านาทีนี้ เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้นอีกแล้ว“คุณพูดเหมือนคนคลั่งรักฉันงั้นแหละ”ปั้นหยาพยายามเค้นเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุด ทว่ามันกลับแ
คิรันจ้องมองเธอเนิ่นนานโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวลงดึงร่างอรชรเข้าหาตัวอย่างช้า ๆ อ้อมกอดครั้งนี้ปราศจากความดุดันหรือการบังคับขู่เข็ญ มีเพียงความเงียบงันและไออุ่นที่โอบล้อมกายเธอไว้ คล้ายเป็นที่พักพิงเดียวท่ามกลางพายุ“เสียใจไหม” เสียงทุ้มต่ำถามชิดใบหู ปั้นหยาหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ใจหนึ่งเธ
ทั่วทั้งโกดังตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์ ปั้นหยาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง“คิรัน”“ฉิบหายแล้ว” พี่ชายของเธอกลับสบถออกมาแผ่วเบาเขาย้ำคำนั้นออกมาอย่างหมดแรง ส่วนปั้นหยาในตอนนี้สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก เธอมองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก“คุณพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม”“รู้”