LOGINจากความเกลียดชัง สู่พันธนาการแห่งรัก ในวันที่ชีวิตเธออยู่ในกำมือของเขา
View Moreบทนำ
คิรัน ผู้ชายที่ใครต่างก็หวาดกลัว เจ้าของอาณาจักรธุรกิจสีเทาที่พร้อมเหยียบทุกคนเพื่ออำนาจ
แต่ชีวิตที่เคยเย็นชาและไร้หัวใจของเขา กลับพังไม่เป็นท่า…เพราะผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งอย่าง ปั้นหยา
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความบังเอิญ กลายเป็นความรักที่ค่อย ๆ ฝังลึกจนถอนตัวไม่ได้
เขายอมเปลี่ยนโลกทั้งใบ ยอมล้างมือจากธุรกิจสกปรก ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คนเพียงคนเดียวปลอดภัย
แต่ในโลกของคิรัน ความรักไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่ออดีตศัตรูและอำนาจมืดยังตามหลอกหลอน
ผู้ชายอันตรายอย่างเขาจะปกป้องครอบครัวเอาไว้ได้จริงไหม…
หรือสุดท้าย เลือดในมือของเขาจะย้อนกลับมาทำลายทุกอย่างที่เขารักอีกครั้ง
*****
ฝนเทลงมาราวกับฟ้ากำลังคลั่ง หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมวิ่งฝ่าสายฝนด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ลมหายใจหอบถี่จนเจ็บหน้าอก เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นเปียก ดังสลับกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นไปทั่วตรอกแคบ ปั้นหยาหันกลับไปมองด้านหลังอีกครั้ง ไฟหน้ารถหลายคันกำลังแล่นตรงมาทางเธอ
“หยุด!” เสียงตะโกนดังขึ้น พร้อมฝีเท้าหนักใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงจนแทบทะลุอก เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รู้เพียงว่าตั้งแต่รับโทรศัพท์จากพี่ชายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
อย่ากลับคอนโดเด็ดขาด นั่นคือประโยคแรกที่พี่ชายพูด และเป็นประโยคสุดท้ายก่อนสายจะตัดไป
พรึ่บ! รถยนต์สีดำคันหนึ่งเลี้ยวมาจอดขวางหน้าเธออย่างแรง
ปั้นหยาชะงัก ก่อนรีบถอยหลังแต่ยังไม่ทันได้วิ่งหนี ประตูรถก็เปิดออกพร้อมชายร่างใหญ่สองคน
“ปล่อยนะ!” เธอดิ้นสุดแรงเมื่อถูกคว้าแขนแน่น
“ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น!”
แม้จะพยายามบอกกล่าวแต่ก็ไม่มีใครตอบ ชายชุดดำเพียงลากเธอไปที่รถอย่างไม่สนเสียงร้อง ปั้นหยาพยายามสะบัดตัวหนี แต่แรงของเธอเทียบอะไรไม่ได้เลยกับแรงชายชาตรีกำยำ สุดท้ายร่างอรชรก็ถูกผลักเข้าไปในรถอย่างแรงจนไหล่กระแทกเบาะ
ปัง! ประตูปิดลงความเงียบเข้าปกคลุมทันที กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ พร้อมแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง แล้วสายตาของปั้นหยาก็หยุดนิ่งอยู่ที่ผู้ชายอีกคนภายในรถ
ผู้ชายที่นั่งอยู่มุมด้านในสุด เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท เนกไทถูกดึงหลวมเล็กน้อย เผยลำคอและสันกรามคมชัด ใบหน้าหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลัก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเย็นชาเสียจนทำให้คนมองรู้สึกหนาว
เขาดูอันตราย นี่คือคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเธอ ชายคนนั้นยกบุหรี่ขึ้นสูบช้า ๆ ก่อนปรายตามอง เพียงแค่สายตาเดียวก็ทำให้ปั้นหยารู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่
“พี่ชายเธออยู่ไหน” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเรียบ ๆ
“ฉันไม่รู้”
“ไม่รู้จริง?”
เธอเม้มริมฝีปากแน่น แม้จะกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ยังพยายามสบตาเขา
“คุณเป็นใคร”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงนั้นไม่ได้ฟังดูขบขันเลยแม้แต่น้อย
“คิรัน”
ชื่อสั้น ๆ เพียงชื่อเดียวแต่กลับทำให้บรรยากาศรอบด้านกดดันขึ้นทันที ปั้นหยากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนทำใจดีสู้เสือเอ่ยถาม
“พี่ชายฉันไปทำอะไรให้คุณ”
คิรันพ่นควันบุหรี่ออกช้า ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“โกงเงินฉัน”
“เป็นไปไม่ได้” ระหว่างโต้แย้งกันปั้นหยาก็ยกมือเกาเนื้อผิวตามแขนและคอไปพลาง เนื่องจากควันบุหรี่ตัวปัญหา
“แต่เขาทำ”
หัวใจของหญิงสาวค่อย ๆ จมดิ่งลงสู่ปลายเท้า เมื่อเธอได้ยินเช่นนั้น
“คุณก็ไปตามหนี้กับเขาสิ”
“พี่ชายเธอมันหนีไปแล้วไง”
“ฉันไม่มีเงินใช้คืนคุณหรอก”
“ฉันรู้”
คิรันสังเกตหญิงสาวที่นั่งเคียงข้าง จากนั้นก็ดับบุหรี่กับที่เขี่ยเร็วพลัน ก่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขา ใกล้จนปั้นหยาต้องเผลอกลั้นหายใจ ดวงตาคมเข้มจ้องเธอราวกับนักล่าที่กำลังมองเหยื่อซึ่งไม่มีทางหนีรอด ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับพูดช้า ๆ
“งั้นเธอก็ใช้ตัวเองชดใช้แทนพี่ชาย”
“ฉันไม่ใช่สิ่งของ!”
ปั้นหยาสวนกลับทันที แม้เสียงจะสั่นเพราะความกลัวก็ตาม คิรันมองเธอนิ่ง ๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นแทบไม่มีอารมณ์ใดปรากฏอยู่เลย
“แต่ตอนนี้ชีวิตเธออยู่ในมือฉัน”
ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวชาวาบไปทั้งตัว เธอกำมือแน่น พยายามควบคุมสติไม่ให้แตกกระเจิงต่อหน้าเขา
“ถ้าพี่ฉันติดหนี้ คุณก็ไปตามพี่ฉันสิ!”
“ฉันกำลังตามอยู่”
“งั้นก็ปล่อยฉัน!”
“ไม่ได้”
คิรันตอบสั้น ๆ ก่อนเอนตัวพิงเบาะราวกับบทสนทนานี้น่าเบื่อเต็มที
“จนกว่าพี่ชายเธอจะโผล่หัวออกมาเธอก็ต้องอยู่กับฉัน”
“ฉันไม่ไป!”
ทันทีที่พูดจบปั้นหยาก็รีบเอื้อมไปเปิดประตูรถ แต่ยังไม่ทันแตะ มือหนาก็คว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน
“โอ๊ย!” แรงบีบจากมือเขาหนักจนเธอเจ็บ คิรันดึงเธอกลับมานั่งที่เดิม ก่อนโน้มหน้าเข้ามาใกล้อีกครั้ง
“อย่าทำให้ฉันหมดความอดทน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ จนทำเอาคนฟังรู้สึกลัว
ปั้นหยาพยายามดึงมือกลับ แต่ยิ่งดิ้น เขาก็ยิ่งบีบแน่นขึ้น
“ปล่อย”
“เธอควรดีใจด้วยซ้ำที่คนของฉันเจอตัวก่อนเจ้าหนี้คนอื่น”
“หมายความว่าไง”
“พี่ชายเธอไม่ได้โกงแค่ฉัน”
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ถ้าคืนนี้เธอหลุดไปอยู่ในมือคนอื่น” คิรันก้มลงกระซิบใกล้หู “เธออาจไม่ได้กลับออกมาแบบสภาพปกติ”
ปั้นหยานิ่งงันไปทันทีลมหายใจเริ่มติดขัดโดยไม่รู้ตัว เธอไม่รู้ว่าควรเชื่อเขาหรือไม่ แต่แววตาของผู้ชายคนนี้ไม่ได้ดูเหมือนคนโกหกเลยสักนิด
รถเคลื่อนตัวต่อท่ามกลางสายฝนที่ยังตกหนัก ภายในรถเงียบจนน่าอึดอัด ปั้นหยาพยายามตั้งสติ ก่อนค่อย ๆ หยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าอย่างเงียบ ๆ แต่ยังไม่ทันกดโทรออก น้ำเสียงเยียบเย็นก็ดังอยู่ข้างตัว
“คิดว่าฉันไม่เห็น?”
เธอสะดุ้งก่อนโทรศัพท์จะถูกดึงออกจากมือทันที
“นี่มันของฉัน!”
คิรันกดปิดเครื่องต่อหน้าต่อตาเธอ ก่อนส่งให้ลูกน้องด้านหน้า
“เอาไป”
“คืนมานะ!”
“หลังจากนี้เธอไม่จำเป็นต้องติดต่อใคร”
“คุณไม่มีสิทธิ์”
“ฉันมีทุกสิทธิ์”
ประโยคสั้น ๆ นั้นทำให้ปั้นหยาพูดไม่ออกน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอทั้งกลัว ทั้งสับสนและไม่เข้าใจว่าทำไมชีวิตถึงพังลงภายในคืนเดียว คิรันปรายตามองใบหน้าที่เริ่มซีดของหญิงสาว ก่อนถอนหายใจเบา ๆ อย่างคนเริ่มรำคาญ
“ถ้าร้องไห้อีก ฉันจะจับมัดจริง ๆ”
แทนที่ปั้นหยาจะหยุด เธอกลับเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา ความกลัวสายตาเหี้ยวเกรียมของเขาก่อนหน้าแทบหายไปสิ้น
“คุณมันคนเลว”
ภายในรถเงียบลงทันทีลูกน้องด้านหน้าถึงกับไม่กล้าหายใจแรง เพราะไม่มีใครกล้าพูดแบบนี้กับคิรันมาก่อน แต่คนถูกด่ากลับเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนมุมปากจะยกยิ้มเย็น
“เพิ่งรู้เหรอ”
“ฉันเกลียดคุณ”
“นั่นมันปัญหาของเธอ”
ตอนที่ 5 ไม่ใช่คนดี“ฉันไม่ไปกับคุณ!”“งั้นเห็นทีคงต้องใช้กำลังกันหน่อยแล้ว”ชายแปลกหน้าก้าวสามขุมเข้ามาหาอย่างคุกคาม ปั้นหยาคว้าสิ่งของที่อยู่ใกล้มือที่สุดซึ่งก็คือโคมไฟบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะฟาดใส่อีกฝ่ายสุดแรงเกิดทันทีเพล้ง!“โอ๊ย! แม่งเอ๊ย!”มันสบถออกมาลั่นห้องเมื่อโคมไฟกระแทกเข้าที่ศีรษะอย่างจัง ปั้นหยารีบอาศัยจังหวะนี้วิ่งถลาไปทางประตู ทว่ายังไม่ทันจะถึงจุดหมาย มือหนาก็เอื้อมมากระชากเส้นผมของเธอจากทางด้านหลังอย่างรุนแรงจนหน้าหงาย“กรี๊ด!”ร่างอรชรถูกเหวี่ยงลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ปรานี หยาดน้ำตาไหลรินออกมาด้วยความเจ็บปวดที่แล่นพล่าน ชายคนนั้นเดินเข้ามาคว้าแขนเธอแล้วกระชากให้ลุกขึ้นอย่างหยาบคาย“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง!”“ปล่อยฉันนะ!”ปั้นหยาดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง ทว่ายิ่งเธอดิ้นรน อีกฝ่ายก็ยิ่งทวีความโกรธเกรี้ยวมากขึ้น“อยู่นิ่ง ๆ ถ้าไม่อยากโดนเป่าหัวกระจุย!”ปากกระบอกปืนเย็นเฉียบถูกจ่อเข้าที่ข้างแก้มเนียนในทันที หญิงสาวตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งขึ้นถึงขีดสุด“ดี...” ชายคนนั้นแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจเป่ารดผิวแก้ม “รู้ไหมว่าพวกเราอยาก
ตอนที่ 4เกินจะรับไหวทันทีที่สิ้นคำพูดทิ้งท้าย จีนก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้องอาหาร ปั้นหยานั่งนิ่งราวกับถูกสาป มือบางทั้งสองข้างเย็นเฉียบอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอกจนยากจะเรียบเรียง ทว่าเมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าคิรันกำลังจดจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา“กลัว?”น้ำเสียงทุ้มต่ำถามขึ้นสั้น ๆ ปั้นหยาเงยหน้าสบตาเขาในทันทีเพื่อซ่อนความหวั่นไหว“ฉันไม่ได้กลัว”“งั้นทำไมหน้าซีดขนาดนั้น”“ฉันแค่...”“อย่าไปใส่ใจคำพูดของจีนมาก” เขาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผู้หญิงคนนั้นชอบพูดจาเกินจริงไปเรื่อย”“เธอเป็นแฟนเก่าคุณเหรอคะ” ปั้นหยากัดริมฝีปากล่างเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจโพล่งถามออกไปตรง ๆ ตามที่ใจคิดคิรันนิ่งไปเพียงครู่คล้ายกำลังทบทวนความทรงจำ ก่อนจะตอบกลับสั้น ๆ“เคยคุย”“แค่นั้นเหรอคะ” เธอย้ำถามทั้งที่ยังแคลงใจ เพราะสถานะที่โชว์บนหน้าจอมันไม่เหมือนแค่คนเคยคุย“อืม”หญิงสาวไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าเหตุใดความรู้สึกหนักอึ้งในอกเมื่อครู่ถึงได้มลายหายไปจนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเมื่อเขายืนยัน และเธอก็ยิ่งนึกเกลียดตัวเองมากขึ
ปั้นหยาทอดสายตามองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความเงียบ คำว่าเมียเก่าที่ปรากฏเด่นหราบนหน้าจอนั้นราวกับเข็มแหลมคมที่ทิ่มแทงเข้ามาในใจ ความรู้สึกบางอย่างจุกเสียดขึ้นมาที่ลำคออย่างไร้สาเหตุ ทั้งที่เธอพร่ำบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าไม่ควรจะรู้สึกอะไรกับเรื่องของเขาเลยแม้แต่น้อยเสียงเรียกเข้ายังคงดังต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความลังเล ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าจอ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความนิ่งขรึมอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดังขึ้นจากทิศทางประตูห้อง“เธอชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นนักหรือไง”ปั้นหยาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ คิรันยืนพิงกรอบประตูอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่โทรศัพท์ในมือเธอด้วยรังสีบางอย่างที่ชวนให้หายใจไม่ออก“ฉันไม่ได้จะยุ่ง...”เธอรีบวางมันลงบนโต๊ะราวกับต้องของร้อน ชายหนุ่มสาวเท้าเข้ามาใกล้ก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาดูเพียงครู่ แล้วกดตัดสายทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ปั้นหยาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจจึงโพล่งถามออกไป“ไม่รับล่ะ”“น่ารำคาญ”“แฟ
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์สีดำก็เลี้ยวผ่านประตูเหล็กบานใหญ่เข้าไปด้านในคฤหาสน์หรู ปั้นหยอมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างตกตะลึง พื้นที่กว้างมหาศาลถูกล้อมด้วยกำแพงสูง มีการ์ดติดอาวุธยืนอยู่แทบทุกจุด ที่นี่ดูไม่ต่างจากคุกและเธอกำลังจะถูกขังอยู่ในนั้นรถจอดสนิทหน้าตัวคฤหาสน์คิรันลงจากรถก่อนจะหันกลับมามองปั้นหยา“ลงมา”ปั้นหยายังคงนั่งนิ่งด้วยท่าทางดื้อรั้น“ฉันจะกลับบ้าน”“ที่คอนโดเธอตอนนี้ มีคนรออยู่เต็มไปหมด”หญิงสาวหน้าเสียทันทีเมื่อได้ยินคิรันมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ถ้าอยากรอด ก็อยู่กับฉัน”คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนการช่วยเหลือ แต่มันเหมือนคำสั่งมากกว่า ปั้นหยากำชายกระโปรงแน่น ดวงตาสั่นไหวขณะมองผู้ชายตรงหน้า เขายืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ยังโปรยลงมาไม่หยุด เสื้อเชิ้ตสีดำเปียกชื้นเล็กน้อย แต่กลับยิ่งทำให้คิรันดูอันตรายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า“ฉันไม่เชื่อคุณ”เสียงเธอเบาจนแทบเป็นกระซิบ คิรันมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนเอียงหน้ามองเล็กน้อย“แล้วเธอมีทางเลือก?”ปั้นหยานิ่งไปพลางครุ่นคิดคำตอบในหัวประผล ไม่มี เพราะตอนนี้เธอไม่เหลือใครเลยจริง ๆหญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนค่อย ๆ ก้า





