LOGIN"เขาคือพยัคฆ์ที่ไร้ความปรานี ส่วนเธอคือโสเภณีที่เขากักขังไว้ในกรงทอง" ภายใต้ความเร่าร้อนคือตรวนที่ล่ามพวกเขาไว้ด้วยกัน ภายใต้รอยยิ้มแสนซื่อคือความร้ายกาจที่พร้อมจะทำลายทุกอย่าง
View Moreคฤหาสน์ตระกูลหยาง, ใจกลางเมือง XX | เวลา 00:05 น.
เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์แผดคำรามกระแทกความเงียบจนดังสนั่นหวั่นไหว ฉีกกระชากความสงบยามราตรีให้ขาดสะบั้น แรงลมกรรโชกหมุนวนจนยอดไม้รอบคฤหาสน์ลู่เอนอย่างเสียขวัญ
หยางเป่ย ก้าวลงจากเครื่องด้วยท่วงท่าองอาจดุจราชสีห์ที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากการล่า เส้นผมสีขาวโพลนอันเป็นเอกลักษณ์สะบัดพลิ้วไปตามแรงลม รับกับดวงตาคมกริบสีเทาเข้มที่เย็นเยียบยิ่งกว่าหยาดน้ำค้างแข็ง เขาหยุดชะงักฝีเท้าลงชั่วครู่ ก่อนจะตวัดสายตาที่เปี่ยมด้วยรังสีอำมหิตกลับไปมองเจ้าสาวซึ่งยังคงนั่งนิ่งสนิทอยู่ภายในห้องโดยสาร
ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาเพิ่งพาเข้าพิธีวิวาห์ลวงโลกเพื่อตบตาคนทั้งเมืองมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน...
ชายหนุ่มยื่นมือหนาออกไปตามมารยาทอันจอมปลอม เพื่อรับมือของ เจิ้งชิงหลี ให้ก้าวลงมาสู่รังของเขา—รังที่อาจกลายเป็นกรงขังไปตลอดกาล ใบหน้าสวยสะกดวิญญาณและเสน่ห์อันเหลือร้ายของเธออาจทำให้ชายทั่วโลกยอมคุกเข่าสยบแทบเท้า ทว่าสำหรับหยางเป่ยในนาทีนี้... เธอคือสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่สุด
ชิงหลีส่งยิ้มบางๆ กลับมา รอยยิ้มนั้นงดงามราวกับภาพวาด ทว่านัยน์ตาสีเทาหม่นคู่สวยกลับว่างเปล่า ลึกล้ำ และเย็นชา ราวกับข้างในนั้นไร้ซึ่งดวงวิญญาณมานานแสนนาน
หยางเป่ยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิง ทั้งความโกรธแค้นและความชิงชังที่ถูก เจิ้งยวน เล่นตลกสลับตัวเจ้าสาวอย่างหน้าด้านๆ ทั้งที่คนที่ควรจะมาคุกเข่ารับกรรมเป็นทาสของเขาในคืนนี้ คือ เจิ้งอิงอิง น้องสาวต่างมารดาที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของมัน!
*** ***
ย้อนกลับไป 5 ชั่วโมงก่อนหน้า...
ณ งานวิวาห์สุดหรู
แสงสปอตไลต์นับสิบดวงสาดสะท้อนลงบนพรมแดงที่ทอดยาวสุดสายตา ราวกับบันไดที่นำไปสู่สรวงสวรรค์... ซึ่งฉาบไว้ด้วยคำลวง ท่ามกลางสายตาชื่นชมของแขกเหรื่อชั้นสูง เจิ้งชิงหลี เยื้องกรายเคียงคู่มากับบิดา มุ่งหน้าสู่แท่นพิธีที่มีร่างสูงตระหง่าน 6’4” ฟุต ยืนรออยู่ด้วยท่าทีสงบนิ่งทว่าทรงพลัง
เธอปรากฏกายในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ทว่ารอยตะเข็บกลับเน้นส่วนเว้าโค้ง ขับเน้นความเย้ายวนอันตรายที่สั่นประสาทผู้มองจนดูเกินคำบรรยาย ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอตรึงลมหายใจคนทั้งงานให้หยุดชะงัก
เมื่อเจิ้งยวนส่งมอบมือลูกสาวให้แก่หยางเป่ย ชิงหลีก็เงยหน้าสบตาเขาพร้อมรอยยิ้มงดงามหยดย้อย ราวกับรอคอยวินาทีแห่งความสุขนี้มาแสนนาน ทว่าลึกลงไปในนัยน์ตาสีเทาหม่นกลับมืดมิดไร้ก้นบึ้ง ปราศจากร่องรอยของความปิติยินดีแม้เพียงนิด
ฝ่ายหยางเป่ยเองก็ประดับรอยยิ้มจอมปลอมไว้บนใบหน้าคมเข้ม เขาเล่นบทบาทเจ้าบ่าวผู้เปี่ยมสุขได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ หากแต่แววตาสีเทาเข้มกลับวาวโรจน์ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากสตรีตรงหน้าให้เป็นชิ้นๆ เขาบรรจงสวมแหวนเพชรน้ำงามขนาด 20 กะรัต ลงบนนิ้วเรียว... มันดูสวยงามล้ำค่า ทว่าในความเป็นจริง มันคือ 'ตรวน' ที่เขาใช้พันธนาการตัวตายตัวแทนผู้น่าสมเพช ซึ่งเจิ้งยวนส่งมาเป็นเหยื่อรับกระสุนแทนลูกสาวคนโปรด!
*** ***
3 วันก่อนหน้านั้น...
ณ สำนักงานทะเบียน
ความจริงถูกกระชากหน้ากากอย่างไร้ปรานีในเช้าวันจดทะเบียนสมรส เมื่อร่างที่ปรากฏตัวต่อหน้าหยางเป่ยไม่ใช่เจิ้งอิงอิงผู้แสนอ่อนหวานตามข้อตกลง ทว่าเป็น เจิ้งชิงหลี... ทายาทนอกคอกที่ถูกบิดาเขี่ยทิ้งไว้ในเงามืดมาตลอดชีวิต
เธอเดินลงจากรถด้วยท่าทีนิ่งสนิท ในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีแดงไวน์ที่ขับเน้นผิวขาวจัดและเรียวขาเนียนสวย ทุกสัดส่วนโค้งเว้าถูกเน้นย้ำด้วยเนื้อผ้าจนเหล่าผู้ติดตามของหยางเป่ยต่างลืมหายใจและตกอยู่ในภวังค์ พลางลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ภายใต้บรรยากาศที่แสนกดดัน
หยางเป่ยเค้นลมหายใจหยาบพร่าด้วยโทสะที่พุ่งพล่านระคนแค้นเคือง เจิ้งยวนเพิ่งส่งข่าวแจ้งเขาอย่างกะทันหันก่อนจดทะเบียนเพียงไม่กี่ชั่วโมงว่าเจ้าสาวถูกเปลี่ยนตัว แม้ภายในจะรุ่มร้อนด้วยเพลิงกัลป์ที่พร้อมเผาผลาญทุกอย่าง แต่เขากลับไร้ทางเลือก... พันธสัญญาทางธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลและความช่วยเหลือลับที่จำเป็นต้องพึ่งพากำลังจากตระกูลเจิ้ง และการรบเร้าของบิดาพร้อมทั้งการหมั้นหมายที่ถูกมัดมือชกตั้งเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนจากอาหกของเขา คือโซ่ตรวนที่ล่ามเขาไว้กับความอัปยศที่ปฏิเสธไม่ได้
ชายหนุ่มจ้องใบหน้าสวยเฉี่ยวของสตรีตรงหน้าด้วยแววตาเกลียดชัง ก่อนจะตวัดปลายปากกาลงนามด้วยแรงอารมณ์ที่หนักหน่วง... ปลายปากกาครูดผ่านเนื้อกระดาษจนเกือบขาด ราวกับเขากำลังกรีดลงบนเนื้อสดของศัตรู
โซน Multi-Millionaire Row | ‘The Dragon’s Lair’ต่อ...บอดี้การ์ดหนุ่มตวัดสายตามองไปยังลูกน้องบอดี้การ์ดอีกห้าชีวิตอย่างหงุดหงิดใจ ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าผุดผาดของนายหญิงเล็กที่เวลานี้แดงระเรื่อฉ่ำไปด้วยฤทธิ์น้ำเมา ทว่ากลับประดับรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์และดื้อรั้นเอาไว้บนเรียวปากฉ่ำวาวนั่นแทน ‘แม่ง... ใครเป็นคนปล่อยให้นายหญิงดื่มหนักขนาดนี้วะเนี่ย... แม่งเอ๊ย แววตาฉ่ำปรือซะขนาดนั้น ไหนจะรอยยิ้มอวดดีนั่นอีก เฮียลงมาเห็นจะฆ่าล้างโคตรกูไหมเนี่ย’ ปานันก่นด่าในใจด้วยความหวาดเสียวคำขู่ของหยางเป่ยที่ผ่านปากคนสนิททำเอาชิงหลีชะงักมือที่กำลังเขี่ยชิปคาสิโนบนโต๊ะเล่น หญิงสาวตวัดนัยน์ตาหวานฉ่ำกลับมามองปานันด้วยความหงุดหงิดขัดเคืองที่ถูกขัดจังหวะความสำราญ “เชอะ... ไหนบอกให้ฉันเล่นได้เต็มที่ไงคะปานัน... ทำไมเจ้านายคุณถึงชอบผิดคำสัญญาแบบนี้ล่ะ”ปานันรีบยืดตัวตรงพลางลอบถอนหายใจยาว “นายหญิงครับ... ออกไปเล่นข้างนอกโซนนี้เถอะครับ... อย่าให้เฮียต้องลงมาเองเลย”ชิงหลีสะบัดหน้าหนีอย่างขัดอกขัดใจ เธอยกแขนเรียวสวยขึ้นมากอดอกเน้นย้ำความอวบอัด จ้องมองปานันด้วยสายตาเอาเรื่อง “ลงมา... ลงมาแล้วยังไงต่อล่ะ...”ปานันย
คาสิโนตระกูลหยาง ‘The Dragon’s Lair’ ต่อ...เหล่าลูกน้องที่สังเกตเห็นอาการนั่งแข็งทื่อของนายหญิงต่างพากันมองตากันอย่างงงงวย แต่ไม่นานก็มีข้อความจากปานันสั่งให้พวกเขาบังคับนายหญิงทานด้วยการแกะเนื้อปูและหั่นชิ้นเนื้อให้เธอ พวกเขาเข้าใจในทันทีว่าหากไม่มีใครขยับ ชิงหลีก็คงจะทำเพียงเขี่ยผักในจานไปมาอย่างเหมือนที่เธอกำลังเริ่มทำอยู่ในตอนนี้“ช่วยจัดการแกะอาหารทะเลให้นายหญิง ตัดเนื้อสเต็กให้เธอด้วย!” บอดี้การ์ดที่ได้รับข้อความจากปานัน รีบเข้าไปกระซิบบอกผู้ช่วยผู้จัดการเสียงเข้มบริกรและผู้ติดตามรีบกุลีกุจอจัดการแกะเปลือกปูและสไลด์เนื้อวากิวให้พร้อมทาน เพราะพวกเขารู้ดีว่าชิงหลีถูกฝึกมาให้รอรับคำสั่งจากหยางเป่ยเท่านั้น หากไม่มีใครนำเนื้อมาคอยปรนนิบัติวางไว้ตรงหน้า หรือเฝ้ารอประชดประชันยามที่หยางเป่ยโยนชิ้นสเต็กลงบนจาน เธอก็แทบจะไม่แตะต้องโปรตีนใด ๆ เลยหลังจากถูกปรนเปรอจนอิ่มหนำ ชิงหลีที่เริ่มกลับมามีเรี่ยวแรง และเริ่มเมาค็อกเทลอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าแดงระเรื่อ เธอกลับเติมลิปสติกเข้าไปหลังมื้ออาหาร จนริมฝีปากบางฉ่ำวาวอย่างยั่วยวน และขบวนก็ถูกนำเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของรังมังกรต่อทว่าสายตาของเธอ
คาสิโนตระกูลหยาง ‘The Dragon’s Lair’ | เวลา 19:00 น. The Dragon's Lair Lobbyต่อ...ชิงหลีก้าวเดินผ่านพรมกำมะหยี่นุ่มเท้าด้วยท่าทางที่ดูสง่าทว่าแฝงด้วยความเย้ายวน แววตาอันพราวระยับด้วยความตื่นเต้นของหญิงสาวที่ถูกกักขังมานานพลันส่องประกายโลดแล่นทันทีที่เรียวเท้าแตะลงบนพื้น ทุกก้าวย่างของเธอสะกดสายตาคนรอบข้างที่สวมสูทและเดรสหรูหรา ทุกคนต่างพากันเหลียวมองเธออย่างตระหนกปนสงสัยว่านกยูงตัวนี้มาจากไหน ทว่าความสนใจที่ล้นหลามนั้นกลับแฝงไปด้วยความยำเกรง เมื่อทุกคนสังเกตเห็นรองผู้จัดการทั้งสามและบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกห้าชีวิตที่เดินตามหลังเธอมาอย่างนอบน้อม ทำให้ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเอ่ยปากทักทายชิงหลีบรรยากาศภายใน 'The Dragon's Lair' อบอวลไปด้วยความหรูหราที่เคลือบแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันตราย ชิงหลีก้าวเดินไปหยุดที่หน้าโต๊ะ Roulette สายตาจ้องมองวงล้อไม้ขัดเงาวาววับที่กำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว ในจังหวะหยุดหายใจ ดีลเลอร์ขานก้องว่า “No more bets” เสียงลูกเหล็กกลมเกลี้ยงวิ่งกระทบขอบเหล็กดังกังวาน ก่อนจะกระดอนตกลงในช่องสีดำหมายเลข 24 อย่างแม่นยำ เสียงเฮดังสนั่นหวั่นไหวจากนักพนันกลุ่มข้างๆ ที่โชคเข้าข้างทำ
โถงหน้าห้องทำงานสี่พี่น้องสายตรงตระกูลหยาง คาสิโน ‘The Dragon’s Lair’ | เวลา 17:00 น.ต่อ...ชิงหลีเงยใบหน้างามที่แดงซ่านลามไปถึงใบหูขึ้นมา แสร้งทำหน้างอง้ำประชดประชันใส่สามีทันทีด้วยความแง่งอน “คุณ! ... ทำไมคุณถึงได้ใจร้ายใจดำแบบนี้! ทั้งหมดที่เป็นสภาพแบบนี้มันไม่ใช่เพราะความป่าเถื่อนของคุณหรือไงกัน! ฉัน...” หญิงสาวรีบก้มหน้าหลบสายตาคมปราดราวมัดมีดโกนของเขาด้วยความเอียงอายลึก ๆ “ฉัน... ฉันขอพัก... อีกสักหนึ่งชั่วโมงฉันค่อยลงไปเดินเล่นได้ไหมคะ! นะคะ...”เธอช้อนสายตากลมโตฉ่ำน้ำขึ้นมองพยัคฆ์หนุ่มอีกหนอย่างวิงวอนสุดชีวิต แม้ในใจลึกๆ อยากจะเบี่ยงกายหลบแล้วเดินสะบัดหน้ากลับเข้าไปในห้องพักด้วยตัวเองเพื่อกู้ศักดิ์ศรีความจองหองคืนมาใจจะขาด ทว่าความจริงอันโหดร้ายทางร่างกายคือ หากเธอผละออกจากอ้อมอกแกร่งและฝ่ามือหนาที่ช่วยพยุงอยู่ในตอนนี้ เธอคงล้มพับลงไปพังพาบกับพื้นดินเหมือนนกปีกหักไร้ทางสู้เป็นแน่แท้หยางเป่ยปรายสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งมองรองผู้จัดการทั้งสามคน ที่ยังคงยืนเนื้อตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ ก่อนจะหันไปสั่งงานด้วยน้ำเสียงที่แปรเปลี่ยนเป็นเข้มงวดดุดัน “พวกมึงสามตัว... ไปคัดสรรหาคนที่พวกมึ