Masukเพียงผ่านไปไม่นาน ร่องรักของหญิงสาวก็เยิ้มไปด้วยน้ำหวานสีใสที่ชโลมไหลออกมามากมาย แอลฟ่าออกแรงบดขยี้อย่างหนัก ทำเอาเม็ดทรายรู้สึกจุก กระนั้นก็ยังมีความเสียวซ่านปะปนมาด้วยจนเธอเผลอครางออกมา “อ่า ๆ คุณขา..อื้อ เบาหน่อยค่ะ” เธอครวญครางดังลั่น ทว่าคนตัวหนายังคงรุนแรงไม่แผ่ว เขากระแทกบั้นเอวหนาเข้าใส่กล
“คืนนั้นฉันเป็นคนช่วยเธอจนตัวฉันเองแทบจะเอาตัวไม่รอด... เราสองคนโชคดีแค่ไหนแล้วที่นายมาช่วยไว้ทัน ไม่งั้นคนที่ตายก็คงจะเป็นฉันกับเธอ” ดาวเอ่ยพร้อมแสร้งร้องไห้ปาดน้ำตาเพื่อให้แอลฟ่าสงสาร และเชื่อในสิ่งที่เธอพูด “เธอไม่ได้ช่วยฉัน...เธอคือคนที่กระชากขาของฉัน และ...” เม็ดทรายมองดาวที่กำลังแสดงละครด้วย
“ใช่ ฉันเอง ขอโทษที่มาช้าไปนะ” หลังจากนั้นสติของเม็ดทรายที่เลือนรางเต็มทีก็ดับวูบไป...ตอนที่ 22 ไม่..อย่าทำ..อย่า หลายวันต่อมา แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนขนาดใหญ่ นเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ปรากฏร่างของหญิงสาวที่ยังคงนอนหลับสนิท ร่างกายของเธอยังคงรู้สึกอ่อนล้าจากเหตุการณ์ระ
“อะ...โอ๊ย” เม็ดทรายหลุดปากร้องลั่นเพราะทนความเจ็บไม่ไหวจริง ๆ เสียงฝีเท้าดังพร้อมกับแสงไฟฉายที่ส่องใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ เม็ดทรายพยายามฝืนตัวเอง เพื่อกระเถิบไปหลบอยู่หลังต้นไม้ และพยายามกลั้นหายใจเอาไว้ซ่อนตัวอย่างเงียบที่สุด แต่... “มันอยู่ตรงนี้!” ดาวแผดเสียงลั่น พร้อมกับบีบข้อเท้าของเม็ดท
“เงียบไว้เถอะน่า เราจะรอดแน่ ๆ เชื่อฉัน” แก้วตอบกลับเสียงต่ำ ดวงตาจับจ้องไปที่ประตูห้องใต้ดินนี้ไม่ละ พร้อมกับกำปืนพกในมือเอาไว้แน่น ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็เดินเข้ามาใกล้ ประตูไม้เก่าดูเหมือนจะสั่นตามแรงกระแทกของใครบางคนที่อยู่ด้านนอก “อื้อ อื้อ ๆ” จู่ ๆ ดาวที่นั่งเงียบมานานก็ร้องไห้ปล่อยโฮอ
“...” เม็ดทรายฟังและคิดตามสิ่งที่แก้วพูด ก่อนจะเห็นว่ามันเป็นตามนั้นจริง ๆ “ฉันบอกเลยว่าซื่อ ๆ ใส ๆ อย่างเธอตามเล่ห์เลี่ยมอีดาวไม่ทันแน่ ที่มันทำดีกับเธอ ก็เพราะมันจะหลอกให้เธอตายใจ แล้วมาตลบหลังเธอแบบที่ฉันโดน” “...” “ที่ฉันมาเตือน เพราะว่าเธอเป็นคนดี และมีบุญคุณกับฉันนะเม็ดทราย ฉันอาจจะร้ายกับ
บางครั้ง… คนที่ใช่อาจไม่ใช่คนใหม่ แต่เป็นคนเดิมในวันที่เราพร้อมที่จะรักกันมากกว่าเดิมบางครั้ง… การวนกลับมารักกันอีกครั้ง มันอาจจะดีกว่า ตรงที่เราไม่ต้องเริ่มเรียนรู้กันใหม่ แต่ให้เรียนรู้จากอดีตที่ผิดพลาด แล้วลองเดินไปด้วยกันใหม่บางครั้ง… การจากกันไม่ได้หมายถึงจุดจบของเรื่องราว แต่มันคือเวลาที่ให้
"อย่าขัดขืนและหมอบตัวซะ ทางเรามีหลักฐานการกระทำผิดของพวกคุณครบถ้วน" อีกคนก็เดินไปใส่กุญแจมือแดนนี่ ที่กำลังร้องโวยวายพยายามจะวิ่งหนีออกจากงานด้วยความตกใจ บรรยากาศในงานแต่งที่ควรจะหรูหรา กลับกลายเป็นความวุ่นวาย แขกในงานแตกตื่นส่งเสียงอื้ออึง บางคนก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายเก็บภาพไว้ คนที่ค้างคาใ
ดราก้อนพลันชะงัก "มึงรู้ได้ว่ากู..." ครั้นจะปฏิเสธว่าไม่ได้คิดอะไรดำมืด ก็อาจไร้ความหมายในเมื่อเพื่อนรักสองคนนี้รู้ทันไปหมดแล้ว"ตั้งใจดูงานแต่งของ เมียมึง ไปก่อนดีกว่าน่า" ไคเลอร์ว่าพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก"น่าจะเจ็บกระอัก..ว่าโดนยิงเยอะ" ไคเลอร์จับใบหน้าของดราก้อนให้หันกลับไปมองทางพิธีการ แดนนี่ยืน
"และผมจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ" ดราก้อนปล่อยให้เวลาค่อย ๆ ผ่านไปในห้องผู้ป่วย เฝ้ามองสภาพแม่ที่กลับสู่ความเงียบสงบเพราะฤทธิ์ยา ดราก้อนก้าวออกมาจากห้องของผู้เป็นแม่ด้วยอารมณ์ปนเประหว่างความเศร้าและเหน็ดเหนื่อยจนแทบหมดแรง ฝีเท้าหนักอึ้งลากไปตามทางเดินในสถานบำบัดจิตเวชที่เงียบสงัด ก่อนจะตรงไปยังลิฟต์ชั้นล่าง







