เข้าสู่ระบบเจียงอวิ๋นซีถูกคนโรคจิตคุกคาม เธอเดินเข้าโรงพยาบาลไปด้วยสภาพสะบักสะบอมดูไม่ได้ ระหว่างนั่งรอขานหมายเลขคิวอยู่ตรงระเบียงทางเดิน เธอก็เหลือบไปเห็นฟู่เยี่ยนโจวกำลังโอบกอดหญิงสาวท่าทางอ้อนแอ้นบอบบาง พลางปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอมองผู้ชายตรงหน้าที่ตัวเองปักใจรักมาตั้งแต่เยาว์วัยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ก่อนหน้านี้ฉันส่งข้อความหานาย นายไม่เห็นรึไง?” “วันนี้เป็นวันเกิดของอันซี ฉันไม่อยากทำเธอหมดสนุก อีกอย่าง ใครมันจะไปรู้ว่าเธอจะเจอคนโรคจิตเข้าจริงๆ” เขาขมวดคิ้วเข้มคู่คม แววตาฉายแววรังเกียจเดียดฉันท์ “เธอถูกทำให้แปดเปื้อนไปแล้วหรือยัง?” เจียงอวิ๋นซีรู้สึกราวกับร่วงหล่นลงสู่ห้องแช่แข็งอันเย็นเยือก วันถัดมา เธอได้ยื่นจดหมายลาออก ทว่าฟู่เยี่ยนโจวกลับไม่ได้ใส่ใจมันเลยสักนิด “หล่อนน่ะเชื่องยิ่งกว่าหมาเสียอีก ไม่จำเป็นต้องให้ฉันเรียกหรอก เดี๋ยวก็ซมซานกลับมาขอความเมตตาเองนั่นแหละ” แต่ทว่าในครั้งนี้ เจียงอวิ๋นซีกลับจากไปอย่างเด็ดขาด ... ครึ่งปีต่อมา ณ เวลาตีสอง ฟู่เยี่ยนโจวนั่งอยู่ภายในรถยนต์ และกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่เขาท่องในใจมานับครั้งไม่ถ้วน ทันทีที่สายต่อติด น้ำเสียงของเขาก็ตึงสั่นเครือ “ฉันคิดถึงเธอนะ” ทว่าปลายสายกลับมีเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังตอบกลับมา “ประธานฟู่ ดึกดื่นค่ำคืนไม่ยอมหลับนอน แต่กลับมาสารภาพรักกับผมตรงนี้ มันหมายความว่ายังไงกัน?” น้ำเสียงของฟู่เยี่ยนโจวเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง “ซีซีล่ะ ให้เธอรับสายเดี๋ยวนี้!” ฉินสือวั่งก้มมองหญิงสาวใต้ร่างที่มีนัยน์ตาหวานฉ่ำ ริมฝีปากบางหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงความร้ายกาจ “เวลานี้ กำลังยุ่งได้ที่เลยล่ะ ไม่ว่างหรอก”
ดูเพิ่มเติมเจียงอวิ๋นซีไม่ลังเลเลยสักนิด “ก็ต้องช่วยคุณอยู่แล้วค่ะ!”“จริงเหรอ?” ฉินสือวั่งยกมุมปากขึ้น “เมื่อครู่เห็นคุณนั่งเหม่ออยู่ในรถ ผมนึกว่าคุณเป็นห่วงว่าฟู่เยี่ยนโจวจะโดนผมซัดเสียอีก”“ฉันไม่ได้เป็นห่วงเขาหรอกค่ะ แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาน่ะ”เจียงอวิ๋นซีเบนหน้าไปทางหน้าต่างรถ แววตาเหม่อลอยไปชั่วครู่การที่ฟู่เยี่ยนโจวสั่งให้เธอขอโทษอันซีในวันนี้ ทำให้เธอหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่เคียงข้างเขามีครั้งหนึ่งลูกค้าคนหนึ่งคิดไม่ซื่อกับเธอ พยายามมอมเหล้าเธอไม่หยุด พอเธอไม่ยอมดื่ม ลูกค้าคนนั้นก็โมโหจนฟิวส์ขาด สาดเหล้าทั้งแก้วรดหัวเธอทันที พร้อมด่าทอว่าเธอไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงตอนนั้นฟู่เยี่ยนโจวก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเขาสั่งให้คนขอโทษโดยสั่งให้เธอเป็นฝ่ายขอโทษลูกค้าตอนนั้นเธอต้องสะกดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ แล้วเอ่ยคำขอโทษออกไปเบาๆพอกลับมา เธออดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาฟู่เยี่ยนโจวกลับพูดจาปัดความรับผิดชอบหน้าตาเฉย “ฉันก็นั่งอยู่ข้างๆ เขาจะทำอะไรเธอได้จริงๆ งั้นเหรอ? อวิ๋นซี เธอน่ะรู้ความมาตลอด ลูกค้ารายนี้สำคัญกับเรามาก ล่วงเกินไม่ได้นะ”ทว่าตอนนี้แค่เธอปาเค้กใส่หัวอั
เจียงอวิ๋นซีแทบรักษาสีหน้าไว้ไม่อยู่หลังจากทั้งสองคนเดินออกมาไกลแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดกระซิบ “ประธานฉิน ทำไมคุณไม่ปฏิเสธล่ะคะ?”“เธอกำลังโหยหาความรักที่สวยงามอยู่นี่นา ผมจะทำลายจินตนาการของเธอลงได้ยังไง”“ต่อจากนี้...คุณอย่าล้อเล่นแบบนี้อีกเลยนะคะ”ได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มของฉินสือวั่งก็จางลง“ได้”เจียงอวิ๋นซีก้มหน้าอยู่ จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าความกดอากาศรอบตัวชายหนุ่มต่ำลงเธอเดินเข้าไปในห้องตรวจ พอตรวจเสร็จตามขั้นตอนทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด คือเธอไม่เป็นอะไรเลยจากนั้นก็ไปตรวจแผนกอื่นๆ ต่อผลก็ออกมาปกติดีทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไรตอนที่เธอออกมา ฉินสือวั่งกำลังพิงกำแพงดูใบตรวจร่างกายของเธอทีละใบปอยผมระหน้าผากทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้น ดูมีความเศร้าสร้อยบางอย่างคนรอบข้างจำนวนไม่น้อยต่างพากันแอบมองเขาเจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไป “ประธานฉิน เห็นไหมคะ ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่เป็นอะไร”“อืม แข็งแรงดี อายุยืนเป็นร้อยปีแน่นอน”ฉินสือวั่งเก็บใบตรวจให้เธอ “ไปเถอะ”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขาทั้งคู่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินตรงเข้ามาฟู่เยี่ยนโจวขมวดคิ้วแน่น ท่าทางดูเจ็บป
เธอกำลังจะเดินออกมา พอดีกับที่ฉินสือวั่งผลักประตูเข้ามาเขาสวมชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิท ไม่ผูกเนคไท กางเกงสแล็คสีเดียวกันเน้นให้เห็นเรียวขายาวดูสมบูรณ์แบบ ท่าทางเย็นชาแฝงไปด้วยความรู้สึกสบายๆ“ประธานฉิน”เจียงอวิ๋นซีคลี่ยิ้ม “ฉันเอาอาหารเช้ามาให้คุณแล้วค่ะ”ฉินสือวั่งเดินเข้ามาใกล้พอเห็นโจ๊กกุ้งที่แพ็คมาอย่างดีบนโต๊ะ เขาก็ทำเสียงจิ๊ในลำคอ“ผู้ช่วยพิเศษเจียงทำโจ๊กได้ประณีตจริงๆ เหมือนซื้อมาจากร้านที่ชั้นล่างตึกเป๊ะเลย บังเอิญจังนะ ทั้งหีบห่อ ทั้งโลโก้บนถุงเหมือนกันทุกอย่าง”“…”เจียงอวิ๋นซีอธิบายว่า “เดิมตั้งใจจะทำมาให้คุณค่ะ แต่เช้านี้เกิดเหตุขัดข้อง โจ๊กหกหมดเลยต้องซื้อมาแทน พรุ่งนี้ฉันจะทำให้คุณทานเองค่ะ”“คุณเป็นอะไรไหม?”“หา?”เจียงอวิ๋นซีถึงได้รู้ตัวว่าเขาเป็นห่วง “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่โดนรถเฉี่ยว แต่ไม่ได้ชนตัวฉัน กระติกเก็บความร้อนเลยตกพื้นไปเท่านั้นเอง”ของที่เพิ่งซื้อใหม่แท้ๆ น่าเสียดายชะมัดฉินสือวั่งจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหลังกลับ “ไป”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขา“ไปไหนคะ ประธานฉิน พบลูกค้าเหรอคะ?”ฉินสือวั่งไม่ตอบจนกระทั่งเจียงอวิ๋นซีขึ้นรถไปกับเขา ฉินสือวั
เช้าวันถัดมา เจียงอวิ๋นซีตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มจัดเตรียมอาหารเช้าในตู้เย็นมีผักสดที่เธอเพิ่งซื้อมาเก็บไว้จำนวนไม่น้อย รวมถึงเนื้อหมูไร้มันชั้นดีด้วยเธอเตรียมวัตถุดิบจนพร้อม แล้วลงมือต้มโจ๊กหมูสับหม้อหนึ่ง หลังจากตักใส่กระติกเก็บความร้อนอย่างประณีตระมัดระวัง แล้วก็เดินทางไปบริษัททันทีที่มาถึงแถวบริษัทและกำลังจะเดินข้ามถนน จู่ๆ ก็มีรถแลนด์โรเวอร์คันหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากด้านข้าง แล้วแล่นเฉียดฉิวผ่านตัวเธอไปอย่างแรงเจียงอวิ๋นซีตกใจสะดุ้ง พลันก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณตัวเธอไม่ได้รับอันตรายอะไร ทว่ากระเป๋าในมือกลับกระแทกเข้ากับรถแลนด์โรเวอร์จนหลุดปลิวลอยไป ส่งผลให้โจ๊กในกระติกเก็บความร้อนหกเลอะเทอะกระจายเต็มพื้นรถแลนด์โรเวอร์เบรกกะทันหัน จากนั้นคนขับก็เลื่อนกระจกหน้าต่างรถลง แล้วหยิบเงินปึกหนึ่งโยนลงบนพื้น“พวกเรากำลังรีบ นี่เงินที่คุณชายของเราให้คุณ ถือว่าเป็นค่าชดเชยก็แล้วกัน!”เจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไปหาช้าๆ ก้มลงเก็บเงินที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะเดินตรงไปที่หน้ารถแลนด์โรเวอร์คันนั้นคนขับรถกำลังจะเหยียบคันเร่งออกไป ทว่าทันใดนั้นเจียงอวิ๋นซีก็ยกมือขึ้น แล้วฟาดเงิ





