รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย

รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย

โดย:  อาอู้อัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
30บท
18views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เจียงอวิ๋นซีถูกคนโรคจิตคุกคาม เธอเดินเข้าโรงพยาบาลไปด้วยสภาพสะบักสะบอมดูไม่ได้ ระหว่างนั่งรอขานหมายเลขคิวอยู่ตรงระเบียงทางเดิน เธอก็เหลือบไปเห็นฟู่เยี่ยนโจวกำลังโอบกอดหญิงสาวท่าทางอ้อนแอ้นบอบบาง พลางปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอมองผู้ชายตรงหน้าที่ตัวเองปักใจรักมาตั้งแต่เยาว์วัยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ก่อนหน้านี้ฉันส่งข้อความหานาย นายไม่เห็นรึไง?” “วันนี้เป็นวันเกิดของอันซี ฉันไม่อยากทำเธอหมดสนุก อีกอย่าง ใครมันจะไปรู้ว่าเธอจะเจอคนโรคจิตเข้าจริงๆ” เขาขมวดคิ้วเข้มคู่คม แววตาฉายแววรังเกียจเดียดฉันท์ “เธอถูกทำให้แปดเปื้อนไปแล้วหรือยัง?” เจียงอวิ๋นซีรู้สึกราวกับร่วงหล่นลงสู่ห้องแช่แข็งอันเย็นเยือก วันถัดมา เธอได้ยื่นจดหมายลาออก ทว่าฟู่เยี่ยนโจวกลับไม่ได้ใส่ใจมันเลยสักนิด “หล่อนน่ะเชื่องยิ่งกว่าหมาเสียอีก ไม่จำเป็นต้องให้ฉันเรียกหรอก เดี๋ยวก็ซมซานกลับมาขอความเมตตาเองนั่นแหละ” แต่ทว่าในครั้งนี้ เจียงอวิ๋นซีกลับจากไปอย่างเด็ดขาด ... ครึ่งปีต่อมา ณ เวลาตีสอง ฟู่เยี่ยนโจวนั่งอยู่ภายในรถยนต์ และกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่เขาท่องในใจมานับครั้งไม่ถ้วน ทันทีที่สายต่อติด น้ำเสียงของเขาก็ตึงสั่นเครือ “ฉันคิดถึงเธอนะ” ทว่าปลายสายกลับมีเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังตอบกลับมา “ประธานฟู่ ดึกดื่นค่ำคืนไม่ยอมหลับนอน แต่กลับมาสารภาพรักกับผมตรงนี้ มันหมายความว่ายังไงกัน?” น้ำเสียงของฟู่เยี่ยนโจวเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง “ซีซีล่ะ ให้เธอรับสายเดี๋ยวนี้!” ฉินสือวั่งก้มมองหญิงสาวใต้ร่างที่มีนัยน์ตาหวานฉ่ำ ริมฝีปากบางหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงความร้ายกาจ “เวลานี้ กำลังยุ่งได้ที่เลยล่ะ ไม่ว่างหรอก”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ยามเมื่อนั่งลงบนเก้าอี้ตรงระเบียงทางเดินของโรงพยาบาล เจียงอวิ๋นซีก็ยังคงเนื้อตัวสั่นเทา

เธอเผชิญหน้ากับคนโรคจิตเข้าแล้วจริงๆ

วันนี้เธอต้องทำโอทีจนถึงดึกดื่น จึงได้แต่ลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมายังอพาร์ตเมนต์ที่ตัวเองเช่าอยู่ ทว่าในตอนที่กำลังจะหยิบกุญแจออกมานั่นเอง จู่ๆ ก็มีใครบางคนตรงเข้ามาปิดปากปิดจมูกจากทางด้านหลัง

เธอขัดขืนสุดชีวิต แต่กลับยังคงถูกคนกระชากลากถูไปยังหัวบันไดของทางหนีไฟ

ลมหายใจอันเหนียวเหนอะหนะของชายหนุ่มทางด้านหลังเป่ารดลงมา “เธอตัวหอมจังเลย”

น้ำเสียงหื่นกระหายนั้นราวกับอสรพิษร้ายที่กำลังพันธนาการเธอเอาไว้ทีละชั้น

ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจถึงขีดสุด เธอจึงตัดสินใจรวบกอดชายคนนั้นแล้วม้วนตัวกลิ้งตกบันไดลงไปด้วยกัน

นับว่าเธอโชคดีนัก เพราะได้รับบาดเจ็บเพียงแค่แผลถลอกภายนอกเท่านั้น

ส่วนเจ้าคนโรคจิตคนนั้นถูกกระแทกจนหัวแตก นอนอยู่บนพื้นตั้งนานก็ลุกไม่ขึ้น

ด้วยเหตุนี้เธอจึงสามารถรอดพ้นอันตรายมาได้

หลังจากบันทึกปากคำที่สถานีตำรวจเสร็จสิ้น เจียงอวิ๋นซีก็มาโรงพยาบาลเพียงลำพังคนเดียว

ในระหว่างนั้นเธอคอยเปิดดูโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา ข้อความที่ส่งให้ฟู่เยี่ยนโจวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงนิ่งค้างอยู่ที่หน้าจออย่างโดดเดี่ยว โดยไม่มีการตอบกลับใดๆ ทั้งสิ้น

“คุณเจียง?”

น้ำเสียงแสดงความประหลาดใจดังมาจากข้างกาย

เจียงอวิ๋นซีเงยหน้าขึ้น เห็นสวีเจ๋อผู้ช่วยของฟู่เยี่ยนโจวยืนอยู่ไม่ไกลนัก สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความแปลกใจ “คุณเป็นอะไรไปครับ?”

“เจอเรื่องยุ่งยากนิดหน่อยค่ะ”

เจียงอวิ๋นซีพยายามจะฝืนยิ้มออกมา แต่ทว่ามุมปากเพิ่งจะยกขึ้น ก็เหลือบไปเห็นคนทั้งสองในท่าทางสนิทสนมที่อยู่ด้านหลังของสวีเจ๋อ

ฟู่เยี่ยนโจวสวมสูทสีดำ โดยมีหญิงสาวร่างบอบบางน่าทะนุถนอมคนหนึ่งเอนกายซบอยู่ข้างตัวเขา

มือหนาข้างหนึ่งของเขาโอบไหล่ของเธอเอาไว้ แสดงท่าทีปกป้องรูปแบบหนึ่ง

ฟู่เยี่ยนโจวก็มองเห็นเธอแล้วเช่นกัน

“ทำไมถึงทำจนสะบักสะบอมขนาดนี้ล่ะ?”

หญิงสาวที่ปกติมักจะดูคล่องแคล่วและเย็นชา ในยามนี้ผมยาวกลับยุ่งเหยิงสยายอยู่บนบ่า ชุดทำงานสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นละออง แม้แต่บนหน้าผากขาวเนียนก็ยังมีร่องรอยของแผลถลอกอยู่เช่นกัน

เจียงอวิ๋นซีหันหน้าหนี

“ฉันส่งข้อความหานายแล้ว นายไม่เห็นรึไง?”

“ข้อความอะไร?”

เขาเพิ่งจะเตรียมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา อันซีที่อยู่ข้างตัวก็ร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดขึ้นมา “เยี่ยนโจว ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายเลยค่ะ”

สีหน้าแววตาของฟู่เยี่ยนโจวแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงในทันที

“ผมจะพาคุณไปหาหมอนะ”

สุดท้ายสะบัดเสียงทิ้งไว้ประโยคหนึ่ง “สวีเจ๋อ นายอยู่ที่นี่คอยดูแลอวิ๋นซี”

เจียงอวิ๋นซีหลุบสายตาลงต่ำตลอดเวลา ไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรสักคำ

รอจนกระทั่งร่างนั้นเดินคล้อยหลังไปไกลแล้ว สวีเจ๋อจึงค่อยเปิดปากพูด

“คุณเจียงครับ วันนี้เป็นวันเกิดของคุณอัน ท่านประธานฟู่ก็เลยไปร่วมงาน หลังจากนั้นคุณอันคงจะดื่มเหล้าไปนิดหน่อยจนไม่สบายท้อง ท่านประธานฟู่เลยถือโอกาสพาเธอมาส่งโรงพยาบาลพอดี คุณอย่าเข้าใจผิดไปเลยนะครับ...”

เจียงอวิ๋นซีเอ่ยว่า “คุณมาอธิบายกับฉันทำไม ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับฟู่เยี่ยนโจวสักหน่อย”

สวีเจ๋อได้แต่หุบปากลงด้วยความกระอักกระอ่วน

พอได้สติกลับคืนมา เจียงอวิ๋นซีก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของหมอเรียบร้อยแล้ว

บาดแผลของเจียงอวิ๋นซีไม่ได้สาหัสอะไร หน้าแข้งค่อนข้างหนักหนากว่าจุดอื่นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้กระทบกระเทือนถึงกระดูก เป็นเพียงแค่เนื้อเยื่ออ่อนฟกช้ำและมีรอยเขียวจ้ำตามร่างกายบางแห่ง หมอจึงจ่ายยาใช้ภายนอกให้เล็กน้อย

ในตอนที่เดินออกมา ก็เห็นฟู่เยี่ยนโจวยืนพิงผนังตรงระเบียงทางเดินอยู่

อันซีหายไปแล้ว

สิ่งที่หายไปพร้อมกันนั้น ยังมีเสื้อสูทตัวนอกราคาแพงลิบลิ่วบนตัวของเขาด้วย

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว บริเวณคอเสื้อเปิดแบะออกเล็กน้อย เผยให้เห็นลูกกระเดือกทรงเสน่ห์และกระดูกไหปลาร้าที่รับกันอย่างลงตัว

ในมือถือโทรศัพท์ค้างไว้ พลางเปิดไล่ดูข้อความก่อนหน้านี้ของเจียงอวิ๋นซี

[เหมือนจะมีใครสะกดรอยตามฉันเลย ฟู่เยี่ยนโจว นายมารับฉันหน่อยได้ไหม?]

เขาขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาแฝงแววประหลาดใจอยู่ไม่น้อย “เจอคนโรคจิตเข้าจริงๆ งั้นเหรอ?”

“ดวงไม่ดีน่ะ”

สีหน้าของเจียงอวิ๋นซียังคงเรียบเฉยเย็นชาเหมือนเช่นเคย

ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนั้นเธอกลัวแทบตาย ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังในตอนนั้น แค่นึกถึงขึ้นมาก็ยังคงรู้สึกขวัญผวา

ทว่าในตอนนี้ เธอกลับสงบนิ่งราวกับเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกตัวหนึ่ง

ฟู่เยี่ยนโจวก้าวไปข้างหน้า พลางช่วยจัดเส้นผมยาวที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยของเธอให้เข้าที่

ปลายนิ้วที่สัมผัสโดนแก้มของเธอ แฝงไปด้วยนัยยะของการปลอบประโลม “ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

เจียงอวิ๋นซีนัยน์ตาสั่นไหว

แต่หลังจากนั้น เธอก็ได้ยินเขาเอ่ยขึ้นมาอีกว่า

“เพราะฉะนั้น เธอถูกทำให้แปดเปื้อนไปแล้วหรือยัง?”

สายตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบจับขั้วหัวใจในฉับพลัน ก่อนจะปัดมือของฟู่เยี่ยนโจวออกไปอย่างแรง

“โกรธแล้วเหรอ?”

น้ำเสียงของฟู่เยี่ยนโจวแฝงไปด้วยความไม่ใส่ใจอยู่บ้าง

“วันนี้เป็นวันเกิดของอันซี ฉันไม่อยากทำเธอหมดสนุก อีกอย่าง ใครมันจะไปรู้ว่าเธอจะเจอคนโรคจิตเข้าจริงๆ”

เจียงอวิ๋นซียกยิ้มเย้ยหยัน “ใช่ ต้องโทษที่ไอ้โรคจิตนั่นมันเลือกวันไม่ดีเอง ถึงได้มาขัดจังหวะอารมณ์สุนทรีย์ของพวกนาย”

ในดวงตาของฟู่เยี่ยนโจวฉายแววความรำคาญใจพาดผ่านขึ้นมาวูบหนึ่ง

“ในเมื่อเธอไม่เป็นอะไรแล้ว งั้นฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกัน”

พอพูดจบ เขาก็เดินจากไปจริงๆ

เจียงอวิ๋นซีลากขาที่ได้รับบาดเจ็บไปตามลำพัง ถือใบสั่งยาไปรับยาจนเสร็จ ทว่าในตอนที่กำลังจะเดินจากไป กลับถูกสวีเจ๋อเข้ามาขวางทางเอาไว้

เขาไม่กล้าสบตาเธอเลย

“คุณเจียงครับ ท่านประธานฟู่หาหมออีกท่านไว้ให้คุณแล้ว คุณลองไปตรวจดูหน่อยเถอะครับ”

“ก็ตรวจเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?”

เจียงอวิ๋นซีรู้สึกเคลือบแคลงสงสัย

รอจนกระทั่งสวีเจ๋อพาเธอมาถึงแผนกสูตินรีเวช เธอจึงค่อยได้สติและเข้าใจความหมายของฟู่เยี่ยนโจว

เสียงของสวีเจ๋อดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“คุณเจียงครับ นี่เป็นคำสั่งของท่านประธานฟู่ ได้โปรดอย่าทำให้ผมต้องลำบากใจเลยครับ”

เจียงอวิ๋นซีเบือนสายตาไปมองเล็กน้อย ภายใต้แพขนตาหนา นัยน์ตาสวยคู่หนึ่งทอประกายเย็นเยียบ

“ในเมื่อจะตรวจก็ตรวจให้มันครบถ้วนไปเลย ไปบอกฟู่เยี่ยนโจวสักหน่อยนะว่า จัดแพ็กเกจระดับวีไอพีของโรงพยาบาลมาสักรอบเลย”

ทิ้งท้ายด้วยการเสริมไปอีกประโยค “เลือกอันที่แพงที่สุดล่ะ”

หลังจากเดินออกมาจากโรงพยาบาล เจียงอวิ๋นซีก็ต่อสายโทรศัพท์หาฟู่เยี่ยนโจวโดยตรง

ไม่นานก็ต่อสายติด

น้ำเสียงของเจียงอวิ๋นซีแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“หากท่านประธานใหญ่ฟู่อยากรู้นักว่าฉันถูกใครย่ำยีมาหรือเปล่า ก็อ้าปากถามกันตรงๆ ได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีอ้อมค้อมขนาดนี้ ทั้งเปลืองเงินเปลืองแรง ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย”

ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นน้ำเสียงอันอ่อนหวานนุ่มนวลของอันซีก็แว่วดังมา

“คือว่า...เยี่ยนโจวกำลังอาบน้ำอยู่ค่ะ คุณเข้าใจอะไรเขาผิดไปหรือเปล่าคะ?”

เจียงอวิ๋นซีตะลึงค้างอยู่กับที่

ค่ำคืนในต้นฤดูใบไม้ร่วงเริ่มมีความเหน็บหนาวอยู่บ้างแล้ว เธอยืนอยู่ริมถนนที่ไร้ผู้คน รู้สึกราวกับว่าสายลมหนาวระลอกนั้นแทรกผ่านเสื้อตัวนอกอันบางเฉียบ พัดจนกระทั่งกระดูกของเธอหนาวสะท้านไปด้วย

น้ำเสียงของเธอยังคงนิ่งสงบมั่นคง “ไม่มีอะไรเข้าใจผิดหรอก ฝากบอกฟู่เยี่ยนโจวสักคำด้วยว่า ฉันรังเกียจว่าเขาโสโครก”

พอพูดจบ ก็วางสายทันที

ปลายสายโทรศัพท์ อันซีได้ยินเสียงประตูห้องน้ำดังขึ้น ก็รีบวางโทรศัพท์ลงทันที

ฟู่เยี่ยนโจวกำลังเช็ดผมอยู่ สายตาค่อยๆ ชำเลืองมองมาบนใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติ

“ใครโทรมาน่ะ?”

“ของคุณเจียงค่ะ” อันซีเผยรอยยิ้มที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์ออกมา “เหมือนเธอจะอารมณ์ไม่ค่อยดี พูดแค่สองสามคำก็วางสายไปแล้วค่ะ”

“เยี่ยนโจว คุณจะโทรกลับไปหน่อยไหมคะ ฉันได้ยินมาว่าพวกคุณรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาหลายปี ตามหลักแล้วควรจะโทรไปแสดงความห่วงใยสักหน่อยนะ”

ฟู่เยี่ยนโจวเอ่ยตอบอย่างช้าๆ “ไม่ต้องหรอก หล่อนเข้มแข็งกว่าที่คุณคิดไว้มาก”

ขณะที่พูด ก็หยิบเสื้อสูทตัวนอกพาดไว้ตรงข้อพับศอก

“ผมไปก่อนนะ ยาโรคกระเพาะวางอยู่ข้างๆ คุณอย่าลืมกินด้วยล่ะ”

“ค่ะ”

อันซีเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าช่างน่าเอ็นดูและยังอ่อนโยน “ต้องโทษฉันแท้ๆ เลยค่ะ ที่ไม่ระวังทำนมหกใส่ตัวคุณ จนทำให้คุณต้องเสียเวลาจนดึกดื่นขนาดนี้”

“ไม่ดึกเท่าไหร่หรอก คุณรีบนอนก่อนเถอะ”

ฟู่เยี่ยนโจวยื่นมือไปลูบผมสีดำของเธอเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกไป

เพิ่งจะมาถึงด้านนอกประตู ก็ได้รับข้อความจากสวีเจ๋อ ซึ่งเนื้อหาด้านบนคือผลตรวจทางสูตินรีเวช

เจียงอวิ๋นซียังคงบริสุทธิ์อยู่

เขายิ้มมุมปาก ความขุ่นเคืองใจสายนั้นที่เกาะกุมอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจสลายไปในที่สุด

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
30
บทที่ 1
ยามเมื่อนั่งลงบนเก้าอี้ตรงระเบียงทางเดินของโรงพยาบาล เจียงอวิ๋นซีก็ยังคงเนื้อตัวสั่นเทาเธอเผชิญหน้ากับคนโรคจิตเข้าแล้วจริงๆวันนี้เธอต้องทำโอทีจนถึงดึกดื่น จึงได้แต่ลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมายังอพาร์ตเมนต์ที่ตัวเองเช่าอยู่ ทว่าในตอนที่กำลังจะหยิบกุญแจออกมานั่นเอง จู่ๆ ก็มีใครบางคนตรงเข้ามาปิดปากปิดจมูกจากทางด้านหลังเธอขัดขืนสุดชีวิต แต่กลับยังคงถูกคนกระชากลากถูไปยังหัวบันไดของทางหนีไฟลมหายใจอันเหนียวเหนอะหนะของชายหนุ่มทางด้านหลังเป่ารดลงมา “เธอตัวหอมจังเลย”น้ำเสียงหื่นกระหายนั้นราวกับอสรพิษร้ายที่กำลังพันธนาการเธอเอาไว้ทีละชั้นท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจถึงขีดสุด เธอจึงตัดสินใจรวบกอดชายคนนั้นแล้วม้วนตัวกลิ้งตกบันไดลงไปด้วยกันนับว่าเธอโชคดีนัก เพราะได้รับบาดเจ็บเพียงแค่แผลถลอกภายนอกเท่านั้นส่วนเจ้าคนโรคจิตคนนั้นถูกกระแทกจนหัวแตก นอนอยู่บนพื้นตั้งนานก็ลุกไม่ขึ้นด้วยเหตุนี้เธอจึงสามารถรอดพ้นอันตรายมาได้หลังจากบันทึกปากคำที่สถานีตำรวจเสร็จสิ้น เจียงอวิ๋นซีก็มาโรงพยาบาลเพียงลำพังคนเดียวในระหว่างนั้นเธอคอยเปิดดูโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา ข้อความที่ส่งให้ฟู่เยี่ยนโจวเมื่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
เจียงอวิ๋นซีไม่ได้กลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของตัวเอง แต่กลับมองหาโรงแรมแถวๆ นั้นแทนเธอขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ขัดถูผิวพรรณอันขาวเนียนจนขึ้นรอยแดงระเรื่อ จึงค่อยมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มแสงสีเหลืองนวลทอดมาจากโคมไฟหัวเตียง หญิงสาวขดกายซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ความระแวงกังวลในใจค่อยๆ มอดดับลงก่อนที่เธอจะล่วงเข้าสู่ห้วงนิทราทว่าการนอนหลับในครั้งนี้กลับไม่ราบรื่นเอาเสียเลยเธอฝันถึงเรื่องราวสับสนปนเปมากมายในความฝัน เดี๋ยวก็เป็นภาพของฟู่เยี่ยนโจวในวัยเยาว์ที่เอาตัวเข้าบังเธอไว้ด้านหลังพลางเอ่ยว่า วันหน้าฉันจะปกป้องเธอเอง พวกนายห้ามใครรังแกเธอเด็ดขาดเดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นภาพทางเดินในอาคารอันมืดมิด ชายแปลกหน้าตรึงร่างเธอไว้แน่นหนา พลางสูดดมกลิ่นกายของเธออย่างหิวกระหายและท้ายที่สุดคือใบหน้าที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์ของอันซีหล่อนอิงแอบอยู่ในอ้อมอกของฟู่เยี่ยนโจว มือขยำคอเสื้อของเขาไว้ พลางตวัดสายตาเยาะหยันมาทางเธอ“เจียงอวิ๋นซี เธอเหมือนหมาตัวหนึ่งเลยนะ”เธอจมอยู่กับความสะลึมสะลือจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วงสาย ก่อนจะถูกโทรศัพท์สายหนึ่งปลุกให้ตื่นขึ้นเมื่อกดรับสาย น้ำเสียงอันเย็นเยียบของชายหนุ่มก็ดังขึ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
เจียงอวิ๋นซีเดินออกมาจากตึกฟู่ซื่อเธอไม่เคยเลิกงานก่อนเวลาเลยสักครั้ง ประกอบกับตอนนี้ยังเช้าเกินไป จนไม่รู้ว่าตนเองควรจะไปอยู่ที่ไหนดีสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเดินไปยังร้านกาแฟส่วนตัวร้านประจำซึ่งตั้งอยู่ข้างๆเมล็ดกาแฟที่ใช้ในร้านแห่งนี้ล้วนถูกขนส่งทางอากาศมาจากประเทศบราซิล มีกลิ่นหอมกรุ่นเข้มข้นช่วยให้สดชื่นตื่นตัว ช่างถูกปากเธอเป็นอย่างยิ่งเจ้าของร้านจำเธอได้จึงลงมือชงลาเต้บดมือมาเสิร์ฟให้เธอด้วยตัวเอง “วันนี้แฟนไม่ได้มาด้วยเหรอครับ?”แฟน?ฟู่เยี่ยนโจวน่ะเหรอ?เมื่อก่อนพวกเขามักจะมาที่นี่ด้วยกันบ่อยครั้งจริงๆ นั่นแหละเจียงอวิ๋นซีเผยยิ้มบาง “เขามาไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ”“เลิกกันแล้วเหรอครับ?”“เขาตายแล้วค่ะ”“…”เจียงอวิ๋นซีนั่งลงบนเก้าอี้หวาย ใช้ช้อนคนลาเต้อย่างเชื่องช้า ในขณะที่กำลังจะยกขึ้นมา โทรศัพท์มือถือกลับแผดเสียงดังขึ้นมาเสียก่อน“เบบี๋ ฉันโทรหาเธอตั้งหลายสายแล้วนะ ทำไมถึงไม่ยอมรับสายเลยล่ะ?”เป็นเซี่ยเชียนหลานเมืองเอสใหญ่โตถึงขนาดนี้ แต่เธอกลับมีเซี่ยเชียนหลานเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเพื่อนแท้น้ำเสียงของเจียงอวิ๋นซีอ่อนโยนลงมากทีเดียว“ฉันติดธุระน่ะ เลยไม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
“เบบี๋ ฉันตื่นเต้นไปหน่อย นึกว่าเธอจะเสียใจแถมยังเจ็บตัวอีก คิดว่าไอ้สารเลวฟู่นั่นไร้ศักดิ์ศรี ถึงขั้นลงมือกับผู้หญิง”หลังจากกลับมาถึงที่พักและถามเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบอย่างชัดเจน ในที่สุดเซี่ยเชียนหลานก็หยุดร้องไห้ได้เสียที“แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก เธอเจอคนโรคจิตขนาดนี้แล้ว ฟู่เยี่ยนโจวยังจะไปอยู่เป็นเพื่อนนังมือที่สามอีก ไอ้สารเลวสมควรตายแบบนี้ควรถูกตอนแล้วจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำ!”“อันซีเป็นแฟนสาวของเขา”“แฟนสาวกะผีอะไรล่ะ! หล่อนเป็นแฟนของฟู่เยี่ยนโจว แล้วเธอนับเป็นตัวอะไรกัน!?”บนใบหน้าอันหมดจดราวกับหยกของเจียงอวิ๋นซี ถูกแสงไฟสาดส่องจนเห็นความอ้างว้างอยู่เล็กน้อย“นั่นสินะ ฉันเป็นตัวอะไรกันแน่...คงเป็นได้แค่สัตว์เลี้ยงที่เขาไม่ใส่ใจตัวหนึ่งล่ะมั้ง”เรียกก็มาไล่ก็ไปตอนที่โยนเธอทิ้ง ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ“ช่างเถอะ ไม่พูดถึงไอ้สารเลวฟู่แล้ว คิดเสียว่าความจริงใจกว่าสิบปีนี้เอาไปให้หมามันกิน ผู้ชายสองขามีอยู่เกลื่อนกลาด ยังต้องกลัวว่าจะหาคนต่อไปไม่ได้อีกเหรอ?”เจียงอวิ๋นซียิ้มออกมาบางๆตอนนี้เธอจะไปมีอารมณ์หาคนใหม่ได้ยังไงกันเจียงอวิ๋นซีเด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
สายตาของฟู่เยี่ยนโจวกวาดมองไป เห็นดวงตาทั้งสองข้างของเธอแดงก่ำราวกับกระต่ายอารมณ์โกรธภายในใจจึงถูกกดข่มลงไปบ้าง“ไม่เกี่ยวกับคุณหรอก คุณเพิ่งมาใหม่ ไม่เข้าใจอะไรเลยมันเป็นเรื่องปกติ”“เยี่ยนโจว...”อันซีโผเข้าหา ซุกหน้าลงกับแผงอกของเขา พลางสะอึกสะอื้นร้องไห้อย่างเศร้าโศกเสียใจเป็นล้นพ้นฟู่เยี่ยนโจวรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาครู่หนึ่งโดยไม่มีที่มาที่ไปหากเป็นเจียงอวิ๋นซีอยู่ด้วย จะไม่มีทางเกิดความผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัยแบบนี้ขึ้นแน่นอนต่อให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาจริงๆ เธอก็แค่ยอมรับอย่างสงบเงียบ หลังจากนั้นค่อยทบทวนแก้ไข และเสาะหาวิธีกู้สถานการณ์พอกลับมาถึงบริษัท ฟู่เยี่ยนโจวข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ด ก็รีบโทรศัพท์สายตรงหาฝ่ายคู่ค้าด้วยตัวเองทันทีหลังจากต่อรองกับอีกฝ่ายอยู่นานหลายชั่วโมง แดเนียลถึงยอมตกลงให้โอกาสพวกเขาสักครั้งเวลานัดหมายถูกกำหนดขึ้นในอีกไม่กี่วันให้หลังเมื่อสะสางปัญหาเสร็จสิ้น ฟู่เยี่ยนโจวก็อารมณ์ดีขึ้นมาบ้างตอนเดินออกจากห้องทำงานประธาน ก็นึกไม่ถึงว่าจะพบว่าอันซียังคงนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานเช่นกัน“เยี่ยนโจวคะ...ปัญหาเป็นยังไงบ้างแล้ว?”“คลี่คลายแล้วล่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
หลังจากโบกเรียกรถแท็กซี่ เจียงอวิ๋นซีก็มุ่งหน้าตรงไปยังฟู่ซื่อระหว่างทางเธอได้รับสายโทรศัพท์จากเซี่ยเชียนหลานที่ถามว่าเธออยู่ที่ไหน เจียงอวิ๋นซีจึงเอ่ยไปตามตรงโดยไม่คิดมากผลลัพธ์คือเซี่ยเชียนหลานร้อนรนกระวนกระวายจะตามมาที่นี่ให้ได้ โดยบอกว่าเพื่อนสาวคนสนิทต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน อีกฝ่ายจะตามมาช่วยกระหน่ำแทงฟู่เยี่ยนโจวสักสองแผลไปพร้อมกันกับเธอเจียงอวิ๋นซีห้ามไม่อยู่ จึงได้แต่ปล่อยตามใจอีกฝ่ายไปหนึ่งชั่วโมงต่อมา ตัวรถก็จอดสนิทลงตรงหน้าประตูทางเข้าของตึกสำนักงานใหญ่ฟู่ซื่อท่ามกลางแสงแดดจัด ตึกอันสูงตระหง่านโอ่อ่าสะท้อนประกายแสงเจิดจ้าจนแสบตา เธออดไม่ได้ที่จะต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยสำนักงานใหญ่ของฟู่ซื่อเมื่อก่อนไม่ได้ตั้งอยู่ที่นี่ นี่คือตึกใหม่เมื่อห้าปีก่อน ในวันที่ตึกหลังนี้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ฟู่เยี่ยนโจวอารมณ์ดีมากจนดื่มเหล้าไปไม่น้อย หลังจากนั้นก็ผล็อยหลับไปในห้องทำงานประธานเธอคอยอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลาขณะที่เธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าบานหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ยักษ์เพื่อชื่นชมทัศนียภาพยามค่ำคืน จู่ๆ ทางด้านหลังก็มีใครบางคนขยับเข้ามาประชิดตัวอ้อมแขนคู่หนึ่งยื่นมาจากทางด้า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
ในพริบตานั้น หัวใจกลับดิ่งจมสู่ความเงียบงันอันเย็นเยียบอย่างสิ้นเชิงเซี่ยเชียนหลานโกรธจนแทบจะกระโจนเข้ามาทุบตีเขา“งั้นเมื่อก่อนปากแกถูกขี้อุดไว้เหรอ! เมื่อก่อนทำไมถึงไม่เอ่ยคำพูดไร้สาระพวกนี้ออกมาล่ะ!?”ฟู่เยี่ยนโจวเองก็โมโหขึ้นมาแล้วชายหนุ่มหรี่ตาลง บนร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายกดดันอันเฉียบขาดดุดันออกมา“เซี่ยเชียนหลาน ที่นี่คือฟู่ซื่อ ถ้าเธอยังกล้าทำตัวเหลวไหลอีกสักครั้งก็ลองดู!”แต่ก่อนเซี่ยเชียนหลานก็กลัวเขาอยู่เหมือนกัน แต่ครั้งนี้เธอโกรธจนระเบิดแล้ว จึงไม่ยอมถอยให้เลยแม้แต่น้อยเธอถลกแขนเสื้อพลางผลักสวีเจ๋อที่คอยขวางเธอออก หมายจะเข้าไปชกต่อยฟู่เยี่ยนโจวฟู่เยี่ยนโจวเรียก รปภ. มาไม่นานนัก รปภ. สองสามคนก็ฉุดกระชากเซี่ยเชียนหลานด้วยท่าทีหยาบคาย หมายจะลากตัวเธอออกไปเจียงอวิ๋นซีก้าวขึ้นไปข้างหน้า คว้าตัวปกป้องเซี่ยเชียนหลานไว้ทันที“ปล่อยเธอนะ!”เธอมองไปยังฟู่เยี่ยนโจว“ถ้านายกล้าแตะต้องเชียนหลานแม้แต่ปลายนิ้วเดียว ฉันจะสู้ตายกับนาย! ฟู่เยี่ยนโจว ทำหน้าที่ผู้ช่วยพิเศษให้นายมาตั้งหลายปี ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวนาย ฉันล้วนแต่รู้ทะลุปรุโปร่ง นายเองก็คงไม่อยากให้วันพรุ่งนี้ฟู่ซื่อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
พอเกิดเรื่องชนท้ายรถของเซี่ยเชียนหลานขึ้นมา อารมณ์ที่เคยห่อเหี่ยวของเจียงอวิ๋นซีกลับดีขึ้นมากแล้ว“ซีเป่า เธอเป็นยังไงบ้าง?”“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ร้องไห้ออกมาแล้วโล่งขึ้นตั้งเยอะ อีกอย่างนะ รถที่เธอพุ่งชนน่ะมันเบนท์ลีย์เชียวนะ ฉันจะมีอารมณ์โศกเศร้าเสียใจอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”“เธอน่าจะบอกให้เร็วกว่านี้สิ ถ้ารู้แต่แรกว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้เธอหายดีล่ะก็ ฉันคงขับชนรถมายบัคของไอ้สารเลวฟู่ให้ยับเยินไปเลย!”เจียงอวิ๋นซีหลุดขำพรืดออกมา ก่อนจะโผเข้ากอดเซี่ยเชียนหลานไว้แน่น“หลานหลาน เธอดีที่สุดเลย”“ถึงเธอจะสวยสะบัดหุ่นแซ่บขนาดไหน แต่รสนิยมของฉันคือหนุ่มมหาลัยไซส์บิ๊กนะจ๊ะ ขอบคุณ”“ได้เลย รอให้ฉันหาเงินก้อนโตได้ก่อน ฉันจะช่วยเรียกมาให้เธอสักสิบคน”“สองคนก็พอแล้ว สิบคนแรงฉันรับไม่ไหวหรอก”ทั้งสองคนหัวเราะคิกคักจนมาถึงด้านในห้องเช่า ในที่สุดเจียงอวิ๋นซีก็สลัดเรื่องแย่ๆ ของฟู่เยี่ยนโจวทิ้งไว้เบื้องหลังได้เสียทีตกเย็น ทั้งสองคนกินหม้อไฟด้วยกันมื้อหนึ่งที่บ้านเซี่ยเชียนหลานรับหน้าที่ล้างผัก ส่วนเจียงอวิ๋นซีรับหน้าที่เข้าครัวฝีมือทำอาหารของเธอดีมาก หลายปีมานี้ยามอยู่ที่ตระกูลฟู่ต้องคอยนอบน้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ขณะที่พูด เขาก็ยื่นสัญญาฉบับหนึ่งที่ร่างเสร็จตั้งนานแล้วมาให้ถึงมือเธอ“ดูให้ดีๆ ไม่มีปัญหาก็เซ็นซะ”เจียงอวิ๋นซีรับสัญญามา โน้มตัวลงนั่งบนโซฟาที่อยู่ด้านข้างแล้วเริ่มอ่านอย่างตั้งใจเธอดูสัญญา ส่วนฉินสือวั่งก็ดูเธอหญิงสาวมีเรือนผมสีน้ำตาลเกาลัดราวกับสาหร่ายทะเล ผิวพรรณขาวผุดผ่อง เครื่องหน้าประณีตหมดจดต่อให้จะนั่งตามสบายเช่นนี้ ท่วงท่าก็ยังดีมาก ภายใต้ลำคอระหงคือส่วนโค้งเว้าที่อวบอิ่ม ถัดลงไปอีกคือเส้นเอวที่อ่อนนุ่มเพรียวบางรวมถึงส่วนโค้งงอนที่เชิดชันแววตาของเขาเข้มขึ้น หลังจากนั้นจึงเบนสายตาไปมองทางอื่นสัญญาไม่มีปัญหาอะไร แถมค่าตอบแทนที่ให้ยังมากกว่าฟู่เยี่ยนโจวเสียอีกเธอจรดปากกาเซ็นทันที“ยินดีต้อนรับเข้าทำงาน”ฉินสือวั่งจุดรอยยิ้มเฉื่อยชาขึ้นมาครั้งหนึ่งเจียงอวิ๋นซีลุกขึ้นยืน“งั้นฉันไม่รบกวนประธานฉินแล้วค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะมาให้ตรงเวลานะคะ”พูดจบ เธอก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไปพอไปถึงหน้าประตู ก็หมุนตัวเดินกลับมาอีกครั้งฉินสือวั่งกำลังหยิบไฟแช็กออกมา และก้มหน้าลงเล็กน้อยเตรียมจะจุดบุหรี่เมื่อเห็นเธอเดินกลับมา เขาที่คาบบุหรี่อยู่ก็หรี่ดวงตาคู่สวยลงเล็กน้อย“มีธุ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
เจียงอวิ๋นซีเหรอ?เฉิงเย่ขยับแว่นตากรอบทองของตัวเอง นึกว่าตัวเองตาฝาดไปเสียอีกกำลังจะเดินเข้าไปดูให้แน่ใจ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมาซะก่อนเสียงเอะอะโวยวายของเฉิงเจี่ยนดังทะลุสายมา“พี่ฮะ ทำไมยังมาไม่ถึงอีก พวกเรารอพี่ตั้งนานแล้วนะ!”“กำลังไป”พอวางสาย เฉิงเย่ก็เดินตรงไปยังห้องส่วนตัวสุดหรูบนชั้นสองทันทีในห้องมีคนรอกันอยู่ก่อนแล้วหลายคนทั้งเฉิงเจี่ยน ฟู่ม่าน แล้วก็ฟู่เยี่ยนโจวข้างกายเขายังมีผู้หญิงตัวเล็กน่าทะนุถนอมคนหนึ่งนั่งติดสอยห้อยตามมาด้วยเฉิงเย่ถอดเสื้อสูทโยนลงบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ “แล้วเจียงอวิ๋นซีล่ะ ทำไมไม่มาด้วยกัน?”พอสิ้นคำถาม บรรยากาศในห้องก็เงียบกริบเย็นยะเยือกขึ้นมาทันทีฟู่เยี่ยนโจว “หล่อนลาออกไปแล้ว ต่อจากนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฟู่ซื่ออีก”“พวกนายเลิกกันแล้วเหรอ?”“พวกเราเคยคบกันตอนไหนไม่ทราบ?”สีหน้าบนใบหน้าหล่อเหลาของฟู่เยี่ยนโจวดูเข้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะดึงตัวอันซีที่อยู่ข้างกายเข้ามาโอบไว้ “นี่อันซีแฟนฉัน ทำความรู้จักกันไว้สิ”อันซี “สวัสดีค่ะ”ทว่าเฉิงเย่กลับทำเหมือนไม่ได้ยินเลย“อวิ๋นซีรู้จักกับพวกเรามาตั้งนาน ต่อให้ลาออกไปแล้วก็ยังเป็นเพื่อ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status